ANMELDEN“อื้อ…”
“ตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงละมุนถามคนใต้ร่างเมื่อได้ยินเสียงครวญครางจากภรรยา
อันดาลืมตามองสามี เริ่มควบคุมน้ำเสียงตัวเองไม่ได้ นานแล้วที่เขาไม่พูดจาน้ำเสียงแบบนี้กับเธอ
มันเริ่มห่างเหินกันเรื่อยๆ จนไม่กล้าเรียกร้อง
“พี่ปรินซ์” มือบางคว้าร่างสามีมากอด โดยไม่สนว่าเขาจับเธอแก้ผ้าตอนไหนและไม่ถามว่าเขากลับถึงบ้านกี่โมง ไม่อยากถามให้เขาอารมณ์เสีย ไม่อยากทะเลาะกันอีก
ดีเหมือนกัน บางทีการกลับมาเมกเลิฟกันครั้งนี้ อาจช่วยให้ระหว่างเราดีขึ้นก็ได้ เพราะเขาและเธอทิ้งระยะเรื่องพวกนี้มาเป็นเดือนแล้ว
“อันคิดถึงพี่ปรินซ์”
ใบหน้าหล่อสบตาภรรยาผ่านความมืด มือลูบไล้พวงแก้มอย่างทะนุถนอม เลื่อนใบหน้าขึ้นไปจูบหน้าผากด้วยความรู้สึกบางอย่าง
“อ้ะ!” เสียงครางเสียวเปล่งออกมาทันทีที่สามีสอดความใหญ่ยาวเข้ามาในตัว
“เด็กดีของพี่… ให้พี่รักนะครับ” ปรินซ์ขออนุญาตทั้งที่สอดใส่เรียบร้อยแล้ว
อันดากอดปรินซ์ไว้แน่นซบหน้ากับไหล่กว้างพยักหน้ารัวๆ สองร่างโลมเลียทุกซอก ความรู้สึกโหยหาตีตื้นจนอยากรัก อยากสัมผัสกันให้นานที่สุด เอวสอบทำหน้าที่เร่งเร้าอย่างถึงใจ
“ดีจัง อันอยากอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเผยความรู้สึกออกมามากมาย มีความสุขที่ได้แนบชิดกันแบบนี้
เมื่อก่อนเขาและเธอคอยเติมเต็มให้กันตลอด ไม่เคยขาด ต่างกับตอนนี้ที่มีบางอย่างเปลี่ยนไป มันคาใจ และไม่ได้แก้ไขสักที หวังว่าจบภารกิจครั้งนี้แล้วความสัมพันธ์ของเราจะกลับมาเหนียวแน่นเหมือนเดิม…เหมือนตอนที่รักกันใหม่ๆ
ทั้งคู่พากันอาบน้ำแต่งตัวช่วยกันใส่เสื้อผ้า แต่งหน้าทำผม เตรียมออกไปทานอาหารเช้าพร้อมกัน
“ตาบวมจัง” ปรินซ์รู้สึกผิด มองดวงตาคู่สวยที่เคยสดใส มีชีวิตชีวา แต่กลับไม่เป็นแบบเก่า
กี่ครั้งแล้วนะที่ทำเธอร้องไห้ ใบหน้าสวยหวานขนาดแต่งเติมเครื่องสำอางก็แล้ว ทว่ายังเห็นชัดว่าอันดาผ่านการร้องไห้มา
“ช่วงนี้พี่ปรินซ์เลิกดึกจัง” อันดาลุกขึ้นจากเก้าอี้เข้าไปซุกหน้ากับแผ่นอก ออดอ้อนแบบที่ชอบทำ ซึ่งปรินซ์ก็กอดตอบ
“พี่จะพยายามกลับบ้านให้เร็วขึ้นนะ”
“สัญญาได้ไหมพี่ปรินซ์”
“พี่สัญญา”
“…” เธอไม่รู้เขาจะทำได้ไหม แต่จะลองเชื่อใจเขาใหม่ ลืมเรื่องที่คาใจ ปล่อยให้เวลารักษาความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง
“เอาแบบนี้ดีไหม พี่เคลียร์งานรอบนี้เรียบร้อย เราไปเที่ยวต่างประเทศกันสองคนไหมครับ” ปรินซ์เสนอ
“จริงเหรอคะ” อันดาเงยหน้ามองสามีอย่างไม่อยากเชื่อหู ตั้งแต่แต่งงานกันมา ยังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลย ไม่เหมือนตอนคบกันที่จะจัดทริปเที่ยวด้วยกันสองคนแทบจะทุกเดือน
“ครับ”
จุ๊บ!
