Masukตลาดนานาชาติ“เดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยสิเพ่ยจู ทำตัวเหมือนใกล้จะตายไปได้”“ข้าเดินมาหลายร้านแล้วนะเจ้าคะคุณหนู” สาวรับใช้วัยสิบเจ็ดพูดกับคุณหนูที่นั่งรออย่างสบายใจอยู่ในเพิงหลังหนึ่ง ปล่อยให้นางต้องเดินหาน้ำผึ้งกับเมล็ดกาแฟคั่วไปทั่วทุกร้านตั้งแต่ทิศเหนือจรดใต้ ทิศตะวันออกจรดตะวันตกอยู่คนเดียว“แล้วได้มาไหม”“ยังไม่ได้เจ้าค่ะ”“งั้นก็เดินต่อไปจนกว่าจะได้ของมา ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!”“ขอข้านั่งพักสักครู่นะเจ้าคะคุณหนู”“ห้ามพักจนกว่าจะได้ของที่ข้าต้องการ ไปสิ!” ไป๋หลานตะคอกใส่สาวใช้อย่างหมดความอดทน ไม่สนว่าใครจะผ่านมาได้ยิน เพราะพวกมันไม่ใช่ชนชั้นสูงที่นางต้องให้เกียรติ หรือกลุ่มคนที่นางต้องทำการค้าร่วมด้วย“เจ้าค่ะคุณหนู” สาวใช้ผู้ต่ำต้อยจำต้องทนฝืนความเมื่อยล้าของขาแข้ง รีบวิ่งไปจากนายสาวผู้เอาแต่ใจ…………………..กุ้ยหย่งเฟิงรีบลุกจากที่นั่งเมื่อสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลมองเห็นเพื่อนสนิทของคนที่ตั้งใจจะมาหาเดินออกมาจากบ้านของนาง“แม่นาง”“เรียกข้าหรือ..ท่านนั่นเอง” จากคำถามเปลี่ยนเป็นแปลกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายถนัดตา “ข้าชื่อปิงปิง หรือจะเรียกมะลิเหมือนที่จำปีเรียกก็ได้นะ”“แม่นางปิงปิง ข้าชื่อหย่
ไป๋หลานคลี่ยิ้มละมุน ยกน้ำชาขึ้นมาจิบตามคำเชิญ และอาศัยจังหวะนี้แอบสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ เพื่อมองหาใครบางคนที่อยากเจอแต่การกระทำอันแยบยลของนางยังไม่แยบยลพอที่จะหลบพ้นสายตาดั่งพญาเหยี่ยวของกุ้ยหย่งหมิง เขาหันไปมองชายาและเห็นว่านางก็กำลังมองหญิงสาวอยู่เหมือนกัน นางคงคิดเหมือนเขาสินะ“ถ้าเจ้าไม่รีบกลับ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ เผื่อจะได้เจอกับคุณชายเฟิง”“ท่านอ๋องน้อยไม่อยู่หรือเพคะท่านอ๋อง”“ไม่อยู่ เขาไปไหนนะยิปซี”“เขาไปตีผึ้งป่า บอกว่าจะเอาน้ำผึ้งป่ามาให้ข้าราดแพนเค้ก”แพนเค้กที่หลุดมาจากปากของพระชายากุ้ยถิงสร้างความงุนงงสงสัยให้ไป๋หลานยิ่งนัก เพราะไม่คุ้นหูกับชื่ออาหารชนิดนี้เลย แต่นางก็ยังคลี่ยิ้มวางมาดทำเหมือนรู้จัก“พระชายาชอบใช้น้ำผึ้งทำขนมหรือเพคะ” นางเดาว่าแพนเค้กน่าจะเป็นขนม เพราะถ้าเป็นอาหารจะไม่นิยมใส่น้ำผึ้ง“ก็ใช้ทำเกือบทุกอย่างนะ ทำขนม ทำยาเม็ด ใช้ผสมในน้ำชาหรือยาน้ำที่มีรสขมจัด ส่วนอ๋องน้อยเขาชอบกินแพนเค้กราดน้ำผึ้งกับกาแฟมาก บ้านเราจึงต้องมีน้ำผึ้งติดบ้านเอาไว้ตลอด”“หม่อมฉันก็ชอบดื่มกาแฟเพคะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าอ๋องน้อยก็ดื่มกาแฟเหมือนกัน”“ที่บ้านเราชอบดื่มกาแฟกันทุกคน
