หน้าหลัก / โรแมนติก / วิญญาณนี้มีรัก / ตอนที่ 1: เดดไลน์ในโลกที่ไร้เสียง - 3

แชร์

ตอนที่ 1: เดดไลน์ในโลกที่ไร้เสียง - 3

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 22:47:05

ระหว่างทางเดินไปยังทางออก พิมพ์ขวัญที่ดูเหมือนจะกังวลเรื่องงานตลอดเวลา กลับหยุดนิ่งอยู่หน้าบอร์ดประกาศข่าวของโรงพยาบาล เธอเห็นภาพตัวเองในข่าวทีวีที่ติดตั้งอยู่บนเพดาน

'ครีเอทีฟสาวอนาคตไกลประสบอุบัติเหตุสยอง คาดหลับในจากการทำงานหนัก' หัวข้อข่าวทำให้พิมพ์ขวัญหน้าชา

“หลับในบ้านพวกคุณดิ... ฉันตื่นเต็มตาตอนที่เห็นรถบรรทุกคันนั้นสวนมา...” เธอพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนจากโวยวายกลายเป็นความสั่นเครือเพียงชั่วครู่เดียว ก่อนที่เธอจะปรับโหมดกลับมาเป็นสาวมั่นทันที “ช่างมันเถอะ ข่าวพวกนี้ชอบใส่ไข่ ไปกันเถอะ!”

นนท์ลอบมองปฏิกิริยาของเธอ เขาเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกที่แข็งกระด้าง เขาเริ่มรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่ 'ขี้โวยวาย' แต่เธอคือคนที่พยายามจะปฏิเสธความสูญเสียของตัวเองด้วยการยึดเหนี่ยวสิ่งสุดท้ายที่เธอทำได้... นั่นคืองาน

“คุณโอเคไหม?” เขาถามเบา ๆ โดยไม่หันไปมอง

“อย่ามาทำเป็นห่วงหน่อยเลยน่า รีบไปก่อนที่ไอ้แว่นนั่นจะปิดคอมฯ หนีไป!” พิมพ์ขวัญสั่ง

เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงประตูทางออกอัตโนมัติ พิมพ์ขวัญหยุดชะงัก เธอเริ่มรู้สึกถึง 'แรงดึง' ที่หน้าอก มันเหมือนมีหนังยางยืดขนาดใหญ่พยายามรั้งเธอไว้กับตึกโรงพยาบาล นนท์เดินพ้นประตูไปแล้ว เขาหันกลับมามองเห็นเธอที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

“มาดิ... ก้าวมา” นนท์เรียก

พิมพ์ขวัญกัดฟันแน่น เธอตัดสินใจ 'พุ่ง' ตัวไปหานนท์ในจังหวะเดียวกับที่เขายื่นมือมาคว้าอากาศในตำแหน่งที่ไหล่เธอควรจะอยู่

เปรี้ยง!

ความรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าเข้าที่กลางใจ ทั้งคู่กระเด็นออกไปคนละทิศละทาง นนท์เซล้มลงพื้น ส่วนพิมพ์ขวัญกระเด็นไปพิงกระจกประตู ผู้คนรอบข้างมองนนท์ด้วยสายตาสงสัยว่าเขาล้มลงไปทำไม

แต่นนท์ไม่ได้สนใจสายตาคนอื่น เขามองเห็นพิมพ์ขวัญที่ยังอยู่ข้างนอกเขตโรงพยาบาลได้! แรงดึงดูดนั้นหายไปชั่วขณะเมื่อเขาสัมผัสเธอ

“เราทำได้...” พิมพ์ขวัญพูดเสียงหอบ “คุณคือ... ตั๋วผ่านทางของฉันจริงๆ ด้วย”