อันดาเขย่งเท้าขึ้นไปจุ๊บปากสามี ทุกอย่างกลับเลยเถิดเมื่อปรินซ์จูบตอบ กลีบปากอวบอิ่มถูกขบเม้ม วงแขนแกร่งกอดรัดคนตัวเล็กไม่ยอมปล่อย ก่อนที่อันดาจะเผยอปากต้อนรับเรียวลิ้นที่สอดเข้ามาทักทายตวัดแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม
“อันดาอยากไปประเทศไหนเลือกมาเลยครับ พี่ตามใจ” เมื่อปล่อยให้คนตัวเล็กเป็นอิสระ เขาจึงเสนอตามที่คิดไว้
“เลือกด้วยกันดีกว่า เอาที่พี่ชอบด้วย”
“ที่ไหนก็ได้ แค่มีอันดา พี่ก็มีความสุขหมด”
“ปากหวาน” อันดาว่ายิ้มๆ
“ชิมอีกทีไหม”
ไม่รอให้อันดาขอ ปรินซ์ก็โน้มลงไปหา ยื่นปากให้ภรรยาชิมอีกครั้งทันที กว่าทั้งสองจะพลอดรักกันเสร็จก็เกือบจะลงไปทานข้าวสาย จึงรีบพากันออกจากห้องนอน
ตึกตึก…ทว่าอยู่ๆ อันดาที่เดินตามหลังร่างสูงก็เข้าไปกอดปรินซ์จากด้านหลัง กอดแน่นอย่างกับกลัวว่าวันหนึ่งจะไม่ได้กอดกันแบบนี้อีก
“พี่ปรินซ์”
“…” ร่างสูงยืนนิ่งปล่อยให้เธอสวมกอดรอฟังว่าเธอจะพูดอะไร
“ถ้าพี่… ถ้าพี่หมดรักกันแล้ว พี่ต้องบอกอันตรงๆ นะ” ถ้าไม่รักกันแล้ว อย่าใจร้ายทำเหมือนเธอเป็นของตาย แบบนั้นเธอจะเสียใจมากกว่าการบอกตรงๆ “ได้ไหมพี่ปรินซ์”
“ทำไมพูดแบบนี้” เขาหันมาสบตากันทันที ไม่ชอบคำพูดพวกนั้นจากปากอันดา
“ก็…” อันดาอั้มอึ้ง กลัวพูดมากกว่านี้จะพาลให้เสียบรรยากาศ ทว่าเป็นไปตามคาดเพราะแค่ประโยคเดียวมันก็จุดชนวนขึ้นมา
“ทำไมชอบทำให้พี่อารมณ์เสียตลอดเลยวะอันดา เราเพิ่งนอนด้วยกัน แทนที่จะอารมณ์ดีมีความสุข แต่กลับหาแต่เรื่อง”
“อันไม่ได้หาเรื่อง แค่จะคุยกันดีๆ”
“ไม่ได้หาเรื่อง!? คุยกันดีๆ เนี่ยนะ…”
“…อย่าพูดว่าพี่หมดรักอีก พี่ไม่ชอบ!!”
ตึก!
ตึก!
