LOGIN
สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้
แถมความว่างปนเหงาเพราะไม่มีโทรศัพท์การนั่งจ้องมองสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอในปัจจุบัน จนเห็นวิวัฒนาการของมันทั้งหมดจนจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่รอมร่อ
จนกระทั่ง..
ก็อก ก๊อก ก๊อก
บานประตูห้องของเธอถูกเคาะ เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ใครอื่นแน่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้วไปเปิดอย่างว่าง่าย ภาพที่เห็นคือคานโลเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ไปแล้ว ส่วนเธอยังคงสวมชุดเดิม แถมมอมแมม
“เขาให้มาตามแล้วเหรอ”
“ครับ ตามผมมา”
ลลิสาพยักหน้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั่นแต่โดยดี ระหว่างเธอแวะชมบรรยากาศข้างทางไปด้วย ตอนนี้รอบนอกคือหิมะเบาบาง และมีโปรยลงมาเล็กน้อย
โชคดีที่ชุดของเธอเนื้อผ้าหนา จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเท่าไหร่ หากจะรู้สึกก็คงเป็นใจของเธอกระมังที่ร้อนๆหนาวๆ ขณะก้าวเดินทอดน่องตามไปเรื่อยๆ กระทั่งหยุดอยู่ตรงบานประตูที่มีสัตว์ดุร้ายอยู่ข้างในนั้น
และเธอก็คล้ายเหยื่อที่ถูกส่งเข้าโรงเชือด
“นะ นายไม่เข้าไปเหรอ”
ใจหายวูบก็ตอนร่างสูงผู้นำทางไม่ยอมเดินตามมา แต่ผลักประตูให้ หลังเคาะขออนุญาตเป็นที่เรียบร้อย
“ไม่ครับ นายให้พาคุณมาส่ง แล้วให้ผมไปคุมคนต่อ”
พอพูดจบเขาก็เดินไปเลย ทิ้งเธอเอาไว้คนเดียว หญิงสาวมองตามเตรียมจะตะโกนเรียกเขา ไม่ทันได้ขยับปาก มีเพียงมือที่ยื่นออกไปคว้าอากาศข้างหน้า เมื่อฉุกคิดได้ว่าไม่ควรทำแบบนี้ ถ้าคนในห้องไม่พอใจขึ้นมาจะเกิดเรื่องเอาได้ สู้ทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปอย่างปกติจะดีกว่า เผื่อเขาจะเหมือนตอนแรกที่เจอกัน
แอด..
มือบางผลักประตูเข้าไป ก่อนจะชะงักเมื่อภาพนี้เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสองวันก่อน เหมือนกันชนิดที่ว่าตอนนี้เขาก็นั่งหันหลังให้
“ฉันมาแล้วค่ะ”
สาวเจ้าเอ่ยเสียงเบา จากนั้นก็มองหาเก้าอี้ว่าง แน่นอนว่าเธอรออีกประโยคหนึ่งของเขา คือบอกให้เธอนั่ง ทว่า..
ฟึ่บ!
ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อเขาลุกขึ้นยืนและหมุนตัวมาประจันหน้ากับเธอ
“ลลิสา..” ความตื่นเต้นผุดขึ้นมานับแต่นั้น “ยินดีต้อนรับสู่นรกภูมินะครับ”
ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ แต่เสียงทุ้มต่ำฟังแล้วชวนขนลุกนั่นด้วยที่ทำให้เธอยืนตัวแข็งทื่อ ว่าแต่ประโยคตอนท้ายเขาพูดว่าอะไรนะ สาวเจ้าจิตหลุดตั้งเรียกชื่อเธอเลยไม่ได้ยิน
“.....”
“เงยหน้าขึ้น”
ปกติเธอเป็นคนที่ปากแจ๋วใช้ได้เลย ไม่รู้ทำไมพอมาอยู่ต่อหน้าเขาเหมือนแมวเชื่องๆทุกที
“ค่ะ”
ลลิสาทำตาม ช้อนตาจากการหลุบต่ำขึ้นมามอง ส่วนหน้าก็เงยขึ้นตามทีหลัง พอเห็นใบหน้านั่นชัด ลมหายใจถึงกับสะดุด
คำถามที่วนเวียน คือเขาจริงๆใช่ไหมที่เอาดาบแทงร่างคน แบบว่าแทงจนทะลุแล้วเอาเท้าถีบยันอีกที
เขาดูไม่ใช่
ในใจเธอเถียงหัวชนฝา ทว่าสมองที่มีภาพจำเหล่านั้นนั้นกลับเป็นพยานว่าเป็นความจริง
“ทำอะไรเป็นบ้าง”
ร่างสูงตรงหน้าหล่อชะมัด หล่อชนิดที่ว่าไม่มีอยู่จริง ใบหน้าเย็นชา นัยย์ตาเยือกเย็น ผมสีดำขลับ ผิวขาวดุจแวมไพร์ นี่มันเจ้าชายหิมะชัดๆ
“ยังอยู่ไหม”
“.........”
“ตายแล้วเหรอ”
“หะ หา..”
“ก็ยังไม่ตายนี่ แล้วทำไม ไม่ตอบคำถาม”
แต่ปากหมาเอาเรื่อง
เหมือนกันเลย ทั้งลูกน้อง ทั้งเจ้านาย
ให้ตาย!
เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ
ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ
ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็
“เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค
บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท
“มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น
ย้อนเวลากลับไป ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาก่อนที่เหนือเมฆจะถูกส่งไปเรียนต่อที่เมืองนอกไม่กี่วัน เขาลืมรถบังคับเอาไว้ในห้องทำงานของผู้เป็นพ่อจึงเดินกลับขึ้นไปเอา เป็นห้องทำงานบนดาดฟ้าที่เต็มไปด้วยหนังสือพัฒนาตัวเองมากมาย จนเกือบจะกลายเป็น...ห้องสมุด ทว่าทันทีที่เอาของเล่น แต่ไม่ท
ในขณะที่เหนือเมฆคุยโทรศัพท์เขาก็มองเจ้าของชื่อไปด้วย ลลิสาได้ยินเสียงแว่วออกมาจากสายแม้จะไม่รู้พูดถึงเรื่องอะไร แต่เกี่ยวกับเธอแน่นอน “มีอะไรเหรอ?” หญิงสาวถามตอนที่สายถูกวาง ทว่าคิ้วหนาของเหนือเมฆยังคงผูกเข้าหากันเป็นปม “จำเพื่อนเหนือที่ชื่อเจนได้ป่ะ เ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชายหญิงสองคนเพื่อนสนิทกำลังนั่งจ้องหม้อต้ม ที่ข้างในมีเส้นมาม่า และควันโขมงลอยฟุ้งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อย หากแต่พวกเขาต้องรอให้อุ่น เพราะไม่ถนัดกับการกินของร้อนสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเส้นที่จะต้องซู้ดเข้าปากเท่านั้นถึงจะอร่อย ส่วนใหญ่จะถนัดก็แต่บรั่นดี ไม่ก็ไวน์ชั
หลังกลับมาจากบ้านของอาคีราและพะแพง ลลิสาก็เลือกที่จะอยู่เพนท์เฮาส์แทนที่จะกลับบ้านของตัวเอง เนื่องจากยังไม่อยากเจอหน้าพ่อ แม้ว่าจะคิดถึงแม่มากๆ “จะเอาไงต่อ” ตอนนี้เธอมีเหนือเมฆอยู่เป็นเพื่อน นั่นเพราะเขาสนิทกับเธอมากที่สุด เรื่องบางเรื่องบางอย่างก็ละเอียดอ่อนเกิน