และนั่นคือบทเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อวิญญาณที่ควรจะนอนสงบนิ่ง กลับเลือกที่จะเดินเข้าสู่แสงแดดแผดเผาของกรุงเทพฯ เพื่อทำภารกิจสุดท้ายให้สำเร็จ โดยมีชายหนุ่มผู้โชคร้ายเป็นคนแบกรับชะตากรรมนี้ไปด้วยกัน

แสงแดดภายนอกโรงพยาบาลแผดเผาจนถนนยางมะตอยดูเหมือนจะละลาย แต่นนท์กลับรู้สึกเย็นยะเยือกที่ต้นคอตลอดเวลา เขากำลังเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าโดยมีพิมพ์ขวัญลอยตัวตามมาติด ๆ ในระยะไม่เกินสองฟุต สภาพของเขาตอนนี้ดูเหมือนคนสติหลุด เขากำลังพึมพำกับปกเสื้อตัวเอง (ซึ่งจริงๆ คือการคุยกับพิมพ์ขวัญ) พลางทำท่าทางปัดป้องอากาศทุกครั้งที่พิมพ์ขวัญพยายามจะถลาเข้ามาใกล้เพื่อเร่งฝีเท้าเขา

“คุณช่วยเดินให้มันเป็นธรรมชาติกว่านี้หน่อยได้ไหม?” นนท์กระซิบผ่านไรฟัน “คนเขามองกันทั้งถนนแล้ว เขาจะคิดว่าผมเมายาหรือไม่ก็คุยกับกุมารทอง”

“ธรรมชาติบ้านคุณสิ! อีกสิบนาทีจะบ่ายสองแล้วนะนายนนท์ ถ้าอีเมลนั่นไม่เด้งเข้ากล่องขาเข้าของลูกค้าภายในสิบนาทีนี้ ชื่อของพิมพ์ขวัญจะถูกแบล็กลิสต์ออกจากวงการเอเจนซี่ทันที คุณเข้าใจความหมายของคำว่า ‘สิ้นชื่อ’ ไหม? มันเจ็บปวดกว่าการตายจริงๆ อีกนะ!” พิมพ์ขวัญแผดเสียงข้างหูเขาจนแก้วหูแทบสั่น

เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าร้านกาแฟเจ้าปัญหา นนท์หยุดชะงักหน้าประตูบานกระจก เขาเห็นชายหนุ่มแว่นหนาในชุดพนักงานออฟฟิศที่พิมพ์ขวัญเรียกว่า ‘ไอ้แว่นหน้าจืด’ กำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้ เขากำลังจะเก็บของ พิมพ์ขวัญเห็นดังนั้นก็พุ่งทะลุกระจกเข้าไปทันทีโดยไม่รอให้นนท์เปิดประตู

“อย่าเพิ่งปิด! หยุดมือเดี๋ยวนี้!” เธอตะโกนใส่หน้าไอ้หนุ่มแว่นที่กำลังจะหับหน้าจอคอมพิวเตอร์แน่นอนว่าเขาไม่ได้ยิน เขาเพียงแค่รู้สึกถึงลมหนาวที่พัดผ่านหน้าไปจนต้องกระชับเสื้อกันหนาว นนท์รีบตามเข้าไปข้างใน กลิ่นคั่วกาแฟและเสียงบดเมล็ดกาแฟดังกลบเสียงฝีเท้าเขา เขาเดินตรงไปที่โต๊ะข้างๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างรวดเร็ว

“เอาไงต่อ?” นนท์ถามอากาศ พลางแสร้งทำเป็นหยิบมือถือขึ้นมาแนบหูให้ดูเหมือนกำลังคุยโทรศัพท์

“ไปแย่งคอมฯ เขามาดิ!” พิมพ์ขวัญสั่ง สองมือของเธอพยายามจะตะปบไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์แต่กลับวาดผ่านหน้าจอไปมาเหมือนเด็กเล่นเงา “เครื่องนั้นแหละ งานฉันอยู่ในโฟลเดอร์ ‘Final_Draft_v13_Edit_RealFinal_02’ คุณต้องก๊อปมันลงแฟลชไดรฟ์ หรือไม่ก็ล็อกอินอีเมลฉันส่งออกไปเลย”

