Share

Chapter 3.  ตื่น

last update Tanggal publikasi: 2024-10-16 21:07:12

ติงเชาที่นอนป่วยบนฟูกเก่า ๆ มองการเคลื่อนไหวผ่านช่องหน้าต่างเห็นเหมยซิงควงไม้ไผ่ลำนั้นอย่างคล่องแคล่วแล้ว  ก็ประหลาดใจนัก  เขาเห็นความแตกต่างของเหมยซิงหลังจากฟื้นจาก....

ชายหนุ่มวัยสี่สิบถอนหายใจอย่างปวดร้าว ไม่คิดว่าลูกสาวบุญธรรมจะกตัญญูถึงเพียงนี้  ยอมไปทำงานเป็นหญิงรับใช้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงน้อง ๆ  เขาย่อมรู้ว่าการทำงานเป็นบ่าวไพร่มิใช่เรื่องสบาย อาจถูกกดขี่จากผู้อื่นได้  เขาหวังให้นางใช้ชีวิตเรียบง่าย เขาทำได้เพียงแค่สอนหาของป่านำไปขายเลี้ยงชีพ  เหมยซิงของเขามองโลกงดงามเกินไป  นางถูกทำร้ายหนักหนาเพียงใดหนอ  จึงอยู่ในสภาพนั้น  เขาไม่เชื่อสุดจิตสุดใจว่าลูกรักจะเป็นขโมยได้  ยังไม่ทันมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง นางถูกหามทิ้งในป่าช้าอย่างอนาถ   ยามนั้นเขาคิดเพียงขอได้เห็นหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย  ได้ฝังนางอย่างสงบ แต่นางกลับฟื้นขึ้นมา  ดวงตาของนางจ้องมองเขาราวกับจะยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองก่อนหมดสติไปอีกครั้ง เขาที่ขาพิการต้องแบกร่างเบาหวิวของลูกสาวขึ้นหลังกลับมาที่กระท่อมหลังน้อย  โชคดีที่พวกเขาอาศัยอยู่ตีนเขาห่างไกลในเมือง  ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเหมยซิงอีก  เขาเองกลับเป็นฝ่ายลังเลที่จะไปทวงความยุติธรรมดีหรือไม่  แต่เห็นนางฟื้นอีกครั้ง และจำอะไรไม่ได้ เขาจึงล้มเลิกไป

ติงเชาเห็นความห่างเหินของเหมยซิงกับตนก็อดถอนหายใจไม่ได้  แต่อย่างไรนางก็เป็นหญิง และเป็นเพียงลูกบุญธรรมที่เขาเก็บมาเลี้ยง  สนิทสนมเกินไปย่อมไม่ดี แต่กระนั้นเหมยซิงก็ยังดีกับน้อง ๆ ทุกคน

“ท่านพ่อตื่นหรือยังเจ้าคะ”  เหมยซิงโผล่หน้าเข้ามาถาม  นางพูดจาเลียนแบบเหมยลี่  เพราะมีประสบการณ์จากการเป็นนักแสดงมา เลยพูดจาทำนองนี้นางฝึกเล็กน้อยก็คุ้นชินแล้ว

“ตื่นแล้ว”

“ข้าต้มโจ๊กไว้แล้ว ท่านลุกขึ้นมากินสักนิดเถิด” 

นางเข้าไปประคองพ่อบุญธรรมให้ลุกขึ้นนั่ง  เสียดายที่นางไม่รู้เรื่องสมุนไพรอะไรนัก  แต่หลังจากฟื้นมาในร่างเหมยซิงได้ครบเดือน  นางชินกับสภาพร่างกายนี้แล้ว และคิดว่าถึงเวลาที่ต้องขึ้นเขาสำรวจดูอะไร ๆ เสียหน่อย   หากจะต้องใช้ชีวิตในโลกนี้ก็คงต้องหาหนทางใช้ชีวิตแบบโบราณเสียหน่อย เด็ก ๆ ต้องกินอาหารให้เต็มท้อง พื้นที่หลังผ่านสงครามมากำลังฟื้นตัว นางคงจะพอหาอะไรมาเพาะปลูก  นางมีแรงงานเป็นเด็กชายสามคน ส่วนน้องเล็กให้คอยดูแลปรนนิบัติพ่อบุญธรรมไปก็แล้วกัน

