LOGINวิวาห์รักกลับกลายเป็นวิวาห์ร้าว ใช้ชีวิตสามีภรรยากันไม่ถึง 1 ปี แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อวันหนึ่ง สามี ก็เปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็นหลังมือ จากสบตาเป็นหลบหน้า จากอยู่ใกล้ยิ่งค่อยๆ ขยับห่าง และทุกอย่าง 'จบ' ทันทีที่ 'เซ็นใบหย่า' "พี่ไม่ได้ใจร้าย..." "...พี่แค่เบื่อชีวิตตอนนี้!!" "แต่สำหรับอันดา พี่เป็นผู้ชายที่ใจร้ายที่สุด"
View Moreเสียงพิธีกรในงานฉลองมงคลสมรสทำหน้าที่ดำเนินการบนเวที กระทั่งถึงคำถามที่ทุกคนรอคอย ด้วยความอยากรู้ว่าเจ้าสาวมีวิธีมัดใจเจ้าบ่าวอย่างไร
เพราะกิติมาศักดิ์เรื่องเข้าถึงยาก พูดน้อย ถือตัว ทำให้สาว ๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบต่างรับประทานแห้วกันทั่วหน้า
แต่แล้ววันหนึ่งคนที่ประกาศเกล้าไว้ว่า
‘คนเราไม่จำเป็นต้องมีแฟนก็ได้’
อยู่ ๆ วันหนึ่งก็ลุกขึ้นมาเดินหน้าจีบรุ่นน้องปีหนึ่ง ทำในสิ่งที่ขนาดตัวเองยังไม่คิดว่าตัวเองจะทำมัน เพราะที่ผ่านมาเขาอยู่ได้ ไม่ได้รู้สึกขาดหรือโหยหาความรู้สึกพวกนั้น ความรู้สึกที่มีใครสักคนไว้คลอเคลีย ไว้อยู่ข้าง ๆ ไว้โทรหาไลน์หาบอกฝันดีก่อนนอนและตื่นเช้ามาเจอกัน
ที่ผ่านมาต่อให้เพื่อนในกลุ่มจะพาไปเจอสาว ๆ สักกี่คนก็ไม่เคยอยู่ในสายตา ‘ปรินซ์’ ผู้ชายที่โคตรจะหวงความโสด หวงตัวแบบสุด ๆ
นอกจากไม่โหยหาความรู้สึกพวกนั้นแล้วเขาไม่ชอบดูแลใคร ไม่ชอบให้ใครมารุ่มร่าม ยิ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเขายิ่งหวงเป็นพิเศษ เพราะแบบนี้จึงไม่คิดจะเปิดใจให้ใคร
จนกระทั่งเจอผู้หญิงคนนี้ คนที่สวมชุดเจ้าสาวแบบที่เราทั้งคู่ฝันด้วยกัน จูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์…รัก
“ไม่มีเลยค่ะ” อันดา หญิงสาวรูปร่างดี หน้าตาสวยเข้ารูปอย่างไม่มีที่ติ เอ่ยตอบคำถามพิธีกร
เธอไม่มีวิธีมัดใจอะไรเลย ก็แค่ทำตามหัวใจตัวเองนำทาง เปิดใจให้เขา และตั้งใจรักผู้ชายคนนี้สุดหัวใจ
“เก็บเป็นความลับรึเปล่าครับ กลัวสาวๆ ฟังอยู่จะเอาไปใช้รึเปล่าน้า” พิธีกรแซวเจ้าสาวคนสวยทันที ใครๆ ก็หมายปองปรินซ์กันทั้งนั้น แต่กำแพงที่สูงลัดฟ้าเลยยอมแพ้กันนักต่อนักและตอนนี้ก็มีเจ้าสาวตัวจริงเรียบร้อยแล้ว
“ก็แค่ตั้งใจรักให้ดีที่สุดค่ะ” แค่นั้นเลยจริงๆ
“แล้วเจ้าบ่าวล่ะครับ อยากบอกความในใจอะไรกับเจ้าสาวคนสวยบ้าง”
“ผมก็จะตั้งใจรัก มั่งคง ไม่เปลี่ยนแปลงต่อผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม ผู้หญิงที่ชื่ออันดา…” เสียงนุ่มเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “จะเป็นเจ้าสาวเพียงคนเดียวของผมและผมจะรักตลอดไป”
.
.
.