นนท์มองไปที่ชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพนักงานฝ่ายไอทีที่ได้รับมอบหมายให้มาเก็บกู้งานของเพื่อนร่วมงานที่ประสบอุบัติเหตุ “คุณจะให้ผมไปแย่งของจากคนแปลกหน้าเนี่ยนะ? ผมคือนักข่าวสืบสวนนะคุณ ไม่ใช่โจรชิงทรัพย์”

“โอย... นักข่าวผู้ทรงเกียรติคะ ดูหน้าไอ้แว่นนั่นก่อน มันกำลังจะฟอร์แมตเครื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้ งานเหนื่อยยากของฉันตลอดสามเดือนนะนั่น!” พิมพ์ขวัญทำท่าจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เธอเปลี่ยนมาใช้แผนบีด้วยการแสร้งทำเป็นโผเข้ากอดขาไอ้หนุ่มแว่น (ซึ่งแน่นอนว่าเขารู้สึกแค่เหมือนโดนแอร์ตกใส่ขา) “ช่วยฉันเถอะนะนนท์... ถือว่าทำบุญล้างซวยให้ตัวเองที่ต้องมาเห็นผีอย่างฉันไง”

นนท์ถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ เขาตัดสินใจใช้ทักษะการเนียนระดับมืออาชีพที่เคยใช้ตอนแฝงตัวทำข่าวคอร์รัปชัน เขาเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแว่นคนนั้นด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะปั้นได้

“เอ่อ ขอโทษนะครับ... คุณใช่คนที่มาจากบริษัทเอ็กซ์คลูซีฟ มีเดีย หรือเปล่าครับ?” นนท์เสี่ยงถามออกไป โดยมีพิมพ์ขวัญคอยกระซิบเชียร์อยู่ข้างหลังว่า ‘ใช่ ๆ ชื่อบริษัทนี้แหละ!’

ไอ้หนุ่มแว่นเงยหน้าขึ้นอย่างงงๆ “เอ่อ... ใช่ครับ คุณคือ...?”

“ผมเป็นเพื่อนสนิทของพิมพ์ขวัญครับ... เอ่อ คนที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อเช้า” นนท์โกหกหน้าตาย พิมพ์ขวัญถึงกับยิ้มกว้างออกมา “เธอเพิ่งโทรมาหาผมก่อนหน้านี้... เอ้ย ไม่ใช่สิ ผมหมายถึง ผมคุยกับที่ออฟฟิศมา เขาบอกว่างานในเครื่องนี้ต้องรีบส่งด่วน ผมเลยอาสามาช่วยรับช่วงต่อเพราะบ้านผมอยู่แถวนี้พอดี”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 4: เดิมพันด้วยลมหายใจและฟองอากาศ - 2

