INICIAR SESIÓN“นี่แหละที่ผมกังวล ตอนนี้ก็รอคำตอบถ้าไม่ได้จริงๆเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อความอยู่รอดของพวกเรา” นายพลคนดังพูดเบาๆเพราะโกลด์เด้นคาสิโน มีลูกค้ามากกว่า รอยัลคาสิโน ของเขาทั้งที่มาทีหลังแล้วมาแย่งลูกค้าของเขาไปกว่าครึ่ง
“ท่านจะทำอะไรครับ” นายดำรงมนายพลสุจินด้วยความอยากรู้
“เอาไว้ถึงเวลาก่อนแล้วผมจะบอก ตอนนี้เราอย่าเพิ่งทำการค้าฝั่งไทยเพราะไม่ปลอดภัยทางผู้ใหญ่บอกว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสั่งตรวจตราอย่างเข้มงวดเราคงต้องส่งของทางพม่าหรือไม่ก็ลาวและทางแม่น้ำโขง” นายพลสุจินพูดเบาๆกับผู่วมขบวนการ
“เข้าใจแล้วครับท่าน” ส.ส.มนูตอบนายพลสุจินและเข้าใจดีว่าธุรกิจของพวกเขามีพรรคพวกมากมายที่ต้องดูแลเลี้ยงดูปูเสื่อให้ดีไม่งั้นก็จะถูกแว้งกัดเอาได้
จากนั้นพวกเขาก็คุยกันเบาๆและโต้ะที่เขานั่งก็อยู่ไกลโต้ะอื่นๆจึงไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน ส่วนเพทาย นิสามณี บุศราคัมและทิวไผ่ก็ทานอาหารกันอย่างอร่อยและพูดคุยกันเบาๆ
“พวกเขาคุยกันแล้วมองมาทางเราด้วยค่ะพี่ดามพ์” ทิวไผ่นั่งหันหน้าไปทางโต้ะของพ่อนิสามณี
“ใช่ค่ะพี่ดามพ์ เดียร์ว่าต้องพูดถึงพี่กับพี่นิสาแน่ๆเลย” บุศราคัมมองตามที่เพื่อนบอกแล้วพูดกับพี่ชาย
“ก็ชั่งเขาสิ รีบกินแล้วรีบกลับบ้านเลย” เพทายพูดกับน้องสาวเพราะไม่อยากให้ไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้น
“โห พี่ดามพ์ น้องเพิ่งมาถึงนะคะ ยังไม่ได้ไปซื้อของเลยค่ะ” คนเป็นน้องท้วงพี่ชายเพราะเธอยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับกลับไปอาบน้ำเตรียมตัวขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ
“ทิวไผ่ก็ยังไม่เจอพี่ๆตำรวจสุดหล่อเลยนะคะ แล้วมาทีไรไม่เคยถึงเชียงแสนเลยค่ะ ฮิฮิๆๆ..” ทิวไผ่พูดแล้วหัวเราะคิกคัก
“แกต้องไปสแกนลูกน้องพี่ดามพ์โน่นเลยนังทิวไผ่ เผื่อผีจะเห็นผีเหมือนกันสักคน คริๆๆ” บุศราคัมพูดแล้วหัวเราะขำเพื่อนรัก
