Masuk“กลับไทยครั้งนี้มารินควรเปิดโลก” ขณะเดินออกจากสนามบิน โนนาคิดว่าเพื่อนควรเปิดโลกทัศน์ จะได้เห็นว่า 2 ปี ที่ไม่ได้กลับไทย มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
“เปิดโลกอะไร”
“เปิดโลกบาร์โฮสต์ดีไหม”
“จะบ้าเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก”
“สักครั้งในชีวิต”
“ไม่”
“จำได้ว่าลูกพี่ลูกน้องของมารินเปิดบาร์โฮสต์ไม่ใช่เหรอ ถือโอกาสจัดงานวันเกิดเลยก็ได้ เปิดหูเปิดตาบ้าง เผื่อจะได้เจอเนื้อคู่ที่แม่หมอบอกไง”
“เนื้อคู่ในบาร์โฮสต์เนี่ยนะ”
“แม่นแล้ว”
“บ่ๆ บ่แม่น” เพื่อนเว้าอีสานใส่ มารินก็ตอบกลับด้วยภาษาอีสานเช่นกัน
“อย่าให้ต้องบังคับนะ”
โมนาไม่ละความพยายาม ถือคติ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ในที่สุดก็สามารถโน้มน้าวให้มารินเลี้ยงฉลองวันเกิดอายุครบ 23 ปี ที่บาร์โฮสต์ได้
คอนโดมิเนียม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
“เซอร์ไพรส์ อุ๊ย! โดนเซอร์ไพรส์เองซะงั้น” มารินตั้งใจจะเซอร์ไพรส์น้องสาวฝาแฝด แต่ตัวเองกับโดนเซอร์ไพรส์เสียเอง เมื่อ มิรา หนึ่งวารี อยู่กับหนุ่มหล่อทายาทบริษัทเดินเรือรายใหญ่ ที่มีสำนักงานทั่วโลกกว่าร้อยแห่ง
“กลับมาทำไมไม่บอกก่อน” มิราดีใจต่อการมาของพี่สาวฝาแฝด
“เซอร์ไพรส์ไง ไม่คิดว่าจะเซอร์ไพรส์เสียเอง”
“พูดอย่างกับไม่รู้จักคลื่นอย่างนั้น” คลื่น รักสมุทร เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของมิรากับมาริน
“คิดถึงจังเลย” มารินแกล้งโผเข้าหาคลื่น
“ทางนี้” มิราดึงชุดสวยด้านหลังของพี่สาวฝาแฝดให้กลับมาหาตัวเอง
“มีหวงด้วย” มารินหันกลับมาโอบกอดมิราด้วยความคิดถึง 2 ปีที่ต้องห่างกัน ติดต่อกันผ่านสื่อโซเชียล เธอเรียนปริญญาโทด้านการบริหารโรงแรมจากประเทศอังกฤษ ในขณะที่มิราเรียนหมอตามที่ตั้งใจที่นี่
สองพี่น้องพูดคุยกันให้คลายความคิดถึง มารินยังไม่ให้มิราบอกน้องชายว่าตนกลับมาแล้ว ด้วยอยากเซอร์ไพรส์
บาร์โฮสต์ (Bar Host) สถานให้บริการมอบความสุขเปรียบดังแดนสวรรค์ของคนเหงา โดยมี “โฮสต์หนุ่ม” ผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีคอยเอนเตอร์เทน และคอยเซอร์วิสแบบแนบชิด แลกกับการต้องจ่ายเงิน “ซื้อดริ้งค์” เปย์ให้ฉ่ำเพื่อแลกกับค่ำคืนอันสุดแสนหฤหรรษ์
Elysia ที่แห่งนี้คือสวรรค์ของความสุข ความสนุก และความผ่อนคลาย
แสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่อลังการ และเพียงโฮสต์หนุ่มหมายเลข 58 ที่พกความหล่อขั้นเทพกับรูปร่างสุดเพอร์เฟคมาด้วยปรากฏตัว ก็เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากผู้คนเฉพาะกลุ่มซึ่งมีความพึงพอใจที่ใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุข รักสนุก ต้องการผ่อนคลาย หรือเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ก็ต้องเคารพกติกา ไม่บังคับฝืนใจ ให้เกียรติ ไม่ใช่จะเหยียบย้ำโฮสต์หนุ่มให้รู้สึกต่ำต้อย หรือมองเป็นเพียงทาสไว้ระบายอารมณ์
การประมูลโฮสต์หนุ่มเริ่มต้นขึ้น บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก และไนล์คือผู้สร้างตำนาน 5,000 ดื่ม มูลค่า 1,850,000 บาท กลายเป็นตัวท๊อปของ Elysia เพียงข้ามคืน และแน่นอนว่า หากใครอยากได้ตัวท็อปของร้านไปเอาอกเอาใจ ก็ต้องสู้ราคาประมูล
“ไนล์แม่งโคตรเจ๋ง” วิคเตอร์ไม่คิดว่าเพื่อนจะฮอตปรอทแตกเพียงนี้ ต้นไม้ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
“ถ่ายไปให้ไฟท์เตอร์ดูความฮอตของเพื่อนหน่อย” ต้นไม้ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไนล์ส่งไปให้ไฟท์เตอร์ที่กลับบ้านอัมพวาดู
“ทีเด็ดงานเลี้ยงวันเกิดพี่มารินอะไรดีนะ” ฟ้ากับฝนกำลังช่วยกันคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้พี่มารินยังไง โดยลืมนึกไปว่าน้องชายอย่างวิคเตอร์ก็นั่งอยู่ด้วย
“อะไรๆ ทำไมวิคไม่รู้ว่าพี่มารินจะจัดงานวันเกิดที่นี่” วิคเตอร์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่สาวจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่บาร์โฮสต์ของฟ้ากับฝน
“พี่มารินกลับมาเมื่อไรก่อน” สิ่งที่ทำให้ต้นไม้แปลกใจยิ่งกว่าคือพี่มารินกลับจากอังกฤษเมื่อไร
“เออใช่ พี่มารินกลับมาตั้งแต่เมื่อไร”
“ต้นไม้ไม่รู้ไม่เท่าไรนะ วิคเตอร์เป็นน้องชายพี่มารินจริงป่ะเนี่ย”
“เป็นน้องชายที่ถูกลืมเหรอ” สีหน้าและน้ำเสียงของฝนยียวนวิคเตอร์ยิ่งนัก
“เกิดเป็นวิคเตอร์ช่างน่าสงสาร ไม่เคยหล่อในสายตาน้องๆ พี่สาวก็ลืมอีก” วิคเตอร์ตัดพ้อชีวิตอันน่าเศร้าของตัวเอง บีบน้ำตาร้องไห้กระซิกๆ
“ดราม่า แต่น้ำตาไม่มี” ฝนเบ้ปากใส่คนมารยา
“ต้องดราม่าน้ำตามาเต็มสิ” วิคเตอร์เถียง
“ก็มึงตีบทไม่แตก ไม่มีน้ำตาสักหยด มาๆ กูช่วย” ต้นไม้ใช้ปลายนิ้วปิดปลายหลอด แล้วหยดน้ำเปล่าใส่ตาวิคเตอร์จะได้มีน้ำตาสมบทบาท
“เด็กวิศวะเขาเล่นกันแบบนี้เหรอ ปัญญาอ่อนดี” ฟ้าว่า โตจนป่านนี้ยังเล่นกันเป็นเด็กๆ
