Home / โรแมนติก / วิญญาณนี้มีรัก / ตอนที่ 1: เดดไลน์ในโลกที่ไร้เสียง - 4

Share

ตอนที่ 1: เดดไลน์ในโลกที่ไร้เสียง - 4

last update Last Updated: 2026-01-25 22:47:32

พิมพ์ขวัญขมวดคิ้ว “โกหกได้ลื่นไหลมากนายนนท์... นี่ทำบ่อยล่ะสิ?”

ไอ้หนุ่มแว่นดูลังเล “แต่พี่หัวหน้าผมบอกให้ผมเอาเครื่องกลับไปเช็กที่บริษัทก่อนนะครับ เขาห้ามคนนอกแตะ”

“ผมไม่ใช่คนนอกครับ นี่ไง...” นนท์รีบหยิบบัตรนักข่าวออกมาโชว์แบบผ่านๆ “ผมเป็นที่ปรึกษาด้านคอนเทนต์ให้พิมพ์ขวัญมาตลอด ถ้างานนี้ไม่ส่งภายในบ่ายสอง บริษัทคุณโดนปรับสองล้านนะครับ คุณอยากรับผิดชอบคนเดียวเหรอ?”

คำว่า ‘สองล้าน’ และ ‘รับผิดชอบคนเดียว’ ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม ไอ้หนุ่มแว่นหน้าซีดลงทันที เขาเลื่อนเครื่องแล็ปท็อปส่งให้นนท์อย่างรวดเร็ว “งั้น... รบกวนคุณพี่จัดการเลยครับ ผมขอไปสั่งกาแฟเพิ่มก่อนนะ ใจสั่นไปหมดแล้ว”

นนท์รีบรับเครื่องมา พิมพ์ขวัญแทบจะกระโดดตัวลอย (ซึ่งเธอก็ลอยอยู่แล้ว) เธอชี้นิ้วสั่งรัว ๆ “เข้าโฟลเดอร์สีเหลืองมุมขวาบน! รหัสปลดล็อกคือ ‘0908Pim’... ใช่ รันอีเมลเลย ล็อกอิน ‘Pimmy_Creative’ พาสเวิร์ดคือชื่อหมาฉันตัวแรก ‘Lucky2024!’”

นนท์ทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว นิ้วของเขาพรมไปบนแป้นพิมพ์ตามเสียงสั่งของวิญญาณสาว ท่ามกลางบรรยากาศในร้านกาแฟที่เริ่มดูแปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนนท์มักจะเผลอเถียงกับอากาศเบา ๆ อย่างเช่น “ตัว L พิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็ก?” หรือ “คุณช่วยหยุดชี้หน้าจอได้ไหม ผมมองไม่เห็นตัวหนังสือ!” จนโต๊ะข้างๆ เริ่มมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง

ในขณะที่รอไฟล์ขนาดใหญ่กำลังอัปโหลด พิมพ์ขวัญที่ตอนแรกเอาแต่จ้องแถบสถานะสีน้ำเงินอย่างจดจ่อ กลับเริ่มเปลี่ยนความสนใจไปที่หน้าต่างเบราว์เซอร์อีกหน้าหนึ่งที่นนท์เปิดค้างไว้ มันคือหน้าฟีดเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอที่ระบบจดจำพาสเวิร์ดไว้

ภาพบนหน้าจอคือโพสต์ล่าสุดที่เพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทของเธอแท็กมา ‘หายไวๆ นะพิมพ์... ทีมเรายังรอน้องอยู่’ หรือ ‘เพิ่งคุยกันเมื่อคืนเอง ไม่น่าเชื่อเลย’ ความเห็นใจมากมายหลั่งไหลเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้พิมพ์ขวัญหยุดชะงักคือคอมเมนต์จาก ‘พี่เก่ง’ หัวหน้าทีมของเธอ

‘เสียดายงานแคมเปญนี้จริง ๆ ถ้าพิมพ์ส่งไม่ทัน เราคงต้องให้กิ๊ฟมารับช่วงต่อแทนทั้งหมด หวังว่างานที่พิมพ์ทำค้างไว้จะไม่มีปัญหาอะไรนะ’

พิมพ์ขวัญจ้องมองคำว่า ‘ให้กิ๊ฟมารับช่วงต่อ’ ด้วยสายตาที่สั่นไหว กิ๊ฟคือรุ่นน้องที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เธอมาตลอด ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความเจ็บจากแผลทางกาย แต่มันคือการได้เห็นความจริงว่า โลกที่เธอเคยคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง... แท้จริงแล้วมันสามารถหมุนต่อไปได้ และพร้อมจะ ‘แทนที่’ เธอได้ทุกเมื่อภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

“นนท์...” เสียงของเธอเบาลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ

“หืม? อะไรอีก? ไฟล์ใกล้เสร็จแล้ว” นนท์ตอบโดยไม่มองหน้า เขาเริ่มรู้สึกว่าการช่วยเธอทำให้เขาเริ่มชินกับการมีวิญญาณอยู่ข้างตัว

“คนเราตายไป... มันหายไปง่ายแบบนี้เลยเหรอ?” เธอถามพลางมองดูรูปโปรไฟล์ของตัวเองที่ดูสดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา “เมื่อเช้าฉันยังบ่นเรื่องกาแฟไม่อร่อยอยู่เลย แต่ตอนนี้ฉันกลับต้องมาลุ้นให้คนแปลกหน้าช่วยส่งอีเมลเพื่อให้คนอื่นจำฉันได้... มันดูไร้ค่าจังเนอะ”

นนท์หยุดนิ้วที่กำลังเคาะโต๊ะ เขาหันมามองพิมพ์ขวัญเป็นครั้งแรกในระยะประชิด เขาเห็นความหม่นหมองที่แผ่ออกมาจากการดำรงอยู่ของเธอ มันไม่ใช่แค่ความเย็น แต่มันคือความเศร้าที่ลึกที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา

“มันไม่ไร้ค่าหรอก” นนท์พูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น “คุณไม่ได้ทำเพื่อไม่ให้ใครลืมคุณ แต่คุณกำลังทำหน้าที่ของคุณจนถึงนาทีสุดท้าย นั่นคือสิ่งที่น่านับถือที่สุดแล้วสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง... หรือวิญญาณดวงหนึ่ง”

พิมพ์ขวัญเงยหน้ามองเขา ความรู้สึกขอบคุณเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบ ๆ แต่มันก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสัญญาณ ‘ติ๊ง!’ จากคอมพิวเตอร์

“ส่งเสร็จแล้ว!” นนท์ประกาศ

ทันทีที่ปุ่ม ‘Send’ ถูกกด ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบสั่นสะเทือนเกิดขึ้นกับพิมพ์ขวัญ ร่างวิญญาณของเธอกระตุกอย่างรุนแรงจนเธอแทบล้มลงไปกับพื้นร้าน แสงสว่างจ้าสีขาวพุ่งออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เข้าสู่ตัวเธอ มันไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันเหมือนแรงดึงจากความตายที่พยายามจะทวงคืนกฎธรรมชาติ

“พิมพ์! เป็นอะไรไป!” นนท์ลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดัง ทุกคนในร้านหันมามองเขาเป็นตาเดียว แต่เขาไม่สน เขาพยายามจะคว้าแขนของพิมพ์ขวัญที่เริ่มโปร่งแสงจนมองเห็นทะลุไปถึงกำแพงด้านหลัง

“มัน... มันหนัก...” พิมพ์ขวัญพูดออกมาด้วยความลำบาก “เหมือนมีใครกำลังดึงฉันกลับ... นนท์... ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะหายไปจริง ๆ แล้ว”

นนท์ทำสิ่งที่บ้าที่สุด เขาคว้าแล็ปท็อปเครื่องนั้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้ววิ่งออกจากร้านกาแฟไปทันทีท่ามกลางเสียงตะโกนด่าของพนักงานร้านและไอ้หนุ่มแว่นที่เพิ่งเดินกลับมา เขาไม่ได้วิ่งหนีเพราะขโมยของ แต่เขาวิ่งเพื่อให้พิมพ์ขวัญอยู่ในรัศมีของเขา เขาจำได้ว่าตอนอยู่ที่โรงพยาบาล การที่เขาเข้าใกล้เธอทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น

เขาวิ่งกลับไปทางโรงพยาบาล หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทุกก้าวที่เขาวิ่ง พิมพ์ขวัญที่ลอยตามมาเริ่มมีสีสันกลับคืนมาทีละน้อย เมื่อทั้งคู่พุ่งกลับเข้าสู่ประตูอัตโนมัติของโรงพยาบาล พิมพ์ขวัญก็ทรุดฮวบลงกับพื้นโถงทางเดิน ร่างกายวิญญาณของเธอกลับมาเสถียรอีกครั้ง