“ยัยเด็กสองคนนี่ แก่แดดจริงๆ กลับไปเรียนให้จบก่อนเถอะแล้วค่อยมาส่องผู้ชาย” เพทายมองสองสาวเพื่อนซี้พูดแล้วทำตาวิบวับแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างปวดหัวและระอาความแก่แดดแต่ก็แค่คำพูดเพราะทั้งสองดีแต่ปากพอมีหนุ่มๆมาจีบเข้าจริงๆก็เปิดตูดแล่บ
บทที่ 3 เข้าใจผิด
นิสามณีฟังพี่น้องพูดคุยกระเซ้าเย้าแหย่กันแล้วอดขำไม่ได้และเธอก็ไม่ได้สนใจพ่อกับเพื่อนร่วมธุรกิจของท่านเพราะเตือนแล้วแต่ท่านไม่ฟังและบอกว่าหลวมตัวไปแล้วมันกลับตัวลำบากและกันเธอกับพี่ชายและแม่ออกจากธุรกิจของท่าน แต่ยังไงท่านก็เป็นพ่อหากเกิดอะไรขึ้นกับท่านเธอก็คงรับไม่ไหวเหมือนกัน
“เฮ้อ อิ่มจังตังค์อยู่ครบ” บุศราคัมเอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วลูบพุงไปมา
“ดูทำเข้า น่าเกลียดจริงๆเลย แล้วแบบนี้จะมีผู้ชายที่ไหนมันกล้าจีบล่ะ” เพทายว่าน้องสาวที่ไม่มีความเป็นสุภาพสตรีเลย ขอแค่เรียบร้อยก็พอไม่ต้องถึงขนาดผ้าพับไว้ก็ยังมองไม่เห็นแววเลย
“ทำไมจะไม่มีคะ ที่มหาลัยผู้ชายพวกนั้นต้องจับคิวจีบเดียร์เลยนะคะ คริๆๆ..” เรื่องนี้เธอพูดเกินจริงไปหน่อยแต่เรื่องมีเพื่อนร่าวมหาลัยมาจีบนั้นเป็นเรื่องจริงแต่ไม่ได้จับคิวแค่นั้น
“แน่ใจว่าเขาจับคิวจีบแก ไม่ใช่ถีบแกนะนังเดียร์ ฮิฮิๆๆ..”
“จริงด้วยทิวไผ่ พี่ว่าผู้ชายพวกนั้นต้องตาบอดสีแน่ๆที่เข้าคิวจีบยัยเดียร์ แต่ถ้าเข้าคิวถีบนี่พี่เห็นด้วยว่ะ ฮ่าๆๆ..” คนเป็นพี่พูดแล้วหัวเราะขำเสียงดัง
“พี่ดามพ์..” บุษราคัมค้อนพี่ชายหน้าหงิกงอจนปากงอนแทบจะชนปลายจมูก
“พอแล้วค่ะดามพ์ ดูสิคนเขาหันมามองแล้ว” นิสามณีปรามแฟนหนุ่มที่หัวเราะเสียงดังอย่างลืมตัวแล้วหันไปมองพ่อของเธอที่ส่ายหน้าไปมาบอกว่าไม่ชอบใจ
“ขอโทษครับนิสา มันอดขำไม่ได้จริงๆครับ หึหึๆๆ..” เพทายยิ้มให้แฟนสาวแล้วก้มศีรษะขอโทษทุกคนรอบข้างที่เสียมารยาท
“เดียร์อิ่มแล้ว เรากลับกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเดียร์จะไปซื้อของฝากให้รุ่นพี่ด้วยค่ะ” บุศราคัมบอกพี่ชายเพราะเธอรู้เรื่องของพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้แล้ว
