Masuk“อุ๊ย!” ภัทรวนันต์อุทานอย่างตกใจเมื่อทำท่าจะปิดประตู เขาแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วและกดล็อกประตูห้องเอาไว้ เสียงล็อกประตูห้องทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ตาโตเบิกกว้าง มองใบหน้านิ่งๆ ของเขาแต่ดวงตาฉายแววประหลาดล้ำ “พี่คุณเข้ามาทำไมคะ กรุณาออกไปด้วย” ภัทรวนันต์รับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยของตัวเอง เธอถอยหนีอย่างระแวดระวัง “เธอไล่ฉันอีกแล้วเหรอ” เขาถามอย่างไม่พอใจ “ไม่ได้ไล่ค่ะ แต่ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันในห้องตามลำพัง มันจะไม่งาม อีกอย่างพัดจะอาบน้ำเปลี่ยนชุด ไม่สะดวกใจมากๆ ที่จะให้พี่คุณอยู่ในห้อง หรือถ้าพี่คุณมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ทุกคนกำลังรอทานอาหารอยู่ข้างล่าง” ภัทรวนันต์ถอยหนี ฝีเท้าหนักก้าวตามมาหาอย่างคุกคาม เธอพยายามพูดให้เขาเห็นใจ “แต่คำพูดเธอมันเหมือนไล่” เขาสาวเท้าเข้าหาเบียดหญิงสาวจนชิดกับผนังห้อง ภัทรวนันต์จึงถูกกักเอาไว้ภายใต้อ้อมแขนแกร่ง “พี่คุณคะ ได้โปรดอย่าทำอะไรพัดเลย” หญิงสาวขอร้องเสียงสั่น
Lihat lebih banyak“ลุงจะจีบแม่ผมเหรอ” เสียงของภาสวิชญ์เรียกรอยยิ้มจากทุกคน ตนุ ธนายุทธ อัครเดชถึงกับหัวเราะตาม“ทำไม ถ้าจะจีบ เราจะยกให้เหรอ” ธนายุทธรีบถามเจ้าหนูน้อยที่ฉลาดเกินวัย“เปล่าครับ ลุงต้องมีคุณสมบัติสามข้อ” เด็กชายตัวอ้วนตอบอย่างฉะฉาน“อะไรบ้างล่ะ” ตนุเอ่ยถาม หันไปสบตากับติยาพร น้องสาวขำในท่าทีขึงขังของเจ้
อยู่เพียงไม่นานก็จางหาย พร้อมๆ กับแสงสว่างที่เข้ามาแทนที่ให้ชีวิตได้เดินต่อไปสู่จุดหมายชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป เมื่อสุขก็อย่าเพิ่งเหลิงกับมัน เมื่อทุกข์ก็อย่าเพิ่งท้อกับมัน เพราะมนุษย์ต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดฝันมากมายจนกว่าจะลาลับจากโลกนี้ไป...บทส่งท้ายย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน...คุณธรรมมาเยี
กายสาวโอบรัดความเป็นชายไหลรินน้ำหวานออกมาเอ่อล้นชโลมตัวตนที่ฝังกายอยู่ภายใน เสียงหายใจหอบรุนแรง หนักหน่วงแตกพร่า“พี่ขอนะ...” คุณธรรมยังฝังกายแข็งกร้าวที่ไม่ได้ลดทอนความต้องการเอาไว้ในซอกสวาทชุ่มน้ำหวาน กระซิบข้างหูเสียงแหบพร่าแล้วซุกไซ้ซอกคอชื้นเหงื่อที่มีกลิ่นสาบสาวรัญจวนจิต“รัดแน่นอะไรอย่างนี้”
“พี่คุณ ดึกแล้วนะคะ” คนที่บอกว่าดึกแล้วถูกแยกเรียวขาเพรียวออกจากกัน หลังจากที่ผ่านพ้นบทรักไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาก็พาเธอไปอาบน้ำ กลับมานอนสลบไสลด้วยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เกิดขึ้นอีกครั้งในห้องน้ำ“ก็ดึกแล้วน่ะสิ” คุณธรรมเลื่อนมือมากอบกุมทรวงอกอิ่มแล้วเคล้นคลึงจนได้ยินเสียงร้องครางผะแผ่วออกมา
“หลับตาก่อนสิ” คุณธรรมกระซิบที่ซอกหูของภรรยาสาว ภัทรวนันต์มองอย่างสงสัยก่อนจะยอมหลับตา เธอสัมผัสได้ว่าเขาสวมสร้อยให้เธอและอุ้มเธอไปที่หน้ากระจก“พี่คุณ” เธอลืมตาโดยที่ไม่ต้องให้เขาบอก เมื่อเขาวางคางที่ไหล่มน จับมือเธอวางที่สร้อยเส้นนั้น“พี่เอาหัวใจของพี่กลับมาไว้ที่เจ้าของ”“สร้อยเส้นนี้” เธอมองสร้
ทั้งๆ ที่ควรพาลูกหนีไปให้ไกล ไม่ใช่ปล่อยให้เขาเข้ามาใกล้ชิดแบบนี้…คุณธรรมพลิกกายลงจากร่างของเมียสาวแสนพยศ ร่างกายสูงใหญ่หอบโยน เหงื่อไหลโซมกายไปหมด ภัทรวนันต์ดิ้นหนีแต่ถูกมือหนาดึงเอาไว้“ปล่อยพัดนะพี่คุณ ป่าเถื่อนที่สุด”“ก็อยากคิดหนีทำไม บอกแล้วไงว่าเจอตัวคราวนี้จะไม่ปล่อยไปอีก”ภัทรวนันต์เกลียดค
อ๊า.../โอ้ว...” สองเสียงประสานกันระงม มองเรือนกายที่ฝากรักให้กันเหมือนขาดกันไม่ได้ด้วยความรู้สึกเสียวซ่านแทบขาดใจ ทุกครั้งที่กระแทกเข้าหากันในจังหวะที่กายสาวหยัดขึ้นมารับและกายชายกดลงไปอย่างกระชั้นถี่“พัดจ๋า... อ้าขากว้างๆ สิ อยากฝังลึกๆ” คนทะลึ่งกระเซ้าเย้าแหย่เมียแสนสวาท ภัทรวนันต์รู้สึกอายนักกับ
“ฉันชื่อคุณธรรม แนะนำตัวแล้วแบบนี้ เราสองคนล่ะ”แม้จะรู้ชื่อแซ่ของลูกแล้ว แต่ก็อยากคุยกับลูกให้นานๆ จะได้คุ้นเคย เด็กๆ ยังระวังและต่อต้านเขาอยู่ แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ เดี๋ยวคุยกับเขาทุกวันคงสนิทไปเอง“แม่ไม่ให้บอกชื่อแซ่กับคนแปลกหน้า” ภาสวิชญ์ดึงน้องถอยไปหลายก้าว คุณธรรมต้องระงับอารมณ์สุ