สองสามีภรรยาลงมาห้องอาหารด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ คนหนึ่งหน้าเศร้าหมอง แววตามีน้ำตาคลอเบ้าอยู่จางๆ ส่วนอีกคนดูหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีกับเช้าวันใหม่เอาเสียเลย
“ฮึ! กว่าจะเสด็จลงมาได้ แม่หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว” หญิงวัยกลางคนหน้าตาดีมีราศีนั่งหัวโต๊ะอาหาร เหลือบมองลูกสะใภ้ด้วยหางตา ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่ลูกชายแล้วบ่นพึมพำต่อ
“ตั้งแต่บ้านนี้มีคนนอกเข้ามาอยู่ อะไรๆ ก็ไม่เป็นระเบียบเหมือนเดิม แม่ชักจะเหนื่อยใจขึ้นทุกวัน”
“แม่ครับ” ปรินซ์ปรามเสียงอ่อน
ปัญหาเดิมๆ ที่แก้ไม่หายสักที
เขาต้องตามใจแม่มากกว่าเดิม
เอาใจภรรยาเพื่อไม่ให้น้อยใจ คิดมากเวลาอยู่ในบ้านหลังนี้
มีแค่เขาที่ต้องปรับตัว ทำงานก็เหนื่อยมากแล้ว แทนที่กลับบ้านจะได้พักผ่อน อารมณ์ดีๆ กลับต้องมาเครียดกว่างานที่ต้องรับผิดชอบที่บริษัทเป็นพันเท่า
แม่ง! เหนื่อยกายยังไม่พอ ต้องมาเหนื่อยใจอีก
“ก็มันจริง” ปรางทิพย์ยังเอ่ยออกมา
“อันดาไม่ใช่คนนอก เป็นภรรยาผม เป็นลูกสะใภ้แม่ เป็นคนในครอบครัวเรา ผมพูดเรื่องนี้กับแม่หลายครั้งแล้วนะครับ” ปรินซ์นั่งลงอย่างเหนื่อยล้า มองภรรยาที่นั่งลงข้างๆ รู้สึกเห็นใจไม่น้อย แต่ทุกวันนี้เขาก็พยายามประคองสถานการณ์ให้ดีที่สุด
ปรางทิพย์มองหน้าลูกชายสายตาตัดพ้อก่อนจะกอดอกแล้วหันหน้าไปทางอื่น ไม่อยากเห็นท่าทางลูกชายปกป้องเมีย
ไหนจะประโยคเมื่อกี้ มันน่าน้อยใจนัก น้ำเสียงที่ไม่พอใจกล้าพูดกับเธอที่เป็นแม่แท้ ๆ แม่ที่เลี้ยงดูลูกชายมาตัวคนเดียว เธอเลี้ยงของเธอมาอย่างดี ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมีคนนอกมาแย่งความรักไปจากอก
“ทานข้าวเถอะครับ” ปรินซ์ตัดบท ไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อให้อารมณ์เสียไปมากกว่านี้ เขาเองก็เพิ่งจะทะเลาะกับอันดา พอลงมาด้านล่างก็มีปากเสียงกับแม่อีก
ฟึ่บ!
อยู่ ๆ ปรางทิพย์ก็ลุกขึ้นยืน มองหน้าลูกชายด้วยใบหน้าเศร้า ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ
“ทานกันไปแล้วกัน แม่ขอตัว” พูดจบก็เดินออกจากห้องอาหาร
เพล้ง!