จากนั้นทั้งสี่หนุ่มสาวก็พากันกลับไปบ้านพักส่วนตัวของเพทายเพื่อบุศราคัมกับสามารถมาเอารถมอเตอร์ไซค์แล้วเพทายก็ไปทำงาน ส่วนนิสามณีก็นอนพักผ่อนเพราะเป็นวันหยุดจึงต้องพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อพรุ่งนี้จะได้มีแรงไปทำงานและหวังว่าจะไม่มีใครโทรหา
“ซื้ออะไรไปฝากพี่ทรายดีอ่ะแก” บุศราคัมปรึกษาเพื่อนเพราะตอนนี้คิดเรื่องของฝากให้รุ่นพี่กับอาจารย์ที่ปรึกษาที่ช่วยดูที่ฝีกงานให้เธอ
“ผู้หญิงก็ต้องเครื่องประดับหรือกระเป๋าแฮนด์เมดดีมั้ยแก” กูรูผู้รู้เรื่องแฟชั่นดีแ]tตัวเองใช้แบรนด์เนม
“แกรู้มั้ยว่าบริษัทที่พี่ทรายทำงานเขาเป็นตัวแทนนำเข้าจำหน่ายแบรนด์เนมจากทั่วโลกเลยนะ แล้วพี่ทรายก็เป็นผู้ช่วยผู้จัดการแบรนด์เครื่องประดับอีกด้วย”
“งั้นอะไรดีล่ะ”
“ฉันนึกออกแล้วแก ไปแวะที่ร้านของลุงแกกันดีกว่าฉันจะซื้อชาไปฝากพี่ทรายกับอาจารย์ที่ปรึกษา” บุศราคัมคิดออกว่าจะซื้ออะไรไปฝากรุ่นพี่กับอาจารย์
“น่าจะคิดออกนานแล้วแหละแก ไม่งั้นคงไม่ต้องตากแดดมาถึงเชียงแสน หรือว่าพ่อเลี้ยงให้แกมาสอดแนมพี่ดามพ์จริงๆ ใช่ป่ะ”
“อื่อ พอดีพ่อของฉันอยากให้พี่ดามพ์แต่งงาน ก็พี่ดามพ์เล่นคบพี่นิสามาตั้งนานก็ไม่ทำอะไรเกิดวันดีคืนดีพ่อกำนันของพี่นิสาเอาเรื่องขึ้นมาพ่อของฉันก็กลัวพี่ดามพ์จะเหลือแต่ชื่อแล้วไม่มีใครสืบทอดสกุลน่ะสิแก” บุษราคัมเข้าใจพ่อที่เป็นห่วงลูกชายคนเดียวในเมื่อคบกันมานานแล้วท่านก็อยากให้แต่งานกันเพราะพ่อแม่ของฝ่ายหญิงก็มีหน้ามีตา
“ปากแกนี่นะ แต่ฉันว่าดูท่าทางเพื่อนของพ่อกำนันมองพี่ดามพ์กับพี่นิสาแปลกๆนะแก”
“แปลกยังไงนังทิวไผ่”
“ก็ไม่ชอบพี่ดามพ์น่ะสิ แต่กลับมองพี่นิสาวตางี้เป็นประกายเชียวแก” ทิวไผ่คิดว่าเธอดูไม่ผิดแน่
“งั้นเหรอ ฉันไม่ทันได้สังเกตน่ะสิ” ก็เธอสนใจแต่พ่อกำนันคมสันมากกว่าว่าเขาคิดยังไงกับพี่ชายของเธอและเท่าที่เห็นเขาก็ไม่ได้มีท่าทีเกลียดชังพี่ชายของเธอถึงขนาดจะฆ่าแกงแต่รู้ว่าไม่พอใจ แต่ก็เหมือนพอใจก๋ไม่รู้ว่าเธอมองผิดหรือเปล่า
“ไม่เป็นไรหรอกแก พี่ดามพ์น่าจะจัดการได้” เธอไม่ห่วงเรื่องนี้เพราะพี่ชายกับแฟนสาวคบกันมานานแล้วยังไงเขาก็ปกป้องแฟนสาวได้แน่นอน
“งั้นกลับกันเถอะ”
“แต่แวะบอกคุณยายก่อนนะ”
“โอเค..”
