Beranda / โรแมนติก / วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว / ตอนที่ 3 เงื่อนไขในพินัยกรรม (3)

Share

ตอนที่ 3 เงื่อนไขในพินัยกรรม (3)

Penulis: Maikhwan
last update Tanggal publikasi: 2026-05-20 15:14:36

“บอสคะฉัน...” กำลังจะแก้ตัวเรื่องที่โดนว่า แต่มือถือของเธอจะดังขึ้นเสียก่อน เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของพี่เลี้ยงจากที่จะบอกลาเจ้านายเธอก็รีบรับสายของทันที   “ว่าไงคะพี่อ้อย...งอแงไม่ยอมนอนเหรอคะ...ค่ะ ๆ มัทกำลังกลับ พี่อ้อยลองกล่อมแกดูก่อนนะคะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ พี่อ้อยลองวัดอุณหภูมิดูหรือยัง ถ้ายังลองวัดให้มัทหน่อยได้ไหมคะ...” เมื่อเป็นเรื่องลูกมัตสยาก็ลืมทุกอย่างรอบกาย คุยโทรศัพท์กับพี่เลี้ยงกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่รถทันที ลืมกระทั่งว่าก่อนหน้าตัวเองได้เรียกเจ้านายทำทีเหมือนมีเรื่องจะคุย แต่จู่ ๆ ก็หนีกลับบ้านไปหน้าตาเฉย

             ให้มันได้อย่างนี้สิ วาทีส่ายหน้า แต่ไม่ได้ถือสาอะไร เพราะเท่าที่ได้ยินเหมือนที่บ้านของหญิงสาวจะมีปัญหา แต่ว่าการโดนผู้หญิงเมินเข้าจริง ๆ ก็รู้สึกแปลกหน่อย ๆ เหมือนกัน

             “มาได้เสียที ช้ามาก” นั่นคือทำทักทายแรกของคนเป็นแม่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่โซฟาทักวาทีเมื่อเข้าเดินเข้าไปในบ้าน

             “คุณพ่อกับคุณปู่ล่ะครับ” ชายหนุ่มกวาดสายตามองพลางทรุดตัวนั่งลง แต่ก้นยังไม่ทันจะแตะโซฟาก็โดนคนเป็นดึงให้ลุกขึ้น

             “รอแกที่ห้องหนังสือน่ะ” นางบอกก่อนจะเดินนำคนเป็นลูกชายขึ้นไปข้างบน ซึ่งนอกจากเป็นห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือแล้ว ยังเป็นห้องที่ครอบครัวของนางมักใช้พูดคุยหรือปรึกษาเรื่องสำคัญ ๆ ที่ไม่อยากให้เล็ดลอดให้คนรับใช้ในบ้านรับรู้

             “จริงจังขนาดนี้เลยเหรอครับ” วาทีคุยกับคนเป็นแม่อย่างไม่เข้าใจระหว่างเดินไปที่ห้อง ตอนแรกเขาคิดว่าท่านจะพูดคุยถามไถ่เรื่องการมีแฟนของเขาอย่างที่ทำบ่อย ๆ ตอนเห็นลูกหลานคนอื่น ๆ มีลูกมีเมียกันไปหมดแล้วอย่างที่ผ่านมา

             “บอกแล้วไงว่าคราวนี้มันเกี่ยวข้องกับพินัยกรรมของคุณปู่ด้วย” นางถอนหายใจแรง ๆ อีกครั้ง ก่อนจะหยุดเดินแล้วหมุนตัวมาจ้องหน้าลูกชายด้วยสายตาจริงจัง ก่อนที่จะเข้าไปในห้องหนังสือ “ไม่ใช่ว่าแม่เห็นแก่สมบัตินะ แต่อันไหนที่ควรจะเป็นของแกแม่จะไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดไปอยู่ในมือคนอื่นเด็ดขาด โดยเฉพาะตาเรย์”