“ท่านพ่อ ข้าอยากขอยืมอุปกรณ์ล่าสัตว์ของท่าน”

“หือ? เจ้าใช้เป็นหรือไร”  ติงเชาอดถามกลับไม่ได้

“แค่เอาไว้ป้องกันตัว”  นางหมายถึงมีดพร้าไม่ได้หมายถึงธนูเก่า ๆ นั้น  นางชำนาญไม้พลองมากกว่า แม้ชีวิตของพันดาว ใช้ไม้พลองเป็นเครื่องมือการแสดง แต่ในโลกของเหมยซิง นางคงจะได้ใช้มันป้องกันตัว 

แถวนี้ไม่เคยได้ยินเรื่องสัตว์ร้ายมานานแล้ว  เขาจึงวางใจให้ลูกสาวคนโตเข้าป่า “เอาติงหยี่ ไปด้วยกันซิ”

“ไม่ดีกว่า ข้าอยากไปตามลำพัง”   ความจริงนางอยากหาที่ฝึกฝนร่างกายด้วย ศิลปะการต่อสู้ที่ลุงทองดีสอนมา หากไม่ฝึกฝนอยู่เสมอ นางกลัวว่าตนเองจะลืมแม่ไม้หมัดมวยที่เรียนมาเสียหมด   ไม่รู้ว่าคนที่นี่มี

วรยุทธแบบในภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่เคยดูมาหรือเปล่านะ

“แต่”

“ข้าไม่เป็นอะไรจริง ๆ” เหมยซิงหัวเราะร่า “คนที่เคยถูกทิ้งในป่าช้าอย่างข้าคงไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก”.

            หัดเข้าป่าล่าสัตว์อยู่รวมสัปดาห์  เหมยซิงก็ได้กระต่ายป่าตัวอวบมาเป็นอาหารให้น้อง ๆ เด็ก ๆ ตื่นเต้นกันมาก  นางเองได้รับการสั่งสอนจากติงเชา  แม้พ่อบุญธรรมนอนป่วยอยู่บนที่นอนเสียส่วนใหญ่ แต่พอพยุงตัวลุกขึ้นได้ สอนนางใช้เครื่องมือล่าสัตว์  เอาธนูออกมาซ่อมแซมให้นางได้ฝึกใช้  เพราะร่างกายที่ฝึกฝนออกกำลังกายสม่ำเสมอทำให้เรี่ยวแรงกลับคืน

แรก ๆ นางกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องฆ่าสัตว์ที่จับมา  นางไม่ใช่พวกไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ไม่เคยออกล่า และฆ่าเองเช่นนี้  อยู่อีกโลกก็แค่กำเงินไปจ่ายตลาด มีทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว ปลา หรือไก่ให้เลือกกินได้สารพัด  แต่ต้องทำเพื่อปากท้อง นางเริ่มทำใจได้   นางเก็บเห็ดลงมาจากเขาให้พ่อบุญธรรมช่วยดูว่าชนิดไหนกินได้บ้าง โชคดีที่บรรดาน้องชายถนัดเรื่องจับปลา พวกเขาสอนนางให้จับปลาในธารน้ำไม่ไกลนัก

            พันดาวหรือเหมยซิงเริ่มคุ้นชินกับชีวิตใหม่นี้ แม้ไร้เทคโนโลยีที่คุ้นเคย แต่เมื่อปรับตัวได้ชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว  แต่กระนั้นเงินก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญอยู่ดี  นางยังไม่รู้ว่าจะหาเงินได้อย่างไร จะหาของป่าไปขาย ตัวเองไม่ค่อยรู้จักอะไรดีนัก อาจต้องรอให้พ่อบุญธรรมแข็งแรงกว่านี้จะได้สอนนางได้มากขึ้น  ในโลกที่จากมาพันดาวเคยออกค่ายอาสาหลายครั้ง  รวมทั้งงานในกองถ่ายก็ไม่ได้สบายนัก หลายครั้งที่ออกกองถ่ายต่างจังหวัดก็ยังคิดอยู่ว่าคล้ายกับโลกใบนี้มากนัก

