Masukมีแพลนจะแต่งงานกับธารินทร์อย่างนั้นหรือ อย่าพูดเรื่องระหว่างเขากับเธอเมื่อคืนนี้อีกอย่างนั้นหรือ และ เรื่องแบบเมื่อคืนนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก...อย่างนั้นหรือ นพรัตน์บิดริมฝีปากลง แล้วว่าเสียงหยัน “ไอ้แว่นมันคงดีใจน่าดู ที่เมียมัน มีประสบการณ์เข้าหอมาแล้ว”
Lihat lebih banyakคนปากไวกำลังสาวความหลังออกมาพูด เพื่อนอีกคนเลยรีบสกัดด้วยการเตะขาใต้โต๊ะให้หยุดพ่นวาจาไร้สาระไร้การกลั่นกรองออกไปในตอนนั้น เนื่องด้วยมีนพรัตน์นั่งอยู่ ยังดีที่ยั้งปากไว้ได้ทัน แต่ดูเหมือนว่านพรัตน์จะรู้ว่าเพื่อนต้องการเอ่ยถึงเรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อนใบหน้าหล่อเรียบเฉยเมย แววตากระด้างอย่างเห็นได้ชัดเจน ก่อนลุกจากโต๊ะในนาทีต่อมา เพราะเบื่อฟังเรื่องของคนอื่นเต็มทน โดยเฉพาะเรื่องของเธอคนนั้นขึ้นรถได้ต่อสายหาธรณ์ น้องชายลำดับถัดมาจากตัวเอง ถามว่าอยู่ที่ไหนกัน ได้คำตอบว่าอยู่บ้าน ค่อยวนรถพากลับเข้าเคหาสน์ของอัศวหาญญ์วรกุลต่อจากนั้น โผล่ไปให้เห็นหน้าสักหน่อยก็ดี เดี๋ยวมาบ่นว่าเขาหายหน้าหายหนวดไม่กลับมาเจอพี่ๆน้องๆ“ว๊าย คุณป๊าขา อย่าเพิ่งสิคะ”เสียงแหลมปรี้ดนั่นบาดหูเหลือเกิน นพรัตน์ที่เพิ่งลงจากรถเดินผ่านมุมหน้าบ้านที่มีไม้ประดับต้นสูงใหญ่บดบังด้านในที่เป็นส่วนของสระว่ายน้ำและบ้านหลังเล็กที่แยกออกไป เอาไว้อีกทีนี่พาพวกสาวๆมาลงสระน้ำอีกแล้วหรือแก่แล้วไม่ปลงสังขาร มักมากไม่รู้จักพอในเรื่องเพศ เดี๋ยวได้เข้าโรงพยาบาลเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนนั่นอีกหรอกนึกรังเกียจปู่ตัวเองขึ้นมาระลอกใหญ่ก่อนปัดท
นพรัตน์มองตามแผ่นหลังเด็กเรียนดี มารยาทเด่นที่กำลังเดินลงตึกไปด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนแยกตัววิ่งลงไปที่สนาม ที่รีบไม่ใช่เพราะนัดเพื่อนไว้ แต่เป็นเพราะอยากไปให้ทันเห็นว่าเธอคนนั้นกลับบ้านอย่างไรเขาสะดุดตาเธอ ตั้งแต่มัธยมต้น เคยคุยด้วยแต่ก็แทบนับครั้งได้ เพิ่งมีโอกาสได้คุยกันจริงจังตอนขึ้นมัธยมศึกษาตอนปลายนี่เองเขาเห็นแล้วว่าเธอเดินผ่านรั้วหลังโรงเรียนออกไป ก็ให้นึกเป็นห่วง เพราะจากการแอบมอง แอบสังเกตอยู่บ่อยๆ เคยเห็นว่ามีรถคอยมารับมาส่งเสมอ แต่สามปีมานี้เห็นว่าเปลี่ยนไป ณัชชามาโรงเรียนด้วยตัวเอง เขาเคยเห็นกับตาว่าเช้าเธอโดยสารรถประจำทางปะปนกับนักเรียนคนอื่น หลังเลิกเรียนก็เห็นกลับบ้านเองด้วยรถประจำทางอย่างเดียวกับตอนขามาจึงตามถามตามสืบ ค่อยรู้เพิ่มว่าที่บ้านของเธอทำกิจการเกี่ยวส่งออกสินค้าอาหารแช่แข็ง แล้วก็รู้มาอีกว่ากิจการเริ่มมีปัญหาไปต่อไม่ไหว ลึกลงไปมากกว่านั้นไม่รู้หรอกว่าสาเหตุจากอะไรแน่ เดิมเขาเห็นเธอรับจ้างทำรายงานให้เพื่อนในชั้นเดียวกันส่วนใหญ่จะเป็นเด็กห้องอื่น พอรู้อย่างนั้นแล้วเลยรอจังหวะว่าจ้างเธอให้ทำรายงานให้เขาบ้าง ถึงได้มีโอกาสได้คุยกับเธอจริงจังเสียทีณัชชา
