Home / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 12 เจ้าชายหิมะ

Share

บทที่ 12 เจ้าชายหิมะ

last update publish date: 2026-03-11 19:39:00

       

            สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้

            แถมความว่างปนเหงาเพราะไม่มีโทรศัพท์การนั่งจ้องมองสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอในปัจจุบัน จนเห็นวิวัฒนาการของมันทั้งหมดจนจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่รอมร่อ

            จนกระทั่ง..

            ก็อก ก๊อก ก๊อก

            บานประตูห้องของเธอถูกเคาะ เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ใครอื่นแน่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้วไปเปิดอย่างว่าง่าย ภาพที่เห็นคือคานโลเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ไปแล้ว ส่วนเธอยังคงสวมชุดเดิม แถมมอมแมม

            “เขาให้มาตามแล้วเหรอ”

            “ครับ ตามผมมา”

            ลลิสาพยักหน้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั่นแต่โดยดี ระหว่างเธอแวะชมบรรยากาศข้างทางไปด้วย ตอนนี้รอบนอกคือหิมะเบาบาง และมีโปรยลงมาเล็กน้อย

            โชคดีที่ชุดของเธอเนื้อผ้าหนา จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเท่าไหร่ หากจะรู้สึกก็คงเป็นใจของเธอกระมังที่ร้อนๆหนาวๆ ขณะก้าวเดินทอดน่องตามไปเรื่อยๆ กระทั่งหยุดอยู่ตรงบานประตูที่มีสัตว์ดุร้ายอยู่ข้างในนั้น

            และเธอก็คล้ายเหยื่อที่ถูกส่งเข้าโรงเชือด

            “นะ นายไม่เข้าไปเหรอ”

            ใจหายวูบก็ตอนร่างสูงผู้นำทางไม่ยอมเดินตามมา แต่ผลักประตูให้ หลังเคาะขออนุญาตเป็นที่เรียบร้อย

            “ไม่ครับ นายให้พาคุณมาส่ง แล้วให้ผมไปคุมคนต่อ”

            พอพูดจบเขาก็เดินไปเลย ทิ้งเธอเอาไว้คนเดียว หญิงสาวมองตามเตรียมจะตะโกนเรียกเขา  ไม่ทันได้ขยับปาก มีเพียงมือที่ยื่นออกไปคว้าอากาศข้างหน้า เมื่อฉุกคิดได้ว่าไม่ควรทำแบบนี้ ถ้าคนในห้องไม่พอใจขึ้นมาจะเกิดเรื่องเอาได้ สู้ทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปอย่างปกติจะดีกว่า เผื่อเขาจะเหมือนตอนแรกที่เจอกัน

            แอด..

            มือบางผลักประตูเข้าไป ก่อนจะชะงักเมื่อภาพนี้เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสองวันก่อน เหมือนกันชนิดที่ว่าตอนนี้เขาก็นั่งหันหลังให้

            “ฉันมาแล้วค่ะ”

            สาวเจ้าเอ่ยเสียงเบา จากนั้นก็มองหาเก้าอี้ว่าง แน่นอนว่าเธอรออีกประโยคหนึ่งของเขา คือบอกให้เธอนั่ง ทว่า..

            ฟึ่บ!

            ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อเขาลุกขึ้นยืนและหมุนตัวมาประจันหน้ากับเธอ

            “ลลิสา..” ความตื่นเต้นผุดขึ้นมานับแต่นั้น “ยินดีต้อนรับสู่นรกภูมินะครับ”

            ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ แต่เสียงทุ้มต่ำฟังแล้วชวนขนลุกนั่นด้วยที่ทำให้เธอยืนตัวแข็งทื่อ ว่าแต่ประโยคตอนท้ายเขาพูดว่าอะไรนะ สาวเจ้าจิตหลุดตั้งเรียกชื่อเธอเลยไม่ได้ยิน

            “.....”