            จะเรียกว่าอะไรดี  พันดาวพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง เป็นโลกคู่ขนานแบบในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้น จะมีโอกาสกลับไปโลกเดิมไหม?  ตอนจากมาจำได้แค่ว่ามีระเบิดกับไฟคลอก  หากต้องอยู่ในสถานการณ์เดียวกันถึงจะกลับไปได้  นางจะไปหาระเบิดและไฟคลอกที่ไหน แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่าจะกลับไปสู่โลกเดิมได้  หากกลับไปแล้วร่างตัวเองเละเทะจะเป็นอย่างไร  หรือบางทีเหมยซิงในโลกนี้ไปอยู่ในร่างพันดาวในโลกโน้น  แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหมยซิงผู้อ่อนแอบอบบางอายุเพียงสิบหกใช้ชีวิตในโลกร่างของพันดาวที่อายุยี่สิบหกได้ยังไง

 ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว พันดาวได้แต่ภาวนาว่าหากตัวเองกลับไปไม่ได้จริง ๆ ก็ขอให้ตายอย่างสงบเถอะนะ  อย่างน้อยลุงทองดีก็ได้เงินประกันชีวิตที่ทำไว้ และประกันอุบัติเหตุจากทีมงานคงมากพอไม่ทำให้ลุงทองดีต้องลำบาก  แต่ในระหว่างนี้พันดาวทำตัวให้คุ้นเคยกับเหมยซิง จึงฝึกพูดจาตามประสาคนที่นี่  ไม่ว่าอะไรก็ตามทำให้พันดาวมาอยู่ในร่างของเหมยซิง  นางจะพยายามใช้ชีวิตในโลกนี้ต่อไป

หญิงสาวตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ จากนี้พันดาวคือเหมยซิง และฟื้นจากป่าช้ามาสี่สิบห้าวันแล้ว นางมีน้องสาวที่แสนน่ารัก และน้องชายยอดกตัญญู รวมทั้งพ่อบุญธรรมที่มีใจเมตตา  กระท่อมหลังน้อยอยู่เชิงเขา นางพอหาอาหารจากป่าเขานั้นได้บ้าง แต่อย่างไรนางต้องการข้าวสาร และแป้งเพื่อทำอาหาร ต้องการเสื้อผ้า และยารักษาโรคให้พ่อบุญธรรม แน่นอนว่าต้องใช้เงิน  ถึงแม้ร่างนี้จะอายุสิบหกแต่ความคิดของนางก็ยังเป็นพันดาวที่อายุยี่สิบหกอยู่ดี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 73. จบ

    “คุณชายหานหายไปไหนแล้ว” “เราไปดักที่หอเทียนหลงก็แล้วกัน” “ดี” ชายสองคนนั้นเดินจากไปแล้ว หานหงปิงรู้ดีแต่ขยับตัวออกจากร่างนุ่มนิ่มที่ตนเองเบียดชิดไม่ได้ ซ้ำยังไม่อาจถอนสายตาจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นนั้นได้ “เอ่อ..” เหมยลี่ตั้งใจส่งเสียงเพียงเพื่อกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตนเอง นางใกล้ชิดเขามาสิบปีแต่ไม่เคยเลย ไม่เคยมีครั้งใดใกล้ชิดกันขนาดนี้ แล้วดวงตากลมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อริมฝีปากของตนถูกริมฝีปากบางทาบทับลงมา ริมฝีปากของเขามีรสขมปร่าจากยาที่ดื่มเป็นประจำ ทว่าเมื่อนางยินยอมให้เรียวลิ้นของเขาเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นน้อย ๆ ของนาง ความหวานก็แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก เขากดจูบอย่างดูดดื่ม และหิวกระหายทว่าเหมยลี่ผู้ไม่เคยถูกจุมพิตเหมือนจะขาดใจเสียตรงนั้น แข็งขาอ่อนแรงจนร่างแทบทรุดฮวบลงไป ได้แต่ขยุ้มสาบเสื้อของเขาเพื่อพยุงตัวเอง หานหงปิงถอนริมฝีปากให้หญิงสาวได้หายใจ เห็นนางหอบหายใจฮักก็อดหัวเราะน้อย ๆ ไม่ได้ เสียงหัวเราะของเขาเรียกสติของนาง หญิงสาวหน้าแดงจัด กำมือเป็นหมัดน้อย ๆ ทุบที่แผ่นอกของเขา

