ログインพอเริ่มดึกบรรยากาศในหมู่บ้านก็เริ่มเงียบสงบลง ทว่าบ้านของฉันยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของผู้ใหญ่ ปาร์ตี้เล็ก ๆ หน้าบ้านเกิดขึ้นหลังมื้อเย็น ทุกคนอารมณ์ดี โดยเฉพาะพ่อที่ดูจะภูมิใจเป็นพิเศษที่มีแขกจากกรุงเทพฯ มาเยือนถึงบ้าน หลังอาหารคุณย่ากับคุณแม่ของเอ็มเจขอตัวกลับโรงแรมไปพักผ่อนก่อน ขณะที่ฉันช่วยแม่เก็บจานไปล้างในครัว เสียงผู้ชายจากหน้าบ้านก็ดังเจื้อยแจ้วไม่หยุด พ่อของฉันกับคุณพ่อของเอ็มเจดูจะเข้ากันได้ดี โดยเฉพาะตอนที่พ่อยกเหล้าต้มสูตรเด็ดของตัวเองไปให้อีกฝ่ายลองชิมดูจะคุยกันถูกคอเกินคาด ฉันเดินออกไปดูก็เห็นทั้งสามหนุ่มนั่งล้อมวงอยู่บนเสื่อ แก้วเหล้าต้มวางอยู่ตรงหน้าคนละใบ เสียงหัวเราะของทั้งสามคนดังขึ้นเป็นระลอกอย่างสนุกสนาน “ดื่มเลยครับไม่ต้องเกรงใจ มีเติมไม่อั้น ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า” พ่อฉันว่าอย่างใจป้ำ หัวเราะขบขันพลางรินเหล้าใส่แก้วทุกคน “คุณพ่อนี่คอแข็งนะครับ กินไปตั้งเยอะยังดูปกติอยู่เลย” ว่าที่ลูกเขยเยินยอไม่หยุด ได้ยินอย่างนั้นพ่อฉันก็ยืดอกทันที แววตาภูมิใจเปล่งประกายเต็มที่ “เรื่องกินเหล้าพ่อไม่เคยแพ้ใคร
เช้าวันต่อมา แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามากระทบลงบนใบหน้าของผมเล็กน้อย ความอุ่นจากแสงนั้นค่อย ๆ ปลุกประสาทสัมผัสให้ผมตื่นจากห้วงนิทรา ดวงตาปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า เสียงไก่ขันแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง มันก้องกังวานแข่งกับเสียงนกตัวเล็ก ๆ ที่ร้องเจื้อยแจ้วอยู่ตามยอดไม้ อากาศสดชื่นยามเช้าในชนบทเชิญชวนให้ผมต้องรีบลุกจากที่นอนเพื่อไปสัมผัสมัน แต่เสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามขั้นบันไดทำให้ผมต้องล้มตัวนอนอีกครั้ง ผมหลับตานิ่งแกล้งทำเป็นนอนหลับ เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ขยับอยู่รอบข้าง กลิ่นที่คุ้นเคยกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ทีละนิด สงสัยฝันหวานกำลังจะเข้ามาปลุกผมในมุ้ง มือนุ่มแตะลงบนแขนผมอย่างแผ่วเบา ตามด้วยเสียงกระซิบที่อ่อนโยนยิ่งกว่าเสียงลมยามเช้า “ตื่นได้แล้วค่ะคุณชาย ว้าย!” เมื่อเธอพูดจบผมก็ดึงรั้งร่างเล็กลงมานอนกอด สอดแขนเข้าใต้คอตวัดเธอเข้ามาแนบอกทันที ไม่มีโอกาสให้เธอได้ดิ้นหนี กดจมูกลงบนศีรษะเล็กสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่กวนใจผมแทบทั้งคืนให้ชื่นใจ ฝันหวานดิ้นขลุกขลัก พยายามผลักผมออก แต่เรี่ยวแรงน้อยนิดมีห
พอเริ่มดึกเสียงแมลงก็เริ่มดังระงมไปทั่วอาณาบริเวณ บรรยากาศของบ้านหลังเล็กใต้แสงจันทร์ในยามค่ำคืนสุดแสนโรแมนติก ผมไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้มาสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ การได้นอนดูดาวอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เย็นเฉียบในคืนเงียบสงบแบบนี้ มันดีเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้จริง ๆ ผมนอนนิ่งก่อนจะค่อย ๆ หลับตาสูดหายใจเอาอากาศเย็นสบายเข้าปอด ขณะนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะสัมผัสถึงแรงสั่นไหวของแคร่ไม้ไผ่ ผมลืมตาตื่นแล้วลุกขึ้นนั่งอย่างฉับพลันเมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งนั่งลงข้าง ๆ คือพ่อของฝันหวาน แสงจันทร์ทอดเงาลงบนใบหน้าคมเข้มที่แต่งแต้มด้วยริ้วรอยตามวัย ริมฝีปากหยักหนาคาบมวนบุหรี่เอาไว้ มือหยาบกร้านล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบไฟแช็กโลหะขึ้นมา เขาดีดนิ้วโป้งเปิดฝาเสียงดังแกร๊ก ปลายนิ้วโป้งรูดจุดประกายไฟติดในจังหวะเดียว เปลวไฟสีส้มสว่างวูบสะท้อนในดวงตานิ่งเฉย คนอายุเยอะกว่าโน้มหน้าลงเล็กน้อย จ่อปลายมวนไว้ตรงเปลวไฟ ก่อนที่ปลายมวนจะลุกโชนด้วยแสงสีแดง สูบควันเข้าปอดแล้วพ่นออกมาจากทางจมูกและปาก ใบหน้าเคร่งขรึมหันมาทางผม จากนั้นก็ยื่นซองบ
ฉันพาเอ็มเจมาเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้านด้วย นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้กลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ มีแต่พวกท่านที่ไปหาฉันอยู่กรุงเทพฯ แต่นั่นมันก็นานมากแล้ว พอมาถึงหมู่บ้านก็เจอกับพวกมนุษย์ป้าที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น ฉันรู้สึกโมโหกับคำพูดของคนพวกนั้นจึงเอ่ยออกไปแบบไม่ทันคิด พอมาคิดได้ทีหลังก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ เมื่อมาถึงบ้านฉันก็โผเข้ากอดพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึง ก่อนจะแนะนำให้พวกท่านรู้จักกับเอ็มเจ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเล่าเรื่องเขาให้พ่อกับแม่ฟังคร่าว ๆ แล้ว แต่พอเข้ามาในบ้านแม่ก็รีบลากฉันเข้าไปในครัวทันที สีหน้าท่านเต็มไปด้วยความร้อนใจ พร้อมยิงคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อยากรู้อย่างรัวเร็ว ที่ผ่านมาฉันไม่เคยปิดบังแม่เลยสักเรื่อง ไม่ว่าจะดีหรือร้ายฉันเล่าให้ท่านฟังหมด เล่าแม้กระทั่งเรื่องที่ย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้ว แม่ฉันไม่ได้ว่าอะไร ท่านเข้าใจโลกยุคใหม่และมองชีวิตวัยรุ่นอย่างเปิดใจ แม้จะยอมรับแต่แม่ก็ไม่ลืมเตือนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องการป้องกัน ท่านไม่อยากให้ฉันพลาดพลั้งตั้งครรภ์ก่อนถึงเวลาอันควร “เขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แล้วพ่อแม่เขารู้เรื่องไหม”
หลังจากขอฝันหวานแต่งงาน สิ่งที่ต้องทำในลำดับต่อไปคือเดินทางไปหาพ่อกับแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เราสองคนเดินทางโดยรถไฟ ออกจากสถานีหัวลำโพงตั้งแต่ช่วงเก้าโมงเช้า ใช้เวลาราว ๆ ห้าชั่วโมงก็เดินทางมาถึงจังหวัดพิษณุโลกเกือบบ่ายสอง ความจริงผมอยากขับรถพาเธอกลับบ้านด้วยตัวเอง แต่ฝันหวานก็ดื้อดึงไม่ยอมนั่งมาด้วย เธอบอกอยากนั่งรถไฟกลับบ้านมากกว่า ประมาณว่าอยากได้ฟีลเหมือนสมัยเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ใหม่ ๆ อะไรทำนองนั้น รถไฟสายเหนือเทียบชานชาลาอย่างเชื่องช้า เสียงเบรกครูดโลหะปลุกให้ผมตื่นจากงีบสั้น ๆ ฝันหวานหันมายิ้มให้ก่อนเอ่ยเบา ๆ “ถึงแล้ว” เราสองคนก้าวลงจากรถไฟพร้อมกับสัมภาระเล็ก ๆ หนึ่งใบ จากสถานีรถไฟยังต้องต่อรถอีกหลายต่อกว่าจะถึงบ้านของเธอ ฝันหวานไม่ยอมให้ผมเช่ารถ เธอยืนยันว่าอยากนั่งรถโดยสารประจำทางเหมือนสมัยที่ยังเรียนมัธยม “นั่งรถโดยสารลมเย็นดีออก” ผมก็เลยยอมจำนนนั่งเบียดกับเธอในรถสองแถวคันเก่า เครื่องยนต์กระหึ่มลั่นฝ่าอากาศเย็น ลมปะทะหน้าแรงแต่ให้ความสดชื่น ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง รถก็ค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดที่หน้าหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่ง
ฉันหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำออกจากคอนโดของเอ็มเจทันทีที่เห็นข้อความที่เขาส่งมา เขาบอกว่าจะออกไปทำธุระโดยไม่ได้บอกว่าธุระที่ว่านั้นคืออะไร เอ็มเจเป็นแบบนี้มาสองสัปดาห์ แถมยังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ราวกับมีบางอย่างปิดบังฉันอยู่ ฉันไม่อยากเป็นคนงี่เง่า ไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงขี้ระแวงในสายตาเขา แต่เมื่อเช้าหลังจากที่ได้ยินประโยคสารภาพรักและคำขอแต่งงานที่เอ็มเจพูดกับคนในโทรศัพท์ ฉันก็เข้าใจถึงสาเหตุทั้งหมดได้ในทันที ที่แท้เอ็มเจก็มีคนใหม่แล้ว และเขาก็กำลังขอผู้หญิงคนนั้นแต่งงาน แข้งขาอ่อนแรงจนแทบก้าวไม่ออก ฉันไม่รู้ว่ารักของเรามันเริ่มจืดจางลงไปตอนไหน ไม่รู้ว่าเราไม่รักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเขากับผู้หญิงคนนั้นไปรักกันได้ยังไง สติที่หลุดลอยบวกกับความรู้สึกเจ็บหน่วงไปทั้งหัวใจ ทำให้ไม่รู้จะทำยังไงต่อดี ฉันควรอยู่ที่นี่ต่อแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หรือควรออกไปจากชีวิตเขาตั้งแต่ตอนนี้ หลังเอ็มเจออกจากห้องไปฉันก็เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น มันเจ็บหน่วงไปทั้งหัวใจราวกับถูกใครบางคนปาหินก้อนใหญ่ใส่ ฉันไม่มีหน้าอยู่ที่นี่แล้วจริง ๆ เ
แววตาที่ทอดมองแสดงออกถึงความวิงวอนอย่างเห็นได้ชัด ฉันอ้าปากออกช้า ๆ ขณะจ้องตากับเขา ส่งปลายลิ้นสัมผัสกับส่วนหัวหยักเบา ๆ ตวัดเลียน้ำสีใสที่ไหลซึมออกมาจากรูเล็กตรงปลายลำ เอ็มเจเงยหน้า เปล่งเสียงครางออกจากลำคอผะแผ่ว ฝ่ามือของเขาเคลื่อนมากำผมฉันไว้อย่างหลวม ๆ “เสียวว่ะฝัน” ฉันอ
เนื่องในโอกาสครบรอบสามปีที่ผมได้พบกับฝันหวาน วันนี้ผมจึงวางแผนเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงาน ทุกอย่างถูกเตรียมการมานานกว่า 2 สัปดาห์ โดยมีไอ้พีทกับแสนดีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยกันวางแผนและดำเนินการอย่างลับ ๆ ผมตั้งใจจะขอเธอแต่งงานตรงสะพานข้ามคลองซึ่งเป็นสถานที่ที่เราพบกันครั้งแรก สองสัปดาห์ที่ผ่านมา
ช่วงวันหยุดยาวผมชวนฝันหวานมาเที่ยวที่นครนายก เราจองลานกางเต็นท์บรรยากาศส่วนตัว ด้านหน้าเป็นวิวลำธารเล็ก ๆ ตอนแรกไอ้พีทกับแสนดีก็อยากมาด้วย แต่เผอิญว่าทางครอบครัวของแสนดีจัดทริปไปเที่ยวภาคเหนือ เธอเลยต้องเดินทางไปเที่ยวกับที่บ้าน พอไอ้พีทรู้ว่าแสนดีมาด้วยไม่ได้มันก็ไม่อยากมาซะงั้น แต่
ช่วงเที่ยง ฉันถูกแสนดีลากเข้ามาคุยในห้องห้องหนึ่ง ยัยเพื่อนซี้ไม่รอช้า รีบซักไซ้เรื่องที่เมื่อคืนฉันถูกเอ็มเจอุ้มออกจากร้านเหล้า “เล่ามาให้หมดเลยนะ ไหนบอกว่าเอ็มเจมีลูกมีเมียแล้วไง แล้วทำไมยังยอมไปกับมันอีก ฝันไม่รักตัวเองเหรอ” “ความจริงเรื่องนั้น...เราเข้าใจผิดเองน่ะ คนที่เราเห็นเม