ช้อนในมือปรินซ์กระแทกกับจานทันที เมื่อร่างสูงวางช้อนจากมืออย่างอารมณ์เสีย
“แม่ง! แต่ละคน เอาใจโคตรยาก”
“พี่ปรินซ์จะไปไหน” มือบางคว้าแขนสามีเอาไว้ ไม่ยอมให้เดินออกไป
“พี่ไปทำงานก่อนนะ”
“แต่พี่ปรินซ์ยังไม่ทานอะไรลองท้องเลย” ถึงสถานการณ์จะแย่ แต่เธอก็หวงปรินซ์ เขาเป็นโรคกระเพาะอยู่ด้วย เธอไม่อยากให้อาการกำเริบมาอีก ตั้งแต่คบกันเธอเป็นคนดูแลอาหารการกินของเขา อาการก็ไม่กำเริบอีกเลย แต่ช่วงที่มีปัญหากัน เขาก็เริ่มทานอาหารไม่ตรงเวลาเหมือนเดิม กลัวสามีจะปวดท้องเวลางาน
“พี่ทานไม่ลงแล้ว อันดาทานไปคนเดียวแล้วกัน” มือหนาแกะมือภรรยาออกจากแขนแล้วสาวเท้าออกจากบ้านไปที่โรงจอดรถทันที
ทว่า…อันดาก็ยังวิ่งตามออกไป
“ให้อันไปช่วยงานพี่ที่บริษัทด้วยได้ไหมคะ” ตั้งแต่แต่งงานกัน เธอก็ต้องออกจากงานย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับปรินซ์ ทำแค่หน้าที่ภรรยาตามที่เขาขอ
‘อันอยากทำงานมากกว่า’ ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกเขาแบบนี้
‘พี่ไม่อยากให้อันดาเหนื่อย’
‘ไม่เหนื่อยเลยค่ะ อันทำงานตลอด พออยู่เฉยๆ แล้วรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้’
‘เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้ ไม่อยากให้ทำงานเลย’
‘…’ ใจหนึ่งก็อยากทำงานเหมือนเดิม แต่อีกใจก็ไม่อยากขัดใจสามี พอเห็นแววตาอ้อน ๆ ใจอ่อนทุกที
‘เอาอย่างนี้ พี่กับอันดาก็เห็นตรงกันว่าอยากมีลูกกันเลยหลังแต่ง ให้อันดาท้องคลอดลูกก่อน แล้วหลังจากนั้น อันดาจะทำธุรกิจส่วนตัวหรือมาช่วยพี่ที่บริษัทก็ค่อยว่ากัน’
‘เอาตามนี้ก็ได้ค่ะ’
เธอไม่น่าใจอ่อนตามใจเขาเลยตอนนั้น บางทีการออกไปทำงาน อาจทำให้เธอไม่เครียด คิดมาก แบบนี้ก็ได้
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหม” น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยออกมา
“…” ดวงตาสวยขุ่นหมองลงกว่าเดิม
“พี่ขอตัว!” ว่าจบ ร่างสูงก็เข้าไปในรถ ขับออกจากบ้านทันที ไม่มีการกอด การจูบ เหมือนเคยอีกแล้ว
อันดานั่งแท็กซี่ออกจากบ้านหลังจากปรินซ์ขับรถออกไปทำงานทั้งที่ไม่ทานข้าวเช้าคนใจลอยมองข้างทางด้วยใบหน้าเศร้า ไม่อยากย้อนนึกถึงสมัยรักกันใหม่ ๆ ให้เจ็บปวดอีกครั้ง“คุณครับ”“…”“คุณ! คุณครับ!!”