ログイン“นี่เอกสาร โอ้ะ ว้ายยย!!!..” บุษราคัมไม่กล้ามองเขาเพราะท่านั่งของเขามันทำให้เห็นอาวุธของเขาชัดเจนจึงมองข้ามศีรษะขอวเขาแล้วไม่ได้มองทางเดินทำให้เธอก้าวพลาดแล้วถลาหน้าคะมำไปหาเขาแล้วจังหวะนรกของเธอก็บังเกิดเมื่อใบหน้าของเธอกระแทกหน้าท้องแกร่งของเขาล้มหงายหลังลงไปนอนบนเก้าอี้อาบแดด “เฮ้ย..อุ๊บบ..” จากที่แกล้งนักศึกษาฝึกงานเพื่อความบันเทิงทำให้เขาตกใจแล้วรับร่างเล็กไว้ไม่ทันทำให้เธอกระแทกตัวเขาจนหงายหลังแล้วหน้าอกของเธอก็กระแทกกับน้องชายของเขาและโชคดีที่ไม่ได้รุนแรง “เอ่อ..” บุศราคัมเงยหน้าขึ้นมองเขาช้าๆแล้วยิ้มแหยให้เขายังไม่รู้ตัวว่าตัวเองนอนทับเขาและยังบดเบียดหน้าอกหน้าใจกับน้องชายของเขาอยู่
もっと見るคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงตระหง่านเขาใหญ่เขตตำบลหมูสี อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา มีบ้านหลังเล็กหลังใหญ่กระจัดกระจายอยู่เชิงเขาและรอบคฤหาสน์กลังใหญ่ซึ่งเจ้าของภูเขาทั้งลูกปลูกผักผลไม้รายรอบเหมือนเป็นรีสอร์ทมีผลไม้หลากหลายชนิดผลิดอกออกผลให้เจ้าของรับประทานตลอดทั้งปี และแอสตัน นีลล์ เจ้าของไม่ได้ปลูกไว้ขายแต่ปลูกไว้กินเผื่อแผ่ญาติพี่น้องมาเยี่ยมและเก็บให้เป็นของฝากกลับบ้านด้วย และเจ้าของเป็นทายาทอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกาที่แต่งงานกับกุลจิรา อภิรมย์รังสรรค์ ภรรยาสาวชาวไทยมีลูกชายด้วยกันสองคนที่สืบทอดธุรกิจของเขาที่สร้างมากับมือและไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวที่อเมริกาเพราะที่นั่นพี่น้องของเขาเป็นคนดูแลและเขาก็รับผลประโยชน์ตามที่ควรได้แม้จะน้อยกว่าพี่น้องแต่เขาก็พอจึงลงหลักปักฐานทำธุรกิจที่เมืองไทยกับภรรยาที่เป็นลูกสาวนักการทูตชื่อดังแต่ถูกตัดออกจากตระกูลและกองมรดกเพราะเลือกแต่งงานกับเขาแทนผู้ชายที่พ่อแม่หาให้ แต่เขาสามารถเลี้ยงลูกเมียได้และเพิ่งจะดีกับพ่อตาแม่ยายได้ตอนลูกชายคนโตเรียนจบกลับบมาและช่วยกอบกู้ธุรกิจที่น้องชายน้องสาวของภรรยาทำจนเกือบจะเจ้งแต่เขาไม่ได้สนใจจะมีแต่ภรรยาดีใจที่พ่อแม่หายโกรธและยอมรับหลังจากรอคอยให้พ่อแม่ให้อภัยมานานกว่ายี่สิบปี
“กริ้งงๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่พ่อแม่ลูกนั่งดื่มกาแฟคุยกันที่ชายเรือนนั่งเล่นกินลมชมวิวธรรมชาติเขาใหญ่อย่างมีความสุขแล้วคนเป็ลูกก็ชูโทรศัพท์ของตัวเองให้พ่อแม่ดูว่าเป็นของเขา
“ครับคุณตา” เสียงห้าวรับสายของตาที่โทรมาหาเขาและไม่รู้ว่าท่านมีเรื่องอะไรก่อนจะชำเลืองมองพ่อที่แบะปากใส่ขำๆ