            “เงยหน้าขึ้น”

            ปกติเธอเป็นคนที่ปากแจ๋วใช้ได้เลย ไม่รู้ทำไมพอมาอยู่ต่อหน้าเขาเหมือนแมวเชื่องๆทุกที

            “ค่ะ”

            ลลิสาทำตาม ช้อนตาจากการหลุบต่ำขึ้นมามอง ส่วนหน้าก็เงยขึ้นตามทีหลัง พอเห็นใบหน้านั่นชัด ลมหายใจถึงกับสะดุด

            คำถามที่วนเวียน คือเขาจริงๆใช่ไหมที่เอาดาบแทงร่างคน แบบว่าแทงจนทะลุแล้วเอาเท้าถีบยันอีกที

            เขาดูไม่ใช่

            ในใจเธอเถียงหัวชนฝา ทว่าสมองที่มีภาพจำเหล่านั้นนั้นกลับเป็นพยานว่าเป็นความจริง   

            “ทำอะไรเป็นบ้าง”

            ร่างสูงตรงหน้าหล่อชะมัด หล่อชนิดที่ว่าไม่มีอยู่จริง ใบหน้าเย็นชา นัยย์ตาเยือกเย็น ผมสีดำขลับ ผิวขาวดุจแวมไพร์ นี่มันเจ้าชายหิมะชัดๆ

            “ยังอยู่ไหม”

            “.........”

            “ตายแล้วเหรอ”

            “หะ หา..”

            “ก็ยังไม่ตายนี่ แล้วทำไม ไม่ตอบคำถาม”

            แต่ปากหมาเอาเรื่อง

            เหมือนกันเลย ทั้งลูกน้อง ทั้งเจ้านาย 

            ให้ตาย!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ล่ามเมีย    บทที่ 162 หักโหม

    มาเฟียร่างยักษ์ในคราบพยาบาลดัดเสียงเล็กเสียงน้อยจนฟังดูน่าขนลุก เขาเข็นรถเข้าไปจอดข้างเตียงวสุ วสุที่กำลังขวัญผวาอยู่แล้ว ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นหน่วยก้านของบุรุษพยาบาลคล้ายๆกับคนร้ายที่ซ้อมเขาเมื่อคืน “เดี๋ยวๆ คุณพยาบาลครับ ผมว่าหน้าพวกคุณคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน” “เคยเหรอครับ? เห็นที่ไหนครับ? ปกติพวกผมทำงานอยู่โรงพยาบาล เข้ากะควบกะซะส่วนใหญ่ หรือว่าคุณผู้ป่วยมาโรงพยาบาลบ่อยๆ เลยเห็น” พูดจบเขาก็กระแทกชามโจ๊กข้าวกล้องงาดำลงบนโต๊ะอาหารเสียงดังปัง จนน้ำในชามกระฉอก “ตายแล้ว ทำไมกิริยาหยาบคายแบบนี้ล่ะจ๊ะ โรงพยาบาลระดับห้าดาวจริงหรือเปล่าเนี่ย” แม่ของลลิสาโวยอารมณ์เสีย “ขออภัยครับคุณผู้หญิง พอดีพวกผมเพิ่งย้ายมาจากแผนกห้องดับจิต มือเลยหนักไปหน่อย ปกติใช้เข็นศพ พลิกร่างอาจารย์ใหญ่ครับ” หนึ่งในนั้นหันไปโค้งคำนับให้หล่อนแบบกวนๆ ก่อนจะหันมามองวสุด้วยสายตานิ่งลึกพลางหยิบมีดปอกผลไม้เล่มยาวออกมา พร้อมกับแอปเปิ้ลลูกหนึ่ง วสุเห็นถึงกับหน้าซีดเผือด ส่วนลลิสาปิดปากกลั้นขำ เธอเดินมายืนข้างเตียงแกล