    “ฟังนะ...” พิมพ์ขวัญพยายามเอื้อมมือที่จางจนแทบจะกลายเป็นหมอกมาแตะใบหน้าของเขา “ความจริง... มันใหญ่กว่าฉัน... ใหญ่กว่าเรา... คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าหน้าที่ของมนุษย์คือการทำสิ่งที่น่านับถือจนวินาทีสุดท้าย... นี่คือวินาทีของฉัน”ในตอนนั้นเอง ไฟในห้อง ICU เริ่มกะพริบ เสียงพัดลมในเครื่องช่วยหายใจเริ่มผ่อนแรงลงอย่างน่าใจหาย สัญญาณออกซิเจนในเลือดของร่างบนเตียงตกลงอย่างรวดเร็ว หมอเริ่มแตกตื่นพยายามหาทางแก้ไขแต่ระบบไฟฟ้ากลับขัดข้องอย่างผิดปกตินนท์มองดูพิมพ์ขวัญที่กำลังจะแตกสลาย เขาตัดสินใจเลือกสิ่งที่นักข่าวที่ดีจะไม่ทำ เขาตัดสินใจเลือกสิ่งที่คนเห็นแก่ตัวจะทำ... เขาคว้าแฟลชไดรฟ์นั้นแล้ววิ่งออกไปจากชั้น 3 อย่างบ้าคลั่งแต่เขาไม่ได้ไปที่ถังขยะหน้าโรงพยาบาลเขาวิ่งไปที่ห้องควบคุมไฟฟ้า (Electrical Room) ของชั้นนั้น พิมพ์ขวัญลอยตามไปอย่างทุลักทุเล เธอไม่เข้าใจว่าเขากำลังจะทำอะไร นนท์พุ่งตัวเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยตู้คัทเอาท์ขนาดใหญ่ เขาใช้ทักษะการเป็นนักข่าวที่เคยลงพื้นที่งานช่างงานก่อสร้าง มองหา "จัมเปอร์" หรือตัวตัดไฟที่พนักงานซ่อมบำรุงคนนั้นอาจจะแอบทำไว้“นนท์! คุณจะทำอะไร! คุณต้องส่งไฟล์นั่นนะ

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 4: เดิมพันด้วยลมหายใจและฟองอากาศ - 1

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นในโถงทางเดินชั้น 3 ของโรงพยาบาลรุนแรงจนนนท์รู้สึกเหมือนปอดของเขาถูกกัดกร่อนด้วยสารเคมี เขาหอบหายใจหนักหน่วงขณะพยุงตัวเองไปตามกำแพงสีขาวเย็นเยียบ ในกระเป๋าเสื้อของเขาคือแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุความลับระดับชาติ แต่ในอ้อมแขน (ที่เป็นอากาศธาตุ) ของเขาคือพิมพ์ขวัญที่บัดนี้เหลือเพียงเงาร่างจาง ๆ เหมือนควันที่กำลังจะจางหายไปในพัดลมระบายอากาศ“พิมพ์... อดทนไว้ อีกนิดเดียว” นนท์กระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือและแหบพร่าอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อนพิมพ์ขวัญไม่ได้ตอบ เธอไม่ได้แม้แต่จะลืมตา ร่างวิญญาณของเธอกะพริบถี่เป็นจังหวะเดียวกับเสียงสัญญาณชีพในห้อง ICU ที่ดังแว่วออกมา ทุกครั้งที่ไฟกะพริบ ร่างของเธอจะโปร่งแสงจนมองเห็นทะลุไปถึงสายไฟและท่อออกซิเจนที่ติดตั้งอยู่ตามเพดาน ความเหนื่อยล้าจากการแฮกค์ระบบในตอนก่อนหน้านี้กำลังดึงเอา "ประจุชีวิต" ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเธอไปจนเกลี้ยงเมื่อทั้งคู่มาถึงหน้ากระจกห้อง ICU ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือนรกของคนเป็น ทีมหมอและพยาบาลสี่คนกำลังรุมล้อมร่างของพิมพ์ขวัญ แสงไฟฉุกเฉินเหนือเตียงสว่างจ้าจนดูเหมือนกองไฟที่กำลังเผาไหม้ร่างที่ไร้สติ เสียงตะโกนสั่ง

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 3: รหัสลับในดาต้าที่ถูกล้าง - 2

