Mag-log in“ผม่จะไม่บังคับคุณ แต่ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณยอมแต่งงานกับผม”
“ไม่มีวัน! เลิกฝันไปได้เลย เพราะฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว ตอนนี้เรากำลังคบหาดูใจกันอยู่ ฉะนั้นขอร้องล่ะเลิกยุ่งกับฉันซะที ได้โปรดออกไปจากชีวิตฉัน เจอกันก็ไม่ต้องทัก ทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันได้ยิ่งดี”
“ผมจะไม่ทำแบบนั้นหรอกเจนีน เพราะไม่อยากให้ใครมาครหาได้ว่าผมเป็นผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ”
“ใครจะพูดยังไงก็ช่างเขา ปล่อยให้เขาพูดไป คุณจะไปใส่ใจทำไมกับลมปากของคน”
“แต่คุณเป็นฝ่ายเสียหายนะเจนีน”
“ช่างมัน ฉันไม่แคร์”
“แต่ผมแคร์”
“มายุ่งอะไรกับเรื่องของฉัน”
“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก ตอนนี้เรื่องของคุณก็คือเรื่องของผม”
“ทำไมคุณถึงเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้”
“คุณต่างหากที่ไม่ยอมเข้าใจ”
“ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ระหว่างเราจบกันเพียงแค่นี้ เข้าใจนะ”
แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยก็ทำให้เธอตะโกนใส่หน้าเขา “ไปซะ ออกไปจากชีวิตของฉัน คงไม่ต้องให้บอกหรอกนะว่าประตูอยู่ทางไหน”
คริสยุติการมีปากเสียงกับเจติยา เพราะรู้ดีว่าถึงพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เขาจึงลุกจากเตียงด้วยเนื้อตัวเปล่าเปลือยต่อหน้าเจนีนโดยไม่รู้สึกอาย ก่อนก้มลงหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่อย่างช้าๆ
“กรี๊ดดดด อีตาบ้า น่าไม่อาย แก้ผ้าโทง ๆ แบบนี้ก็ได้ด้วย”
หญิงสาวหวีดร้องเมื่อเห็นสรีระของเขาอย่างชัดเจน หน้าของเธอร้อนผ่าว แต่ก็แปลกที่มิอาจละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้
ก่อนที่คริสจะเดินออกจากห้องไปเขาได้หันกลับมาพูดอะไรบางอย่างกับเธอ
“เมื่อคืนตอนที่คุณหลับคุณนัตตี้โทรมาหาคุณ และฝากบอกว่าวันนี้เขาจะโทรกลับมาใหม่”
เจติยาตาโตเท่าไข่ห่าน “ทำไมคุณถึงรับโทรศัพท์ของคนอื่นโดยพลการ”
“เพราะผมไม่อยากให้เสียงโทรศัพท์รบกวนการนอนของคุณ” พูดจบก็เดินออกจากห้องไป
“บอกอะไรพี่นัตตี้ไปบ้างก็ไม่รู้ มีหวังต้องฟังพี่นัตตี้เทศน์ยาวแน่เลย”
เจติยาถอนหายใจอย่างแรง ก่อนจะเตือนตัวเองว่าต่อไปนี้จะต้องอยู่ให้ห่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดซะที
เช้าวันนั้นคริสตามมากินอาหารเช้าร่วมกับอีธานและอันนา ที่โซนวีไอพีช้ากว่าปกติมากจนอีธานต้องเอ่ยถาม
“ทำไมเช้านี้นายถึงมาช้านัก”
“นั่นสิคะ ก่อนที่เราจะมาที่นี่ได้แวะไปที่ห้องคุณ เคาะประตูอยู่ตั้งนานแต่ไม่มีเสียงตอบ”
“นายมัวทำอะไรอยู่”
“อาบน้ำ” เป็นคำตอบสั้นๆ ที่สองหนุ่มสาวได้รับ
ระหว่างที่อันนาเดินไปตักอาหาร อีธานได้คุยกับคริสเกี่ยวกับเจติยา
“เรื่องที่เจนีนพูดเมื่อคืนนี้อาจจะกระทบจิตใจนาย อย่าถือสาเธอเลยนะ”
“ฉันไม่ถือสาหรอก เจนีนเป็นแบบนี้บ่อยไหม”
“ตั้งแต่เคยรู้จักกันมาฉันก็เพิ่งจะเห็นเจนีนเมาก็ครั้งนี้ ปกติแล้วเธอมักจะไม่ค่อยดื่ม”
อีธานสังเกตเห็นสีหน้าครุ่นคิดของเพื่อนก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น นายทำอะไรเจนีนหรือเปล่าคริส”
“เธอเป็นของฉันแล้ว”
คำตอบที่ตรงไปตรงมาของเพื่อนทำให้อีธานอึ้งไป ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้ เพราะรู้ดีว่าคริสชอบผู้หญิงอ่อนใสไร้เดียงสาดูน่าทะนุถนอม ซึ่งมันตรงกันข้ามกับบุคลิกของเจติยาโดยสิ้นเชิง
“เล่าให้ฟังหน่อยซิว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง”
“เหตุการณ์ทำนองนี้มันไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อคืนก่อนเราเจอกันที่ผับและนั่งดื่มด้วยกันจนเธอเมา ฉันจะพาเธอไปส่งแต่เธอไม่ยังไม่อยากกลับห้อง ฉันก็เลยพาเธอไปที่ห้องของฉัน แต่เราไม่ได้มีอะไรกันหรอกนะ เพราะฉันยังพอมีสติยั้งคิดและควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ แต่เจนีนเข้าใจผิดคิดว่าเรามีอะไรกันตั้งแต่คืนนั้น”
“มิน่าล่ะเจนีนถึงมีอาการแปลกๆ เมื่อพบนาย สรุปเป็นเพราะความมึนเมาที่ทำให้เธอตกเป็นของนาย”
“ใช่ แต่มันจะไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นถ้าเธอไม่ทำให้ฉันร้อนเป็นไฟ จนควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ เธออาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัวเพราะเมา และฉันเองก็ควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนกัน”
คริสเล่าทุกอย่างให้เพื่อนรักฟังโดยไม่ปิดบัง
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







