All Chapters of ลิ้มลองรักเพื่อน: Chapter 1 - Chapter 10

69 Chapters

บทที่ 1 ผู้ชายอันตราย

@คณะบริหารธุรกิจ “ฝันหวาน ทางนี้” หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มแบบฉบับสาวไทยเชื้อสายจีนกำลังกวักมือเรียกฉันให้เดินเข้าไปหาตรงโต๊ะหินอ่อนหน้าตึกคณะ ฉันคลี่ยิ้ม ก่อนจะสืบเท้าตรงดิ่งไปนั่งร่วมโต๊ะกับเธอ ‘แสนดี’ คือเพื่อนสนิทที่สุดของฉัน เธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านทองในเยาวราช ครอบครัวทำธุรกิจมาหลายรุ่น ฐานะดีจนไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง แต่ถึงกระนั้นแสนดีก็ไม่เคยอวดรวยหรือถือตัว “ทำไมเพิ่งมาถึงล่ะ ไหนบอกว่าจะมากินข้าวเช้าด้วยกันไง” นั่งลงยังไม่ทันไรแสนดีก็เอ็ดฉันยกใหญ่ เมื่อวานเรานัดกันไว้ว่าเช้านี้จะมากินข้าวที่โรงอาหารด้วยกัน แต่ฉันดันมาสาย “ตื่นสายน่ะสิ เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนเลย” “อย่าบอกนะว่ามัวแต่ทำรายงานให้พี่ธีจนไม่ได้นอนอีกแล้วน่ะ” ฉันยู่ปากแล้วพยักหน้าช้า ๆ ‘พี่ธีรัช’ เป็นแฟนของฉันเอง เราสองคนรู้จักกันเมื่อปีที่แล้ว เขาเป็นคนเข้ามาจีบฉัน เราคุยกันมาเรื่อย ๆ จนเมื่อหกเดือนก่อนพี่ธีก็ขอฉันเป็นแฟน แน่นอนว่าฉันตอบตกลงทันที ใครจะปฏิเสธได้ลงคอ พี่ธีทั้งหล่อทั้งเก่ง เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย แถมยังเป็นประธานชมรมกีฬาอีก
Read more

บทที่ 2 เขามีแฟน?

สิ้นน้ำเสียงดุดัน เอ็มเจก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาใครสักคนฉันนั่งนิ่งด้วยความสับสน สรุปเมื่อกี้เขาพูดกับฉันรึเปล่านะนั่งขมวดคิ้ว มองหน้าเขาอย่างไม่แน่ใจนัก จนกระทั่งได้คำตอบที่กระจ่างที่แท้เอ็มเจก็บ่นให้คนที่เพิ่งส่งข้อความมาหาเขานี่เอง และตอนนี้ดูเหมือนว่าคนตรงหน้ากำลังจะโทรไปเอ็ดคนปลายสายเรื่องไม่กินผัก“ทำไมไม่กินผักครับ แล้วอย่างนี้จะโตได้ไงล่ะคนดี”น่าแปลกที่น้ำเสียงแข็งกระด้างก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นมาทันที ถ้าให้เดา เขาคงคุยกับแฟนแน่ ๆน้ำเสียงว่าแปลกแล้ว รอยยิ้มและแววตาที่เผยให้เห็นถึงความอ่อนโยนดูแปลกยิ่งกว่า เท่าที่รู้จักและเคยเจอกัน ฉันไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของเอ็มเจเลยสักครั้งเขายิ้มเป็นเหมือนกันแฮะ“เลิกเรียนแล้วจะรีบกลับไปหานะ คิดถึงเหมือนกันครับ”สิ้นประโยคเขาก็กดวางสาย ก่อนใบหน้าจะกลับสู่โหมดดุดันอีกครั้งพีทยักคิ้วให้เพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ คล้ายกับการแซว“ต้องหวานขนาดนั้นเลยเหรอวะ”“เออ”เจ้าของใบหน้าขึงขังหันไปตอบเสียงห้วน ระหว่างที่หันกลับมาสนใจจานข้าวตัวเอง เขาก็ไม่ลืมแวะมองหน้าฉันแวบหนึ่งใบหน้าเรียบนิ่งและสายตาอ่านยากที่มองกันให้
Read more