“คะ!?” อันดาสะดุ้งตกใจ จู่ ๆ ลุงขับแท็กซี่ก็เรียกเธอ เมื่อหันซ้ายหันขวาก็เห็นว่ายังไม่ถึงที่ที่จะลง“เสียงมือถือคุณดังนานแล้ว ไม่รับเหรอครับ”“อ้อ! เอ่อ…ขอบคุณค่ะ” มือบางรีบเปิดกระเป๋าหาโทรศัพท์มือถือออกมารับสายทันที “ฮะ ฮาโหล…ค่ะแม่”(…ทำอะไรอยู่อันดา) ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยถาม“เอ่อ อันกำลังออกไปข้างนอกค่ะ”(กำลังไปข้างนอก…) แม่แอนเอ่ยทวนแล้วก็เงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง“ค่ะ”(งั้นแม่ไม่กวนแล้วดีกว่า ไว้อันดาถึงบ้านโทรกลับหาแม่หน่อยนะ)“คุยได้ค่ะ อันนั่งแท็กซี่คนเดียว” ทว่าอันดาไม่อยากวางสาย อยากคุยกับแม่แอนให้สบายใจ(แล้วอันดาจะไปไหน)“อันจะไปสมัครงานร้านณิรินค่ะ”(หืม!? ยังไงอันดา) เพราะรู้ว่าลูกสาวไม่ทำงาน แล้วจู่ ๆ ทำไมถึงจะไปสมัครงานขึ้นมา“คือ…อันอยากกลับมาทำงานเหมือนเดิม”(แล้วพี่ปรินซ์เขาว่าไงบ้าง) แม่แอนถามเพราะรู้สาเหตุที่ลูกออกจากงานดี ถึงจะไม่สนับสนุนเท่าไรแต่ลูกสาว
ร้านโกเอกติ่มซำสองสามีภรรยากำลังจัดแจงเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำเมนูติ่มซำต่าง ๆ ไว้ขายในวันถัดไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งพักที่หน้าทีวี“อันดาโทรมาบ้างไหมช่วงนี้” คนเป็นพ่อเอ่ยถามเสียงเป็นห่วง“ไม่เลย” แม่แอนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ สงสารชีวิตคู่ของลูกที่มีร่องรอยเปราะบาง มีแค่ลูกสาวของพวกเขาที่แบกรับไว้คนเดียวถึงลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนมีหรือจะดูไม่ออก ได้แต่ส่งกำลังใจห่าง ๆ รอวันที่ลูกมาระบายให้ฟัง“พ่อว่าพ่อโทรไปเองดีกว่า” พ่อเอกรักลูกสาวคนเดียวเหมือนแก้วตาดวงใจ ทรมานใจทุกครั้งที่เห็นลูกสาวทุกข์ ถ้าแต่งงานแล้วไร้ความสุข บางทีก็อยากได้ลูกสาวคนเดิมคืนมา“ดึกแล้วพ่อ เดี๋ยวแม่โทรหาพรุ่งนี้แต่เช้า” แม่แอนห้ามไว้พ่อเอกลังเลมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กดหาเจอลูกสาวเตรียมต่อสายหาแล้ว“นะพ่อ โทรไปตอนนี้เขาอยู่ด้วยกัน คุยไม่สะดวกหรอก”“อือ” พ่อเอกเข้าใจจึงยอมอย่างว่าง่ายวางโทรศัพท์มือถือไว้หน้าโต๊ะทีวีเหมือนเดิมแต่ลูกชายคนรองเดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงร่วมวงสนทนาด้วย“วันก่อนผมโทรไป น้องเสียงไม่ดีเลยครับ” อินเล่าให้ฟัง ทั้งที่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน กลัวพ่อแม่จะไม่สบายใจ พยาย