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 72.   ลูกๆ 

    ซุนเว่ยหมินพยายามไม่คิดถึงคำพูดขององค์รัชทายาทที่เคยกล่าวกับเขาเมื่อสิบปีก่อน เขาไม่ชอบเด็กคนนี้นัก ชอบทำตัวเหลวไหล ฮ่องเต้เองก็ไม่รู้ทรงนึกคิดสิ่งใดให้เขาเป็นผู้สอนวรยุทธ เขาจึงเคี่ยวกรำอย่างหนัก แต่เจ้าเด็กนั้นก็ยังยิ้มร่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หรือเขาจะแก่ไปแล้วนะ ไม่ ๆ เขาแค่สามสิบ จะแก่ได้อย่างไรเล่า! “ท่านพ่อกินข้าว” ลูก ๆ แย่งกันคีบกับข้าวใส่ชามให้บิดา แล้วแย่งกันคีบอาหารให้มารดา ซุนเว่ยหมินไม่ถือธรรมเนียมอะไรนัก เขาและเหมยซิงพอใจให้ลูก ๆ นั่งกินข้าวร่วมกับบิดามารดาเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวพวกเขาก็เติบโตแล้ว ช่วงเวลาแห่งความสุขความทรงจำนี้ ยิ่งต้องถนอมไว้ให้เนิ่นนาน สำนักศึกษาที่ติงเชาเป็นอาจารย์สอนวรยุทธนั้น เน้นสอนเด็กยากจนให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา แต่ด้วยความสามารถของติงเชา และอาจารย์ท่านอื่น สำนักศึกษาแห่งนี้จึงมีชื่อเสียงโด่งดัง ลูกเศรษฐีมีเงินต้องการให้ลูกได้เล่าเรียนดี ๆ ยอมพาบุตรหลานมาเรียนแม้ต้องเรียนรวมกับเด็กยากจนก็ตาม แต่เพราะมีเด็กกำพร้าที่ติงเชารับมาอุปการะเพิ่มเกือบยี่สิบคน พวกเขาแม้จะเป็นเด็ก แต่ติงหยี่ ติงเกา ติงปิง ก็วางกฎระเบียงให้เด็ก ๆ แต่ละคนมีหน

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 71.  ว่าที่สะใภ้น้อย

    หานฮูหยินเห็นเขาก็กลั้นหัวเราะ มองเด็กหญิงอย่างประเมินก่อนเอ่ยถาม “เหมยลี่ ปีนี้หนูอายุเท่าไรแล้วจ๊ะ”“เจ็ดขวบแล้วเจ้าค่ะ”“ไม่ใช่ นางแค่หกขวบ” เป็นเสียงพี่ชายทั้งสามของนางแย่งตอบพวกเขาตื่นเต้นกับงานแต่งงานของเหมยซิงไม่น้อย“ข้าเจ็บขวบแล้ว” เหมยลี่เถียง นางอยากเติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็ว ๆ จะได้ดูแลพ่อบุญธรรมได้ ทุกคนมักพูดว่า ‘เด็ก’ ไม่ให้นางทำอะไร แม้ว่านางจะอยากช่วยแบ่งเบาภาระทุกคนก็เถิด“เหมยลี่เด็กดี ปีนี้เจ็ดขวบแล้วอีกไม่กี่ปีก็เป็นสาวแล้วซินะ” หานฮูหยินหยอกล้อ จับแก้มของเด็กสาวเล่น นางรู้มาบ้างว่าน้อง ๆ ของเหมยซิงล้วนเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อบุญธรรมของนางช่วยเหลือจากสิ้นสุดสงครามในครั้งนั้น แม้ยามนี้เหมยลี่ไม่ได้มีหน้าตางดงามผุดผาด แต่รอยยิ้มของนางทำให้คนเห็นก็พลอยยิ้มตามไปด้วย ดวงตาสุกใส โครงสร้างทางร่างกายก็ดี ตอนนี้มิได้อดยากเช่นที่ผ่านมา คาดว่าอีกไม่นานเด็กหญิงตัวน้อยต้องเติบโตเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบแน่ ๆ“เจ้าค่ะ” เหมยลี่ตอบด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วส่งยิ้มให้หานหงปิงที่นางเรียกอาหมานจนติดปาก “อาหมานไม่ต้องห่วงนะ ถึงพี่เหมยซิงจะแต่งงานกับผู้อื่นไปแล้ว ข้าก็จะดูแลเจ้าเอง”คำพูดจริ