             วาทียิ้มบาง ๆ แล้วเข้าไปโอบคนเป็นแม่ “อย่าเพิ่งคิดมากสิครับ คุณปู่อาจจะถามและบ่นอย่างทุกทีก็ได้ครับ” พูดจบก็เดินโอบท่านเข้าไปในห้องที่คนเป็นปู่และพ่อรออยู่

             “ปู่มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ” เข้าไปถึง วาทีก็ถามพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ และทุกคนต่างคนต่างนั่งประจำที่ของตัวเองโดยมีคนเป็นปู่นั่งที่หัวโต๊ะ ตอนนี้บรรยากาศมันเลยคล้าย ๆ การประชุมเล็ก ๆ เลยทีเดียว

             “กลับดึกเหมือนเคยเลยนะ” นายเวโรจน์ไม่ตอบคำถามคนเป็นหลานชายแต่คุยไปเรื่องอื่นด้วยสีหน้าที่ดูอบอุ่นและใจดีเช่นเคย

             “ครับ งานมันยุ่งมากจริง ๆ”

             “แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ปู่จะได้เห็นหน้าหลานสะใภ้กับลูกแกเสียทีละฮึ” บ่นเหมือนไม่ได้อะไรมากมาย

             “ไม่รู้สิครับ อาจจะยังไม่ถึงเวลาหรือชีวิตนี้มันไม่มีก็ไม่รู้สิครับ” วาทีตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจอย่างเช่นทุกคน นั่นทำให้คนเป็นแม่ยกมือตีเข้าที่แขน ในขณะที่นายเวโรจน์หัวเราะคล้ายกับชอบใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นลอย ๆ “แต่เจ้าเรย์มีลูกแล้วนะ”

             “ครับ พี่เรย์มีเมียแล้วจะมีลูกก็ไม่แปลกนี่ครับ” คำตอบที่เหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรของวาทีทำให้นางนิลมณีตีต้นแขนของลูกชายไปแรง ๆ อีกที “ยังมาทำเป็นไม่รู้ตัวอีก”

             “อะไรล่ะครับ ผมก็พูดความจริงนี่ แล้วตกลงทุกคนต้องการจะพูดอะไรกับผมกันแน่” วาทีหันไปมองผู้สูงวัยทั้งสามคนสลับกันไปมา เมื่อรู้สึกว่าพวกท่านจะไม่เข้าเรื่องเสียที

             “ตอนนี้แกก็อายุเยอะแล้วนะ มีลูกมีเมียได้แล้วมั้ง” นายวาทิตเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งเงียบมานาน

             “ผม...” วาทีพูดได้แค่คำเดียวคนเป็นปู่ก็พูดแทรกขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอบอุ่นเช่นเคยทว่าน้ำเสียงกลับเข้มดุดันแตกต่างจากหน้าตาโดยสิ้นเชิง

             “รู้ใช่ไหมว่าปู่คาดหวังกับตัวแกในทุก ๆ เรื่อง เรื่องงานแกทำได้ดีมาก ๆ มากจนไม่มีเวลาให้เรื่องอื่นเลย โดยเฉพาะเรื่องแฟน” พูดจบท่านก็เงียบให้คนเป็นหลานชายได้แย้ง

             “ก็บอกแล้วไงครับว่าไม่มีเวลาหา ไม่มีเวลาให้” วาทีบอกก่อนจะถอนหายใจ เพราะไม่ใช่เขาไม่เคยคบผู้หญิง แต่ด้วยความที่เขางานยุ่งมาก พอไม่มีเวลาให้ก็มางอแง สุดท้ายก็จบกันไป บ่อยครั้งเข้า เขาเลยคิดว่าคนอย่างเขาคงไม่เหมาะจะมีใครนอกจากงาน ที่สำคัญเป็นโสดมันสบายใจกว่าเป็นไหน ๆ

             “งั้นมณีหาให้ได้ไหม” นายเวโรจน์หันมาบอกคนเป็นลูกสะใภ้ ทว่าก็ถูกคนเป็นหลานชายแย้งขึ้นทันที “ผมไม่ต้องการครับ”