อันดากลับมาถึงบ้านประมาณสามทุ่ม สิ่งแรกที่เธอมองคือรถสามีซึ่งที่จอดรถประจำยังว่างเปล่า‘เขายังไม่กลับบ้าน’พอเข้ามาในบ้านก็เจอกับแม่สามีนั่งอยู่ห้องรับแขก ก่อนจะเดินออกมาดักหน้ามองหน้าลูกสะใภ้ราวกับเป็นสิ่งของต้องห้ามสำหรับบ้านหลังนี้“หึ! บ้านฉันไม่ใช่โรงแรมข้างทางหรอกนะที่จะเข้าจะออกเวลาไหนก็ได้”“…” อันดาเหนื่อยเกินกว่าจะตอบโต้ จึงเดินเลี่ยงไม่ต่อปากต่อคำ“จะไปไหน”“คุณแม่คะ หนูไม่อยากมีเรื่องกับคุณแม่ ถ้าคุณแม่ไม่ชอบหนู เราต่างคนต่างอยู่กันได้ไหม” เธอทำดีที่สุดแล้ว ต่อให้เหนื่อยใจแค่ไหนก็อยากอดทนเพื่อคนที่รัก“จะทำแบบนั้นได้ไง ในเมื่อเธอยังลอยหน้าลอยตาในบ้านฉัน เป็นตัวปัญหาที่ทำให้ลูกฉันกลับบ้านดึกดื่น ป่านนี้ก็คงหนีเมียไปหาความสุขกับผู้หญิงคนอื่นที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจกว่า ไม่ใช่อยู่ด้วยแล้วมีแต่เรื่องปวดหัว” ปรางทิพย์จ้องลูกใภ้ตาเขม็ง รังเกียจรังงอนไม่ชอบขี้หน้าเอาเสียเลย ทำไมลูกเธอต้องแต่งงานกับเด็กต่างจังหวัด ก็แค่ลูกสาวร้านติ่มซำ มันมีดีตรงไหน เทียบไม่ติดเลยสักนิดกับทายาทบริษัทอาหารแปรรูปชื่อดังของประเทศ“พี่ปรินซ์กลับบ้านช้าเพราะทำงาน…” อันดาจะพูดต่อ ว่าที่สามีเธอเครียดจนต้องห
กว่าอันดาจะกลับบ้านก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพราะเธอหาที่นั่งทำใจ เก็บทุกเรื่องไว้คนเดียว ตั้งใจจะกลับไปแล้วไม่เอาเรื่องหนักใจไปให้สามีรับรู้ รู้อยู่แล้วว่าพูดออกไปก็มีแต่เรื่อง พาลให้ทะเลาะกันเปล่า ๆ ยังไงเธอก็ยังอยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดีที่สุดซึ่งเมื่อกลับถึงบ้านอันดาก็เตรียมใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วว่าอาจจะทะเลาะกับปรินซ์เรื่องที่กลับช้า ทว่าพอมาถึงบ้าน กลายเป็นเขาที่เข้ามาคุยกับเธอก่อน“อันดาอยู่ในห้องน้ำรึเปล่า”“ค่ะ”“เสร็จธุระแล้วออกมาคุยกับพี่หน่อยสิ” ปรินซ์รู้ว่าอันดาหนีหน้าเข้าไปในห้องน้ำ เขาเห็นว่าเธอเห็นเขาแล้วแต่เดินหนีขึ้นมาบนห้องอันดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะออกมาเผชิญหน้ากับปรินซ์หมับ!ร่างสูงสาวเท้าเข้ามากอดภรรยาหลอม ๆ กับเรื่องวันนี้“พี่ขอโทษที่ขึ้นเสียงใส่”“…” อันดาก็เงียบ“พี่ขอโทษที่ผิดนัด”“…” อันดาก็เงียบเช่นเคย“อันดา พูดกับพี่หน่อยสิ”“แม่พี่เป็นยังไงบ้างคะ” ทว่าอันดาเลือกที่จะถามถึงเรื่องที่มีปัญหากัน“นอนพักอยู่โรงพยาบาลน่ะ”“แล้วพี่ไม่ไปเฝ้าเหรอคะ”“พี่แวะมาหาอันดาก่อน แต่เดี๋ยวก็คงกลับไป”“...” อันดาไม่พูดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วต้องเป็นแบบนี้ถ้าไม่อ้