บทที่ 3 สั่งสอน

@Nebula pupเสียงเพลงจังหวะครื้นเครงดังกระหึ่มไปทั่วผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟสีสันฉูดฉาดส่องวูบวาบเข้ากับบรรยากาศของค่ำคืนแห่งความสนุกสนานไอ้พีทมันชวนผมมานั่งแดกเหล้าในผับของรุ่นพี่ที่รู้จัก ผับนี้ค่อนข้างหรูและเลือกคนเข้ามาใช้บริการ นอกจากมีเงินแล้วหน้าตาต้องดีด้วยถึงเข้าได้ไม่รู้ไอ้เจ้าของผับมันไปเอาหลักเกณฑ์แบบนี้มาจากไหน แต่คนเข้ามาเที่ยวเสือกเยอะฉิบหายผมเอนหลังพิงพนักโซฟา สูบบุหรี่พ่นควันสีขาวออกเป็นสาย แม้ที่นี่จะห้ามสูบบุหรี่ในผับ และมีจุด Smoking area ไว้คอยบริการอยู่ด้านนอก แต่สำหรับห้องวีไอพีเป็นข้อยกเว้นก็ขนาดไอ้เจ้าของผับมันยังสูบในนี้ได้ ทำไมผมจะสูบบ้างไม่ได้ล่ะ“แค่หลานไม่ยอมกินผัก ถึงกับต้องรีบไปหาเลยเหรอวะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”ไอ้พีทมันแซวไม่เลิกตั้งแต่ในคาบเรียนแล้ว แถมมันยังเอามาเล่าต่อในวงเหล้าอีกต่างหาก เรื่องที่เมื่อเช้าพี่สาวผมส่งข้อความมาบอกว่าน้องเจ้าขา หลานสาวสุดที่รักไม่ยอมกินผัก เด็กน้อยพูดเพียงแค่ว่ารอให้น้าเจป้อนถึงจะยอมกิน ในฐานะคุณน้าที่แสนดีผมเลยต้องรีบไปหาหลานสาวก็แค่นั้น ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ไปหนักส่วนไหนของหัวมัน แม่งแซวอยู่ได้ผมนิ่วหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ใส่ไอ
Read more

บทที่ 4 หรือไม่เคยรักกันเลย

ฉันทิ้งกายลงบนเตียงขนาดเล็กภายในห้องนอน หลังจากพยายามโทรหาพี่ธีอยู่หลายรอบ นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับสายเขายังไม่ตอบกลับข้อความที่ฉันส่งไปราว ๆ สิบข้อความได้ ความจริงพี่ธีก็บอกไว้แล้วล่ะว่าวันนี้มีนัดทำงานกลุ่มกับเพื่อน อาจไม่มีเวลาตอบแชตหรือรับโทรศัพท์ แต่ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี กลัวว่าเขาจะทำงานจนไม่มีเวลาได้พัก ช่วงนี้พี่ธีทำงานหนักจนพวกเราไม่มีเวลาได้คุยกัน วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ฉันกะว่าจะชวนพี่ธีทำอาหารกินที่ห้องตามประสาคนเป็นแฟน พอคิดขึ้นมาก็พานให้ยิ้มจนแก้มปริ ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ‘ฝันดีนะคะ’ ไปให้เขา จากนั้นก็ปิดเครื่องมือสื่อสารแล้ววางมันไว้ข้างเตียงนอน ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์โคมไฟแล้วทิ้งศีรษะหนุนหมอน หวังว่าคืนนี้ฉันจะนอนหลับฝันดีเหมือนอย่างที่เพิ่งอวยพรอีกคนไป วันต่อมา วันนี้ฉันตื่นแต่เช้ามาทำข้าวผัดกะเพราหมูสับสองกล่อง กล่องหนึ่งตั้งใจเอาไปฝากแสนดี รายนั้นได้กินทีไรก็ชมทุกทีว่าฝีมือทำอาหารของฉันเยี่ยมยอดที่สุด ส่วนอีกกล่องตั้งใจเอาไว้ว่าจะเอาไปฝากพี่ธีที่คณะ พี่ธีกับฉันเรียนคนละคณะกัน ฉันเรียนอยู่คณะบริ
Read more

