LOGINแสงไฟนีออนบนเพดานโรงพยาบาลกะพริบถี่เป็นจังหวะที่ชวนให้ปวดหัว พิมพ์ขวัญนอนมองมันมานานหลายชั่วโมง เธอเพิ่งฟื้นได้ไม่กี่วัน ร่างกายของเธอเริ่มกลับมาทำตามคำสั่งได้ทีละน้อย แต่มีบางอย่างในหัวที่ยังคงเหมือนแผ่นเสียงที่ตกร่อง หมอบอกว่ามันคืออาการ 'Retrograde Amnesia' หรือการสูญเสียความทรงจำย้อนหลังเนื่องจากสมองขาดออกซิเจน แต่นั่นคือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึก "หนาวเหน็บที่ขั้วหัวใจ" จางหายไปเลยทุกครั้งที่เธอหลับตา พิมพ์ขวัญจะเห็นภาพชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควัน เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความโศกเศร้าอย่างมหาศาล มือขวาของเขาพันแผลหนาเตอะ และทุกครั้งที่เธอพยายามจะเอื้อมมือไปแตะ ภาพนั้นจะแตกสลายกลายเป็นฟองอากาศเหมือนวิญญาณที่ถูกกระชากออกไปในสุญญากาศ“พี่พิมพ์คะ... ทานยาหน่อยค่ะ” เสียงพยาบาลปลุกเธอจากภวังค์พิมพ์ขวัญมองถ้วยยาในมือพยาบาล แล้วสายตาเธอก็เลื่อนไปสะดุดที่ 'แก้วกาแฟ' บนโต๊ะข้างเตียง มันไม่ใช่แก้วของเธอ แต่เป็นแก้วกระดาษจากร้านกาแฟใต้ตึกที่เขียนชื่อว่า 'Nont' ด้วยลายมือหวัด ๆ“แก้วนั้น... ของใครเหรอคะ?” พิมพ์ขวัญถามด้วยเสียงท
เสียงระเบิดของถังแก๊สจากโรงครัวเรือนจำดังกัมปนาทสะเทือนไปถึงขั้วปอด แต่มันกลับไม่ใช่เสียงของความตาย มันคือเสียงของกรงขังที่ถูกฉีกกระชาก นนท์ก้าวออกมาจากแดน 4 ท่ามกลางควันไฟสีเทาหม่นที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้าตรู่ เสื้อนักโทษสีซีดของเขาขาดวิ่นและเปื้อนคราบเขม่า แต่ท่วงท่าการเดินของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่การเดินของนักโทษที่ยอมจำนน หรือนักข่าวที่ซ่อนความลับไว้ในอก แต่มันคือการเดินของชายที่เพิ่งค้นพบว่าอิสรภาพไม่ได้อยู่ที่การเปิดประตูคุก แต่อยู่ที่การเลิกกลัวคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าอำนาจเฮียเล้งและผู้คุมที่เคยพยายามจะสังหารเขา บัดนี้กะพริบตาปริบ ๆ อยู่กลางสนามหญ้าที่รายล้อมไปด้วยพนักงานสอบสวนจากส่วนกลางและสื่อมวลชนนับสิบสำนักที่แห่กันมาหลังจาก "รหัสลึกลับ" ของพิมพ์ขวัญแฮกเข้าระบบแจ้งเตือนภัยของสำนักข่าวทั่วประเทศ นนท์เดินไปที่หน้ากล้องของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่เขารู้จักดี“คุณนนท์ คุณหนีออกมาได้ยังไงครับ? แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันคืออะไร?” นักข่าวรุ่นน้องคนหนึ่งถามด้วยเสียงสั่นเครือนนท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขามองไปที่ท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีส้มทอง เขาไม่ได้
เสียงนกหวีดกรีดร้องดังระงมไปทั่วแดน 4 เป็นสัญญาณเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ที่แสนจำเจภายในเรือนจำความมั่นคงสูง นนท์ตื่นขึ้นบนพื้นปูนเย็นเฉียบท่ามกลางนักโทษชายร่างกำยำนับสิบชีวิตที่นอนเบียดเสียดกันแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านซี่กรงเหล็กชั้นบนไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันกลับเน้นย้ำให้เห็นถึงฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศที่อับชื้น นนท์ในชุดนักโทษสีกากีเข้มดูซูบผอมลงแต่ดวงตายังคงคมกริบ เขาเลิกเป็นนักข่าวหนุ่มมาดเนี้ยบ และกลายเป็นชายที่รู้จักการก้มหน้าเพื่อมองหาโอกาส“เฮ้ย! ไอ้หน้าใหม่ มานี่ซิ!” เสียงแหบพร่าของ 'เฮียเล้ง' ขาใหญ่ประจำแดนดังขึ้นจากโต๊ะไม้หินอ่อนกลางลานกว้าง เฮียเล้งคือคนที่มีอิทธิพลพอที่จะทำให้ใครบางคนหายไปได้ในคืนเดียวโดยไม่มีใครเห็นนนท์เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางนอบน้อมที่เขาไม่เคยใช้กับใครข้างนอก “ครับเฮีย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?”