“แฮ่ก... แฮ่ก... คุณ... คุณเกือบทำผมติดคุกข้อหาวิ่งราวแล้วไหมล่ะ” นนท์ทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ เธอ พลางวางแล็ปท็อปลงบนพื้น ทั้งคู่หอบหายใจอย่างหนัก (แม้คนหนึ่งจะไม่มีลมหายใจจริง ๆ ก็ตาม)

พิมพ์ขวัญเงยหน้าขึ้นมองนนท์ เธอเห็นเหงื่อที่ไหลโซมใบหน้าเขา และเห็นความกังวลในดวงตาคู่นั้น เธอยิ้มออกมา เป็นยิ้มแรกที่ดูเปราะบางแต่จริงใจที่สุด

“ขอบคุณนะ... นนท์ คุณเป็นนักข่าวที่แย่มากที่ยอมขโมยคอมฯ คนอื่น แต่คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่วิญญาณอย่างฉันจะเจอได้ในตอนนี้”

นนท์มองดูผู้หญิงตรงหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปิดตายมาตลอด—ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องใครสักคน—เริ่มปริแตกออก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าการตัดสินใจช่วยเธอในวันนี้ ได้ผูกปมโชคชะตาของเขาเข้ากับวิญญาณสาวคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และราคาที่ต้องจ่ายอาจไม่ใช่แค่เรื่องคดีความ แต่มันคือหัวใจของเขาที่กำลังเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะ ‘คนที่ไม่ควรจะมีตัวตน’

“ผมจะไม่ทำแบบนี้บ่อย ๆ นะ พิมพ์ขวัญ” เขาพูดพลางเช็ดเหงื่อ “และคุณต้องจำไว้... ต่อจากนี้ไป คุณติดหนี้ผมชีวิตหนึ่ง... หรือจะเรียกว่าวิญญาณหนึ่งก็ได้”

พิมพ์ขวัญหัวเราะเบา ๆ ท่ามกลางเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังมาจากทางห้อง ICU เธอรู้ดีว่าเรื่องราวมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการกลับไปมีชีวิต หรือการต้องอยู่ตรงนี้... อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเธอคนนี้ด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนพิเศษ: ในช่องว่างของความทรงจำ

    แสงไฟนีออนบนเพดานโรงพยาบาลกะพริบถี่เป็นจังหวะที่ชวนให้ปวดหัว พิมพ์ขวัญนอนมองมันมานานหลายชั่วโมง เธอเพิ่งฟื้นได้ไม่กี่วัน ร่างกายของเธอเริ่มกลับมาทำตามคำสั่งได้ทีละน้อย แต่มีบางอย่างในหัวที่ยังคงเหมือนแผ่นเสียงที่ตกร่อง หมอบอกว่ามันคืออาการ 'Retrograde Amnesia' หรือการสูญเสียความทรงจำย้อนหลังเนื่องจากสมองขาดออกซิเจน แต่นั่นคือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึก "หนาวเหน็บที่ขั้วหัวใจ" จางหายไปเลยทุกครั้งที่เธอหลับตา พิมพ์ขวัญจะเห็นภาพชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควัน เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความโศกเศร้าอย่างมหาศาล มือขวาของเขาพันแผลหนาเตอะ และทุกครั้งที่เธอพยายามจะเอื้อมมือไปแตะ ภาพนั้นจะแตกสลายกลายเป็นฟองอากาศเหมือนวิญญาณที่ถูกกระชากออกไปในสุญญากาศ“พี่พิมพ์คะ... ทานยาหน่อยค่ะ” เสียงพยาบาลปลุกเธอจากภวังค์พิมพ์ขวัญมองถ้วยยาในมือพยาบาล แล้วสายตาเธอก็เลื่อนไปสะดุดที่ 'แก้วกาแฟ' บนโต๊ะข้างเตียง มันไม่ใช่แก้วของเธอ แต่เป็นแก้วกระดาษจากร้านกาแฟใต้ตึกที่เขียนชื่อว่า 'Nont' ด้วยลายมือหวัด ๆ“แก้วนั้น... ของใครเหรอคะ?” พิมพ์ขวัญถามด้วยเสียงท