    “ตรงนั้น! โฟลเดอร์ที่ชื่อว่า ‘Project_Underpass_Ghost’... กวนประสาทจริง มันตั้งชื่อโฟลเดอร์แบบนี้เลยเหรอ?” พิมพ์ขวัญกัดฟันกรอด “มันไม่ใช่ไฟล์โฆษณา แต่มันคือ Log การส่งข้อมูลจากตัวตรวจจับใต้ถนนที่คุณเจอ... นนท์ ดูสิ ข้อมูลปริมาณมหาศาลถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทฉันไปที่บัญชีปลายทางในต่างประเทศ”นนท์จ้องมองรหัสสีเขียวบนหน้าจอด้วยสายตาที่เย็นเยียบ “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องถนนไม่ได้มาตรฐานแล้วพิมพ์... บริษัทของคุณกำลังถูกใช้เป็น ‘ทางผ่าน’ ในการฟอกข้อมูลที่ได้จากการดักฟังและรวบรวมพฤติกรรมผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านระบบ Jammer ที่พวกมันติดตั้งไว้ อุบัติเหตุของคุณมันเกิดขึ้นเพราะคุณบังเอิญไปตรวจสอบไฟล์งานในช่วงที่พวกมันกำลังโอนย้ายข้อมูลพอดี”“หมายความว่า... พี่เก่งรู้เรื่องนี้?” พิมพ์ขวัญถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ ความเชื่อใจที่มีต่อเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่เคารพพังทลายลงในพริบตา“อาจจะรู้ หรืออาจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ แต่ที่แน่ ๆ ไฟล์ที่ถูกลบไปมันมีรหัสยืนยันตัวตนของ ‘ผู้บงการ’ อยู่ในนั้น” นนท์กำลังจะกดปุ่มคัดลองข้อมูล แต่ทันใดนั้น แถบสถานะการดาวน์โหลดกลับหยุดนิ่งและเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม“Access Denied –

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 3: รหัสลับในดาต้าที่ถูกล้าง - 1

    ตึกระฟ้าใจกลางย่านอโศกตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามค่ำคืน ตัวอาคารกระจกสะท้อนภาพท้องฟ้าสีม่วงเข้มตัดกับสีส้มของไฟถนน นนท์จอดรถในมุมมืดของซอยข้างตึก เขามองขึ้นไปที่ชั้น 24 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท "ครีเอทีฟแล็บ" ที่พิมพ์ขวัญเคยทำงานอยู่ แสงไฟในชั้นนั้นดับสนิท มีเพียงแสงสีฟ้าสลัวจากระบบรักษาความปลอดภัยที่กะพริบเป็นระยะ“คุณแน่ใจนะว่ารหัสผ่านจะยังไม่ถูกเปลี่ยน?” นนท์ถามพลางตรวจสอบอุปกรณ์ในกระเป๋าเป้ เขาไม่ได้สวมเสื้อแจ็กเก็ตตัวเดิม แต่เปลี่ยนเป็นชุดสีเข้มที่คล่องตัวกว่าเดิม ท่าทางของเขาดูนิ่งและมุ่งมั่น แตกต่างจากนักข่าวที่ดูสับสนในตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด“ออฟฟิศนี้งกจะตายคุณ รหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์ใช้กันมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก ถ้าไอ้พี่เก่งไม่ขยันจนผิดปกติ มันต้องเหมือนเดิม” พิมพ์ขวัญยืนกอดอกลอยตัวอยู่ข้างเบาะคนขับ ร่างของเธอในตอนนี้ดูเสถียรขึ้นหลังจากที่นนท์ยอมให้เธอ "ชาร์จพลัง" ด้วยการอยู่ใกล้ ๆ เขาเป็นเวลานาน “แต่มันมีปัญหาใหญ่กว่ารหัสผ่านนะรปภ. ที่นี่เปลี่ยนกะตอนเที่ยงคืนตรง และระบบสแกนใบหน้าทางเข้าลิฟต์ชั้นเลานจ์น่ะ... คุณผ่านไปไม่ได้แน่ถ้าไม่มีบัตรพนักงาน”“นั่นคือห

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 2: ความลับใต้ทางยกระดับ - 2