“ข้าได้ยินว่าแกเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องรหัสอะไรนั่นน่ะ” เฮียเล้งมองนนท์ด้วยสายตาเหยียดหยาม “ในนี้เราไม่มีคอมพิวเตอร์ให้แกเล่นหรอกนะ แต่เรามี ‘ระบบบันทึกเวลา’ ของผู้คุมที่ข้าอยากจะให้แกช่วย ‘ปรับแก้’ นิดหน่อย แลกกับความคุ้มครองที่แกจะได้รับ แกจะว่ายังไง?”นี่คือก
ผนังห้องสอบสวนไม่ได้มีสีขาวเหมือนในโรงพยาบาล แต่มันเป็นสีเทาหม่นที่ดูดซับแสงและเสียงจนคนข้างในรู้สึกเหมือนถูกฝังทั้งเป็น นนท์นั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กที่ยึดติดกับพื้น ข้อมือของเขาถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเย็นเฉียบ แผลที่มือขวาจากการถูกไฟช็อตยังคงปวดหนึบเป็นจังหวะ แต่สิ่งที่ทำให้เขาอึดอัดยิ่งกว่าคือใบหน้าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายที่เรียกตัวเองว่า ‘พนักงานสอบสวนพิเศษจากหน่วยความมั่นคง’“คุณนนท์... ผมอ่านประวัติคุณแล้ว คุณเป็นนักข่าวที่มีอุดมการณ์สูงนะ” ชายคนนั้นพูดพลางวางแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะโลหะ “แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันไม่ใช่การรายงานข่าว มันคือการก่อวินาศกรรมทางข้อมูล คุณพาสาวน้อยคนนั้นไปเสี่ยงตาย และตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง... ในสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก”นนท์มองจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านเหมือนที่เคยเป็นนักข่าวจอมโวยวาย ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูเหมือนคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจนไม่เหลือความกลัว “พิมพ์ขวัญเป็นยังไงบ้าง?”“เธอจำอะไรไม่ได้เลย... หรืออย่างน้อยเธอก็อ้างแบบนั้น” ชายชุดสูทโน้มตัวเข้ามาใกล้ “เธอบอกว่าคุณเป็นคนลั
บรรยากาศภายในห้องควบคุมเครือข่ายใยแก้วนำแสงใต้ดินใจกลางเมือง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโกดังร้างที่เพิ่งผ่านมา ที่นี่ไม่มีฝุ่น ไม่มีคราบน้ำมัน มีเพียงเสียงครางพึมพำของเครื่องปรับอากาศอุตสาหกรรมและแสงสีฟ้าจากหลอดไฟสถานะนับล้านดวงที่กะพริบเป็นจังหวะเหมือนชีพจรของอสูรกายดิจิทัลพิมพ์ขวัญนั่งอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ แสงสีขาวจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาของเธอจนดูเหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่มีวิญญาณ นิ้วมือของเธอขยับเขยื้อนด้วยความเร็วที่ทำให้นนท์ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังรู้สึกหนาวเยือก“คุณกำลังจะทำอะไร พิมพ์? นี่มันไม่ใช่แค่การแฮกไฟล์โฆษณาแล้วนะ” นนท์ถามพลางมองแผนที่โครงข่ายไฟจราจรทั่วกรุงเทพฯ ที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทั้งหมดบนจอภาพ“ฉันกำลังจะเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็น ‘โรงละคร’ ของเราไง นนท์”พิมพ์ขวัญตอบโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่เขาไม่เคยได้ยิน“พวกมันใช้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองสะกดรอยเรา งั้นเราก็ใช้โครงสร้างเดียวกันนี้ประหารชีวิตพวกมันกลางที่สาธารณะสิ”นนท์สังเกตเห็นว่าท่าทางของพิมพ์ขวัญเปลี่ยนไป เธอเลิกสนใจบาดแผลตามตัวหรือความหิวโหย ความทรงจำที่กลับมาในฐานะค
