Mag-log in“แล้วนายจะทำยังไงกับเรื่องนี้”
“เพื่อรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นฉันจะแต่งงานกับเธอ”
คำตอบของคริสไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่อีธาน คนที่รู้จักคริสเป็นอย่างดีจะรู้ว่าเขาเป็นคนจริงจังในทุกๆ เรื่อง และเป็นคนที่มีความรับผิดชอบในการกระทำและคำพูดของเขาเสมอ เจติยาเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใครง่ายๆ
“แล้วเจนีนว่ายังไง เธอยอมแต่งงานกับนายหรือเปล่า”
“ไม่ เธอปฏิเสธความรับผิดชอบของฉัน และยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่แต่งงานกับฉัน”
“ก็ไม่แปลกที่เธอจะตอบเช่นนั้น เจนีนที่ฉันเคยรู้จักเป็นผู้หญิงที่รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด และกลัวการถูกผูกมัดที่สุด ว่าแต่นายเถอะจะปล่อยเธอไปหรือเปล่า”
“ไม่มีทาง”
“แล้วนายจะทำยังไง เจนีนคงไม่ยอมแต่งงานกับนายง่ายๆ หรอก”
“ฉันมีวิธีที่จะทำให้เธอยอมทำตามความต้องการของฉัน”
“ด้วยวิธีไหน!?”
“เดี๋ยวนายก็รู้เอง”
“ถ้านายลงเอยกับเจนีนได้ก็เป็นเรื่องดี ฉันเอาใจช่วยขอให้นายทำสำเร็จ และถ้าจะให้ฉันช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบใจ”
การสนทนาในครั้งนี้ยุติลงเมื่ออันนาเดินกลับมาที่โต๊ะ
“ทำไมคุณไปนานจัง”
“พอดีฉันเจอเพื่อนร่วมงานเก่าค่ะก็เลยแวะไปทักทาย”
เจติยาเลือกที่จะมาออกกำลังกายที่ฟิตเนสในช่วงบ่าย เพราะรูปร่างมีส่วนสำคัญกับงาน จึงต้องดูแลร่างกายให้ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอ โดยเริ่มที่การยกเวทเพื่อกระชัดสัดส่วนก่อนจะไปต่อด้วยคาร์ดิโอ แต่ไม่ว่าเธอจะขยับตัวทำอะไรก็จะมีสายตาของหนุ่มๆ จ้องมองมาด้วยความสนใจเสมอ เธอมอบรอยยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ให้พวกเขาแทนคำทักทาย หลายคนเดินเข้ามารุมล้อมเพื่อขอทำความรู้จักกับเธอ ซึ่งเธอเองก็ผูกมิตรไมตรีด้วยการพูดคุยกับพวกเขาอย่างเป็นกันเอง
หลังจากออกกำลังกายมาได้พักใหญ่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป เพื่ออวดหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงเลกกิ้ง ที่เพิ่มความเซ็กซี่เล็กๆ ด้วยแถบซีทรู และสปอร์ตบาร์ไขว้หลังสีสดใส จากนั้นก็อัพลงโซเชียลให้เหล่าบรรดากิ๊กและแฟนคลับหนุ่มๆ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของตนเอง
ทันทีที่อัพภาพเสร็จโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
“ฟื้นคืนชีพแล้วเหรอคะคุณน้องถึงได้อัพภาพลงโซเชียลได้”
“เพิ่งรู้ว่าพี่นัตตี้ว่างมากขนาดมีเวลาโทรมากัดจิกเจนีน”
“ใครว่าพี่ว่าง ยุ่งมากต่างหาก ที่โทรมานี่ก็เพราะจะคุยเรื่องงาน”
“งานอะไร!”
“ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำลงปกนิตยสารอินฟินิตี้ฉบับครบรอบยี่สิบปี”
“ปฏิเสธไปเลยพี่นัตตี้”
“จะบ้าหรือเปล่าเจนีน มีแต่คนอยากขึ้นปกนิตยสารชื่อดังเล่มนี้ของพี่ก้องกันทั้งนั้น มีแต่เธอนี่ล่ะที่ปฏิเสธโอกาสงามๆ แบบนี้”
“ก็เจนนีไม่อยากถ่ายชุดว่ายน้ำ”
“รับงานนี้เถอะนะเจนีน พี่กล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่างานนี้ จะสร้างความฮือฮาให้เจติยา ดิษยาวรโชติได้แน่ รับรองดังและปังกว่าเดิมหลายเท่า”
“ปกติเจนีนก็ดังอยู่แล้วหรือพี่นัตตี้จะเถียง”
“ใครจะกล้าเถียงนางแบบสาวสุดฮอต เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่อย่างเธอได้ล่ะ แต่เชื่อพี่สักครั้งนะเจนีน งานนี้ค่าตอบแทนที่เขาเสนอมาคุ้มค่าเหนื่อยของเราแน่ เพราะเป็นตัวเลขสูงถึงเจ็ดหลัก การได้ร่วมงานกับนิตยสารระดับไฮเอ็นอย่างอินฟินิตี้ฉบับครบรอบยี่สิบปีไม่ใช่เรื่องง่าย ใครปฏิเสธก็บ้าแล้ว”
“พี่นัตตี้จะมาเซ้าซี้เจนีนทำไม ก็บอกแล้วว่าไม่อยากถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ ฟังไม่เข้าใจหรือไง” น้ำเสียงเจติยาติดจะเหวี่ยงวีน
“กลัวอะไร! แค่ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำเท่านั้น ขนาดเปลือยกายถ่ายภาพเซ็กซี่หวือหวาอย่างเมื่อคราวก่อนก็ยังเคยทำมาแล้ว”
“เจนีนไม่ได้เปลือยกายถ่ายนะพี่นัตตี้ ภาพที่เห็นมันคือการรีทัช และที่เจนีนตัดสินใจรับงานนั้นเพราะมันเป็นการกุศล แถมยังได้ร่วมงานกับช่างภาพมืออาชีพชื่อดังอย่างไมเคิล เข้าใจไหมว่ามันเป็นงานศิลปะระดับอินเตอร์”
“หรือว่าเธอไม่มั่นใจในรูปร่างสุดเซ็กซี่ของตัวเองก็เลยให้พี่ปฏิเสธงานนี้ ถ้าเป็นเหตุผลนี้ล่ะก็พี่พอจะเข้าใจ”
“ใครบอกว่าไม่มั่นใจ เจนีนรับงานนี้ก็ได้ เพราะจะพิสูจน์ให้พี่นัตตี้เห็นว่าเจนีนยังสวยและแซบเหมือนเดิม”
“พี่จะรอดู สรุปว่าตกลงรับงานนี้ใช่ไหม”
“ใช่! พอใจหรือยัง”
“พอใจมาก พี่ยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าเราจะเดินทางไปทำงานนี้ที่เกาะมัลดีฟส์”
“เรื่องที่จะพูดกับเจนีนมีแค่นี้ใช่ไหม”
“เดี๋ยวสิจ๊ะ อย่าเพิ่งรีบวางสาย เรายังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันอยู่อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อคืนนี้เธอนอนอยู่กับใครเจนีน”
หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำถามนั้น
“พี่นัตตี้รู้เรื่องนี้ได้ยังไง” เจติยาเอ่ยถาม ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อคืนเขาถือวิสาสะรับโทรศัพท์ของเธอ
“ก็เมื่อคืนพี่โทรหาเธอ แต่คนที่รับโทรศัพท์กลับเป็นผู้ชาย แถมยังบอกอีกว่าเธอนอนหลับอยู่ข้างตัวเขา”
“เขาบอกพี่แบบนั้นเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ เล่ามาเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไปนอนอยู่กับผู้ชายสองต่อสองได้ อย่าบอกนะว่าเธอเสียทีโดนผู้ชายกินตับไปแล้ว”
เจติยาถอนหายใจอย่างแรง “มันเป็นอุบัติเหตุนะพี่นัตตี้ เจนีนไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เกิดเรื่องแบบนี้”
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