“ธารณ์ว่างมั้ยลูก พอดียายของธารณ์จัดงานเลี้ยงที่บ้านตาอยากให้ธารณ์มาร่วมงานน่ะจะได้แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของตากับยายนะลูก” นายลิขิตอดีตเอกอัครราชทูตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงต่างประเทศซึ่งมีผู้คนนับหน้าถือตาเพราะตระกูลของเขารับราชการและเป็นเอกอัครราชทูตมาทุกรุ่นจนมาถึงรุ่นแม่ของเขาที่มีพี่ชายคนโตเจริญรอยตามบรรพบุรุษยกเว้นแม่ของเขาที่แหกคอกมารักกับพ่อไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อแม่จับคู่ให้และเขาเองก็คงไม่พ้นเหมือนแม่เพราะทุกครั้งที่ตายายจัดงานเลี้ยงก็จะต้องเชิญเพื่อนๆและลูกหลานของเพื่อนมาร่วมงานเพื่อจะจับคู่ให้หลานๆ
“ผมไม่ว่างครับคุณตา พอดีผมมาหาพ่อแม่ที่เขาใหญ่ครับ” ชายหนุ่มตอบตาเพราะพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของพ่อและเขากับน้องชายจึงมาอวยพรให้พ่อเหมือนทุกปี
“ก็แค่งานวันเกิด แต่งานนี้ยายของธารณ์จัดขึ้นเพื่อต้อนรับเพื่อนที่มาจากญี่ปุ่นนะลูก ตาอยากให้ธารณ์กับแม่มาร่วมงานด้วย” นายลิขิตรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของลูกเขยแต่ว่าเพื่อนนักการทูตรุ่นน้องของท่านมาจากญี่ปุ่นพอดีก็อยากให้หลานชายเจอลูกสาวของเพื่อนรุ่นน้องเผื่อจะถูกตาต้องใจกัน
“แม่คงไม่ว่างเหมือนกันครับ พรุ่งนี้เราจะไปทำบุญวันเกิดของพ่อที่วัดและจะไปบริจาคของให้เด็กๆที่โรงเรียนใกล้บ้านด้วยครับ” เขารู้ว่าตาไม่ชอบพ่อเพราะพ่อหัวแข็งไม่อ่อนข้อให้ตาและแม่ยอมถูกตัดออกจากตระกูลเพื่อพ่อก็ยิ่งทำให้ตาเกลียดพ่อของเขาและไม่อนุญาติให้ไปหาที่บ้านจะมีแต่เขากับน้องชายและแม่เท่านั้นที่ท่านอนุญาติให้เข้าบ้านท่านและพ่อของเขาก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเพราะรู้ตัวว่าผิดที่ทำให้พ่อแม่ลูกมีปัญหากัน แต่ตากับยายกลับยอมรับเงินช่วยเหลือจากแม่ของเขาและเงินนั้นก็เป็นเงินของพ่อเพราะตอนนี้ตากับยายก็มีแต่เปลือกเพราะถูกลูกหลานช่วยกันผลาญจนเหลือแค่บ้านหลังใหญ่ที่อยู่นะปัจจุบันและรับเงินเดือนจากเขากับแม่
“ถ้าธารณ์ไม่มาก็โอนเงินมาให้ตาสักห้าแสนได้มั้ยลูก เพราะงานนี้ตาไม่จัดก็ไม่ได้ไม่งั้นได้อายผู้คนในสังคมแน่ๆ แล้วพ่อของธารณ์ยังเอาไปบริจาคได้แค่ให้ตาสักสี่ห้าแสนขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอกมั้ง” นายลิขิตพูดกับหลานชายเหมือนทุกครั้งหากเขาทำอะไรต้องใช้เงินเยอะก็จะขอลูกสาวหรือไม่ก็ขอหลานชาย
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้นะครับ” ชายหนุ่มขำตาแม้ปากจะบอกว่าเกลียดพ่อของเขาแต่กลับรับเงินจากพ่อของเขา
“ขอบใจมากลูก งั้นแค่นี้นะ” เมื่อได้เงินสมใจแล้วนายลิขิตก็วางสายจากหลานชาย
