LOGINเขาปรากฏตัวขึ้นพร้อมพายุร้าย... เพื่อพรากทุกสิ่งไปจากเธอ เมื่อมัจจุราชผู้ทรงอิทธิพลจับตัวเธอมาลงทัณฑ์เพราะเชื่อว่าเธอคือสิบแปดมงกุฎที่ทำร้ายน้องชายของเขา สัญญาทาสสุดเร่าร้อนจึงเริ่มต้นขึ้น แต่กว่าจะรู้ตัวว่าแก้แค้นผิดตัวหัวใจก็ตกเป็นของเธอไปเสียแล้ว เปิดม่านอาณาจักรลับของเหล่าผู้ทรงอิทธิพล กับซีรีส์ดราม่าโรมานซ์สุดเข้มข้น "The Empire"
View Moreพายุฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งราวกับฟากฟ้ากำลังพิโรธ หยาดน้ำเม็ดใหญ่สาดซัดกระทบหลังคาและหน้าต่างกระจกของเรือนรับรองจนเกิดเสียงดังกึกก้อง ทว่าความน่ากลัวของธรรมชาติกลับเทียบไม่ได้เลยกับรังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของชายที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง ‘นำทางไปสิ...’ น้ำเสียงทุ้มพร่าของโรมยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่จับสมาร์ตโฟนสั่นระริกจนแสงไฟฉายที่สาดออกไปเบื้องหน้าแกว่งไปมา หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวออกจากการกักขัง ทว่าแผงอกแกร่งราวกับกำแพงหินผากลับขยับตามมาประชิดจนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่ทะลุผ่านเนื้อผ้า “เชิญทางนี้ค่ะ” พิมพ์มาดาเค้นเสียงตอบ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความหวาดกลัวออกมาให้เขาเห็น หญิงสาวเดินนำเขาฝ่าความมืดมิดของล็อบบี้ออกไปยังระเบียงด้านนอก ลมกรรโชกแรงหอบเอาละอองฝนสาดเข้ามาจนเดรสผ้าป่านสีครีมของเธอเริ่มเปียกชื้น เธอหยิบร่มคันใหญ่ที่วางเตรียมไว้ในตะกร้าหน้าประตูขึ้นมากาง แต่ออกแรงดันเพียงนิดเดียว ลมพายุก็แทบจะพัดเอาร่มและร่างบอบบางของเธอปลิวไปตามลม
“เรียบร้อยค่ะ นี่กุญแจห้อง” พิมพ์มาดายื่นกุญแจทองเหลืองที่มีพวงกุญแจไม้สลักชื่อ ‘เรือนไม้หอม’ คืนให้พร้อมกับบัตรเครดิต “เดี๋ยวฉันจะให้เด็กยกกระเป๋า...” “ไม่ต้อง” โรมตัดบททันที “ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามกับของส่วนตัว คุณนั่นแหละ เป็นคนนำทางผมไปที่ห้อง” “คะ? แต่ว่าฉัน...” เปรี้ยง!! ยังไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธ เสียงฟ้าผ่าก็ดังกึกก้องกัมปนาทจนสะเทือนไปทั้งตึก ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออก แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบติดดับอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับวูบลงโดยสิ้นเชิง ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วทั้งล็อบบี้ในชั่วพริบตา เสียงพายุฝนด้านนอกสาดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะล้างบางทุกสิ่ง พิมพ์มาดาหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอเกลียดความมืด เกลียดเสียงฟ้าร้อง หญิงสาวถอยหลังกรูดตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับตู้เอกสารด้านหลังอย่างแรง “โอ๊ย!” ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง พิมพ์มาดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวข้ามเคาน์เตอร์เข
ใบหน้าคมสันที่ราวกับถูกสลักจากหินอ่อนนั้นไร้ซึ่งรอยยิ้ม นัยน์ตาสีเหล็กคู่คมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างประเมินค่า ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างบอบบางของหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ‘เธอดูไร้เดียงสากว่าในรูปถ่าย...’ นั่นคือสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของมัจจุราชหนุ่ม โรมหรี่ตาลงเล็กน้อย พินิจพิเคราะห์ดวงตาโตกลมที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ท่าทางหวาดกลัวและสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำนั้นช่างแนบเนียนจนน่าปรบมือให้ ถ้าเขาไม่ได้เห็นหลักฐานการโอนเงินห้าสิบล้านบาทเข้าบัญชีของเธอด้วยตาตัวเอง เขาคงจะหลงเชื่อไปแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าคือแม่เนื้อทรายผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง “ที่นี่คือบ้านอิงดาวใช่ไหม” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจและมนตร์ขลังเอ่ยขึ้น มันก้องกังวานฝ่าเสียงลมพัดแรงจนพิมพ์มาดารู้สึกสะท้านไปถึงกระดูกหลัง “ชะ...ใช่ค่ะ ดิฉันพิมพ์มาดา เป็นเจ้าของที่นี่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณ...” พิมพ์มาดาพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น มือเล็กกำสายสะพายกล้องแน่นเพื่อเรียกความกล้า “รเมศ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกชื่อตัวเองสั้นกระชับพลางก้าวเดินเข้
ท้องฟ้าเหนือเทือกเขาตะนาวศรีในบ่ายวันจันทร์ดูหม่นเศร้าผิดปกติ กลุ่มเมฆฝนสีทะมึนก่อตัวหนาทึบจนบดบังแสงอาทิตย์ที่ควรจะเจิดจ้า ลมกรรโชกแรงหอบเอาความชื้นและกลิ่นดินโชยเข้าจมูก เป็นสัญญาณเตือนจากธรรมชาติว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า เสียงใบไม้เสียดสีกันดังระงมราวกับเสียงคร่ำครวญของป่าไม้ที่รู้ซึ้งถึงมหันตภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามา “พิมพ์มาดา” หรือ “พริ้ม” หญิงสาววัยยี่สิบสองปี เจ้าของร่างบอบบางในชุดเดรสผ้าป่านสีครีมสะพายกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ยืนหยุดนิ่งอยู่ตรงระเบียงไม้ของเรือนรับรอง ดวงตากลมโตที่เคยสดใสและเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความหวัง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความอ่อนล้า เธอทอดสายตามองไปยังพื้นที่โดยรอบของ ‘บ้านอิงดาว รีสอร์ต’ ด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจ ใจหนึ่งก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยของอาคารไม้เก่า ๆ แต่อีกใจหนึ่งที่หนักอึ้งยิ่งกว่ากลับเป็นตัวเลขในบัญชีธนาคารและใบแจ้งหนี้ที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะทำงาน “คุณพริ้มคะ! พายุท่าจะเข้าหนัก ลุงหมายบอกว่ากิ่งไม้ใหญ่หลังเรือนไม้หอมหักลงมาทับรั้วแล้วค่ะ” เสียงของป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่ที่เปรียบเสมือนญาติผ