  • ล่ามเมีย    บทที่ 161 หยอดน้ำข้าวต้ม

    ลลิสาผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว ภาพที่เพื่อนร่วมงานของเธอนอนเป็นผักอยู่บนเตียงทำให้พวงแก้มของเธอร้อนผ่าว ทั้งเห็นใจและสงสาร แต่อีกมุมก็นึกสมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าสามีของเธอจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ เฝือกขา เฝือกแขน ...และเฝือกคอ ฮะ! “น้องสา มาแล้วเหรอครับ” วสุทำเสียงอ่อนแรงอ้อนพลางชี้ไปที่เฝือกแขน “ดูสภาพพี่สิ น่าอายชะมัด” ลลิสาวางกระเช้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินกอดอกเข้าไปยืนข้างเตียงแล้วมองคนนอนอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางกลั้นขำ “โถ...คุณวสุ สภาพเหมือนไปฟัดกับรถสิบล้อมาเลยนะคะเนี่ย แขนหักเลยเหรอ?” “ไม่ใช่รถสิบล้อหรอกครับน้องสา พวกมันมากันสามคน ดักซุ่มเจตนากระทืบพี่ใต้ถุนคอนโด...อาการหนัก หมอบอกต้องพักเป็นเดือน” วสุฟ้องชุดใหญ่ “ผมว่าต้องเป็นไอ้พวกมาเฟียคู่อริธุรกิจแน่ๆ ช่วงนี้ได้ข่าวว่ามันริษยาพี่ที่ได้ดี หรือไม่ก็...” “หรือไม่ก็...ดูจากสภาพสาว่าไม่แน่ คุณวสุอาจเดินซุ่มซ่ามไปเหยียบเปลือกกล้วยของใครแล้วล้มใส่ก้อนหินเองหรือเปล่าคะ” สาวเจ้ารีบขัดคอขำๆ หน้าตาย “เพราะว่าถ้าเป็นมาเฟียจริ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 160 หึงโหด

    ณ ลานจอดรถใต้ดิน คอนโดมิเนียมหรูของวสุ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบ คนหลังพวงมาลัยถอนหายใจพรืด หลังหนีไม่พ้นความคิดบางอย่างที่ผุดเข้ามา ...ลลิสานี่รับมือยากอยู่เหมือนกัน เธอดูเย่อหยิ่ง แต่เขาก็เข้าใจดีเพราะเธอเป็นคนสวย ทว่า..เพียงแค่เริ่มต้นใจเขาก็แป้วเสียแล้ว ชายหนุ่มเปิดประตูรถก้าวลงมา ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงลิฟต์ เงาสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีเข้มก็ก้าวออกมาจากมุมมืด ดักหน้าและล้อมหลังเขาไว้ทันที “พวกคุณ..เป็นใคร มาดักพบผมมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” วสุถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง แต่ยังคงรักษาความสุภาพ ไม่มีคำตอบเป็นคำพูด มีเพียงหมัดหนักๆ ที่พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของเขา แรงของมันซัดร่างที่คิดว่าแข็งแรงแล้วเซถอยไปไกลและกระแทกเข้ากับเสาปูน ก่อนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นในความเงียบ ผัวะ! อั้ก! “โอ๊ย!” วสุกุมท้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความจุก เมื่อโดนลูกถีบเข้าไปกลางลำตัว ชายสองคนเข้ามารวบตัวเขาไว้ไม่ให้ขัดขืน ขณะที่หัวหน้าชุดเดินเข้ามาใกล้ แล้วใช้ปลายรองเท้าหนังขัดเงาเ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 159 ทักทายกันหน่อย

    ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างขวาง มีเพียงเสียงล้อรถเข็นไฟฟ้าที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนหยุดตรงริมหน้าต่างบานใหญ่ เหมันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนทอดสายตามองออกไปด้านนอก ขาทั้งสองข้างของเขาที่ไร้ความรู้สึกถูกคลุมทับไว้ด้วยผ้าขนสัตว์เนื้อดี แม้ร่างกายท่อนร่างจะขยับไม่ได้ แต่บารมีและความน่าเกรงขามรอบตัวของเขากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย เหมันต์ยังคงแข็งแกร่ง มีเพียงขาที่เดินไม่ได้เท่านั้นคือตัวถ่วง ทว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ จะต้องกลับมาเดินให้ได้ในสักวัน ยิ่งรู้ข่าวนี้ก็ยิ่งต้องทำให้ได้ มีผู้ชายคนอื่นมาเข้าใกล้เมียของเขา! หลังโทรศัพท์จากบอดี้การ์ดที่ประเทศไทยโทรมารายงาน พร้อมไฟล์ภาพถ่ายมากมายที่มีหน้าของเธอและชายคนอื่นเด่นหรา นั่นเป็นชนวนทำให้เขาโกรธจัด ภาพของลลิสา หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจและกรงขังของเขา กำลังก้าวขึ้นรถไปกับวสุ ชายคนนั้นที่กำลังดูแลเอาใจใส่จนออกนอกหน้าเกินคำว่าเพื่อน รอยยิ้มหวานของลลิสาที่สมควรจะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเปิดเผยต่อหน้าชายอีกคน มอบให้เห็นอย่างง่ายดาย แววตาของมาเฟียร้ายมืดครึ้ม

  • ล่ามเมีย    บทที่ 158 พาร์ทเนอร์คนใหม่

    เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภายในเพนท์เฮาส์ เงียบเชียบกว่าที่เคย ลลิสาวางกระเป๋าเดินทางลงกับพื้น เสียงสะท้อนของมันยิ่งขับเน้นความอ้างว้าง เนื่องจากเพิ่งจะผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน จากอิตาลีกลับมาถึงผืนแผ่นดินไทย ร่างกายเหนื่อยล้า แต่หัวใจกลับว้าวุ่นยิ่งกว่า เธอนั่งลงบนโซฟาตัวเก่า มองดูโทรศัพท์ในมือที่ถืออยู่ ก่อนจะกดปุ่มโทรออกหาเขา สัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับ “สาถึงไทยแล้วค่ะ” (ครับ) เสียงทุ้มต่ำของเหมันต์ตอบรับสั้นๆ แต่อบอวลไปด้วยกระแสอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ลลิสากำโทรศัพท์แน่นขึ้น ความคิดถึงจุกอยู่ที่อก เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะปิดเปลือกตา “คิดถึงคุณจัง..เหมันต์” สุดท้ายปลายสายก็เงียบตาม กว่าจะเอ่ยประโยคสั้นๆออกมาใช้เวลาอยู่พัก

  • ล่ามเมีย    บทที่ 157 จากลารอบสอง

    ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว แม้การจากลาครั้งนี้จะเป็นเพียงการเดินทางไกล พวกเขาสามารถเจอกันได้อีก ไปมาหาสู่กันได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในอกของคนทั้งสองลดน้อยลงเลย “ผมไปส่งที่สนามบินนะ” เสียงทุ้มของร่างสูงบนรถเข็นดังขึ้น ความโศกเศร้าและความหมองหม่นฉายในแววตาอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงกอดความคิดที่ว่า เธอเป็นหญิงหม้ายที่สูญเสียสามี และการเดินทางกลับเมืองไทยในครั้งนี้คือเป็นการกลับไปทำงานที่บ้านเกิดของเธอ ร่างเล็กหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เธอยอมฝืนทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้เสียใจที่ต้องเดินทาง ทั้งอันที่จริงแบกความคิดถึงเขาอยู่เต็มอก “ไม่ต้องหรอกค่ะ” ลลิสาตอบเสียงเรียบพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ “คุณไม่สะดวก อีกอยากไม่อยากให้ไปอยู่ตรงคนเยอะๆด้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status