“ยัยหมูแคระ”
“หุ่นดีขนาดนี้มาเรียกหมูแคระ เดี๋ยวปั้ด” ฟ้ากับฝนง้างมือเตรียมทุบวิคเตอร์
“หยุดเลย ยิ่งไม่สู้คนอยู่ เอาธีมงานวันเกิดพี่มารินมาดูสิ” วิคเตอร์จับมือที่ง้างสูงของฟ้ากับฝนลง
เมื่อวิคเตอร์กับต้นไม้รู้เรื่องจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของพี่มารินแล้ว ก็ช่วยกันเสนอไอเดีย
วิคเตอร์กลับคอนโดฯ และทำเป็นไม่รู้ว่าพี่มารินกลับจากประเทศอังกฤษแล้ว เมื่อเปิดประตูเข้าไปคนเป็นพี่ก็ออกจากที่ซ่อนแล้วกระโดดกอดด้วยความคิดถึงและดีใจ
ในวันเกิดอายุครบ 23 ปี ของมารินกับมิรา ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นกับครอบครัวในช่วงกลางวัน และในยามราตรี มิราไปดินเนอร์กับคลื่น ส่วนมารินก็ปรากฏกายในชุดเดรสสีแดงสุดเซ็กซี่ที่ Elysia
“คนที่บอกว่าไม่อยากมาหายไปไหนแล้วนะ” โมนาแซวเพื่อนที่ปล่อยตัว ปล่อยใจ ไปกับความละลานตาของโฮสต์หนุ่มที่ทั้งหล่อ สุภาพ และเอาใจเก่ง แต่ก็ยังไม่มีใครมานั่งด้วย
“พูดแบบนี้กลับแล้วนะ”
“พี่มารินอย่าเพิ่งกลับนะ ต้องจุ่มโฮสต์ก่อน ฟ้ากับฝนอุตส่าห์เตรียมไว้ให้” ได้ยินพี่มารินบอกจะกลับ ฟ้ากับฝนก็รีบห้าม
“โฮสต์ต้องซื้อดริ๊งค์ไม่ใช่เหรอ ส่วนจุ่ม ก็ต้องจุ่มArt Toy สิ” แม้จะไม่เคยเที่ยวสถานที่แบบนี้ แต่มารินก็รู้ว่าต้องจ่ายค่าดื่มให้กับโฮสต์หนุ่ม ส่วนจุ่มก็ต้องเป็นกล่องสุ่ม Art Toy ที่เธอคลั่งไคล้เมื่อสมัยวัยเยาว์
“อันนั้นเขาไว้ให้เด็กๆ จุ่มกัน โตแล้วก็ต้องจุ่มโฮสต์”
“ไอเดียเก๋กู๊ดมาก” โมนาชอบไอเดียของฟ้ากับฝน
“เหมาหมดไม่ได้เหรอ Art Toy ยังยก Box ได้เลย” วันเกิด และเปิดโลกบาร์โฮสต์ครั้งแรก มารินขอเหมาโฮสต์ทั้งหมดที่น้องเตรียมไว้ให้
“ไม่! ของดีมีเพียงหนึ่งเดียว” ฟ้าไม่ยอมให้พี่มารินเหมาโฮสต์ที่เตรียมไว้
“แหมๆๆ แค่หยอกเล่นหรอก”
“คือถ้าได้จริงไม่เอา?” ฝนลองเชิง
“เอา!!” มารินหัวเราะอารมณ์ดี ก่อนเสียงดนตรีระทึกใจจากบนเวทีที่มืดมิดจะดังขึ้น และทันทีที่แสงสว่างส่องไปก็ปรากฏกล่องขนาดความสูงกว่า 2 เมตร จำนวน 6 กล่อง
“คล้องได้แล้ว อุ้มกลับบ้านเลยละกัน” ทัชอุ้มกระต่ายน้อยน้ำมนต์ จะเอากลับบ้านทันที“ไม่ได้ๆ เอาหนูกลับบ้างไม่ได้ ให้คุงพ่อยิงโป้งใฉ่แตกเยยนะ” น้ำมนต์ดิ้นกระแด่วๆ ในวงแขนแข็งแรง ร้องโวยวาย ข่มขู่“คุณพ่อดุซะด้วย”“ดุมาก กลัวแน่”“กลัวจังเลยครับ กลัวๆ” ทัชแสร้างทำเป็นกลัวคำข่มขู่นั้น“กลัวก็ปล่อยหนูยงเยย เย่งเป็งเด็กไปได้ หนูทำงางหาตังค์อยู่นะ” น้ำมนต์ตำหนิคนพี่“ผมผิดไปแล้วครับ ขอโทษครับที่เล่นเป็นเด็ก” ทัชวางเด็กหญิงตัวน้อยที่เพิ่งพบกันครั้งแรก แต่ก็หลงความน่ารักได้ไม่ยากลง สำนึกผิดไม่ทันเลยทีเดียว“พี่เกมมาเป็นคนขายบ้างเลย” น้ำเสียงกรุ่นโกรธเพราะถูกแกล้ง และต้องการจะเอาคืนให้คนพี่รู้ความรู้สึกของตัวเองบ้าง“ถ้าเพียงออคล้องพี่ได้ต้องเอาพี่กลับบ้านที่อัมพวาด้วยนะครับ”“ไม่เอากลับหรอก เปลืองข้าว” ความเคืองโกรธทำให้เพียงออพูดไปแบบนั้น“ชัดเจน จบแบบเจ็บๆ” เกมแทบกระอักเป็นเลือดกับคำพูดสุดร้ายกาจของกระต่ายน้อยเพียงออเพียะ!!เพียะ!!ฝ่ามือของพิชชี่ตีเข้าที่ต้นแขนของทัช และฝ่ามือของโซดาฟาดใส่ต้นแขนของเกม จากสีหน้าของกระต่ายน้อยทั้งสามก็รู้ว่าถูกเพื่อนๆ ของพวกเธอแกล้ง“แกล้งอะไรคนสวยกัน”“ฉมหน้
สองคุณแม่ต้องไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเป็นแบบแขนยาวกันยูวี กางเกงสปอร์ตสองชั้น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้เล่นน้ำ“แบล็คเวลส์กับแมกซ์เวลส์ไม่ชวนพี่นะโมไปไหนบ้างเหรอคะ” มารินถามลูกชาย“ไม่ครับ” เสียงดังฟังชัดแน่วแน่“นะโมไปเที่ยวสวนสัตว์สิคะ มีสัตว์น่ารักๆ เยอะแยะเลย ให้แบล็คเวลส์กับแมกซ์เวลส์พาไป”“นะโมรู้ ถ้านะโมไป คุณแม่ก็แต่งตัวโป๊ๆ อีก”“ชอบแต่งตัวโป๊กัน ต้องให้ลูกดุ” แบล็คเวลส์หรี่ตามองคนเป็นแม่ เผลอเป็นต้องใส่ชุดโชว์ผิวเนื้อเนียน“คุณป๊าจะตามใจคุณมี้แบบนี้ไม่ได้นะครับ ต้องหัดห้ามบ้าง ไม่ใช่ให้ลูกต้องคอยจัดการตลอด” แมกซ์เวลส์ต่อว่าคนเป็นพ่อ ที่ต้องโดนลูกหลงไปด้วย ข้อหาตามใจแม่มากเกินไป“ครับ” คำเดียวเท่านั้นที่ไนล์จะขอตอบลูกชาย ไม่เช่นนั้นโดนบ่นหูชากว่านี้แน่นอน “เปลี่ยนชุดแล้วก็ไปถ่ายรูปกันต่อได้เลยครับ” เมื่อเปลี่ยนชุดที่พวกตนพอใจแล้ว ก็อนุญาตให้เล่นน้ำได้“มีลูกเหมือนมีพ่อ” มารินกระซิบกับโมนา“ผัวยังไม่หวงขนาดนี้”“ได้ยินนะครับ” สามลูกชายจอมหวงแม่บอกเป็นเสียงเดียวกัน ไม่มีแววล้อเล่นอยู่เลยมารินกับโมนาหันไปยิ้มแหยให้ลูกชาย ก่อนจะไปถ่ายรูป โดยที่ไนล์ยังคงเป็นตากล้องเดนิสกับน้ำมนต์นอนกอดก