จากนั้นสองสาวก็ขี่มอเตอร์ไปที่ร้านขายวัสดุก่อสร้างของครอบครัวที่ยังทำการค้ากับฝั่งลาวและพม่าแม้จะมีร้านค้าวัสดุก่อสร้างมาเปิดใหม่หลายร้านแต่ร้านขายวัสดุก่อสร้างบ้านเฮาก็ยังมีลูกค้าประจำเหนียวแน่นเพราะเป็นกันเองและราคาสินค้าราคาก็เป็นราคากลางและบางอย่ามีค่าขนส่งก็แพงกว่าเล็กน้อยก็ไม่ทำให้ลูกค้าหนีต่างจากอีกหลายร้านที่เปิดราคาสูงเลยก็ทำให้มีลูกค้าน้อย เมื่อลาตายายแล้วบุศราคัมกับทิวไผ่ก็กลับเชียงรายและแวะซื้อของฝากที่ร้านลุงของทิวไผ่พอได้ของฝากแล้วบุศราคัมก็กลับบ้านส่วนทิวไผ่ก็กลับคอนโด
“กลับมาแล้วเหรอลูกสาว” พ่อเลี้ยงทินโชติรอลูกสาวที่หน้าบ้านพอเห็นลูกสาวลงจตากมอเตอร์ไซค์ก็ทักทายอย่างอารมณ์ดี
“ไม่ทันแล้วค่ะพ่อเลี้ยง เดียร์ไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกันนะคะ” คนเป็นลูกพูดจบก็วิ่งเข้าไปในบ้านและขึ้นไปชั้นสองที่ห้องนอนของตัวเองเพื่ออาบน้ำก่อนเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมีเวลาถมเถเพราะเธอเลือกเวลาเดินทางตอนสิบเก้านาฬิกาแค่แกล้งพ่อเท่านั้น
“ดูลูกสาวของพ่อเลี้ยงสิคะ อย่างนี้จะมีแฟนกับเขามั้ยล่ะกระโดกกระเดกไม่มีใครเกิน” แม่เลี้ยงมยุรีมองตามหลังลูกสาวที่วิ่งผ่านเธอไปขึ้นชั้นบน
“เอาน่าแม่เลี้ยง ลูกยังเด็กอยู่เลยจะรีบมีแฟนไปทำไมกันล่ะ ตอนนี้จัดการลูกชายของแม่เลี้ยงก่อนเถอะเกิดมันไปทำลูกสาวเขาเสียหายแล้วพ่อแม่เขามาเอาเรื่องถึงบ้านมันจะยุ่งนะ” พ่อเลี้ยงทินโชติพูดกับภรรยาเพราะแบบนี้เขาจึงให้ลูกสาวไปสืบเพื่อแลกกับรถยนต์คันเล็กที่ลูกสาวขอและไม่รู้ว่ารถคันเล็กที่ลูกสาวพูดถึงราคาไม่เล็กแต่ระดับพ่อเลี้ยงทินโชติ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
“เลือดพ่อมันแรงน่ะสิคะ” แม่เลี้ยงค้อนสามีเพราะเขาเองก็คบหากับเธอสมัยเรียนและอยู่ด้วยกันก่อนแต่งเหมือนกัน
“ธารณ์โทรบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงหรือยังลูก” คุณกุลจิราถามลูกชายที่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก“ยังเลยครับแม่”“งั้นแม่โทรเองลูก” คุณกุลจิราพูดจบก็โทรบอกตายายของหลานน้อยที่กำลังจะคลอดก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นแล้วนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดแล้วคาเรนก็มาพร้อมกับพี่เลี้ยงของคุณหนูตัวน้อยและเข้าครอส์ฝึกอบรมการเลี้ยงเด็กมาเรียบร้อยหิ้วตะกร้ามาคนละใบกับคาเรน“เมื่อไหร่จะคลอดครับแม่”“รอคุณหมอตรวจก่อนสิลูก” คนเป็นแม่มองลูกชายแล้วยิ้มขำและนึกถึงตอนเธอจะคลอดลูกก่อนจะหันไปยิ้มให้สามี“ใจเย็นนะลูก