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 10: อรุณรุ่งของนกฟีนิกซ์

    เสียงระเบิดของถังแก๊สจากโรงครัวเรือนจำดังกัมปนาทสะเทือนไปถึงขั้วปอด แต่มันกลับไม่ใช่เสียงของความตาย มันคือเสียงของกรงขังที่ถูกฉีกกระชาก นนท์ก้าวออกมาจากแดน 4 ท่ามกลางควันไฟสีเทาหม่นที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้าตรู่ เสื้อนักโทษสีซีดของเขาขาดวิ่นและเปื้อนคราบเขม่า แต่ท่วงท่าการเดินของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่การเดินของนักโทษที่ยอมจำนน หรือนักข่าวที่ซ่อนความลับไว้ในอก แต่มันคือการเดินของชายที่เพิ่งค้นพบว่าอิสรภาพไม่ได้อยู่ที่การเปิดประตูคุก แต่อยู่ที่การเลิกกลัวคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าอำนาจเฮียเล้งและผู้คุมที่เคยพยายามจะสังหารเขา บัดนี้กะพริบตาปริบ ๆ อยู่กลางสนามหญ้าที่รายล้อมไปด้วยพนักงานสอบสวนจากส่วนกลางและสื่อมวลชนนับสิบสำนักที่แห่กันมาหลังจาก "รหัสลึกลับ" ของพิมพ์ขวัญแฮกเข้าระบบแจ้งเตือนภัยของสำนักข่าวทั่วประเทศ นนท์เดินไปที่หน้ากล้องของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่เขารู้จักดี“คุณนนท์ คุณหนีออกมาได้ยังไงครับ? แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันคืออะไร?” นักข่าวรุ่นน้องคนหนึ่งถามด้วยเสียงสั่นเครือนนท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขามองไปที่ท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีส้มทอง เขาไม่ได้

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 9: อาณาจักรที่มองไม่เห็น

    เสียงนกหวีดกรีดร้องดังระงมไปทั่วแดน 4 เป็นสัญญาณเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ที่แสนจำเจภายในเรือนจำความมั่นคงสูง นนท์ตื่นขึ้นบนพื้นปูนเย็นเฉียบท่ามกลางนักโทษชายร่างกำยำนับสิบชีวิตที่นอนเบียดเสียดกันแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านซี่กรงเหล็กชั้นบนไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันกลับเน้นย้ำให้เห็นถึงฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศที่อับชื้น นนท์ในชุดนักโทษสีกากีเข้มดูซูบผอมลงแต่ดวงตายังคงคมกริบ เขาเลิกเป็นนักข่าวหนุ่มมาดเนี้ยบ และกลายเป็นชายที่รู้จักการก้มหน้าเพื่อมองหาโอกาส“เฮ้ย! ไอ้หน้าใหม่ มานี่ซิ!” เสียงแหบพร่าของ 'เฮียเล้ง' ขาใหญ่ประจำแดนดังขึ้นจากโต๊ะไม้หินอ่อนกลางลานกว้าง เฮียเล้งคือคนที่มีอิทธิพลพอที่จะทำให้ใครบางคนหายไปได้ในคืนเดียวโดยไม่มีใครเห็นนนท์เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางนอบน้อมที่เขาไม่เคยใช้กับใครข้างนอก “ครับเฮีย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?”“ข้าได้ยินว่าแกเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องรหัสอะไรนั่นน่ะ” เฮียเล้งมองนนท์ด้วยสายตาเหยียดหยาม “ในนี้เราไม่มีคอมพิวเตอร์ให้แกเล่นหรอกนะ แต่เรามี ‘ระบบบันทึกเวลา’ ของผู้คุมที่ข้าอยากจะให้แกช่วย ‘ปรับแก้’ นิดหน่อย แลกกับความคุ้มครองที่แกจะได้รับ แกจะว่ายังไง?”นี่คือก

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 8: ศาลเตี้ยในห้องกระจก

    ผนังห้องสอบสวนไม่ได้มีสีขาวเหมือนในโรงพยาบาล แต่มันเป็นสีเทาหม่นที่ดูดซับแสงและเสียงจนคนข้างในรู้สึกเหมือนถูกฝังทั้งเป็น นนท์นั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กที่ยึดติดกับพื้น ข้อมือของเขาถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเย็นเฉียบ แผลที่มือขวาจากการถูกไฟช็อตยังคงปวดหนึบเป็นจังหวะ แต่สิ่งที่ทำให้เขาอึดอัดยิ่งกว่าคือใบหน้าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายที่เรียกตัวเองว่า ‘พนักงานสอบสวนพิเศษจากหน่วยความมั่นคง’“คุณนนท์... ผมอ่านประวัติคุณแล้ว คุณเป็นนักข่าวที่มีอุดมการณ์สูงนะ” ชายคนนั้นพูดพลางวางแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะโลหะ “แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันไม่ใช่การรายงานข่าว มันคือการก่อวินาศกรรมทางข้อมูล คุณพาสาวน้อยคนนั้นไปเสี่ยงตาย และตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง... ในสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก”นนท์มองจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านเหมือนที่เคยเป็นนักข่าวจอมโวยวาย ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูเหมือนคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจนไม่เหลือความกลัว “พิมพ์ขวัญเป็นยังไงบ้าง?”“เธอจำอะไรไม่ได้เลย... หรืออย่างน้อยเธอก็อ้างแบบนั้น” ชายชุดสูทโน้มตัวเข้ามาใกล้ “เธอบอกว่าคุณเป็นคนลั