“ตอนนี้แหละ นนท์! ทางออกหลัง!” พิมพ์ขวัญตะโกนแต่ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้ากลับคว้าปืนขึ้นมาสุ่มยิงไปทางเสียงของเธอ ปัง! ปัง! ปัง! กระสุนเจาะเข้าที่พื้นไม้ชั้นลอยใกล้เท้าพิมพ์ขวัญไปเพียงไม่กี่นิ้ว นนท์เห็นดังนั้น ความคิดเรื่องความปลอดภัยของตัวเองหายไปสิ้น เขาพุ่งเข้าไปหาหัวหน้ากลุ่มล่าด้วยท่าทางเหมือนหมาป่าที่บาดเจ็บ เขาไม่ได้สู้ด้วยเทคนิคศิลปะป้องกันตัวที่สวยงาม แต่เขาใช้ความโกรธและความดิบเถื่อนโถมเข้าใส่นนท์คว้าคอเสื้อชายคนนั้นแล้วกระแทกหน้าเข้ากับขอบเสาปูนจนเลือดสาด เขาแย่งปืนมาได้แต่กลับไม่เหนี่ยวไก เขาใช้ท้ายปืนกระแทกเข้าที่ขมับจนคู่ต่อสู้ทรุดลงไปนอนกองกับพื้น นนท์ยืนหอบหายใจอย่างหนัก สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของคนดีที่รักความถูกต้องอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่“นนท์! หยุดก่อน!” พิมพ์ขวัญวิ่งลงมาจากชั้นลอย เธอเห็นนนท์กำลังจะง้างปืนขึ้นอีกครั้ง“พวกมันจะไม่หยุด พิมพ์... ถ้าเราไม่ส่งข้อความเตือนพวกมันให้ชัดเจน!” นนท์คำราม“ส่งข้อความน่ะได้ แต่ต้องไม่ใช่การฆ่าคนตรงนี้!” พิมพ์ขวัญคว้าแขนของนนท์ไว้ “คุณจำได้ไหมว่าทำไมเราถึงมาถึงจุด
พิมพ์ขวัญขมวดคิ้ว “โกหกได้ลื่นไหลมากนายนนท์... นี่ทำบ่อยล่ะสิ?”ไอ้หนุ่มแว่นดูลังเล “แต่พี่หัวหน้าผมบอกให้ผมเอาเครื่องกลับไปเช็กที่บริษัทก่อนนะครับ เขาห้ามคนนอกแตะ”“ผมไม่ใช่คนนอกครับ นี่ไง...” นนท์รีบหยิบบัตรนักข่าวออกมาโชว์แบบผ่านๆ “ผมเป็นที่ปรึกษาด้านคอนเทนต์ให้พิมพ์ขวัญมาตลอด ถ้างานนี้ไม่ส่งภาย
ระหว่างทางเดินไปยังทางออก พิมพ์ขวัญที่ดูเหมือนจะกังวลเรื่องงานตลอดเวลา กลับหยุดนิ่งอยู่หน้าบอร์ดประกาศข่าวของโรงพยาบาล เธอเห็นภาพตัวเองในข่าวทีวีที่ติดตั้งอยู่บนเพดาน'ครีเอทีฟสาวอนาคตไกลประสบอุบัติเหตุสยอง คาดหลับในจากการทำงานหนัก' หัวข้อข่าวทำให้พิมพ์ขวัญหน้าชา“หลับในบ้านพวกคุณดิ... ฉันตื่นเต็มต
นนท์ นักข่าวสายสารคดีสืบสวนอิสระ กำลังทำหน้าที่ของเขา—การตามรอยเคสอุบัติเหตุที่มีเงื่อนงำเกี่ยวกับการคอร์รัปชันถนนสายหนึ่งที่เขาเชื่อว่ามีการใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐานจนทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก และเหยื่อรายล่าสุดก็คือกหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างในนั้นเขากดชัตเตอร์กล้องฟูจิรุ่นล่าสุดในมือ แต่ในช่องมองภาพเขาก
ความซวยมักมาในรูปแบบที่เราไม่ได้เตรียมตัวเสมอ สำหรับพิมพ์ขวัญ มันไม่ได้มาในรูปของอุบัติเหตุรถชนที่เธอยังจำรายละเอียดไม่ได้ แต่มันมาในรูปของ 'สัญลักษณ์การดาวน์โหลดที่ค้างอยู่ 99%' บนหน้าจอแมคบุ๊กโปรสีสเปซเกรย์ของเธอ“เหยียบเบรกดิ... เหยียบสิโว้ย!” พิมพ์ขวัญตะโกนใส่พนักงานบริษัทคนหนึ่งที่นั่งนิ่งเป็น