มือบางล้างจานข้าวตัวเองหลังทานข้าวเสร็จเรียบร้อย อันดาทำเป็นประจำทุกวันมีแค่มื้อเย็นเท่านั้นที่เธอไม่ต้องทำเองเพราะจะทานข้าวพร้อมกับปรินซ์ ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างอันดากับแม่สามีที่สั่งไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปฟ้องปรินซ์‘ลูกฉันก็ทำงานเหนื่อยอยู่แล้ว อย่าเอาเรื่องในบ้านไปฟ้องให้ตาปรินซ์เหนื่อยใจล่ะ’เพราะปรินซ์ต้องพิสูจน์ตัวเองในบริษัทเนื่องจากเป็นหลานคนเดียวที่ได้ทำงานจากตำแหน่งทั่วไปให้ไต่เต้าตัวเองด้วยความสามารถต่างจากพวกพี่ ๆ ที่เรียนจบก็เข้ามาบริหารกิจการเลยเหตุนี้มั้ง อันดาเลยยอมทำหูทวนลม ไม่เอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเล่าให้ปรินซ์ พอเขาถามว่าอยู่บ้านเป็นยังไงบ้างก็จะปล่อยผ่านเรื่องในใจตลอดมา กระทั่งเธอผ่านไปได้ยินบางอย่างที่คิดว่าต่อไปเธอน่าจะคุยกับสามีจริงจังสักที“ฉันสงสารคุณอันดาวะ!” ดาวสาวใช้ในบ้านกำลังรอผ้าในเครื่อง ระหว่างนั้นก็เปิดหัวข้อเพื่อเม้าท์มอยข้ามเวลาไปพลางๆ“เออวะ แต่งเข้ามาต้องมาทำงานเหมือนกับเป็นสาวใช้ เรียนจบก็สูง คุณปรินซ์น่าจะให้พาคุณอันดาไปช่วยงานดีกว่ามาอยู่บ้านให้แม่ผัวโขกสับอยู่แบบนี้” นิดร่วมวงสนทนาทันที เห็นทุกวันจนอดที่จะพูดถึงไม่ได้ “สงสารเนอะ มีแม่ผัวใจดำ
หลังแต่งงานปรินซ์พาอันดาเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้าน ไม่ได้แยกออกไปสร้างบ้านหรือซื้อบ้านใหม่เพราะความเป็นลูกคนเดียวเลยหวงแม่เป็นธรรมดา ซึ่งอันดาก็ไม่มีปัญหา ถึงแม้ที่บ้านฝั่งอันดาแนะนำให้แยกออกมาอยู่กันสองคนสามีภรรยา“กฎของบ้านนี้ทานข้าวเสร็จต้องไปล้างจานของตัวเอง จะมาทำตัวเป็นคุณหนูในบ้านนี้ไม่ได้หรอกนะ” ปรินซ์ออกไปทำงาน ปรางทิพย์ก็ออกกฎทันทีซึ่งอันดาไม่มีปัญหากับกฎนี้ เธออยู่หอพักคนเดียวมาตั้งนานเรื่องแค่นี้สบายมากหรืออยู่ที่บ้านเธอก็ทำเป็นเรื่องปกติเธอรู้ว่าแม่สามีหวงลูกมาก จะคอยโทรหาโทรตามอยู่บ่อย ๆ ซึ่งตอนคบกัน ปรินซ์กับอันดาไม่เคยพักด้วยกัน ไม่เคยนอนด้วยกันจนถึงเช้า มีแค่ตอนไปเที่ยวเท่านั้นที่ทั้งคู่สามารถใช้เวลาด้วยกันยี่สิบสี่ชั่วโมงปรินซ์เคยพาอันดาไปเจอแม่หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งปรางทิพย์ก็จะไม่ชวนเธอคุย จะนั่งเงียบ ๆ มากกว่า แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจ จนถึงวันที่เธอเปลี่ยนสถานะจากแฟนลูกชายมาเป็นสะใภ้ของบ้านหลังนี้อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเจอก็ได้เจอ“เสื้อผ้าเธอก็เหมือนกัน ซักเองนะ อย่าใช้คนของฉัน”“หนูไม่มีปัญหาเรื่องนี้ค่ะ เดี๋ยวของพี่ปรินซ์หนูซักให้เองได้ค่