บทที่ 5 ง้อ

เช้าวันเสาร์ ฉันนัดกับแสนดีที่ห้างสรรพสินค้าละแวกมหาวิทยาลัย พวกเราจะไปหาซื้อชุดสำหรับใส่ไปร่วมงานวันเกิดของเอ็มเจคืนนี้ เลือกกันอยู่หลายร้านแต่ยังไม่ถูกใจสักที แสนดีจึงชวนฉันไปอีกห้างที่หรูหรากว่า เราสองคนนั่งรถแท็กซี่มาถึงภูริวัฒน์พาราไดซ์ ฉันเดินเข้าไปในห้างอย่างตื่นตาตื่นใจ ที่นี่ยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริง ๆ “ตอนเดินเข้ามาสังเกตเห็นอะไรบ้างไหม” จู่ ๆ แสนดีก็เอ่ยถามขึ้นมา นอกจากความยิ่งใหญ่ของห้างสายตาก็ไม่ได้สังเกตอะไรเลย ฉันส่ายหน้าเบา ๆ ตอบเพื่อน “ชื่อห้างไง” “ชื่อห้าง? ทำไมเหรอ” “ภูริวัฒน์ไง คุ้น ๆ บ้างไหม” ฉันย่นคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง แสนดีพ่นลมหายใจใส่ฉันพลางยกมือขึ้นมาเท้าเอวอย่างเหนื่อยหน่ายใจ “ก็นามสกุลของเอ็มเจไงล่ะ” “นามสกุลของเอ็มเจ? งั้นก็หมายความว่า...” “ใช่ เอ็มเจเป็นทายาทของภูริวัฒน์พาราไดซ์ที่มีอยู่เกือบยี่สิบสาขาทั่วประเทศ แต่ฝันไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก ปกติก็ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องนี้ พอดีเอ็มเจมันเป็นพวกอินโทรเวิร์ดน่ะ ไม่แสดงตัวแล้วก็ไม่เคยบอกใคร ถ้าพี
Read more

บทที่ 6 ภาพบาดตา

“ว้าว! สวยมากเลยฝัน” ยัยเพื่อนสนิททำตาลุกวาวพร้อมกับเอ่ยชมไม่หยุดปาก หลังจากจับฉันแต่งหน้าทำผม และใส่ชุดเดรสสีดำเว้าหลังที่เธอซื้อมาเผื่อฉันด้วย ฉันมองตัวเองผ่านกระจกเงาด้วยความตกตะลึงไม่ต่างกัน คนในกระจกดูดีมากจนไม่เหลือเค้าโครงความเป็นฉันเลย “เสียดายที่ไม่ได้ซื้อคอนแทกต์เลนส์มาด้วย” แสนดีบ่นกระปอดกระแปดเรื่องลืมซื้อคอนแทกต์เลนส์ ยัยเพื่อนซี้คงอยากให้ฉันสลัดคราบยัยเฉิ่มเชยออกให้หมดเลยมั้ง ฉันฟังไปยิ้มไปเข้าใจในความหวังดีของเพื่อน แสนดีมองนาฬิกาข้อมือ เมื่อใกล้ถึงเวลาที่นัดหมายกับพีทเธอก็ชวนฉันลงไปนั่งรอที่ล็อบบี้ด้านล่าง ฉันเดินออกจากห้องของแสนดีด้วยความรู้สึกประหม่า ใจหนึ่งก็อยากจะเดินกลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อยืดกางเกงยีนตามเดิม แต่อีกใจกลับบอกให้ตัวเองลองออกไปเผชิญโลกกว้างในลุคใหม่ดูบ้าง ชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำแนบเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนที่ปกติไม่เคยคิดอยากโชว์ มันสั้นกว่าที่เคยใส่ เว้าหลังจนรู้สึกเย็นเยือกยามลมพัดผ่าน รองเท้าส้นสูงที่แสนดีบังคับให้ใส่ก็ทำให้เดินอย่างไม่มั่นคงนัก “แสนดี เราไม่ค่อยมั่นใจเลย มันโป๊เกินไปร
Read more

