ログインวิศวกรหนุ่มจอมกะล่อนอย่างภาคินัยลงทุนแกล้งป่วยเพื่อหนีงานหมั้น แต่โชคชะตากลับเล่นตลกส่งพยาบาลสาวแสนดีอย่างเจนจิรามาสั่นคลอนหัวใจเสือหนุ่มให้สยบราบคาบ ทว่า... ในวันที่ความรักกำลังผลิบาน เงาแค้นจากอดีตและแรงริษยาก็เริ่มทำงาน เมธินีรุ่นน้องสาวผู้ไม่ยอมปล่อยมือ และบันฑูรชายหนุ่มที่พร้อมจะทำลายทุกวิถีทางเพื่อครอบครองเธอ แผนร้ายที่เต็มไปด้วยตัณหาและการหลอกลวงกำลังชักนำให้สองหัวใจเหินห่าง ท่ามกลางยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง... เจนจิราจะรอดพ้นจากกรงเล็บของคนชั่วได้หรือไม่? และภาคินัยจะปกป้องผู้หญิงที่เขารักไว้ได้ไหม ในวันที่เขาเองก็ก้าวพลาดจนเกือบเสียเธอไปตลอดกาล!
もっと見るบรรยากาศภายในโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาวแห่งนี้เงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านอันเป็นเอกลักษณ์ แสงไฟ Warm White ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หากแต่ร่างสูงโปร่งของ ภาคินัย กลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น
ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำและนาฬิกาเรือนแพง เขาก้าวเดินด้วยท่วงท่ามั่นใจ แต่ในอกกลับสั่นระรัวด้วยความกังวล... ไม่ใช่เพราะเรื่องอาการป่วยที่แสร้ง แต่เป็นเรื่องกลัวเข็มที่เขาสยดสยองมาตั้งแต่จำความได้
ภาคินัยยื่นบัตรประชาชนและบัตรประกันด้วยนิ้วมือเรียวยาว ประชาสัมพันธ์สาวในชุดสีครีมเงยหน้าขึ้นสบตา และวินาทีนั้นเธอก็เผลอชะงักไปกับใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับนัยน์ตาคมที่ดูหยาดเยิ้มราวกับมีพิษไข้แทรกอยู่ในกาย
“คุณภาคินัย วันนี้เป็นอะไรมาคะ”
“ผมรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ครับ ทานยาแล้วก็ไม่ทุเลาเลย” เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นฟังดูอ่อนแรงเล็กน้อยแต่กลับมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
หลังจากผ่านขั้นตอนวัดความดันและส่วนสูงที่ทำให้เขาได้โชว์รูปร่างกำยำสมส่วน
“รบกวนเชิญคุณภาคินัยไปที่ห้องเจาะเลือดนะคะ” เสียงหวานใสของผู้ช่วยพยาบาลสาวทำเอาชายหนุ่มที่นั่งปั้นหน้านิ่งขรึมถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
“ถึงกับต้องเจาะเลือดเลยเหรอครับ!!” ภาคินัยอุทานเสียงหลง นัยน์ตาคมกริบที่เคยดูดุดันและทรงอำนาจเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว ความมาดขรึมดั่งพญาราชสีห์เมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
เขาจินตนาการไปถึงปลายเข็มโลหะแหลมคมที่จะทิ่มทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปหาเส้นเลือด เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกเสียวปลาบไปถึงสันหลัง
“ต้องเจาะเลือดหาเชื้อไข้เลือดออก รวมไปถึงไข้หวัดใหญ่และก็โควิดด้วยค่ะ... เชิญทางนี้ค่ะ คุณภาคินัย”
ผู้ช่วยสาวร่างระหงขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอโชยมาแตะจมูก แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้ภาคินัยคลายความตระหนกได้ เขารู้สึกว่าฝ่ามือเริ่มมีเหงื่อซึม
“แต่ว่าผม...ผมเป็นโรคกลัวเข็ม ไม่เจาะได้มั้ยครับ” น้ำเสียงที่เคยทุ้มต่ำทรงพลังสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด สายตาอ้อนวอนอย่างที่เขาไม่เคยใช้กับใครถูกส่งไปให้คนตรงหน้า
“ไม่ได้ค่ะ ไม่เจาะเลือดเราก็ตรวจโรคให้คุณไม่ได้...”