             ได้ยินอย่างนั้นผู้สูงวัยที่นั่งอยู่หัวโต๊ะก็พยักหน้าแล้วพูดต่อ “งั้นเหรอ ไม่เป็นไร แต่ปู่ไม่คิดจะแก้พินัยกรรมนะ” ท่านเลิกคิ้วแล้วกวาดสายตามองสามพ่อแม่ลูกยิ้ม ๆ

             “ในพินัยกรรม...” นางนิลมณีมองพ่อสามีอย่างเป็นกังวล แม้จะเป็นคนแก่ที่ดูอบอุ่นใจดี แต่บทจะเด็ดขาดก็ไม่มีใครค้านได้เช่นกัน

             “เจ้าทีจะมีสิทธิ์ในสมบัติรวมถึงอสังหาฯ และบริษัทที่มันดูแลอยู่ตอนนี้ก็ต่อเมื่อมันมีลูกเมียแล้วเท่านั้น ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะถูกยกให้เจ้าเรย์ที่มีทายาทสืบสกุลแทน ทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่บริษัทที่เจ้าทีดูแลอยู่” นายเวโรจน์เน้นประโยคสุดท้ายเป็นพิเศษ เพราะรู้ว่าบริษัทนี้มีความสำคัญกับคนเป็นหลานชายมากขนาดไหน

             “แต่คุณพ่อ ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอคะ ตาทีทุ่มเทดูแลบริษัทนั้นมากขนาดไหน คุณพ่อน่าจะรู้นะคะ” นางนิลมณีตัดพ้อพ่อสามี ทั้งที่ท่านรักและเอ็นดูลูกชายของนางมาก แต่บทจะใจร้ายก็ไม่ปรานีกันเลย

             “รู้และเห็นมาตลอดไง คนเราไม่ได้มีชีวิตเพื่อทำงานอย่างเดียวนะ อีกอย่างฉันอยากอุ้มลูกของหลานที่ฉันรักและภูมิใจมากที่สุด” นายเวโรจน์เว้นช่วงในการพูดเล็กน้อย หันไปจ้องคนเป็นหลานชายแล้วพูดต่อไปว่า “แกรู้ใช่ไหมว่าเจ้าเรย์น่ะมันไม่เอาถ่านมากแค่ไหน ปู่เลยไม่รู้ว่ามันจะเลี้ยงดูและสั่งสอนลูกได้ดีแค่ไหน อย่างน้อยปู่ก็อยากให้มีตัวเผื่อตัวเลือกของหลานอีกสักคนหรือหลาย ๆ ที่จะสามารถดูแลและสืบทอดกิจการได้โดยไม่ต้องกังวล แกไม่มีทางดูแลกิจการพวกนี้ไปได้ตลอดชีวิต” ผู้สูงวัยพูดดักเมื่อเห็นหลานชายจะอ้าปากแย้ง

             “คุณปู่อยากทำอะไรก็ทำเถอะครับ” พูดจบวาทีก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปทันที “ตาที...ตาทีอย่าเพิ่งสิ มาคุยกันก่อน” เมื่อคนเป็นลูกชายไม่คิดจะฟังนางนิลมณีหันซ้ายหันขวาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินตามลูกชายออกไป ทำให้ตอนนี้เหลือแค่สองพ่อลูกที่อยู่ในห้อง

             “คุณพ่อเอาจริงเหรอครับ” นายวาทิตถามคนเป็นพ่ออย่างกังวล และหวังว่าสิ่งที่ท่านพูดเมื่อครู่จะเป็นแค่การพูดกดดันวาทีเท่านั้น

             “จริงสิ” พูดจบนายเวโรจน์ก็หัวเราะชอบใจ นั่นทำให้คนเป็นลูกชายต้องแย้งขึ้น “พ่อก็รู้ว่าไอ้ทีมันบ้างาน ไม่ใช่ผู้หญิงไม่เข้าหามันนะครับ แต่ไม่มีใครที่ทนกับความบ้างานของมันได้”