“รอบนี้โดนไปเท่าไหร่ล่ะเจ้าลูกชาย” แอสตันหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกาเกิดและโตที่แอลเอถามลูกชายยิ้มๆเพราะได้ยินชื่อพ่อตาเมื่อไหร่ก็ต้องเสียเงินทุกทีและแต่ละครั้งก็หลักแสนซึ่งเขาไม่ได้เสียดายเลยเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้ภรรยาต้องถูกพ่อแม่ตัดพ่อตัดลูกมากว่ายี่สิบห้าปี
“ห้าแสนครับ เห็นว่าจัดงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนมาจากญี่ปุ่นครับ” ธารณ์ เฟรดดี้ นีลล์ หนุ่มลูกครึ่งไทยเอมริกาหน้าตาหล่อเหลาคมเข้มรูปร่างแข็งแกร่งเพอร์เฟคตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไร้ที่ติไม่ว่าจะไปไหนสาวๆก็มองเหลียวหลังแต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษแต่ก็มีสาวสวยเข้าหาตลอดทำให้เตียงเขาไม่ว่างเว้นจากกิจกรรมในร่ม
“เดี๋ยวแม่โอนไปให้คุณตาเองลูก” คุณกุลจิราพูดกับลูกชายเพราะเธอมีเงินส่วนตัวมากพอที่จะดูแลพ่อแม่ตอนแก่ได้สบายและมันก็มาจากสามีนั่นแหละ
“ไม่เป็นไรครับแม่ เดี๋ยวผมโอนให้คุณตาเองครับ”
“ฮันนี่โอนให้พ่อตาสักล้านนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมเอาไปเลี้ยงคนอื่นได้แต่เลี้ยงพ่อตาแม่ยายไม่ได้อีก” แอสตันก็รู้ทันพ่อตาถึงแม้จะไม่ได้ยินแต่เขาคิดว่าพ่อตาต้องพูดกระแนะหระแหนเขาแน่นอน
“แด๊ดได้ยินคุณตาพูดเหรอครับ”
“เดาเอาลูก”
“แม่นยังกับคุยกับคุณตาเลยครับ ฮ่าๆๆ..” ธารณ์พูดแล้วหัวเราะขำพ่อกับตาเมื่อก่อนเขาอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงต้องถูกตาตัดออกจากตระกูลและตัดพ่อตัดแม่แต่พอได้ยินพ่อแม่เล่าให้ฟังเขาก็เข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจคือตาของเขา ทั้งที่พ่อแม่รักกันแต่ทำไมถึงต้องห้ามเพราะพ่อก็มีหน้ามีตามีฐานะในสังคมไม่ด้อยไปกว่าใครและยังเหนือกว่าผู้ชายที่ตาจับคู่ให้แม่อีก
“เดาแม่นขนาดนี้แม่ว่าแด๊ดของลูกไปเป็นหมอดูดีกว่าจ้ะ” คุณกุลจิราพูดกับลูกชายแล้วมองสามีอย่างหมั่นไส้เพราะแบบนี้ไงพ่อแม่ของเธอถึงไม่ชอบเขา ตอนแรกที่คบกันเขาไม่ได้บอกว่าเป็นลูกชายของมหาเศรษฐีเพราะเขาทำตัวเหมือนฝรั่งแบคแพคทั่วไปและเธอก็ไม่ได้สนใจฐานะของเขาแต่เธอชอบเขาและรักเขาเพราะเขานิสัยดีน่ารักจริงใจชอบก็บอกว่าชอบรักก็บอกว่ารักและทำให้เธอเห็นมาตลอดว่าเขามีเธอคนเดียวจึงทำให้เธอกล้าขัดใจพ่อแม่เพื่อความสุขของตัวเอง และไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รักเขาถึงแม้จะมีหน้าที่การงานดีอนาคตได้เป็นท่านทูตแต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบทำให้เธอถูกพ่อแม่ตัดออกจากตระกูลตัดขาดความเป็นพ่อแม่ลูกและตัดออกจากกองมารดกที่ตอนนี้กลวงโบ๋ไม่เหลืออะไรแล้ว แม้จะเสียใจแต่เธอก็คิดว่าตัวเองเลือกสามีไม่ผิดเพราะแอสตันดูแลเธอกับลูกๆเป็นอย่างดีมาตลอด และถ้าพ่อแม่ของเธอไม่หมดตัวก็คงไม่ยอมรับเธอกับลูกชายและตอนนี้ก็ยังไม่ยอมรับสามีของเธอ