“น้องนะโมะมานี่” เดนิสกวักมือเรียกน้ำมนต์“ไม่ไปหยอก” คนถูกเรียกกอดอกหน้างอเง้าบ่งบอกว่าไม่พอใจสุดๆ“ไม่มาหยอ ไม่เย่งด้วยแปกพังปีเยยนะ” คนเรียกเท้าเอวไม่ได้ดั่งใจ พร้อมข่มขู่“ไม่เย่งด้วยแปกพังชาติไปเยย” คำขู่ไม่ได้ผล ถ้าเรียกกันแบบนี้ไม่ต้องเล่นกันแปดพันชาติไปเลย แค่แปดพันปีมันน้อยไป“...น้องคงฉวยมานี่” เดนิสใช้ความคิดเพียงครู่ จึงเรียกน้ำมนต์อีกครั้ง“คงฉวยมาแย้ว มาแย้วๆ” ความขุ่นเคืองพลันหาย แทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้าง รีบลุกแล้ววิ่งไปหาคนเรียก“ต้องเยียกน้องคงฉวยถึงมา” คนพี่มองค้อนคนอายุน้อยกว่า“ก็หนูเป็งคงฉวย เกิดมาฉวยเยย ฉวยฉุดๆ” น้ำมนต์พูดอย่างมั่นใจในความสวยของตัวเอง ที่สวยมาตั้งแต่เกิด“แต่พี่เป็งคงฉวยที่ฉุดในจักวาง” เรื่องความสวยยอมกันไม่ได้ ตนนั้นสวยที่สุดในจักรวาล“หนูชวยฉุดในจักวางแย้ว คุงแม่บอกหนูชวยฉุดในจังวาง” น้ำมนต์ไม่ยอมให้ใครสวยเกินกว่าตนเอง เพราะแม่บอกตนสวยที่สุดในจักรวาล“พี่ฉวยฉุดในจักวางก่อง” เดนิสยอมไม่ได้ ตนเป็นพี่ย่อมสวยที่สุดในจักรวาลก่อน“หนูฉวยฉุดในจักวางก่า” ไม่มีทีท่าว่าน้ำมนต์จะยอมสวยน้อยกว่า เพราะตนนั้นสวยที่สุดในจักรวาลกว่า“พี่ฉวยฉุดในจักวางคงเดียวก่อง
“พี่เกมพูดไม่เพราะฉิบๆ คำ ต้องโดงทำโทษฉิบๆ ที” ทุกครั้งที่เกมเรียก ไอ้โฮป มัน เดนิสจะนับไว้ แต่บางทีก็นับไม่ทันเพราะคนพี่พูดเร็ว ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ แล้วหย่อนตัวลงมาอีกครั้ง วิ่งไปยังกระเป๋าสัมภาระของตัวเอง หยิบค้อนบี๊บมาตีพี่เกมรัวๆ“ที่นั่งเงียบคือนับว่าพี่พูดไม่เพราะกี่คำเหรอครับ”“ช่าย~~”“แต่วันนี้เดนิสไม่ได้เป็นคุณครูนะครับ”“หมอดุได้”“เป็นหมอทำไมใช้ค้อนล่ะครับ”“เป็งหมอก็ใช้ค้องได้ หมอมีค้อง พี่เกมห้ามเถียง น้ามิยาเป็งหมอ นี่หยางหมอ” ตนเป็นหลานสาวของคุณหมอมิรา หมอก็มีค้อนและใช้ค้อนได้ “หลานคุณหมอนี่เอง แบบนี้ใครจะกล้าเถียง” เกมเอ็นดูเป็นพิเศษตรงที่มีการห้ามเถียงนี่ละ“พี่ยืนยันได้ครับ ก่อนผ่าตัด พี่เห็นค้อนด้วย” โฮปไม่ได้พูดเอาใจเด็กน้อย แต่เขาเห็นค้อนจริงๆ เป็นค้อนสำหรับทางการแพทย์“พี่จ๋าเป็งพะยาดได้”“พยานครับ” โฮปแก้ทันควัน จากพยานกลายเป็นพยาธิเสียอย่างนั้น“ฮ่าๆๆๆ” จากกำลังโมโห โซดาก็หัวเราะได้เพราะความน่ารักของเดนิสโซดาเล่าเรื่องวุ้นให้พิชชี่กับทัชฟังอย่างถึงพริกถึงขิง ทำให้คนที่หลีกหนีการปะทะบ่นอุบ เกิดอยากปะทะขึ้นมาเสียอย่างนั้น มีอย่างที่ไหน ให้แฟนเก่าช่วยรับ
รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะของความสนุกสนานพลันหายเมื่อเห็นผู้มาใหม่ ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะมา เพราะตั้งแต่เลิกกับโฮปไป ก็ทำเรื่องย้ายไปเรียนสาขาเดียวกับแฟนใหม่“พี่จ๋าอ้ำๆ” เดนิสมองผู้มาใหม่เพียงแวบเดียว ก็ตั้งใจป้อนผลไม้พี่โฮปต่อ ไม่ทักทาย เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบตน“เห็นโพสต์ในเฟซก็เลยแวะมาเยี่ยม” แม้จะไม่ได้เรียนสาขาเดียวกันแล้ว แต่วุ้นก็ยังเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ จึงเห็นความเคลื่อนไหว“แค่มาเยี่ยมจริงๆ เหรอ”“ทำไมพิชชี่ถึงถามวุ้นแบบนั้น”“เห็นว่าเลิกกับแฟน คงไม่คิดจะกลับมาหาโฮปหรอกนะ” พิชชี่ไม่ได้ขุ่นเคืองที่เลิกกับโฮป แต่เป็นเพราะหลังจากนั้นวุ้นทำเป็นไม่รู้จักพวกตนก่อน“พิชชี่น่ะคิดมาก อย่างวุ้นไม่มีทางกลับมาหาโฮปหรอก”“ถ้าโกรธที่เจอแล้วไม่ทักก็ขอโทษด้วย ตอนนั้นบิ๊กไม่อยากให้สุงสิง...”“ไม่อยากให้สุงสิงกับแฟนเก่า รวมทั้งเพื่อนของแฟนเก่า เข้าใจถูกไหม”“ก็ประมาณนั้นแหละ”“เป็นแบบนี้นี่เอง เหมือนจะเข้าใจ แต่ไม่อยากเข้าใจ มีใครจะเอาอะไรไหม จะลงไปมินิมาร์ท” พิชชี่กระแทกเสียง ก่อนจะลุกขึ้นยืน คำขอโทษไม่ได้ทำให้ความขุ่นเคืองจางหาย และพอจะเดาจุดมุ่งหมายการมาของวุ้นได้“นิกเอาหนม
“เดนิสร้อยอาชีพมาอีกแล้ว” แบล็คเวลส์กับแมกซ์เวลส์ทำหน้าเอือมระอาทันทีที่เห็นน้องสาวอยู่ในชุดเสื้อกาวน์ แต่ใส่หมวกพยาบาล แล้ววันนี้เพิ่มพร็อบเป็นแว่นตาคงแก่เรียน กรอบแว่นหนาเตอะ“พร้อมดูแลพี่จ๋ามากลูกสาวคุณป๊า” มารินพูดยิ้มๆ พลางส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับลูกสาว เมื่อคืนกลับถึงบ้านก็เตรียมของที่จะเอาไปเฝ้าคนเจ็บ เช้าก็ตื่นตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า“เข็มอันใหญ่ไม่ต้องเอาไปหรอกครับ ถ้าโดนขาพี่โฮป ได้ผ่าตัดอีกรอบแน่” ไนล์รู้ว่าต้องอ้างถึงพี่โฮป ลูกสาวถึงจะยอมทำตามโดยง่าย“จริงหยอคะ” ตากลมเบิกกว้าง โยนเข็มฉีดยาอันยักษ์ทิ้งทันที“แล้วจะไปชุดนี้จริงๆ เหรอคะ เราต้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ตกันอีกนะ”“ไปชุดนี้ได้ นิกฉามาด”“โอเคค่ะเดนิสสามารถ” เมื่อลูกสาวสามารถใส่ชุดนี้เดินซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ ก็ป่วยการพูดเปล่าๆ ยังไงก็ต้องรั้นใส่ไปให้ได้“แล้วทำไมต้องใส่แว่น หรือเป็นคุณครูด้วย” แมกซ์เวลส์สงสัย ปกติจะใส่แว่นก็ต่อเมื่อสวมบทบาทเป็นครู“ตานิกตุ่ย” เดนิสถอดแว่นให้พี่ชายได้เห็นดวงตาที่บวมตุ่ย เพราะเมื่อวานร้องไห้อย่างหนัก“ร้องไห้ขนาดนั้นก็ควรตุ่ยอยู่หรอกค่ะ”“ไปเอาเจลเย็นมาให้เดนิส ขึ้นรถจะได้ประคบตา” ไนล์