ปัจจุบัน…
คนที่บอกว่า ‘รัก’ ตลอดไป ตอนนี้กลับไม่อ่านข้อความผู้หญิงที่เขาประกาศคำนั้นต่อหน้าแขกในงาน
ห้องแชทคุณสามี
อันดา : ประชุมไม่เสร็จอีกเหรอคะ
อันดา : รอเข้านอนพร้อมพี่นะคะ
หญิงสาวลุกจากโซฟาห้องรับแขก มองดูนาฬิกาเลยเวลาเที่ยงคืนมาสิบห้านาทีแล้ว ใบหน้าของเธอเก็บอาการไม่อยู่ มันแสดงออกทุกความรู้สึกออกมา
“…รักงั้นเหรอ”
ถ้ารักกันแล้วทิ้งให้เธอโดดเดี่ยวแบบนี้ อย่ารักกันเลยดีกว่า!!
อันดานั่งแท็กซี่ออกจากบ้านหลังจากปรินซ์ขับรถออกไปทำงานทั้งที่ไม่ทานข้าวเช้าคนใจลอยมองข้างทางด้วยใบหน้าเศร้า ไม่อยากย้อนนึกถึงสมัยรักกันใหม่ ๆ ให้เจ็บปวดอีกครั้ง“คุณครับ”“…”“คุณ! คุณครับ!!”“คะ!?” อันดาสะดุ้งตกใจ จู่ ๆ ลุงขับแท็กซี่ก็เรียกเธอ เมื่อหันซ้ายหันขวาก็เห็นว่ายังไม่ถึงที่ที่จะลง“เสียงมือถือคุณดังนานแล้ว ไม่รับเหรอครับ”“อ้อ! เอ่อ…ขอบคุณค่ะ” มือบางรีบเปิดกระเป๋าหาโทรศัพท์มือถือออกมารับสายทันที “ฮะ ฮาโหล…ค่ะแม่”(…ทำอะไรอยู่อันดา) ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยถาม“เอ่อ อันกำลังออกไปข้างนอกค่ะ”(กำลังไปข้างนอก…) แม่แอนเอ่ยทวนแล้วก็เงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง“ค่ะ”(งั้นแม่ไม่กวนแล้วดีกว่า ไว้อันดาถึงบ้านโทรกลับหาแม่หน่อยนะ)“คุยได้ค่ะ อันนั่งแท็กซี่คนเดียว” ทว่าอันดาไม่อยากวางสาย อยากคุยกับแม่แอนให้สบายใจ(แล้วอันดาจะไปไหน)“อันจะไปสมัครงานร้านณิรินค่ะ”(หืม!? ยังไงอันดา) เพราะรู้ว่าลูกสาวไม่ทำงาน แล้วจู่ ๆ ทำไมถึงจะไปสมัครงานขึ้นมา“คือ…อันอยากกลับมาทำงานเหมือนเดิม”(แล้วพี่ปรินซ์เขาว่าไงบ้าง) แม่แอนถามเพราะรู้สาเหตุที่ลูกออกจากงานดี ถึงจะไม่สนับสนุนเท่าไรแต่ลูกสาว
ร้านโกเอกติ่มซำสองสามีภรรยากำลังจัดแจงเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำเมนูติ่มซำต่าง ๆ ไว้ขายในวันถัดไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งพักที่หน้าทีวี“อันดาโทรมาบ้างไหมช่วงนี้” คนเป็นพ่อเอ่ยถามเสียงเป็นห่วง“ไม่เลย” แม่แอนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ สงสารชีวิตคู่ของลูกที่มีร่องรอยเปราะบาง มีแค่ลูกสาวของพวกเขาที่แบกรับไว้คนเดียวถึงลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนมีหรือจะดูไม่ออก ได้แต่ส่งกำลังใจห่าง ๆ รอวันที่ลูกมาระบายให้ฟัง“พ่อว่าพ่อโทรไปเองดีกว่า” พ่อเอกรักลูกสาวคนเดียวเหมือนแก้วตาดวงใจ ทรมานใจทุกครั้งที่เห็นลูกสาวทุกข์ ถ้าแต่งงานแล้วไร้ความสุข บางทีก็อยากได้ลูกสาวคนเดิมคืนมา“ดึกแล้วพ่อ เดี๋ยวแม่โทรหาพรุ่งนี้แต่เช้า” แม่แอนห้ามไว้พ่อเอกลังเลมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กดหาเจอลูกสาวเตรียมต่อสายหาแล้ว“นะพ่อ โทรไปตอนนี้เขาอยู่ด้วยกัน คุยไม่สะดวกหรอก”“อือ” พ่อเอกเข้าใจจึงยอมอย่างว่าง่ายวางโทรศัพท์มือถือไว้หน้าโต๊ะทีวีเหมือนเดิมแต่ลูกชายคนรองเดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงร่วมวงสนทนาด้วย“วันก่อนผมโทรไป น้องเสียงไม่ดีเลยครับ” อินเล่าให้ฟัง ทั้งที่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน กลัวพ่อแม่จะไม่สบายใจ พยาย