หายใจลึกๆ เดี๋ยวในห้องคลอดตื่นเต้นมากกว่านี้อีกแล้วลูกชายเราจะไหวมั้ยล่ะที่รัก” แอสตันบอกลูกชายแล้วยิ้มให้ภรรยาสุดที่รักอย่างมีความสุขที่จะได้เป็นปู่ย่าและรอลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ไปฮันนีมูนพอกลับมาขากับภรรยาอาจจะได้หลานเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ได้“ไหวครับแด๊ด”“เชิญคุณธารณ์ไปเปลี่ยนชุดด้วยค่ะ” พยาบาลสาวเปิดประตูห้องออกมาบอกสามีคนท้องเพราะธารณ์กับบุศราคับแจ้งไว้ว่าสามีจะอยู่เคียงข้างให้กำลังใจในห้องคลอดด้วย“ครับๆ..” ร่างสูงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินเข้าไปในห้องตามพยาบาลสาวเพื่อเปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปให้กำลังใจเมียสาวน้อยกับลูกน้อย
“แผล่บๆๆ แผล่บๆๆ..”“อ่าส์ มายเดียร์ หื้มม ทูนหัวของผัว อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่าคำรามออกมาด้วยความเสียวกระสันเมื่อลิ้นนุ่มปัดป่ายไล้เลียตามสองมือกำรอบแก่นกายรูดขึ้นลงจนสุดโคนวนรอบๆไปมา“แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากนุ่มกลืนกินแก่นกายอวบเข้าไปให้มากที่สุดแล้วอมดูดเบาๆจนกายแกร่งสะท้านสองมือใหญ่กำขอบอ่างไว้แน่นเพื่อความคุมตัวเองไม่ให้จับร่างเล็กมาฟัดให้จมเขี้ยวเพราะห่วงความปลอดภัยของลูกน้อย“อ่าส์ มายเดียร์ดูดแรงอีกครับ หื้มม..”“จุ๊ฟฟๆๆ แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากเล็กทั้งดูดดื่มและไล้เลียกลืนกินแก่นกายอวบใหญ่เต็มปากเต็มคำและรู้ว่าเขาอดกลั้นไว้จึงอมดูดอย่างแรงจนแก้มตอบติดกันไม่หยุดจนร่างใหญ่เกร็งกระตุกถี่ๆ“หื้มม ที่รัก พี่ไม่ไหวแล้วครับ อ้ะ อาส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าบอกคนตัวเล็กแล้วจับศีรษะของเธอก่อนจะยกสะโพกสอบเด้งเข้าใส่ปากของเธอเป็นจังหวะติดกันแล้วระเบิดความสุขใส่ริมฝีปากนุ่ม “อ่า อ้ะ โอ้วววส์...” ร่างใหญ่เกรงกระตุกสั่นสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า “ฮืมม..” ริมฝีปากเล็กคายแก่นกายอวบออกแล้วกลืนกินลาวาร้อนที่พุ่งเข้าใส่ปากของเธอจนหมดแล้วมันก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมันที่หน้าแดงก่ำเส้นเอ็