             “หาให้เจอสิ ไม่เชื่อหรอกว่าหลานชายหน้าตาดีแถมเพียบพร้อมขนาดนี้จะไม่มีใครเอา” นายเวโรจน์หันไปมองลูกชายที่ทำหน้าเคร่งเครียดแล้วลุกขึ้นเดินไปตบที่ไหล่กว้างนั้นแรง ๆ “อย่าคิดมากเลยยังไงเรื่องนี้มณีก็ไม่ปล่อยผ่านหรอก แกจะได้ลูกสะใภ้ในเร็ววันนี้แน่นอน” พูดจบก็เดินหัวเราะชอบใจออกจากห้องไป นายวาทิตได้แต่มองตามแล้วถอนหายใจส่ายหน้ากับความเจ้าเล่ห์ของท่าน

             ภรรยาของเขาถ้าอะไรที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของลูกชายละก็นางสู้ตายอยู่แล้ว เลือกกระตุ้นได้ถูกคนจริง ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 46 ครอบครัวเดียวกัน (จบ) 4

    “ลูกหลับแล้วเหรอ” วาทีถามพลางปิดหนังสือและวางมันไว้ที่โต๊ะหัวเตียง“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบวาทีก็กดยิ้มมุมปาก เดินไปปิดไฟแล้วมาล้มตัวลงนอนดึงมัตสยาที่ยังไม่หลับเข้ามากอดพร้อมกับกระซิบ “ลูกหลับแล้วต่อไปเดี๋ยวคุณพ่อจะพาคุณแม่นอนเอง”“มัทนอนเองได้ค่ะ” มัตสยารีบแย้งขึ้น“ไม่ได้ นอนเองไม่ได้” วาทีพูดพลางพลิกตัวขึ้นไปคร่อมอยู่เหมือนร่างของภรรยาที่มองเขาตาปริบ ๆ ผ่านความมืดสลัว “เพราะนอนปั๊มลูกมันต้องนอนด้วยกัน ไม่สิคืนนี้ไม่ต้องนอนเลยดีกว่า”“จะบ้าเหรอคะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานนะคะ” มัตสยาเตือน เธอน่ะอยู่บ้านเลี้ยงลูกตื่นแต่เช้าเตรียมตัวให้ลูกไปโรงเรียนเสร็จจะนอนกลางวันก็ยังได้ แต่เขาต้องทำงานทั้งวัน“ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะหยุดเพื่องานนี้เลย” วาทีบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอามัตสยาถึงกับเลิกคิ้ว “เอาจริงดิ”“ของจริงไม่เน้นพูดแต่เน้นทำ” พูดจบวาทีก็ไม่คิดจะให้โอกาสภรรยาได้พูด ปฏิบัติการปั๊มลูกที่คืนนี้ต้องสะเทือนเลือนลั่นที่สุดเท่าที่เคยทำมามันต้องสัมฤทธิผลความพยายามของวาทีในทุก ๆ คืนไม่สูญเปล่า สองเดือนต่อมามัตสยาก็ตั้งครรภ์ลูกคนที่สาม ข่าวดีนี้ทำให้ทุกคนต่างพากันดีใจยกใหญ่ โดยเฉพาะว่าที่คุณพ่อลูกส

