Mag-log in“เล่าให้พี่ฟังซิว่าเธอไปพบเขาได้ยังไง ทำอีท่าไหนถึงได้ไปจบกันที่เตียงได้”
“เราเจอกันที่ผับแล้วก็นั่งดื่มด้วยกัน เต้นรำด้วยกันอย่างสนุกสนาน เจนีนดื่มหนักไปหน่อยก็เลยไม่ค่อยมีสติ รู้ตัวอีกทีก็นอนอยู่กับเขาในสภาพเปลือย”
“โอ้แม่เจ้า! รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองคออ่อน ดื่มแอลกอฮอล์ไม่เท่าไรก็เมา แล้วทำไมไม่ระวัง”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ ใครจะคิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
เมาแล้วรั่วเที่ยวไล่ปล้ำจูบคนนั้นคนนี้
เป็นอาการที่เคยเกิดขึ้นกับเจติยามาแล้วหลายครั้ง มันจะเกิดขึ้นเสมอตอนที่เธอเมา และก็มักจะไม่รู้ตัวว่าตนเองได้ทำอะไรลงไป นัตตี้เคยเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยตาของตัวเองมาแล้ว ถึงมีคำสั่งห้ามไม่ให้เธอดื่มเหล้าอีก อยู่ไกลตาทีไรเป็นแบบนี้ทุกที
“เธอคงไม่ได้ไล่ปล้ำเขาใช่ไหมเจนีน” นัตตี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
“ใครจะรู้ล่ะพี่นัตตี้ก็บอกแล้วว่าเมา”
“โธ่ ถัง กะละมัง หม้อ เจนีนนะเจนีน เธอทำแบบนี้ได้ยังไง”
“ถึงไม่อยากทำก็ทำไปแล้ว พี่จะบ่นให้มันได้อะไรขึ้นมา ถ้าบ่นแล้วเจนีนได้ความบริสุทธิ์กลับคืนมาก็ว่าไปอย่าง อันที่จริงเรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เรื่องแปลกซะหน่อย”
“แต่สำหรับเจติยา...เรื่องเสียตัวให้ผู้ชายง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่”
“ใครล่ะจะคิดว่ามันจะเลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้”
“งามหน้าจริงๆ เมาซะจนได้เสียเป็นเมียผัว นี่ถ้าอยู่ใกล้ๆ ล่ะก็จะจับมาหวดก้นซะให้เข็ด” นัตตี้เทศนาเจติยาซึ่งเขารักเหมือนน้องสาวไปหลายกัณฑ์จนอีกฝ่ายต้องเบรก
“พี่นัตตี้จะเทศน์อะไรหนักหนาก็คนมันพลาดไปแล้ว ไว้กลับไปเราค่อยคุยกัน”
เจติตารีบพูดตัดบทและวางสายทันที เพราะไม่อยากฟังอีกฝ่ายเทศนาสั่งสอนยืดยาว โดยที่ไม่รู้เลยว่าคริสได้ยินการสนทนาเหล่านั้นอย่างชัดเจน
หลังจากวันนั้นไม่ว่าเจติยาจะไปทำอะไรที่ไหนก็มักจะเห็นคริสอยู่ในสายตาเสมอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับเธอ แต่สายตาที่จับจ้องมาที่เธอตลอดเวลานั้นมันทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด และทำให้ทริปบนเรือสำราญหรูของเจติยาหมดสนุก
เมื่อใดก็ตามที่คริสเห็นผู้ชายมายืนคุยหรือรายล้อมรอบตัวเธอ เขาจะเดินมาแสดงตัวทันที และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวยิ่งหงุดหงิด เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะกับคริส ซึ่งเธอมั่นใจว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เขาจงใจที่จะสะกดรอยตามเธอ จึงตัดสินใจที่จะพักผ่อนอยู่แต่ในห้อง จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินไปเปิด เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็รีบปิดประตูห้องทันที คริสไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้น เขาแทรกตัวเข้ามาในห้องพักของเธอจนได้
“คุณมาที่นี่ทำไม”