เจ็ดปีก่อน “ผลสอบออกแล้ว ไปตรวจดูคะแนนได้ที่บอร์ด ใครรู้ตัวว่าไม่ผ่าน จบคาบมากองกันที่โต๊ะครูได้เลย ณัชชาเดี๋ยวไปพบอาจารย์รัชนีที่ห้องธุรการด้วยนะ นี่จ๊ะของรางวัลสำหรับคนทำคะแนนได้สูงสุด” คุณครูประจำวิชาบอกจบส่งกล่องของให้ณัชชา พร้อมมองด้วยสายตาชื่นชมเปิดเผย พวกผู้ชายเกเรในห้องส่งเสียงต่อว่าอาจารย์ผู้สอนกันยกใหญ่ “น่าจะให้คนได้คะแนนน้อยนะครับ” “มานี่มา ครูมีของให้” ท่านว่ายิ้ม มือข้างหนึ่งจับไม้บนโต๊ะเคาะเบาๆ แล้วใครเล่าจะกล้าออกไปรับรางวัลกัน “หนังสือก็ไม่ยอมอ่าน ดูณัชชาเป็นตัวอย่างกันบ้างซิ” ท่านบ่นจบ ยื่นใบงานให้นักเรียนคนที่อยู่ใกล้สุดส่งให้คนอื่นในชั้นเรียน แล้วเริ่มทำการสอนต่อจากนั้นนพรัตน์ละสายตาจากวิวนอกอาคารเรียนที่เป็นบ้านและตึกสูงลดหลั่นกันไปมาไม่เป็นระเบียบเท่าไรนัก มองไปทางหน้าห้องที่โต๊ะมุมซ้ายสุดตรงหน้าครูผู้สอนนักเรียนหญิงผมไม่เป็นทรงฟูและหนา สวมแว่นสายตาเชยๆขอบสีดำ ที่ซึ่งเขารู้มาจากเพื่อนคนอื่นอีกทีว่าเธอคนนั้นสายตาสั้นสุดๆ เลยทำให้ปิดบังใบหน้าที่เขาคิดว่าน่ารักอยู่มากเหมือนกันไปเกือบครึ่ง ก่อนจะคิดอะไรเกี
แรงปะทะเบาๆจากร่างของหญิงสาวสองคนตรงหัวมุมหน้าทางเข้าห้องน้ำของชั้นบนสุดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองทำเอาทั้งคู่ชะงักงันกันไปเป็นครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าเตรียมเดินหลบ แต่อีกคนมองจ้องนิ่งอึดใจเดียว รีบเรียกเอาไว้ก่อนที่ทางนั้นจะทันได้พ้นไปจริงๆ ราวกับไม่อยากทักทายเพื่อนสมัยเรียนอย่างไรอย่างนั้น คนอัธยาศัยดีกว่าร้องเรียกเพื่อนอย่างร้อนรน “เดี๋ยวค่ะ ณัช ณัชชาใช่ไหม” หญิงสาวเจ้าของชื่อ ‘ณัชชา’ ที่อีกฝ่ายออกปากเรียกหยุดแล้วหันมายิ้มบางๆ ดูฝืนชอบกล ทักกลับเสียงเบาอย่างเสียมิได้“อ้าว ว่าไงปูนิ่ม” “โหย ดีใจอ่ะ จำชื่อเราได้ด้วย นี่ไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ตั้งแต่จบมอหกเลยไหม” ด้วยพื้นฐานนิสัยไม่ใช่คนช่างพูด จึงทำเพียงยิ้มน้อยๆตอบไปเท่านั้น แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ทั้งสองเรียนในระดับชั้นเดียวกัน เคยทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยครั้ง ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย ‘ปูนิ่ม’ หรือ ‘อัญจารีย์’ รีบชวน “ว่างไปนั่งคุยกันก่อนไหมณัช” รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ตอบออกไปตามจริง “เราต้องทำงานน่ะ