“กูว่าอย่างมึงนี่คงไม่ยากมั้งวะไอ้ก้าน จริตแพรวพราวอย่างมึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธหรอกเพื่อน” เลปกรว่าเพื่อนตัวร้ายอย่างหมั่นไส้เพราะถ้ามันเล็งใครไว้ก็รอดยาก“พูดเรื่องหลานดีกว่าว่ะ ตอนนี้จอร์แดนกับธารณ์มันนำพวกเราไปแล้วมึงไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรือไงวะ” กันดิศถามเพื่อนที่ยังเป็นพ่อพวงมาลัยเหมือนเขา“กูรอมึงนี่แหละ ถ้ามึงมีแฟนเมื่อไหร่กูก็มีเมื่อนั้นแหละเพื่อน” พงษ์พิชย์ยักคิ้วใส่เพื่อนอย่างท้าทาย“งั้นมึงหาแฟนได้เลยไอ้พิชย์ กูว่าอีกไม่นานก็จะมีแฟนแล้วว่ะ หึหึๆๆ..”“กูว่าแล้วไงล่ะ ไอ้ก้านมันหมกเม็ดจริงๆด้วย งั้นมึงพามาโชว์ตัวด้วยเดี๋ยวกูกลับบ้านแล้วจะไม่เห็นแฟนมึง” จอร์แดนบอกเพื่อนเพราะเขาอยู่เชียงรายกับลาวเป็นส่วนใหญ่และถ้าไม่มีงานเลี้ยงสำคัญเขาก็เข้ากรุงเทพเพราะหลงลูกไม่อยากอยู่ห่างจากลูกเมีย“เอาไว้คราวหน้าละกันเพื่อน กูจะพาไปแนะนำให้มึงรู้จักถึงลาวเลย”“ก็ได้ กูจะรอดูว่ามึงจะแน่แค่ไหน หึหึ..”“ไอ้พวกนี้นี่ ดูถูกกูจังนะ” กันดิศว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังและเขาคิดว่าอีกไม่นานฝ่ายหญิงก็ใจอ่อนแน่เพราะเขาเช้าถึงเย็นถึงและโชคดีที่ตำรวจสาวอยู่คอนโดเดียวกับเขาแค่ห่างกันห้าชั้นเท่านั้นแต่เพื่อ
“ขอบคุณค่ะที่รัก จุ๊บๆ..” หญิงสาวให้รางวัลสามีหนึ่งจูบแล้วถอดเสื้อคลุมอาบน้ำต่อหน้าเขาอย่างไม่อาย“มายเดียร์..” เสียงห้าวครางเบาๆมองร่างเล็กขาวอวบอิ่มเต็มมือเต็มไม้แล้วอยากจะจับมาฟาดก้นงอนๆสักสองสามเพี้ยะเพทระทำให้เขาหิว“เร็วสิคะ เดี๋ยวทุกคนรอค่ะ” เสียงหวานหันมาบอกสามีแล้วยิ้มก่อนจะแต่งตัวด้วยชุดเดรสตัวยาวสีขาวผ้าซาติเนื้อนุ่มช่วงอกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ของแบรนด์ดังและเครื่องประดับชิ้นเล็กน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มแต่งหน้าบางๆทาลิปสติกสีพีชทำให้เธอดูสวยหวานน่ารักน่าทะนุถนอม“ที่รัก..” ชายหนุ่มชี้ให้เธอดูกลางกายที่มันตึงเปี้ยะแล้วหยักไหล่“คิดลามกอยู่ล่ะสิคะ”“เห็นเมียแก้ผ้าผิวขาวจั๊วะนมแทบจะทิ่มปากไหนจะ อ่า ที่รักฆ่าพี่เถอะครับ” เขาตัวแข็งจะเป็นหินอยู่แล้ว“งั้นเดียร์ไปรอข้างหนอกนะคะ” เมื่อเห็นสายจากของเขาแล้วก็รู้ว่าตัวเองไม่น่าจะปลอดภัยจึงเดินเลี่ยงออกไปจากห้องแต่งตัว “อุ้ยย..”“ทำให้น้องชายพี่ตื่นแล้วจะต้องรับผิดชอบครับที่รัก” วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างเล็กไว้แล้วกดสะโพกดุนดันแก่นกายอวบกับบั้นท้ายกลมกลึง“ชุดยับแล้วค่ะ”“ช่างหัวชุดมันเถอะครับ”“แล้วเดียร์จะเอาชุดที่ไหนมาใส่ละคะ เดี๋ยวคืนนี้เดี