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 7: รหัสวิปริตและภาพหลอนนีออน

    บรรยากาศภายในห้องควบคุมเครือข่ายใยแก้วนำแสงใต้ดินใจกลางเมือง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโกดังร้างที่เพิ่งผ่านมา ที่นี่ไม่มีฝุ่น ไม่มีคราบน้ำมัน มีเพียงเสียงครางพึมพำของเครื่องปรับอากาศอุตสาหกรรมและแสงสีฟ้าจากหลอดไฟสถานะนับล้านดวงที่กะพริบเป็นจังหวะเหมือนชีพจรของอสูรกายดิจิทัลพิมพ์ขวัญนั่งอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ แสงสีขาวจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาของเธอจนดูเหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่มีวิญญาณ นิ้วมือของเธอขยับเขยื้อนด้วยความเร็วที่ทำให้นนท์ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังรู้สึกหนาวเยือก“คุณกำลังจะทำอะไร พิมพ์? นี่มันไม่ใช่แค่การแฮกไฟล์โฆษณาแล้วนะ” นนท์ถามพลางมองแผนที่โครงข่ายไฟจราจรทั่วกรุงเทพฯ ที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทั้งหมดบนจอภาพ“ฉันกำลังจะเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็น ‘โรงละคร’ ของเราไง นนท์”พิมพ์ขวัญตอบโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่เขาไม่เคยได้ยิน“พวกมันใช้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองสะกดรอยเรา งั้นเราก็ใช้โครงสร้างเดียวกันนี้ประหารชีวิตพวกมันกลางที่สาธารณะสิ”นนท์สังเกตเห็นว่าท่าทางของพิมพ์ขวัญเปลี่ยนไป เธอเลิกสนใจบาดแผลตามตัวหรือความหิวโหย ความทรงจำที่กลับมาในฐานะค

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 6: กับดักในรอยแยกของเมือง

    เสียงเครื่องยนต์ V8 คำรามแว่วมาจากท้ายถนนเส้นตัดใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ นนท์เหยียบคันเร่งรถเอสยูวีคันเก่งจนมิดเข็มไมล์ กลิ่นยางไหม้และควันไอเสียอบอวลอยู่ในห้องโดยสารที่ร้อนระอุเนื่องจากระบบแอร์เพิ่งถูกกระสุนปริศนายิงทะลุแผงคอนเดนเซอร์ไปเมื่อสิบนาทีก่อน พิมพ์ขวัญนั่งอยู่ที่เบาะข้าง ๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดแต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธมากกว่าความกลัว มือของเธอกำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดนูน“พวกมันตามมาได้ไง? ฉันทิ้งมือถือไว้ที่ออฟฟิศแล้วนะ!” พิมพ์ขวัญตะโกนแข่งกับเสียงลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างที่แตก“พวกมันไม่ได้ตามจากมือถือ แต่มันตามจากป้ายทะเบียนรถผม” นนท์ตอบพลางหักพวงมาลัยหลบหลุมขนาดใหญ่บนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นปูน “ผมประเมินพวกมันต่ำไป พิมพ์... พวกนี้ไม่ใช่แค่ลูกกระจ๊อก แต่มันคือหน่วยงานเก็บกวาดที่มีทรัพยากรล้นมือ”นนท์มองกระจกหลัง เห็นรถกระบะสี่ประตูสีดำมืดสนิทสองคันกำลังไล่บี้ตามมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า เขาตัดสินใจหักเลี้ยวเข้าไปในเส้นทางลูกรังมุ่งหน้าสู่โซนโกดังเก่าที่เคยเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ พิมพ์ขวัญมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วขมวดคิ้ว ความทรงจำบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status