“เป็นสามีคุณกุลดีกว่าครับ” แอสตันพูดหยอกภรรยาสุดที่รักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากว่าสามสิบปีและตอนนี้ลูกชายคนโตก็อายุ32ปีและยังไม่มีแฟนและไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษนอกจากเพื่อนกินเพื่อนนอนเพื่อนเที่ยวเท่านั้นส่วนพ่อตาก็พาลูกหลานของเพื่อนมาแนะนำให้ลูกชายทั้งสองรู้จักบ่อยๆ
“เท่าที่เดียร์มาฝึกงานอาทิตย์เดียวนี่ก็รู้แล้วว่ามันไม่ยากเลย ขนาดงานของยัยแตงไทยนั่นยังทำได้ แต่ทีหลังปฏิเสธบ้างนะไม่ใช่ว่าเขาใช้อะไรก็ทำหมดเพราะเป็นหน้าที่ของเขาหากเจ้านายรู้เขาจะลำบากและถ้าผิดพลาดขึ้นมาเขาอาจจะโทษเดียร์” ตงตงเตือนเด็กฝึกงานด้วยความหวังดีเพราะมันเคยเกิดขึ้นมาก่อนและโชคดีที่งานยังไม่ถึงเบื้องบนก็เลยรอดตัวไปและตอนนี้พนักงานคนนั้นก็ลาออกไปแล้ว“ค่ะพี่ตงตง” บุษราคัมยิ้มให้รุ่นพี่ก่อนจะมีเสียงฮือฮาเบาๆเมื่อเจ้านายหนุ่มหล่อทั้งสองเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกันและมีคนสนิทตามหลังมาด้วยก่อนจะเดินแยกมานั่งหลังห้องซึ่งอยู่แถวหลังของบุญราคัมกับรุ่นพี่ในแผนกและพนักงานสาวก็แอบมองท่านประธานหนุ่มหล่อทั้งสอง แต่นักศึกษาฝึกงานสาวของบริษัทเอทีเอ็นฯกลับมองสบตากับ้ผู้ชายต้องห้ามเขาพอดี ก่อนจะหลบตาลงมองปากกาในมือธารณ์นั่งลงคู้กับน้องชายด้านหน้ามีไมโครโฟนตั้งบนโต้ะและด้านข้างมีจอโปรเจคเตอร์ตั้งอยู่และมีเลขาของทั้งสองนั่งอยู่ฝั่งเจ้านายของตัวเอง ก่อนจะมองพนักงานฝ่ายการตลาดกว่ายี่สิบคนและสายตาของเขาก็มองเห็นแต่เด็กนักศึกษาฝึกงานที่นั่งแถวหลังชัดกว่าใครแต่คราวนี้เธอหลบตาเขา“สวัสดีครับทุกท่
“แตงเอาเอกสารไปส่งให้เลขาของท่านประธานหน่อยสิ” ปภาดาบอกพนักงานในแผนกให้เอาเอกสารไปส่งเลขาหน้าห้องของท่านประธาน“แตงติดงานอยู่ค่ะผู้ช่วย ให้น้องใหม่ไปแทนได้มั้ยคะ”“งานด่วนมั้ยล่ะ เดียร์ไปถ่ายเอกสารยังไม่เสร็จเลย” ปภาดามองเด็กฝึกงานที่ยืนถ่ายเอกสารในที่หน้าห้องส่วนรวมที่มีเครื่องถ่ายเอกสารเรียงกันกว่าห้าเครื่องเพื่อให้ทันต่อการทำงาน“แค่แป๊บเดียวเองนะคะผู้ช่วย หรือว่าเด็กของผู้ช่วยใช้ไม่ได้คะ”“งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เดียร์ไปก็ได้ แต่ที่พี่ไม่ใช้เดียร์เพราะยังไม่รู้ว่าต้องขึ้นไปติดต่อตรงไหนและต่อไปงานของใครคนนั้นก็ต้องทำไม่ใช่โยนให้เด็กฝึกงานทำให้ เพราะถ้าผิดพลาดขึ้นมาเจ้าของงานต้องรับผิดชอบ” ปภาดาพูดเสียงเฉียบขาดเพราะรู้ว่าแตงใช้ให้เด็กฝึกงานทำงานของตัวเองทุกคนเงียบกริบเพราะในแผนกก็มีผู้จัดการและผู้ช่วยที่เข้มงวดไม่แพ้กันและปภาดาถอดแบบผู้จัดการที่สอนผู้ช่วยมากับมือสามารถทำงานแทนได้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปหารุ่นน้องและอธิบายให้ฟังว่าต้องขึ้นลิฟต์ของผู้บริหารไปอีกสองชั้นก็ถึงห้องของท่านประธานบริษัทเอทีเอ็น เนชั่นแนลไทยแลนด์จำกัด.“นี่บัตรสำหรับใช้ลิฟต์จ้ะ” ปภาดาบอกรุ่นน้องแล้วยื่