บทที่ 7 ตามหา

ผมยืนกอดอกพิงกำแพงพลางถอนหายใจยาวอยู่ในห้องวีไอพีของผับ สายตาจับจ้องไปยังไอ้พีทที่กำลังยืนเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตอนนี้ภายในร้านวุ่นวายมาก งานวันเกิดเละไม่เป็นท่า แม่งไม่รู้ใครเป็นคนโทรไปแจ้งความว่าจะมีการจัดปาร์ตี้มั่วยา เอาจริงนะ ถึงพวกผมจะเหี้_ยแต่ก็ไม่เคยเล่นยาครับ อันนี้ไม่นับพี่เสือนะ ไอ้พีทยกมือไหว้นายตำรวจ ก่อนจะเดินยิ้มแหยมาทางผม “ตำรวจยอมปล่อยแค่พวกเราว่ะ ยังไงที่เหลือก็ต้องตรวจค้นตามหน้าที่” เพื่อนผมเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่ นั่นเลยทำให้มันกล้าไปเจรจากับพวกเจ้าหน้าที่ มันบอกว่าตำรวจจะปล่อยพวกผมไปก่อน ส่วนนักท่องราตรีที่เหลือยังต้องตรวจค้นตามปกติ “เดี๋ยวจะมีตำรวจพาพวกเราเดินออกทางหลังร้าน” ไอ้พีทบอกผมและแสนดี ก่อนมันจะหันไปทางพี่เสือแล้วพูดเพื่อให้เจ้าของผับเบาใจ “ไม่ต้องห่วงนะเฮีย พ่อผมเคลียร์แล้ว ตรวจไม่นานหรอก” ทันใดนั้นเองนายตำรวจคนหนึ่งก็หันมาพยักหน้าส่งสัญญาณทางสะดวก “ไปเถอะ” ไอ้พีทพยักหน้าชวนผมและแสนดี ทว่าแสนดีกลับยังกังวลเรื่องคนที่บอกว่าจะตามมาทีหลัง แต่ป่านนี้ยังไม่โผล่หน้ามา
Read more

บทที่ 8 เคยเอากับมันไหม

ฉันซ้อนมอเตอร์ไซค์เอ็มเจโดยไม่รู้เลยว่า เจ้าของรถกำลังจะพาไปที่ไหน ถามก็ไม่ได้ ถามขึ้นมาทีไรก็ทำหน้าขึงขังใส่ฉันทุกที เขาไม่เหนื่อยรึไงกันนะที่ต้องทำหน้าดุอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ ลมกลางคืนพัดปะทะร่างทำให้ฉันเผลอซุกตัวเข้ากับแผ่นหลังของเขาโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากเสื้อคลุมที่เขาสวมให้ยังติดอยู่ตรงปลายจมูก อากาศเย็นทำให้เผลอกระชับอ้อมแขนเล็กน้อย พอรู้ตัวฉันก็รีบเอาออกทันที ทว่าจังหวะนั้นเขากลับคว้าข้อมือฉันเอาไว้ให้กอดเอวเขาตามเดิม เผลอ ๆ เหมือนจะแน่นกว่าเดิมเสียอีก ขับมาได้ไม่นานรถก็มาหยุดตรงหน้าร้านสะดวกซื้อ “รออยู่ตรงนี้นะ” เขาบอกสั้น ๆ ก่อนจะก้าวลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้าน ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างผ่านกระจกใสของร้านสะดวกซื้อ เพียงไม่นานเขาก็เดินกลับมาขึ้นคร่อมรถอีกครั้ง ฉันเหลือบมองไปยังถุงพลาสติกที่เขาถือมาด้วย ถ้ามองไม่ผิดในนั้นน่าจะมีเบียร์สามกระป๋องกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด “จับดี ๆ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่เครื่องสตาร์ต ฉันทำตามโดยไม่อิดออด ก่อนรถจะทะยานออกตัวอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ฉันไม่รู้
Read more

บทที่ 9 รู้สึกคุ้นเคย

ฉันเบิกตากว้าง รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ บ้าที่สุด เขากล้าถามแบบนี้ได้ไง เราสองคนไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น “ถามอะไรของนายเนี่ย” “แค่ถามว่าเคยเอากับมันไหม เข้าใจยากตรงไหน” เขาย้ำคำถามเดิมขณะที่ฉันยังนั่งอยู่บนตัก ใบหน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งไม่เข้าใจว่าทำไมเอ็มเจถึงถามอะไรแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย “หรือเธอโดนมันตอกแล้ว” “ไม่ใช่นะ” ฉันส่ายหน้ารัว ๆ พลางปฏิเสธอย่างพัลวัน เอ็มเจจ้องหน้าฉันแล้วแค่นหัวเราะจนเกิดเสียงหึ! ในลำคอแผ่วเบา ถึงจะเบาแต่ฉันก็ได้ยินชัดเจนทั้งสองหู ฉันหันขวับไปสบตากับเขาอย่างลืมตัว เราสองคนมองตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำไมฉันรู้สึกคุ้นเคยกับสายตาคู่นี้อีกแล้ว หรือเราจะเคยเจอกันมาก่อน “มองอะไร” เสียงเข้มทำให้สติคืนกลับมา ฉันเม้มริมฝีปากแน่น กะพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะรีบร้อนลุกออกจากตักหนาแล้วขยับออกมา ยืนห่างจากเขาเล็กน้อยด้วยท่าทางเงอะงะ “เดี๋ยวฉันไปซื้อเบียร์มาเพิ่ม” “มองเห็นทางเหรอ” “เห็น” พูด
Read more

บทที่ 10 ลองจูบไหม ให้จูบฟรี

ผมพายัยซื่อบื้อมาคอนโดของตัวเอง คอนโดนี้คุณย่าทำสัญญาซื้อไว้ให้ผมตั้งแต่ยังไม่ตอกเสาเข็ม หลังจากสร้างเสร็จผมก็ย้ายออกจากบ้านมาพักอาศัยอยู่ที่นี่เพียงลำพัง เสียงสัญญาณดังขึ้นหลังจากแตะคีย์การ์ดลง ผมผลักประตูเข้าไปในห้องก่อนจะเปิดสวิตช์ไฟ หลังจากนั้นห้องสีเทาควันบุหรี่ก็สว่างจ้าขึ้นมาทันตาเห็น “เข้ามาสิ” หันไปบอกคนที่ยืนอึ้งอยู่หน้าประตู ไม่รู้จะตกใจอะไรนักหนา ทำอย่างกับว่าไม่เคยเข้าห้องผู้ชาย เธอยืนทำหน้าเอ๋อเหรอพลางกะพริบตาถี่ ๆ คนปากเก่งเมื่อกี้ยืนแข็งทื่อเหมือนไม่มีชีวิต ผมจึงกระชากตัวเธอเข้ามาแล้วปิดประตูทันที จับเธอนั่งลงบนโซฟาตัวยาว จากนั้นผมก็เดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมาหลายกระป๋อง อยากกินนักก็จัดให้ ดูซิว่าคนเก่งจะคอแข็งสักแค่ไหน “อยากกินมากไม่ใช่เหรอ จะกินเท่าไหร่ก็กินเลย คราวนี้ฉันไม่ห้ามเธอแล้ว” พูดจบผมก็หยิบกระป๋องเบียร์มาเปิดแล้วกระดกลงคอ ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม เฝ้าดูการกระทำของคนตรงหน้า ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนมือบอบบางจะยื่นมาหยิบเบียร์ไปหนึ่งกระป
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status