FAZER LOGINวิศวกรหนุ่มจอมกะล่อนอย่างภาคินัยลงทุนแกล้งป่วยเพื่อหนีงานหมั้น แต่โชคชะตากลับเล่นตลกส่งพยาบาลสาวแสนดีอย่างเจนจิรามาสั่นคลอนหัวใจเสือหนุ่มให้สยบราบคาบ ทว่า... ในวันที่ความรักกำลังผลิบาน เงาแค้นจากอดีตและแรงริษยาก็เริ่มทำงาน เมธินีรุ่นน้องสาวผู้ไม่ยอมปล่อยมือ และบันฑูรชายหนุ่มที่พร้อมจะทำลายทุกวิถีทางเพื่อครอบครองเธอ แผนร้ายที่เต็มไปด้วยตัณหาและการหลอกลวงกำลังชักนำให้สองหัวใจเหินห่าง ท่ามกลางยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง... เจนจิราจะรอดพ้นจากกรงเล็บของคนชั่วได้หรือไม่? และภาคินัยจะปกป้องผู้หญิงที่เขารักไว้ได้ไหม ในวันที่เขาเองก็ก้าวพลาดจนเกือบเสียเธอไปตลอดกาล!
Ver maisราตรีถัดมา ความลุ่มหลงในรสกามารมณ์ชั่วข้ามคืนฉุดรั้งให้เอกณัฐหวนกลับเข้าสู่กงจักรสังเวียนเดิมอีกครั้ง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่รอการชำระ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสรัญจวนใจของนิดกลับยั่วยวนจนเขาตัดใจไม่ลง เขาแอบย่องเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่หอมฟุ้ง ท่ามกลางความเงียบงัดที่แสนอันตราย“เฮ่ย!..พี่เอก นิดตกใจหมด พี่เข้ามาได้ยังไงเนี่ย!” นิดอุทานลั่น ร่างอวบอิ่มในชุดนอนซีทรูสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างกำยำปรากฏกายขึ้น“ก็เข้ามาทางประตูนะสิ... คืนนี้นิดเป็นของพี่อีกนะ พี่อดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ” เอกณัฐไม่พูดเปล่า เขาพุ่งเข้าประชิดตัว ล็อกร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนพลางซุกไซ้ซอกคออย่างบ้าคลั่ง มือหนาบีบเค้นเต้าทรวงอวบหยัดผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างถือดี“อย่าพี่เอก! ปล่อยนะ อื้อ!!” นิดโวยวายและพยายามดิ้นรน ทว่าเสียงของเธอกลับไปกระตุกหนวดเสือที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาพอดิบพอดี“ไอ้สัด! มึงทำอะไรเมียกู!”เสียงกัมปนาทของชัยดังขึ้นพร้อมกับร่างถึกทึนที่ถลันเข้ามา ชัยกระชากคอเสื้อเอกณัฐออกไปจากตัวนิด ก่อนจะระดมหมัดและเท้าเข้าใส่ร่างของเอกณัฐอย่างไม่ยั้งแรง เอกณัฐพยายามฮึดสู้แต่ด้วยกำลังที่ต่างกัน เขาพลาดท่าล้มลง
ราตรีที่ความลับกำลังจะถูกกระชากหน้ากากเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เอกณัฐก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ทิ้งคราบชายผู้อ่อนแอไว้เบื้องหลัง เขารู้ดีว่าคืนนี้คือโอกาสทองเมื่อชัย ตัวละครลวงโลกออกไปแสวงโชคในวงพนัน ภายในห้องนอนที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นน้ำหอมอันเย้ายวน เอกณัฐจ้องมองนิด ในมุมมืดสายตาที่เย็นเฉียบดุจมัจจุราช เขาเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างถือวิสาสะ“พี่เอก!!! นิดตกใจหมดเลย”“คืนนี้พี่อยากนอนที่นี่...” เสียงทุ้มพร่าแฝงอำนาจคุกคามทำให้หญิงสาวใจสั่นสะท้าน“พี่เอก! นิดบอกแล้วไงคะว่าต้องรอให้หายดีก่อน จำที่หมอสั่งไม่ได้เหรอคะ...” เธอละล่ำละลัก พยายามยกข้ออ้างเดิม ๆ มาเป็นเกราะกำบัง ทว่า...เอกณัฐกลับไม่เปิดช่องว่างให้เธอหายใจ“พี่หายดีแล้วนิด...” วงแขนแกร่งตวัดรัดเอวบางเข้าหาตัว ก่อนจะล็อกร่างอรชรให้บดเบียดกับอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดระแวงของเธอ เขาซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่นพลางบีบเค้นสะโพกมนอย่างจงใจ รสจูบที่เขามอบให้มันช่างป่าเถื่อนและหิวกระหาย ราวกับจะสูบเอาวิญญาณของสาวสิบหกมงกุฎออกมาเค้นความจริง นิดที่ตั้งตัวไม่ติดเริ่มโอนอ่อนตามสัมผัสอันช่ำชองอย่างไม่อาจต้านทาน“ถ้าเราเป็น