“แต่รับรองค่ะ ฉันจะพาคุณไปเจาะกับพยาบาลที่มือเบาที่สุดของโรงพยาบาลเลย”
“มีด้วยเหรอครับ...มือเบา ผมเห็นเจาะทีไรก็เจ็บทุกที” ภาคินัยถามเสียงแผ่ว สายตาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่คลี่ยิ้มบางอย่างเผลอไผล ความกลัวในใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาด
“มีสิคะ รับรอง...คุณแทบไม่รู้สึกเลย” นัยน์ตาหวานซึ้งคู่นั้นดูเหมือนจะร่ายมนต์สะกดให้เขาตกอยู่ในภวังค์ ความอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วกายเมื่อเธอกระซิบประโยคทิ้งท้ายที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นโครมครามยิ่งกว่าเดิม
ชายหนุ่มเดินตามหลังผู้ช่วยพยาบาลสาวไปราวกับนักโทษที่กำลังถูกลากเข้าสู่แดนประหาร หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศดูจะยิ่งทวีความหนาวเหน็บเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องเจาะเลือด
“รบกวนพี่เจนเจาะเลือดให้คนไข้หน่อยนะคะ” พยาบาลผู้ช่วยวางเอกสารลงตรงหน้าพยาบาลสาวอีกคนที่นั่งรออยู่ด้านในเพื่อซักประวัติ
เมื่อพยาบาลผู้ช่วยเบี่ยงตัวออก ภาคินัยที่กำลังจะอ้าปากประท้วงเรื่องการเจาะเลือดอีกครั้ง แต่กลับต้องชะงักไปราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เมื่อเขาได้สบตากับพยาบาลสาวสวยตรงหน้า
ชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาที่ตัดเย็บเข้ารูป เผยให้เห็นส่วนเว้าโค้งของร่างกายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบร้อยอย่างน่ามอง ใบหน้านวลเนียนประดับด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายซื่อบริสุทธิ์ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั้นช่างดูเย้ายวนใจจนคนมองเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ความกลัวเข็มเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนบางอย่างที่แล่นพล่านไปทั่วกาย ภาคินัยมองจ้องพยาบาลสาวไม่วางตา ลืมไปเสียสนิทว่าตนเองกำลังแกล้งป่วยและกำลังจะต้องเผชิญกับสิ่งที่กลัวที่สุด
“เชิญนั่งค่ะคุณภาคินัย... ไม่ต้องกลัวนะคะ ดิฉันมือเบาที่สุดแล้ว” เสียงหวานใสที่เอ่ยเรียกชื่อเขา พร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่ส่งมาให้ ทำเอาวิศวกรหนุ่มถึงกับใจสั่นสะท้าน... ถ้าต้องเจ็บเพราะเข็มของพยาบาลคนนี้ ต่อให้ต้องเจาะกี่ครั้งเขาก็ยอม
ราตรีถัดมา ความลุ่มหลงในรสกามารมณ์ชั่วข้ามคืนฉุดรั้งให้เอกณัฐหวนกลับเข้าสู่กงจักรสังเวียนเดิมอีกครั้ง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่รอการชำระ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสรัญจวนใจของนิดกลับยั่วยวนจนเขาตัดใจไม่ลง เขาแอบย่องเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่หอมฟุ้ง ท่ามกลางความเงียบงัดที่แสนอันตราย“เฮ่ย!..พี่เอก นิดตกใจหมด พี่เข้ามาได้ยังไงเนี่ย!” นิดอุทานลั่น ร่างอวบอิ่มในชุดนอนซีทรูสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างกำยำปรากฏกายขึ้น“ก็เข้ามาทางประตูนะสิ... คืนนี้นิดเป็นของพี่อีกนะ พี่อดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ” เอกณัฐไม่พูดเปล่า เขาพุ่งเข้าประชิดตัว ล็อกร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนพลางซุกไซ้ซอกคออย่างบ้าคลั่ง มือหนาบีบเค้นเต้าทรวงอวบหยัดผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างถือดี“อย่าพี่เอก! ปล่อยนะ อื้อ!!” นิดโวยวายและพยายามดิ้นรน ทว่าเสียงของเธอกลับไปกระตุกหนวดเสือที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาพอดิบพอดี“ไอ้สัด! มึงทำอะไรเมียกู!”เสียงกัมปนาทของชัยดังขึ้นพร้อมกับร่างถึกทึนที่ถลันเข้ามา ชัยกระชากคอเสื้อเอกณัฐออกไปจากตัวนิด ก่อนจะระดมหมัดและเท้าเข้าใส่ร่างของเอกณัฐอย่างไม่ยั้งแรง เอกณัฐพยายามฮึดสู้แต่ด้วยกำลังที่ต่างกัน เขาพลาดท่าล้มลง