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 70.  รับความดีความชอบ

    “ทำไมข้าไม่เห็นรู้ว่าพ่อบุญธรรมเก่งเพียงนี้” เหมยซิงทำตาโต “สอนวรยุทธข้าบ้างซิ” ติงเชาส่ายหน้าไปมา จะพูดอย่างไรดีว่าแต่เดิมเขาเคยสอนนางแล้ว แต่นางไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เอาเสียเลย จวบจนนางได้ฟื้นจากป่าช้าเป็นเหมยซิงคนใหม่ เขาถึงได้สอนนางใช้ธนู แต่ช่วงนั้นเขายังเจ็บป่วยอยู่จึงสอนนางได้ไม่มาก “เด็ก ๆ พวกนี้” เยี่ยนฉือถามด้วยความประหลาดใจ ถ้าจะบอกว่าเป็นลูก ๆ ก็คงจะเกินไปสักนิดเพราะแต่ละคนหน้าตาไม่คล้ายกันเลย “เป็นเด็กที่ข้าช่วยไว้” “ศิษย์พี่ใหญ่มีจิตใจเมตตายิ่ง ข้านับถือ นับถือ” เหมยซิงชวนทุกคนเข้าไปดูเรือนหลังน้อยที่จะเปิดเป็นร้านขายสุรา ฝีมือการหมักสุราของเหมยซิงนับว่าไม่เลวนัก อย่างน้อยไม่เสียชื่อพ่อบ้านหวางมู่ที่อุตส่าห์เพียรสอน และมอบสูตรหมักสุราชั้นเลิศให้นาง แต่กระนั้น หน้าตาพ่อบ้านหวางมู่ก็ไม่เคยแย้มยิ้มให้นางสักครั้ง ทั้งสองยังปะทะฝีปากกันไม่ต่างจากที่อยู่คฤหาสน์ตระกูลหาน เดิมทีซุนเว่ยหมินคิดว่าการสมรสระหว่างเขากับเหมยซิงจะเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะตำแหน่งจวิ้นอ๋องของเขา และเหมยซิงเป็นเพียงสามัญชน

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 69.   ครึ่งปีต่อมา

    ราวสี่เดือนที่เหมยซิงเดินทางจากไป ชายคนคนนี้ก็มาปรากฏเบื้องหน้าพร้อมคำเชิญให้ไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน “ข้ารักมั่นใจตัวเหมยซิง ตั้งใจแต่งนางเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว แม้นางเป็นกำพร้าแต่พวกท่านเสมือนเป็นคนในครอบครัวของนาง ข้ายินดีดูแลท่านและน้อง ๆ ของนาง ให้พวกท่านได้อยู่ใกล้ ๆ เหมยซิงและให้น้อง ๆ ได้ศึกษาร่ำเรียน ท่านอย่าได้กังวลไป เหมยซิงเองก็ยังพยายามทำการค้าเพื่อปูเส้นทางให้น้อง ๆ หากท่านได้ไปอยู่ในเมืองหลวงก็จะได้ช่วยเหลือนางและเด็ก ๆ ที่เหลือ ตลอดจนรักษาสุขภาพของท่านให้แข็งแรงอีกด้วย” ติงเชานั้นไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใด แต่เมื่อคิดถึงถึงติงหยี่ ติงเกา ติงปิง และเด็กหญิงตัวน้อยวัยหกขวบ เหมยลี่ เด็กพวกนี้ยังมีอนาคตที่ดีรออยู่ และดูท่าทางเหมยซิงก็รักเด็ก ๆ มากไม่เห็นพวกเขาเป็นภาระ ไม่ว่าจะเป็นเหมยซิงคนใด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนดีที่รัก และห่วงใยคนรอบกายเสมอ “เช่นนั้นข้าก็จะไป” “ขอบคุณท่านมาก” ติงเชาและเด็ก ๆ ไม่ได้เข้าพักในจวนจวิ้นอ๋อง เรื่องนี้เพราะติงเชาเองก็ไม่อยากวุ่นวายกับคนในราชสำนัก และไม่ต้องการให้ลูกบุญธรร