แดดยามบ่ายที่ร้อนระอุภายในห้องโดยสารของรถดูดส้วมคันเก่าที่ไม่มีแอร์ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ามาบริเวณคนขับ เอกณัฐใช้ชีวิตอยู่ในห้องเก็บของเก่าๆ ท้ายหมู่บ้านมานานถึงเจ็ดเดือนแล้ว ความทรงจำของเขายังคงเป็นหลุมดำที่ว่างเปล่า มีเพียงคำบอกเล่าของ นิด และ ชัย เท่านั้นที่คอยย้ำเตือนว่าเขาเป็นใครและเคยทำอาชีพอะไรวันหนึ่ง หลังจากเสร็จงานดูดส้วมตามหมู่บ้าน เขาแวะตลาดตามคำสั่งของนิดเพื่อซื้อหมูสดไปนิดทำกับข้าวเย็น ในจังหวะที่เร่งรีบเขาก็เดินไปชนกับชายชราคนหนึ่งเข้าอย่างจัง“ขอโทษครับคุณลุง ผมรีบไปหน่อย” เอกณัฐรีบเอ่ยขอโทษพลางพยุงลุงคนนั้นไว้ลุงคนนั้นหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัย สำเนียงเหน่อๆ แบบคนสุพรรณขนานแท้เอ่ยถามขึ้น “ไอ้หนุ่ม... เอ็งเพิ่งมาอยู่ใหม่เร่อ!! ลุงไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเอ็งเลย”“ผมชื่อเอกครับเมียชื่อนิด มีพี่ชื่อชัย บ้านผมอยู่ท้ายหมู่บ้าน เอ่อ...ว่าแต่ลุงทำไมไม่เคยเห็นผมล่ะ” เอกณัฐถามกลับด้วยความประหลาดใจ“เป็นไปไม่ได้!” ลุงโบกมือวืดวาด “บ้านลุงน่ะอยู่ติดกับไอ้ชัยกับนังนิดมาจะยี่สิบกว่าปีแล้ว เห็นแค่เจ้าชัยกับนังนิด สองผัวเมียนั่น เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะมีใครอื่น”คำพูดของลุงเหมือนสายฟ
เที่ยงกว่า ๆ เอกณัฐ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง สัมผัสแรกที่เขารู้สึกคือความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวเนื้อเปลือยเปล่า เสียงเคาะประตูจากพนักงานโรงแรมดังรัวขึ้นพร้อมคำแจ้งเตือนที่ทำให้เขาต้องสะดุ้ง“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า เลยเวลาเช็คเอาท์มานานแล้วค่ะ หากต้องการพักต่อกรุณาชำระค่าที่พักเพิ่มด้วยนะคะ”เขาลนลานหากระเป๋าสตางค์และเสื้อผ้า แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า เอกณัฐพยายามคาดคั้นถามพนักงานถึงเหตุการณ์เมื่อวานเย็น แต่ได้รับเพียงสายตาดูแคลน ผู้จัดการโรงแรมก้าวเข้ามาเชิญตัวเขาออกไปอย่างไม่ไว้หน้า ชายที่เคยจองหองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะพึ่งพาน้องชาย แต่ใบหน้าของเขาก็ต้องซีดเผือดทันทีเมื่อพบว่าข้อมูลในเครื่องถูกลบเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์... โลกของเขากำลังพังทลายลงในพริบตาด้วยความอับอายและสติที่เริ่มคลุ้มคลั่ง เอกณัฐในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายพร้อมชุดชั้นในตัวเดียว ตัดสินใจวิ่งหนีสายตาผู้คนออกไปที่ลานจอดรถ เขาเห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ เจ้าของรถกำลังวุ่นอยู่กับการขนของด้านหลัง เขาไม่รอช้า พุ่งขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปทันที
ท่ามกลางบรรยากาศเย็นเยียบยามค่ำคืน หน้าอาคารโรงพยาบาลที่เริ่มเงียบเหงา เจนจิราก้าวเท้าออกมาด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง ชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาเน้นเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้น ขับให้ผิวเนียนละเอียดของหล่อนดูผุดผ่องภายใต้แสงไฟสลัว หล่อนก้มลงมองโทรศัพท์ในมือเตรียมจะกดหาสุรีย์พรด้วยความกังวลใจที่สุมอกทว่า... แสงไฟจ
เสียงหวีดร้องปนสะอื้นของเมธินีก้องอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันบิดเบี้ยว เมื่อเอกณัฐไม่ได้ใช้ความรักนำทาง แต่ใช้ความดิบเถื่อนเข้าครอบงำเพื่อสนองตัณหาและอำนาจที่เขามีเหนือกว่าหญิงสาวตรงหน้า“โอ๊ย! อร๊าย!! พอแล้ว เสียบเข้าสิ เร็ว...ฉันไม่ไหวแล้วนะ!” หล่อนจิกนิ้วลงบนผ้าปูที่นอนจนยับย่น เมื่อใบหน้
หลังจากพายุอารมณ์ในครั้งนั้นมอดดับลง ความสัมพันธ์ของภาคินัยและเจนจิรากลับยิ่งแน่นแฟ้นราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการเผาไหม้ ทั้งคู่ใช้ความเชื่อใจเป็นเกราะกำบัง จนไม่ว่าแผนการสกปรกของใครก็ไม่อาจแทรกซึมเข้าทำลายความรักของทั้งสองได้อีก แต่ฝั่งของคนที่พ่ายแพ้... เพลิงแค้นกลับยังคงคุกรุ่นท่ามกลางแสงสีที่สาดส
ในเช้าที่อากาศสดใส เจนจิราปฏิบัติหน้าที่ของเธออย่างแข็งขันเหมือนเช่นทุกวัน มือเรียวสวยบรรจงวัดความดันและเช็กอาการเบื้องต้นให้เอกณัฐที่กลายมาเป็นคนไข้ สัมผัสจากปลายนิ้วของพยาบาลสาวที่แตะลงบนผิวเนื้อทำเอาชายหนุ่มใจสั่นหวิว เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ดูตั้งอกตั้งใจนั้นด้วยสายตาที่ปิดความปรารถนาไว้ไม่มิดท