อันดากลับมาถึงบ้านประมาณสามทุ่ม สิ่งแรกที่เธอมองคือรถสามีซึ่งที่จอดรถประจำยังว่างเปล่า‘เขายังไม่กลับบ้าน’พอเข้ามาในบ้านก็เจอกับแม่สามีนั่งอยู่ห้องรับแขก ก่อนจะเดินออกมาดักหน้ามองหน้าลูกสะใภ้ราวกับเป็นสิ่งของต้องห้ามสำหรับบ้านหลังนี้“หึ! บ้านฉันไม่ใช่โรงแรมข้างทางหรอกนะที่จะเข้าจะออกเวลาไหนก็ได้”“…” อันดาเหนื่อยเกินกว่าจะตอบโต้ จึงเดินเลี่ยงไม่ต่อปากต่อคำ“จะไปไหน”“คุณแม่คะ หนูไม่อยากมีเรื่องกับคุณแม่ ถ้าคุณแม่ไม่ชอบหนู เราต่างคนต่างอยู่กันได้ไหม” เธอทำดีที่สุดแล้ว ต่อให้เหนื่อยใจแค่ไหนก็อยากอดทนเพื่อคนที่รัก“จะทำแบบนั้นได้ไง ในเมื่อเธอยังลอยหน้าลอยตาในบ้านฉัน เป็นตัวปัญหาที่ทำให้ลูกฉันกลับบ้านดึกดื่น ป่านนี้ก็คงหนีเมียไปหาความสุขกับผู้หญิงคนอื่นที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจกว่า ไม่ใช่อยู่ด้วยแล้วมีแต่เรื่องปวดหัว” ปรางทิพย์จ้องลูกใภ้ตาเขม็ง รังเกียจรังงอนไม่ชอบขี้หน้าเอาเสียเลย ทำไมลูกเธอต้องแต่งงานกับเด็กต่างจังหวัด ก็แค่ลูกสาวร้านติ่มซำ มันมีดีตรงไหน เทียบไม่ติดเลยสักนิดกับทายาทบริษัทอาหารแปรรูปชื่อดังของประเทศ“พี่ปรินซ์กลับบ้านช้าเพราะทำงาน…” อันดาจะพูดต่อ ว่าที่สามีเธอเครียดจนต้องห
กว่าอันดาจะกลับบ้านก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพราะเธอหาที่นั่งทำใจ เก็บทุกเรื่องไว้คนเดียว ตั้งใจจะกลับไปแล้วไม่เอาเรื่องหนักใจไปให้สามีรับรู้ รู้อยู่แล้วว่าพูดออกไปก็มีแต่เรื่อง พาลให้ทะเลาะกันเปล่า ๆ ยังไงเธอก็ยังอยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดีที่สุดซึ่งเมื่อกลับถึงบ้านอันดาก็เตรียมใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วว่าอาจจะทะเลาะกับปรินซ์เรื่องที่กลับช้า ทว่าพอมาถึงบ้าน กลายเป็นเขาที่เข้ามาคุยกับเธอก่อน“อันดาอยู่ในห้องน้ำรึเปล่า”“ค่ะ”“เสร็จธุระแล้วออกมาคุยกับพี่หน่อยสิ” ปรินซ์รู้ว่าอันดาหนีหน้าเข้าไปในห้องน้ำ เขาเห็นว่าเธอเห็นเขาแล้วแต่เดินหนีขึ้นมาบนห้องอันดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะออกมาเผชิญหน้ากับปรินซ์หมับ!ร่างสูงสาวเท้าเข้ามากอดภรรยาหลอม ๆ กับเรื่องวันนี้“พี่ขอโทษที่ขึ้นเสียงใส่”“…” อันดาก็เงียบ“พี่ขอโทษที่ผิดนัด”“…” อันดาก็เงียบเช่นเคย“อันดา พูดกับพี่หน่อยสิ”“แม่พี่เป็นยังไงบ้างคะ” ทว่าอันดาเลือกที่จะถามถึงเรื่องที่มีปัญหากัน“นอนพักอยู่โรงพยาบาลน่ะ”“แล้วพี่ไม่ไปเฝ้าเหรอคะ”“พี่แวะมาหาอันดาก่อน แต่เดี๋ยวก็คงกลับไป”“...” อันดาไม่พูดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วต้องเป็นแบบนี้ถ้าไม่อ้