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 68.  กลับมา

    นางยิ้มโล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไร พลันรู้สึกตัวว่าตนเองเปลื้องเสื้อผ้าบุรุษอยู่ นางรีบชักมือกลับ ใบหน้าฝาดสีเลือดขึ้นมาทันที “เสียเอี๋ยนบอกข้าแล้ว” เขาหัวเราะเบา ๆ ใช้คางสากของตนคลอเคลียแก้มแดงระเรื่อของนาง “เขาบอกว่าเจ้าจะหลับไปเจ็ดวัน เขาส่งภูตผีเสื้อไปรับเจ้าแต่วันนี้ครบวันที่เจ็ด เจ้ายังไม่ฟื้นเสียที ข้าแทบคลั่งแล้ว” “ข้ากลับไปร่ำลาลุงกับแม่แล้วก็...คนรักเก่า” นางเอียงหน้าหลบ รู้สึกอบอุ่น และอ่อนไหวกับการคลอเคลียของเขาเช่นนี้ “แต่เจ้าก็กลับมาหาข้า” “อืม...ก็ข้าเป็นวัวดื้อก็ต้องกลับมาหาหนุ่มทอผ้าซิ” ซุนเว่ยหมินขมวดคิ้ว มิใช่หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้ารึ นางนี่ช่าง! เอาเถิด! ตอนนี้นางกลับมาแล้ว เขายอมเป็นทุกอย่างให้นาง ขอเพียงมีนางอยู่ในอ้อมแขนเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว “เว่ยหมิน” “หือ” “ในสถานที่ที่มืดมิดที่สุด ข้าได้ยินเสียงเจ้าเรียกข้า...” นางเอนตัวเข้าหาอกอุ่นของเขา “บอกข้าได้ไหม ว่านั้นใช้เสียงของเจ้าจริงหรือเปล่า” ซุนเว่ยหมินวาดวงแขนโอบร่างนางไว้แนบอก กดปลายคางกับศีรษะของนางอ

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter49. เรื่องนี้เจ้าคงรู้ดีแล้ว

    “ข้าให้คนส่งข้าวสารอาหารแห้งไปที่บ้านของเจ้าแล้ว พ่อของเจ้าจึงได้ฝากจดหมายฉบับนี่มา” หานหงปิงเอ่ยสลับกับไอเป็นระยะ ๆ“ขอบคุณเจ้ามาก” จำได้ว่าก่อนมาอยู่กับซุนเว่ยหมิน เขาได้สั่งคนเป็นธุระจัดการเรื่องทางบ้านให้นาง “ทำไมเจ้ายังไอหนักเช่นนี้อีก ไม่ได้กินยาหรือ?”“ก็เพราะว่า...” พ่อบ้านหวางม

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 47. ดูพอหรือยัง

    ริมฝีปากหนาขยับออกให้หญิงสาวได้สูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ใบหน้าคมเข้มนั้นมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเขาจึงทำหน้าตึงตามเดิม“ปะ..ปล่อย...ปล่อยนะ” เหมยซิงไม่คิดว่าเสียงตัวเองจะแผ่วเบาถึงเพียงนี้ ไม่คิดว่าชายที่นางแบกหามขึ้นบ่ามาสิบวันนั้นจะมีเรี่ยวแรงมากถึงเพียง

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 46. ได้ยินว่า

    แต่ดูเหมือนจะช้าไป ร่างงามสง่าก้าวเข้ามาพร้อมจูงมือเด็กชายวัยสิบสองปีเข้ามาด้วย เหมยซิงขยับเท้าไปด้านหลังใช้แผ่นหลังของซุนเว่ยหมินบังตนเองไว้ นางจึงไม่ทันเห็นแววตาขบขันของชายหนุ่ม‘ทำไมไม่เก่งให้ตลอด ทีเมื่อครู่ยังกระโดดลงน้ำไปหน้าตาเฉย!’ หากไม่เพราะเขาเดินผ่านมาเส้นทางนี้เพื่อไปพบไทเฮาและฮองเฮาพ

  • วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น   Chapter 45. นางยังอยากมีศีรษะตั้งบนคอตัวเอง

    “ดีแล้ว ขุดรากต้องถอนโคน จัดการเสียให้สิ้นซากจะได้ไม่เป็นภาระในภายหลัง” นางพยักหน้ารับรู้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นางกำนัล และหมอหญิงออกมาจากห้องด้านใน ซุนเว่ยหมินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองข้ามร่างเล็ก ๆ ของหญิงสาวเบื้องหน้าไปหยุดที่ร่างของเหมยซิงที่สวมเสื้อผ้าชุดเดิมที่นางสวมเข้ามาพร้อมเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status