งั้นเราปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันดีมั้ยครับคุณพ่อ เดี๋ยวเราไปดวลวงสวิงออกกำลังกายกันหน่อยดีมั้ยครับ” แอสตันชวนพ่อตาไปไดร์ฟกอล์ฟที่สนามเล็กๆข้างบ้าน“ไปสิ พ่อจะถามเรื่องหุ้นของยูเอสเออีกตัวที่ตอนนี้มันกำลังขึ้นเลย” นายลิขิตก็ลุกตามลูกเขยไปไดร์ฟกอล์ฟและคุยกันไปด้วยอย่างอารมณ์ดีกุลจิรามองตามสามีกับพ่อเดินไปแล้วยิ้มอย่างมีความสุขเพราะเธออยากเห็นภาพแบบี้มานานแล้วจนคิดว่าม่น่าจะได้เห็นแต่สุดท้ายเธอก็ได้เห็นภาพพ่อพูดคุยกับสามีของเธอโดยไม่มีอคติอีกต่อไป“แม่เสียใจนะลูก ที่ผ่านมาแม่โง่มากที่ยึดเอาเกียรติยศศักดิ์ศรีมาก่อนครอบครัวไม่งั้นครอบครัวของเราคงไม่เป็นแบบนี้ แม่น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ” เธอช่างโง่มงายกับเกียรติยศชื่อเสียงจอมปลอมทำให้เวลาไปนานกว่าจะคิดได้ก็เกือบจะไม่ได้เห็นลูกหลานมีความสุขแล้ว“มันผ่านไปแล้วค่ะคุณแม่ ต่อไปพวกเราก็จะมีแต่ความสุขนะคะ” กุลจิรายิ้มให้แม่และเธอก็ไม่ได้โทษท่านเพราะรู้ว่้าพ่อแม่หวังดีแต่เธอมีคนที่รักแล้วจึงไม่สามารถทำตามความต้องการของพ่อแม่ได้เท่านั้นเพราะเธอก็ผิดเหมือนกัน“ขอบใจมากลูกที่ให้อภัยพ่อกับแม่ไม่ถือสาคนแก่กะโหลกกะลาหัวรั้นรักเกียรติยศศักดิ์ศรีมากกว่าลูก
“พี่โชคดีที่เจอมายเดียร์อีกครั้ง ถ้าไม่เข้าใจผิดคิดว่าเดียร์เป็นเด็กเสี่ยคงจีบตั้งแต่อยู่บนเครื่องตอนนั้นแล้วครับ หึหึๆๆ” ชายหนุ่มพูดถึงความหลังแล้วยิ้มมีความสุขและคิดว่าบุศราคัมเป็นเนื้อคู่ของเขาถึงได้เจอกันอีกจากนั้นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองก็คุยกันกระหนุงกระหนิงไปตลอดทางจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีนักข่าวสี่ห้าคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน“เอายังไงดีครับคุณธารณ์” สืบศักดิ์เปิดกระจกถามเจ้านายหนุ่ม“จอดแป๊บหนึ่งก็ได้ครับ ไม่งั้นพวกเขาคงจะเฝ้าทั้งวัน”สุรเดชจอดรถหน้าประตูอัลลอยใหญ่และบริเวรหน้าบ้านมีที่จอดรถสำหรับคนนอกที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้าไปในบ้านอย่างเช่นนักข่าวและป้ายชื่อบ้านตระกูลนีลล์สีทองอร่ามมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดดเด่นเป็นสง่าและมีแปลงดอกไม้หลางสีอยู่ด้านล่างสวยงามธารณ์..สวัสดีครับพี่ๆนักข่าว” เมื่อสุรเดชกดเปิดประตูสไลด์ว่าที่คุณพ่อก็โผล่หน้าออกไปทักทายนักข่าวและบุศราคัมก็ยกมือไหว้นักข่าวทุกคนนักข่าว..สวัสดีครับคุณธารณ์คุณเดียร์ พวกเราขอสัมภาษณ์สักสองสามคำถามได้มั้ยครับ”ธารณ์..ได้ครับ เชิญครับ”นักข่าว..ข่าวคุณธารณ์กับคุณเดียร์แต่งงานจดทะเบียนกันแล้วเป็นเรื่องจริงหรือเป