“ผมเป็นห่วงคุณ เห็นคุณเก็บตัวอยู่แต่ในห้องก็เลยแวะมาดู เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“ฉันจะเป็นอะไรหรือทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ ฉันเคยบอกคุณแล้วไงว่าไม่ต้องมายุ่งกับฉัน เมื่อไรจะเลิกยุ่งกับฉันซะที”
“จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไงในเมื่อคุณเป็นของผมแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องของที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นของผม และจะไม่ยอมใช้ของร่วมกับใครโดยเฉพาะผู้หญิง ฉะนั้นคุณต้องเลิกหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายได้แล้ว”
“บ้าแล้วทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วย อย่าคิดนะว่าการที่เรามีอะไรกันแค่ครั้งสองครั้ง จะทำให้คุณอ้างสิทธิในตัวฉันได้ ขอบอกว่าเข้าใจผิด”
“ถ้าคุณอยากให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นอะไรกันก็ลองดู”
“ฉันไม่แคร์”
ปากบอกว่าไม่แต่ที่จริงแล้วเธอแคร์เรื่องนี้ที่สุด เพราะเรื่องแบบนี้มันจะทำให้เธอตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน และทำให้ชื่อเสียงของเธอต้องมัวหมอง นอกจากจะปากแข็งแล้วเธอยังกล้าพูดจาสบประมาทเขาอีกด้วย
“คุณทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”
“คุณจะทำอะไรฉัน!”
“ก็จะบอกให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นเมียผม”
“มีหลักฐานไหมล่ะ ถ้ามีแค่คำพูดลอยๆ โดยปราศจากหลักฐานยืนยันแล้วใครเขาจะเชื่อคำพูดของคุณ”
ที่พูดโพล่งออกไปแบบนั้นเพราะมั่นใจว่าเขาไม่น่าจะมีหลักฐานอะไรมายืนยัน คริสยักคิ้วให้เธอ ใบหน้าเขาปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ถามหาหลักฐานอย่างนั้นเหรอ!!
ได้เลยเดี๋ยวจัดให้
รอยยิ้มของเขามันทำให้เจติยาเสียวสันหลังยังไงก็ไม่รู้
หรือว่าเขาจะมีหลักฐานจริงๆ
คงไม่หรอก ใครจะบ้าถ่ายคลิปตอนมีเซ็กส์กันเพื่อเก็บไว้ดู นอกจากพวกโรคจิต และหน้าตาเขาก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นพวกโรคจิตสักหน่อย เจติยาได้แต่ปลอบตัวเองอยู่ในใจ
“ฉันต้องการพักผ่อน คุณกลับไปได้แล้ว” เธอเอ่ยปากไล่เขาตรงๆ
“ผมจะไปถ้าคุณรับปากว่าจะไม่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง และไปทานอาหารตามเวลา คุณไม่จำเป็นต้องหลบหน้าผม”
“ได้ ฉันรับปากคุณ” เจติยาตอบก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง
“ออกไปได้แล้ว”
ก่อนที่คริสจะเดินออกไปจากห้อง เขาได้พูดกับเธอสั้นๆ ว่า
“หวังว่าคุณจะรักษาคำพูด” จากนั้นก็เดินจากไป
เจติยาปิดประตูพร้อมกับยืนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าเธอจะทำทุกอย่างเหมือนปกติโดยไม่สนใจเขา เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ฉะนั้นก็ควรจะเที่ยวพักผ่อนให้เต็มที่ จบทริปนี้เมื่อไรก็จะบินกลับเมืองไทยทันที ถึงตอนนั้นคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก เจติยาจึงทำตัวปกติจนกระทั่งการพักผ่อนในครั้งนั้นจบสิ้นลง เธอบินกลับเมืองไทยตามกำหนด
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