“เริ่มชอบแล้วใช่ไหม” ฝ่ายสามียิ้มอย่างมีชัยเมื่อสามารถทำให้ชายาสุดที่รักครวญครางด้วยความเสียวสะท้าน สะโพกสอบที่ยังเต็มไปด้วยพละกำลังไม่ต่างจากวัยหนุ่ม เริ่มบดเบียดเสียดสี กระแทกกระทั้นใส่สะโพกกลมกลึงที่แทบจะไม่ได้เสียรูปทรงไปจากสี่สิบปีก่อน“ข้าเคยไม่ชอบบทรักของท่านด้วยหรือหย่งหมิง” นางตอบเสียงกระเส่าแล้วโอบรอบลำคอแกร่งของสามีเมื่อถูกเขาอุ้มตัวลอยจากโต๊ะ “เบา ๆ หน่อยนะหย่งหมิง” รีบกระซิบบอกก่อนที่เขาจะทำรุนแรงให้นางเสียวซ่านจนเผลอครางเสียงดัง“ไม่มีใครได้ยินหรอก เจ้าก็รู้ว่าข้าสั่งห้ามทุกคนเข้ามาในเขตส่วนตัวถ้าไม่ได้เรียก” ซู้ด... อา.. เขาครางกระเส่าสลับกับคำพูด จับร่างบางที่ซอยสะโพกโต้กับสะโพกสอบไม่หยุด “ไม่มีใครรู้ใจข้าเท่าเจ้าอีกแล้ว”ไม่ว่าจะลีลารักแบบไหนนางก็สามารถโต้ตอบได้อย่างช่ำชอง แม้ในท่าที่เป็นรองแบบนี้นางก็ยังทำให้มังกรของเขาหายใจแทบไม่ออก เสียวซ่านไปทั้งแก่นและลามไปทั่วร่างกาย“ท่านอยากโลมเล้าให้ข้าเคลิ้มทำไมล่ะ” อา... นางตอดรัดเจ้ามังกรยักษ์ของเขาทั้งที่ตัวเองกำลังถูกเล่นงานจนเสียวซ่าน “ข้าเสียวมากเลยหย่งหมิง ซู้ด.. ยอดรัก..ยอดรัก ข้าไม่ไหวแล้ว อา.. ซู้ด...”“ข้าก็เหมือน
บุรุษทั้งสองต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน แล้วแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางกุ้ยหย่งเฟิงเดินออกมาได้ไม่ถึงสิบเซียะก็เดินกลับไปหาหญิงสาวอีกครั้ง“ท่านแม่ของข้าชอบใช้น้ำผึ้งทำขนม ผสมยาสมุนไพร ถ้าน้ำผึ้งของเจ้ายังไม่มีเจ้าของข้าขอซื้อได้ไหม”“แต่มันอาจจะเยอะมากเลยนะ ท่านจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยไหม”“ไม่มีปัญหา เท่าไหร่ข้าก็เอา”“ถ้าอย่างนั้นข้าขายให้ท่านก็ได้แต่ต้องตกลงราคากันก่อน ข้าขายชั่งละยี่สิบอีแปะนะ”“ไม่มีปัญหา ถ้าได้น้ำผึ้งแล้วเจ้าเอาไปส่งที่..” เขานิ่งไปชั่วอึดใจ “พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาเอาที่นี่ก็แล้วกัน”“ให้ข้าไปส่งที่บ้านของท่านก็ได้”“ไม่เป็นไร เพราะเรือนข้าอยู่ไกลจากที่นี่มาก” เขาไม่กล้าบอกว่าเป็นใครเพราะกลัวว่านางจะเปลี่ยนไป“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่พรุ่งนี้คงไม่ทันหรอก เพราะข้าต้องกรองน้ำผึ้งอีก”“แล้วจะให้มาเอาวันไหนดี”“อีกสักสามวันก็แล้วกัน”“ตกลง อีกสามวันข้างหน้า ช่วงเวลานี้ข้าจะส่งคนมาหาเจ้า”“เจ้าค่ะ”“นอกจากน้ำผึ้งแล้วเจ้ายังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่”“ท่านต้องการอะไรบอกข้ามาได้เลย ถ้าหาให้ได้ข้าก็จะหาให้”“ถ้าเจ้ามีสมุนไพรป่ามาขายข้าก็ยินดีรับซื้อนะ เพราะท่านน้า
“เอาสิ” เจี้ยนคังตอบแบบรักษาหน้า จงใจจะแกล้งเจ้านายแต่กลับผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย “ซาลาเปาหมดแล้วหรือแม่หนู” “หมดแล้วเจ้าค่ะป้าหรู แต่ข้าเก็บส่วนของท่านไว้ให้แล้ว” หญิงสาวยกหม้อนึ่งชั้นที่ว่างเปล่าออกไป ทำให้เห็นซาลาเปาที่ยังเหลืออยู่อีกหลายลูก “ของป้าหรูห้าลูกเจ้าค่ะ” “ขอบใจมากแม่หนู วันพระหน้าเก็บไว้ให้ข้าอีกนะ” หญิงชราหยิบเงินส่งให้หญิงสาวแล้วรับซาลาเปาเดินจากไป “ขอบคุณนะเจ้าคะป้าหรู” “เจ้าโกหกข้า” เจี้ยนคังหน้าตึงใส่หญิงสาวเมื่อลูกค้าของนางจากไปแล้ว “ข้าแค่ถามว่าจะเอาไหมเพราะลูกค้าขาประจำของข้ามาแล้ว ข้าพูดแบบนี้เรียกว่าโกหกตรงไหน” “เจ้า!” กุ้ยหย่งเฟิงอารมณ์ดีขึ้นเป็นกองหลังจากได้เห็นความขายขี้หน้าขององครักษ์ตัวแสบ “เจ้ายังมีซาลาเปาเหลืออีกไหม ขอซื้ออีกสักลูกได้หรือไม่เพราะข้ายังไม่อิ่มเลย” “ไม่มีแล้วนายท่าน ซาลาเปาซึ้งนี้มีคนจองเอาไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว แต่ถ้าท่านยังไม่อิ่มข้าแนะนำให้ท่านลองไปซื้อแป้งทอดร้านนั้นดู แป้งของเขามีรสชาติหวานมันอย่างลงตัว รับรองว่ากินแล้วต้องติดใจ”
“รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จักกับคนเก่งเช่นเจ้า” หย่งเฟิงทักทายกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม“ท่านปู่เคยบอกให้ข้าไปทำความเคารพท่านอ๋องและพระชายา แต่ข้าก็ผลัดมาตลอดเพราะเรื่องงาน วันนี้ท่านให้เกียรติมาถึงบ้านของเรา คราวหน้าข้าจะหาโอกาสแวะไปทักทายท่านทั้งสองบ้าง”“ด้วยความยินดีคุณหนู”“เรียกข้าว่าไป๋หลานดีกว่าเจ้าค่ะ”“ไป๋หลาน” เขาทำตามอย่างว่าง่ายอาการของหลานสาวและบุรุษหนุ่มสร้างความพึงพอใจให้ผู้เฒ่าฉียิ่งนัก เขาไม่พูดอะไรนอกจากดื่มน้ำชา ฟังทั้งสองสนทนากันไปเงียบ ๆ สักพักก็หาข้ออ้างปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง......................กระทั่งชายหนุ่มกลับไปแล้ว จึงเรียกหลานสาวให้กลับมาพบอีกครั้ง“ท่านปู่เรียกข้าหรือเจ้าคะ”“นั่งสิ”“เจ้าค่ะ” หญิงสาวนั่งลง สีหน้ามีรอยยิ้มละมุนแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก บ่งบอกให้รู้ว่าอารมณ์ของนางดีเป็นพิเศษ“เจ้าว่าคุณชายเฟิงเป็นอย่างไรบ้าง” ถามไปแล้วประมุขฉีก็พึงพอใจกับอาการขัดเขินของหลานสาว เพราะหลายครั้งที่เขาพูดถึงชายหนุ่มคนอื่นนางไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย “เจ้าชอบเขาไหม”“ข้ารู้สึกดีต่อเขาเจ้าค่ะท่านปู่”“แล้วรู้สึกดีถึงขั้นอยากแต่งงานกับเขาไหม”“ท่านปู่!
“ท่านอ๋องมีเรื่องอันใดกับเจ้าหรือหลัน” กุ้ยถิงก็นึกสงสัยเหมือนกัน จึงถามกับนางหลังจากที่สามีเดินออกไปแล้ว“ไม่รู้เจ้าค่ะ พระชายาไม่ระแคะระคายบ้างเลยหรือเจ้าคะ” สาวใช้สงสัยจนใจไม่สงบแล้ว“ไม่รู้เลย”“เช่นนั้นถ้าท่านอ๋องบอกพระชายาแล้ว พระชายารีบเรียกบ่าวเลยนะเจ้าค่ะ ตอนนี้ใจของบ่าวไม่สงบสุขเลย”“ไม่บ
“ไม่ได้หรอก” เขาส่ายหน้าช้า ๆ “ท่านใต้เท้าอย่าเอาเปรียบข้านักเลย เราต่างก็มีนายคนเดียวกัน ถือว่าช่วยเหลือกันด้วยน้ำใจไม่ดีกว่าหรือ ถ้าท่านทำไม่สำเร็จท่านก็ได้รับการคุกเข่าจากข้าเป็นรางวัลไปแล้ว จะเอาคำว่าบุญคุณมาอ้างคงไม่เหมาะ” ไม่ธรรมดา สาวน้อยท่าทางไร้เดียงสานางนี้ไม่ธรร
‘เรียนท่านอ๋อง วันนี้ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด สืบทราบแล้วจะรีบรายงาน’กุ้ยหย่งหมิงฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้งอย่างไม่ทุกข์ร้อน แล้วเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ตามเดิม “ลืมอะไรเจ้าคะ” กุ้ยถิงเห็นสามีเดินกลับเข้ามาในเรือนก็นึกสงสัย “เปล่า แต่ข้าเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว ทำอะไร” เขาตั้งคำถามเมื่อ
เห็นชายาสุดที่รักเงียบผิดปกติขณะเดินทางกลับคฤหาสน์ กุ้ยอ๋องก็อดสงสัยไม่ได้ว่านางกำลังกังวลเรื่องใด ระหว่างเรื่องลูกกับเรื่องรับอนุ“เมียรักของข้าคิดมากเรื่องอันใด บอกสามีได้หรือไม่” ภายในรถม้าที่มีเพียงเขาและนาง ไม่จำเป็นต้องเก็บงำความสงสัยไว้จนถึงบ้าน เขาดึงนางเข้ามาแนบชิด “ข้าไม่ชอบเห็นเจ้านิ่งเง