    “แสดงว่าที่ฉันตาย... เอ้ย ที่ฉันเจ็บขนาดนี้ เพราะมีคนอยากให้ฉันหายไปจริง ๆ ใช่ไหม?” พิมพ์ขวัญถาม เสียงของเธอไม่ได้โกรธแค้น แต่มันเต็มไปด้วยความสับสน “ฉันเป็นแค่ครีเอทีฟนะนนท์ ฉันจะไปรู้อะไรที่มันอันตรายขนาดนั้นได้ยังไง?”ก่อนที่นนท์จะได้คำตอบ เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ก็ดังแว่วมาจากไกล ๆ แสงไฟหน้ารถสาดผ่านช่องว่างของรั้วสังกะสีเข้ามา นนท์รีบดับไฟฉายและดึงพิมพ์ขวัญให้หลบเข้าไปหลังตอหม้อใหญ่“มีคนมา” นนท์กระซิบ เขาแนบแผ่นหลังกับพื้นปูนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวเป็นกลองรบชายฉกรรจ์สองคนในชุดหนังสีดำสนิทก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์ พวกเขาไม่ได้ถอดหมวกกันน็อกออก แสงไฟจากมือถือของพวกเขาสาดส่องไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ ราวกับกำลังตามหา ‘บางอย่าง’ ที่พวกเขาทิ้งไว้“มึงแน่ใจนะว่าของตกอยู่แถวนี้?” เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากหมวกกันน็อก“เออ นายบอกว่าสัญญาณ GPS ของเครื่อง Jammer มันดับอยู่แถวนี้ ถ้าตำรวจเจอเราซวยแน่ ไอ้เด็กนั่นมันอึดกว่าที่คิด ป่านนี้ยังไม่ตายอีก”พิมพ์ขวัญที่ยืนอยู่ข้างนนท์ถึงกับตัวสั่น ร่างวิญญาณของเธอกะพริบถี่ ๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งสูง “พวกมัน... พวกมันคือคนที่ทำฉัน!” เธอกำลังจะพุ่งตัวอ

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 2: ความลับใต้ทางยกระดับ - 1

    ความมืดที่โอบล้อมถนนเส้นชานเมืองไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเหมือนในห้องสมุด แต่มันคือความมืดที่หนาเตอะและเต็มไปด้วยฝุ่นผงของเศษปูนและยางรถยนต์ที่ถูกบดละเอียด นนท์จอดรถเอสยูวีคันเก่งไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณสองร้อยเมตร แสงไฟหน้ารถส่องไปกระทบกับซากกรวยจราจรที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างลนลานใต้เสาตอหม้อทางยกระดับขนาดมหึมาที่ดูเหมือนขาของยักษ์ปักหลั่นในเงามืดเขาก้าวลงจากรถ ความเย็นของลมกลางคืนพัดผ่านจนเขาต้องรูดซิปเสื้อแจ็กเก็ตขึ้นสูง แต่สิ่งที่ทำให้เขาหนาวไปถึงกระดูกไม่ใช่สภาพอากาศ แต่มันคือความเงียบที่ "ผิดปกติ" ของพิมพ์ขวัญ“คุณโอเคไหม?” นนท์ถามพลางมองไปข้างกาย พิมพ์ขวัญในสภาพโปร่งแสงยืนนิ่งสนิท ดวงตาของเธอจ้องมองไปที่รอยเบรกสีดำสนิทที่ลากยาวเป็นทางคดเคี้ยวบนพื้นถนน แสงจันทร์เลือนรางขับให้ผิววิญญาณของเธอดูขาวซีดจนเกือบจะกลมกลืนไปกับละอองหมอกควัน“กลิ่น...” พิมพ์ขวัญพูดออกมาคำเดียว น้ำเสียงของเธอไม่มีความโวยวายเหมือนตอนอยู่ในร้านกาแฟ มันแห้งผากและสั่นพร่า “กลิ่นน้ำมันไหม้กับกลิ่นเหล็กที่บดกัน... มันยังอยู่ตรงนี้เลยนนท์ มันชัดจนฉันรู้สึกเหมือนหน้าอกจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ อีกรอบ”“ในทางวิทยาศาสตร์ กล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status