ราตรีที่ความลับกำลังจะถูกกระชากหน้ากากเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เอกณัฐก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ทิ้งคราบชายผู้อ่อนแอไว้เบื้องหลัง เขารู้ดีว่าคืนนี้คือโอกาสทองเมื่อชัย ตัวละครลวงโลกออกไปแสวงโชคในวงพนัน ภายในห้องนอนที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นน้ำหอมอันเย้ายวน เอกณัฐจ้องมองนิด ในมุมมืดสายตาที่เย็นเฉียบดุจมัจจุราช เขาเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างถือวิสาสะ“พี่เอก!!! นิดตกใจหมดเลย”“คืนนี้พี่อยากนอนที่นี่...” เสียงทุ้มพร่าแฝงอำนาจคุกคามทำให้หญิงสาวใจสั่นสะท้าน“พี่เอก! นิดบอกแล้วไงคะว่าต้องรอให้หายดีก่อน จำที่หมอสั่งไม่ได้เหรอคะ...” เธอละล่ำละลัก พยายามยกข้ออ้างเดิม ๆ มาเป็นเกราะกำบัง ทว่า...เอกณัฐกลับไม่เปิดช่องว่างให้เธอหายใจ“พี่หายดีแล้วนิด...” วงแขนแกร่งตวัดรัดเอวบางเข้าหาตัว ก่อนจะล็อกร่างอรชรให้บดเบียดกับอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดระแวงของเธอ เขาซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่นพลางบีบเค้นสะโพกมนอย่างจงใจ รสจูบที่เขามอบให้มันช่างป่าเถื่อนและหิวกระหาย ราวกับจะสูบเอาวิญญาณของสาวสิบหกมงกุฎออกมาเค้นความจริง นิดที่ตั้งตัวไม่ติดเริ่มโอนอ่อนตามสัมผัสอันช่ำชองอย่างไม่อาจต้านทาน“ถ้าเราเป็น
แดดยามบ่ายที่ร้อนระอุภายในห้องโดยสารของรถดูดส้วมคันเก่าที่ไม่มีแอร์ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ามาบริเวณคนขับ เอกณัฐใช้ชีวิตอยู่ในห้องเก็บของเก่าๆ ท้ายหมู่บ้านมานานถึงเจ็ดเดือนแล้ว ความทรงจำของเขายังคงเป็นหลุมดำที่ว่างเปล่า มีเพียงคำบอกเล่าของ นิด และ ชัย เท่านั้นที่คอยย้ำเตือนว่าเขาเป็นใครและเคยทำอาชีพอะไรวันหนึ่ง หลังจากเสร็จงานดูดส้วมตามหมู่บ้าน เขาแวะตลาดตามคำสั่งของนิดเพื่อซื้อหมูสดไปนิดทำกับข้าวเย็น ในจังหวะที่เร่งรีบเขาก็เดินไปชนกับชายชราคนหนึ่งเข้าอย่างจัง“ขอโทษครับคุณลุง ผมรีบไปหน่อย” เอกณัฐรีบเอ่ยขอโทษพลางพยุงลุงคนนั้นไว้ลุงคนนั้นหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัย สำเนียงเหน่อๆ แบบคนสุพรรณขนานแท้เอ่ยถามขึ้น “ไอ้หนุ่ม... เอ็งเพิ่งมาอยู่ใหม่เร่อ!! ลุงไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเอ็งเลย”“ผมชื่อเอกครับเมียชื่อนิด มีพี่ชื่อชัย บ้านผมอยู่ท้ายหมู่บ้าน เอ่อ...ว่าแต่ลุงทำไมไม่เคยเห็นผมล่ะ” เอกณัฐถามกลับด้วยความประหลาดใจ“เป็นไปไม่ได้!” ลุงโบกมือวืดวาด “บ้านลุงน่ะอยู่ติดกับไอ้ชัยกับนังนิดมาจะยี่สิบกว่าปีแล้ว เห็นแค่เจ้าชัยกับนังนิด สองผัวเมียนั่น เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะมีใครอื่น”คำพูดของลุงเหมือนสายฟ
เที่ยงกว่า ๆ เอกณัฐ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง สัมผัสแรกที่เขารู้สึกคือความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวเนื้อเปลือยเปล่า เสียงเคาะประตูจากพนักงานโรงแรมดังรัวขึ้นพร้อมคำแจ้งเตือนที่ทำให้เขาต้องสะดุ้ง“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า เลยเวลาเช็คเอาท์มานานแล้วค่ะ หากต้องการพักต่อกรุณาชำระค่าที่พักเพิ่มด้วยนะคะ”เขาลนลานหากระเป๋าสตางค์และเสื้อผ้า แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า เอกณัฐพยายามคาดคั้นถามพนักงานถึงเหตุการณ์เมื่อวานเย็น แต่ได้รับเพียงสายตาดูแคลน ผู้จัดการโรงแรมก้าวเข้ามาเชิญตัวเขาออกไปอย่างไม่ไว้หน้า ชายที่เคยจองหองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะพึ่งพาน้องชาย แต่ใบหน้าของเขาก็ต้องซีดเผือดทันทีเมื่อพบว่าข้อมูลในเครื่องถูกลบเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์... โลกของเขากำลังพังทลายลงในพริบตาด้วยความอับอายและสติที่เริ่มคลุ้มคลั่ง เอกณัฐในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายพร้อมชุดชั้นในตัวเดียว ตัดสินใจวิ่งหนีสายตาผู้คนออกไปที่ลานจอดรถ เขาเห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ เจ้าของรถกำลังวุ่นอยู่กับการขนของด้านหลัง เขาไม่รอช้า พุ่งขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปทันที
ท่ามกลางบรรยากาศเย็นเยียบยามค่ำคืน หน้าอาคารโรงพยาบาลที่เริ่มเงียบเหงา เจนจิราก้าวเท้าออกมาด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง ชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาเน้นเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้น ขับให้ผิวเนียนละเอียดของหล่อนดูผุดผ่องภายใต้แสงไฟสลัว หล่อนก้มลงมองโทรศัพท์ในมือเตรียมจะกดหาสุรีย์พรด้วยความกังวลใจที่สุมอกทว่า... แสงไฟจ
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสต
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่