ทั้งหมดคุณกันดื่มกินกันไปจนกระทั่งเที่ยงคืนก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านส่วนพงษ์พิชย์ไปส่งนางเอกสาวที่บ้านและขอให้ธารณ์ไปส่งแพรวพนิตที่แกล้งเจ็บเท้า ทำให้กันดิศต้องไปส่งศรีศราที่ให้คนขับรถมาส่งและให้กลับไปแล้วเพราะเธอจะให้ธารณ์ไปส่งแต่สู้มายาของดาราสาวไม่ได้และรู้ว่าแพวพนิตไม่ได้เจ็บเท้า“รบกวนคุณธารณ์ด้วยนะคะ” แพรวพนิตพูดเสียงหวานและคิดว่าจะต้องให้ธารณ์ไปส่งเธอถึงห้องและหลังจากนั้นก็หว่านเสน่ห์ใส่เขา แค่คิดเธอก็มีความสุขแล้ว“ไม่เป็นไรครับ แล้วคอนโดของคุณแพรวอยู่แถวไหนครับ” ธารณ์ถามดาราสาวแล้วหยุดรอรถหน้าคลับเพราะเขาส่งไลน์ไปให้คนสนิทกับภรรยามารับดาราสาวไปส่งที่คอนโดของเธอ“อยู่พระรามเก้าค่ะ แล้วคุณธารณ์จอดรถตรงไหนคะ” แพรวพนิตคิดว่าจะได้นั่งรถซุปเปอร์คาร์สุดหรูของเเขา“มาโน่นไงครับ” ธารณ์มองไปที่รถเอสยูวีสีดำสนิทของเขาที่คนสนิทเอามารับดาราสาวไปส่งที่คอนโด“เอ่อ..” แพรวพนิตมองตามไฮโซหนุ่มหล่อแล้วแอบเซ็งเมื่อเห็นรถเอสยูวีคันใหญ่สีดำแล่นเข้ามาจอดเพราะคิดว่าจะได้อยู่สองต่อสองกับไฮโซหนุ่ม“เชิญครับ เดี๋ยวคนของผมจะไปส่งคุณแพรวที่คอนโดครับ พี่เดชไปส่งคุณแพรวด้วยนะครับ” ธารณ์บอกคนสนิทที่มากับภ
“ผมเห็นข่าวคุณศราไปงานแฟชั่นมาเป็นยังไงบ้างครับ ได้กระทบไหล่คนดังแห่งเมืองปารีส” พงษ์พิชย์ชวนไฮโซสาวคุยเพราะเธอเอาแต่มองตามเพื่อนของเขา“ก็สนุกดีค่ะ ศราชอบแฟชั่นอยู่แล้วค่ะ” ศรีศราตอบพงษ์พิชย์อย่างเซ็งแต่พยายามปั้นหน้ายิ้ม“เรื่องแฟชั่นนี่ผมไม่ถนัดเลย แต่ถ้าเรื่องดื่มผมถนัดกว่าโดยเฉพาะดื่มกับสาวสวยครับ” ไฮโซหนุ่มพูดแล้วมองสาวๆที่มาเที่ยวดื่มกินในคลับหรูและส่วนมากก็คุ้นหน้าคุ้นตากัน“สมกับฉายาคาสโนว่าเลยนะคะคุณพิชย์ แล้วแบบนี้คนที่คุยด้วยไม่ว่าเหรอคะ”"ไม่ว่าครับ เราเพิ่งคบหากันยังไม่ถึงขั้นเป็นแฟนครับ"เขาคบหากับนางเอกสาวคนดังแต่ยังไม่ใช้คำว่าแฟนเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน"คุณพิชย์พูดแบบนี้ งั้นผู้หญิงคนอื่นก็ยังมีสิทธิ์อยู่น่ะสิคะ""ผมคบใครก็คบทีละคนไม่คบซ้อนครับ"“นั่นคุณเกรซนี่นาไอ้พิชย์” กันดิศบอกเพื่อาเมื่อเห็นดาราสาวชื่อดังเพื่อนสาวของเพื่อนก็มาดื่มที่นี่ด้วย“มาได้ยังไงวะ” เขาบอกเกศรินว่านัดดื่มกับเพื่อนที่นี่และชวนเธอแล้วแต่ไม่มาแล้วทำไมมาโผล่ที่นี่พร้อมกับเพื่อนได้ล่ะ“ชวนมานั่งดื่มด้วยกันสิ ดูท่าว่าจะตามมึงมาว่ะเพื่อน หึหึๆๆ..”“เดี๋ยวกูมา” พงษ์พิชย์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปหานางเอ