INICIAR SESIÓN
ลลิสานิ่วหน้า สำหรับเธอนี่ไม่ใช่เรื่องตลก คนตรงหน้าดูเคร่งขรึมจนเธอประหม่า
“คือ..”
เธอจะตอบได้ยังไงในเมื่อใจของเธอตอนนี้อยากขอให้เขาปล่อย
เพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาก็เลยขมวดคิ้ว หากแต่ยืนมองนิ่งไม่ถามไถ่ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธออึดอัด
สายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมากๆ
“ถ้าอยากจะให้ปล่อยกันไป คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”
ไม่รู้เป็นเพราะสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน หรือว่าเขากันแน่ที่ฉลาดหลักแหลมถึงได้อ่านใจออก หากเป็นอย่างหลังก็สมแล้วที่เขาเป็นมาเฟีย ถือว่าเก่งกาจในเรื่องของการมองคน ทว่าการพูดออกมาตรงๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแบบนั้น ราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อน ทั้งที่กำลังทำเรื่องไร้มนุษยธรรม กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ และทำเธอเสี่ยงหัวใจวายตาย
ฟังแล้วหดหู่ฉิบหาย
เขาเอาจริงดิ?
“แบบนี้ก็ใจร้ายกันเกินไปนะ”
“หรือว่าจะตาย ผมว่ามันก็ง่ายดี”
ง่ายกับผีน่ะสิ
ร่างเล็กชะงัก นึกไม่ถึงขนาดพึมพำเสียงเบา ต้องการให้ได้ยินแค่ตัวเอง เขายังได้ยิน ทำเอาเธอหน้าร้อนวูบวาบ ไปไม่ถูกเลยทีนี้
แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว เธอออยากลอง
“คุณ..ฉันจะไม่บอกใครจริงๆนะ”
ทว่า
กลายเป็นการสร้างแรงประหม่าเพิ่ม เมื่อความเงียบเข้าปกคลุม และเขาย้ายจุดยืนเดินไปยังโต๊ะบาร์ อ้อมไปข้างหลัง หยิบบรั่นดีราคาแพงพร้อมแก้วใบหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นบาร์เทนเดอร์บริการชงเหล้าให้กับตัวเอง ก้มหน้าก้มตาตวงส่วนผสมอยู่พัก ไม่สนใจเธอ และท่าทางที่นิ่งสงบ สุขุมนั้น กำลังทำให้เธอหวาดกลัวเขากับเธอคุยเรื่องสำคัญกันอยู่หรือไม่ใช่?
แล้วเหตุใดเหล้าตรงหน้าถึงได้สำคัญกว่าซะงั้น เขาทำแบบนี้ก็เท่ากับตัดความหวังของเธอเป็นนัยๆ
หญิงสาวหน้าเสีย ลบริมฝีปาก ใช่ เธอ..จบเห่แล้ว
ลลิสายืนเอามือถูกันไปมาอยู่หลายนาที เนื่องจากหลังชงเสร็จ และยกขึ้นมาจิบ เขานั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดูด้วย ทำราวกับเธอไม่มีตัวตน เป็นคอลลอยด์
และแน่นอนเขาปล่อยให้เป็นแบบนั้นอยู่พัก จนกระทั่งเหล้าหมด
“จุดเตาผิงเป็นหรือเปล่า”
ลลิสาเกือบจะหลับแต่กลับมาได้
“คะ?”
“ประสาทหูของคุณเสื่อมสินะ”
แต่ถ้าเป็นแบบนี้เธอว่าเธอหลับดีกว่า
“ขอโทษค่ะ คุณ..”
“อินเวร์โนครับ”
เขาบอกเชื่อเธอแล้ว เธอควรดีใจหรือไม่นะ..
“ค่ะคุณอินเวร์โน เมื่อกี้ฉันใจลอย คุณช่วยพูดอีกรอบได้ไหมคะ”
“ไปจุดไฟ”
“.......”
ร่างเล็กถึงกับชะงัก เป็นสามพยางค์ที่เปลี่ยนชีวิตกันอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ยินอะไรเลย เว้นคำว่าผิง เมื่อเขาพูดอีกครั้งสัญชาตญาณจึงสั่งให้หันไปมองเตา และหันมามองเขาอีกที ครั้งนี้พวกเขามองหน้ากัน ทว่าสายตาของฝ่ายชายนิ่งมาก จนหญิงสาวเป็นฝ่ายต้องหลบ กลบเกลื่อนท่าทางประหม่า ด้วยการเกาท้ายทอย
“เอ่อ ขอสารภาพค่ะ ทำไม่เป็น”
เธอทำไม่เป็นจริงๆ แต่ไม่คิดว่าคำตอบตรงไปตรงมาของเธอ จะทำให้เขาตึงเข้มกว่าเดิม เขาไม่ได้จ้องเธอแล้ว แต่ความเงียบที่ไม่พูดอะไรเลย ทำเหมือนกับว่าไม่ได้ถือสาอะไร ทั้งที่จริงโคตรจะเก็บทุกเม็ด ไม่คิดจะหย่อนยาน ก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
“คานโลบอกผมว่า คุณสอนครั้งเดียวก็จำ ถ้าอย่างนั้นผมจะสอนคุณ และหลังจากนี้ก็จำใส่หัวไว้ด้วยนะครับ เพราะระหว่างที่อยู่ที่นี่ คุณจะต้องทำมันทุกวัน”
ลลิสายิ้มสู้ ทำไงได้ล่ะ เอะอะก็จะฆ่า เธอยังไม่อยากตายนะโว้ย
“ยินดีจำใส่หัวค่ะ รบกวนคุณด้วยนะ”
ต่อให้ประโยคนี้ออกมาจากน้ำเสียงที่ร่าเริงใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เขารู้ว่าเธอแสร้งทำ แถมรู้ว่าจังหวะเขาปิดจอโทรศัพท์ สายตาคู่นั้นลอบมามองมาด้วย เธอคิดอะไรอยู่ เขากระตุกยิ้ม ก่อนจะจงใจโยนโทรศัพท์ลงบนเบาะโซฟาให้เธอเห็น จากนั้นก็เดินตรงไปทางเตา
“ตามมา”
ร่างสูงเดินนำไปยังเตาผิงที่ตั้งตระหง่านให้เห็นกันชัดๆ ก่อนจะเริ่มปฏิบัติให้ดู แน่นอนเธอนึกว่ากำลังเรียนอยู่กับครูที่เป็นใบ้ เพราะเขาไม่พูดกับเธอเลย แต่ส่งสัญญาณให้ตั้งใจดูแทน ตั้งแต่การเปิดแดมเปอร์ อุ่นปล่องไฟ วางเชื้อเพลิง และจุดไฟ
“ฉันต้องมาทำให้เหรอคะ มันดูง่ายมากคุณทำเองก็ได้นี่” ร่างเล็กเอ่ยทั้งที่ไม่ได้มองหน้าเขา แต่พอพูดจบแล้วหันไปมองถึงกับสะอึก “โทษค่ะ ฉันลืมตัว”
เนื่องจากสายตาที่มองกันอยู่ในตอนนี้นั้น มีความร้อนที่ระดับนำไปกว่าไฟในเตาไปซะอีก
“ต่อไปนี้มันคือหน้าที่คุณ”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
หญิงสาวพยักหน้า ตกลงอย่างว่าง่าย ใจหนึ่งก็นึกกลัว อีกใจเหนื่อยเกินกว่าที่จะท้าทาย เธอรู้ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้อยู่เฉยๆและหาทางหนีอย่างเงียบๆจะดีกว่า อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้จะฆ่าเธอตั้งแต่แรก และเธอก็เชื่อว่าคนเราจะต้องมีช่วงสะเพร่า ดังนั้นสิ่งเดียวที่ควรจะทำที่สุดคือทำให้เขาตายใจ
“มีอะไรให้สาเรียนรู้อีกไหมคะ”
เริ่มจากการเปลี่ยนสรรพนาม แทนตัวเองด้วยชื่อ เพื่อไม่ให้ดูห่างเหิน
“ไม่มี”
ไม่ใช่แค่ดวงตาที่สามารถแผดกันได้ในขณะมองมา น้ำเสียงก็ด้วยเช่นกันที่ทั้งเย็นยะเยือกและเย็นชาไม่ต่างจากหิมะ
“ถ้าอย่างนั้นสาขออาบน้ำได้ไหมคะ”
“ต่อไปนี้คุณต้องทำงานแลกข้าว”
เธอลืมไปว่าคำขอของเธอนั้นไร้ความหมาย หลังจากมันถูกเมินมาหลายครั้ง เขาไม่ได้ตอบเธอไม่พอ เปลี่ยนคำถามอีกด้วย
ลลิสาลอบถอนหายใจ
“ยังไงคะ”
“อาหารของคุณทุกมื้อ คุณต้องทำงานแลก อยากกินของดีก็ต้องทำงานให้ดี”
“และถ้าไม่อยาก..”
“ก็แค่อดตาย” ถึงกับสำลัก “การเป็นอยู่ที่ดีของคุณขึ้นอยู่กับความขยันของคุณ”
บางทีเธอก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะใจร้ายกับเธอทำไม การหลงทางมาเจอเขาฆ่าคน ความผิดของใครกัน เธอใช่ไหม? หรือเพราะไม่ฆ่าก็นับว่าเป็นบุญคุณ ดังนั้นการทำงานแลกข้าวเพื่อมีชีวิตอยู่คือการทดแทน และแน่นอนว่าจะได้เก็บความลับของเขาด้วย ส่วนเขาก็มีคนใช้เพิ่ม
เยี่ยม!
“ถ้าอย่างนั้นสาขอถามหน่อยได้ไหมคะ”“ครับ”“สาผิดอะไร”ความเงียบเข้ามาปกคลุมเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้ไม่นาน เขาแค่นหัวเราะ จ้องนิ่งเข้ามาในม่านตาเธอ ถึงขนาดสะท้อนหน้าของเธออยู่ในม่านตาเขา “คุณไม่ได้ผิด แต่คุณพลาด” จ้องเขม็งมองมา ตาไม่กะพริบ “พลาดที่เลือกเชื่อใจคนผิด”“คุณหมายถึงผู้จัดการสาเหรอ เรื่องนั้นยอมรับว่าช็อคอยู่เหมือนกัน แต่คิดอีกทีมันก็คือการกระทำของคนเลว สาไม่สามารถโกรธคนเลวได้ เพราะมันเสียเวลา อีกอย่างสาอยู่ที่นี่กับคุณ จะทำอะไรเขาได้”“ผมยังไม่ได้จ่ายเงินคุณ”หญิงสาวพยักหน้า“ค่ะ สาทราบ จะต้องขอบคุณด้วยหรือเปล่า”“ก็แล้วแต่สะดวกครับ”จ้า!“ว่าแต่จะมีโอกาสได้ใช้มันไหม”“ได้ครับ ทำไมจะไม่ได้” เธอเกือบจะยิ้มอยู่แล้วเชียว ติดตรงที่ว่ามันยังมีต่อ “ถึงไม่ได้ใช้ที่นี่ก็ได้ใช้ที่อื่น เรายังต้องไปอีกหลายที่ อีกหลายประเทศ”“สรุปว่า ฉันจะต้องตายไปพร้อมกับคุณสินะคะ”“ไม่ครับ คุณอาจตายก่อน ถ้าเกิดตุกติก ขึ้นอยู่ที่คุณจะหาเรื่องใส่ตัวอีกไหม”หญิงสาวคว่ำปาก เสมองไปทางอื่น เริ่มจะเกลียดขี้หน้าไอ้หมอนี่ขึ้นมาจริงๆแล้วแต่พอฉุกใจคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องหันมาอีกครั้ง ก่อนจะชะงักเ
ลลิสานิ่วหน้า สำหรับเธอนี่ไม่ใช่เรื่องตลก คนตรงหน้าดูเคร่งขรึมจนเธอประหม่า“คือ..”เธอจะตอบได้ยังไงในเมื่อใจของเธอตอนนี้อยากขอให้เขาปล่อยเพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาก็เลยขมวดคิ้ว หากแต่ยืนมองนิ่งไม่ถามไถ่ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธออึดอัดสายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมากๆ“ถ้าอยากจะให้ปล่อยกันไป คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”ไม่รู้เป็นเพราะสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน หรือว่าเขากันแน่ที่ฉลาดหลักแหลมถึงได้อ่านใจออก หากเป็นอย่างหลังก็สมแล้วที่เขาเป็นมาเฟีย ถือว่าเก่งกาจในเรื่องของการมองคน ทว่าการพูดออกมาตรงๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแบบนั้น ราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อน ทั้งที่กำลังทำเรื่องไร้มนุษยธรรม กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ และทำเธอเสี่ยงหัวใจวายตายฟังแล้วหดหู่ฉิบหายเขาเอาจริงดิ?“แบบนี้ก็ใจร้ายกันเกินไปนะ”“หรือว่าจะตาย ผมว่ามันก็ง่ายดี”ง่ายกับผีน่ะสิร่างเล็กชะงัก นึกไม่ถึงขนาดพึมพำเสียงเบา ต้องการให้ได้ยินแค่ตัวเอง เขายังได้ยิน ทำเอาเธอหน้าร้อนวูบวาบ ไปไม่ถูกเลยทีนี้แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว เธอออยากลอง“คุณ..ฉันจะไม่บอกใครจริงๆนะ”ทว่า กลายเป็นการสร้างแรงประหม่าเพิ่ม เมื่อความเงียบเข้า
สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้ แถมความว่างปนเหงาเพราะไม่มีโทรศัพท์การนั่งจ้องมองสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอในปัจจุบัน จนเห็นวิวัฒนาการของมันทั้งหมดจนจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่รอมร่อ จนกระทั่ง.. ก็อก ก๊อก ก๊อก บานประตูห้องของเธอถูกเคาะ เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ใครอื่นแน่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้วไปเปิดอย่างว่าง่าย ภาพที่เห็นคือคานโลเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ไปแล้ว ส่วนเธอยังคงสวมชุดเดิม แถมมอมแมม “เขาให้มาตามแล้วเหรอ” “ครับ ตามผมมา” ลลิสาพยักหน้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั่นแต่โดยดี ระหว่างเธอแวะชมบรรยากาศข้างทางไปด้วย ตอนนี้รอบนอกคือหิมะเบาบาง และมีโปรยลงมาเล็กน้อย โชคดีที่ชุดของเธอเนื้อผ้าหนา จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเท่าไหร่ หากจะรู้สึกก็คงเป็นใจขอ
ลลิสาไม่มีเวลาให้อึ้งนาน ตอนนี้ชีวิตของเธออยู่ในขั้นตอนของการเปลี่ยนที่จะเกิดได้ทุกเมื่อ ตามผู้นำของเธอ คือคานโลซึ่งรับคำสั่งมาจากนายเขาอีกทีมาถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำเขานั้นเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร รู้แค่เป็นคนที่ลึกลับและมีอิทธิพลมาก ไม่อย่างนั้นการเดินทางของพวกเขาคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้หลังจากทานมื้อเที่ยง และรอจนมืดค่ำ เธอก็ถูกเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากราชวังเก่าเป็นเรือเร็วที่ทำจากไม้ฮอกกานีขัดเงาวับและกันกระสุนทั้งเรือ แล่นออกจากประตูลับมุ่งหน้าสู่เรือส่วนตัวที่อยู่นอกเขตตรวจการณ์ของตำรวจน้ำ แน่นอนว่าเธอถูกซ่อน ไม่มีโอกาสได้คิดหาวิธีหนีรอดต่อมาคือการเดินทางไกล รู้เพียงว่าเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังที่ไหนสั่งแห่งที่เธอยิ่งไม่รู้จัก อีกทั้งเป็นช่วงกลางดึกซึ่งเธอมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากไฟดวงเล็กจากบ้านพลเรือนและตึกสูงหลายชั้นทว่าที่เธอนั่งอยู่นั้นสูงกว่าใช้เวลานานพอสมควรก็ถึงจุดจอด คือบนภูเขาลานลับในเขตที่ดินส่วนตัว ซึ่งอาณาเขตตรงจุดยืนคาบเกี่ยวอยู่สองประเทศ โดยหากต้องการจะข้ามพรมแดนนี้ไปอีกพรมแดนใช้การเดินรถเพียงไม่กี่อึดใจและตอนนี้เธออยู่ในรถกับใครคนหนึ่งที
เพราะเอาแต่ตะโกนทั้งที่ลำคอแห้งผาก ลลิสาจึงเกิดอาการไอจนตัวงอ เธอหมดแรงส่งเสียงตั้งแต่ครั้งที่สาม เพราะร่างกายอ่อนแรงเกินจะไหว ก่อนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ในเวลาต่อมา แอด..ผ่านไปครึ่งค่อนวัน ประตูห้องนั้นถูกเปิดออก ปล่อยลำแสงภายนอกเข้ามาเจิดจ้ากระทบผิวเนียนถัดไปทางขาวซีดลลิสาผงกศีรษะขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นคานโลจึงหายจากอาการงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง “คุณคานโล..”เสียงแหบพร่าผลจากการขาดน้ำมานานเกินไปเรียกชื่อ ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้ตอบสนอง ทว่าคลี่ยิ้มบางๆ ประหนึ่งมาพบเจอใครคนหนึ่งที่นัดหมายกันเอาไว้ ไม่ใช่ถูกมัดหลังติดเก้าอี้อยู่แบบนี้ ท่าทางนั้นเลือดเย็นซะจนน่ากลัว“นายส่งผมมาเจรจา”ไม่พอเสียงพูดก็เย็นชาอีกด้วย “นายของคุณคือคนที่ถือดาบคนนั้นใช่ไหม”แต่แล้ว..เพียงแค่เธอเอ่ยประโยคนี้ ราวกับว่าแสงที่เจิดจ้าบ่งบอกช่วงเวลาเที่ยงวันดับวูบหายไป สายตาตวัดมองมา ไม่เหมือนเขาคนเมื่อวาน“ปกติคุณเป็นคนปากพล่อยแบบนี้เหรอครับ”เมื่อรู้ว่าพลาดไปแล้ว เธอไม่ควรถามเขาตรงๆจึงเม้มปากแน่น และรู้ทันทีว่านี่คือสาเหตุทำให้เธอถูกมัดแบบนี้“มะ ไม่ ปกติไม่ปากพล่อย ฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้าน และถ้ามีคนสั่งว่าไม่ให้พู
เปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทมาทั้งคืนผลจากความเหนื่อยล้า ค่อยๆเปิดขึ้นในช่วงเช้าของอีกวัน หากเป็นความฝันที่ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน ก็ควรจะจบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา แต่นี่..กึก!จากตาปรือที่งัวเงียจะต้องสู้รบกับแสงแดดสาดส่องผ่านช่องลมประตูเข้ามา คือค่อยๆเปิดตาขึ้นก่อนจึงจะถูก บัดนี้ข้ามขั้นตอนนั้นเป็นเบิกกว้างชนวนเหตุเพราะเสียงไม่เป็นมิตร และความอึดอัดจากการถูกพันธนาการแทน ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มโดดเด่นความแพรวพราวจากน้ำหล่อเลี้ยงคล้ายตาแมวที่ใครต่างเห็นเป็นต้องตกภวังค์ ยามนี้ได้เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก หลังเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นหลังกวาดมองไปรอบ แล้วก้มลงมองตัวเอง ชุดราตรีกำมะหยี่ที่ยับเยินไม่ต่างจากผิวหน้า เครื่องตกแต่งประทินโฉมเมื่อคืนหมดอายุการใช้งานไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไหลมากองรวมกัน โดยเฉพาะที่เขียนตา มาสคาร่า และอายไลเนอร์ ทำเธอเป็นผีบ้าดีๆนี่เอง และเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ทำให้ใจหายวาบเท่ากับโซ่ตรวน ใช่ เธอถูกมัด!ในห้องที่เคยหรูหรา ทว่าปัจจุบันเก่ากึก ลำคอระหงของเธอแห้งผาก ขยับเขยื้อนเป็นระยะเนื่องจากการกลืนของก้อนเจ็บ เธอรู้สึกกระหายน้ำขั้นรุนแรง ไอ้ที่หิวข้าวก่อนหน้านี้ไม่ม