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 46 ครอบครัวเดียวกัน (จบ) 3

    “จริงสิ” ทันทีที่ได้รับการยืนยัน สองพี่น้องก็ผละจากที่นั่งเดิมคลานมาหาคนเป็นย่า แล้วแย่งกันกอดและหอมผู้สูงวัยอย่างออดอ้อน“อะไรสองคนนี้ประจบอะไรคุณย่าอีก” นายวาทิตที่เพิ่งยกหน้าที่ปิ้งย่างให้กับเด็กรับใช้ในบ้าน แล้วเดินกลับมาที่ของตัวเอง“คุณย่าใจดีบอกว่าจะซื้อของเล่นให้น้องขุนกับน้องขวัญด้วยค่ะ คุณปู่จะใจดีซื้อให้พวกเราด้วยไหมคะ” น้องของขวัญจีบปากจีบคอบอกคนเป็นปู่เสียงเจื้อยแจ้ว“ช่างเจรจาจริงเชียว อยากได้อะไรล่ะ” นายวาทิตถามหลานสาวพลางโยกศีรษะเล็ก ๆ นั้นอย่างเอ็นดูเบา ๆ จากนั้นสองพี่น้องต่างก็แย่งกันบอกในสิ่งที่ตัวเองต้องการมากมายหลายอย่างตั้งแต่ของเล่น เสื้อผ้า ยันของกินให้กับทุกคนได้รู้ด้วยท่าทีออดอ้อนตามแบบฉบับของเด็กน้อย ซึ่งก็สามารถเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับบรรดาคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายได้เป็นอย่างดี“สองแสบทำอะไรน่ะ” วาทีที่เพิ่งมาถึงพยักพเยิดหน้าไปยังลูก ๆ ทั้งสองคนพลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ มัตสยา“วิ่งอ้อนขอของที่อยากได้กับทุกคนอยู่ค่ะ” มัตสยาบอกพลางตักของกินในจานใส่ปาก และในตอนนั้นเองลูก ๆ ที่เห็นคนเป็นพ่อมาแล้วก็ต่างลุกขึ้นวิ่งมาหา“คุณพ่อขา”“คุณพ่อครับ”“จะเอาอะไรเรี

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 46 ครอบครัวเดียวกัน (จบ) 2

    “ทั้งสองคนลงไปข้างล่างเลยนะลูก คุณปู่คุณย่าและทุกคนน่าจะรอที่สวนหน้าบ้านที่พวกเราช่วยกันจัดโต๊ะเมื่อตอนเย็นน่ะ” วาทีบอกขณะหวีผมลูกสาวให้เข้าทรง “อะ เรียบร้อยแล้ว ของขวัญพาน้องไปนะลูก”“ค่า” เด็กน้อยรับคำแล้วเดินจูงมือน้องชายที่ดีกันแล้วออกจากห้องไป วาทีมองตามแล้วได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ ให้กับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นกิจวัตร แล้วกลับห้อง“สรุปทะเลาะอะไรกันคะ” มัตสยาถามเมื่อเห็นสามีเดินกลับเข้ามา“แย่งผ้าเช็ดตัวน่ะ”“ทะเลาะกันได้ทุกเรื่องจริง ๆ เด็กพวกนี้ คุณก็รีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ มัทลงไปก่อนนะคะ” มัตสยาที่แต่งตัวเสร็จแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวยื่นให้สามีที่รออยู่“ครับผม” วาทีรับแล้วถือโอกาสหอมแก้มคนเป็นภรรยาไปหนึ่งฟอด ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาชอบทำเป็นประจำ ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี“คุณแม่ครับ” เสียงเรียกจากลูกชายที่วิ่งเล่นอยู่ พอเห็นคนเป็นแม่ก็รีบวิ่งมาหาทันที โดยมีคนเป็นพี่สาววิ่งตามหลังไปติด ๆมัตสยามองลูก ๆ ทั้งสองที่เข้ามาเกาะขาอย่างเอ็นดู แล้วย่อตัวลงไปกอดทั้งคู่พร้อมกับเตือน “อย่าวิ่งไปไกลนะลูก และระวังด้วย”“ครับ / ค่า” สิ้นเสียงรับคำเด็กทั้งสองก็ผละออกไปวิ่งเล่นต่อทันที

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 46 ครอบครัวเดียวกัน (จบ) 1

    46ครอบครัวเดียวกันความกังวลที่มัตสยาแอบมีมาตลอด ตั้งแต่ท้องจนคลอด มันค่อย ๆ ถูกทำให้มลายหายไปจากการกระทำและแสดงออกของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะสามีอย่างวาที จากวันนั้นจนวันนี้ผ่านมาสามปีกว่าแล้ว เขาไม่เคยทำให้เธอรู้สึกว่ารักลูกคนไหนมากกว่ากัน เด็กทั้งสองคนคือลูก คือคนที่เขารักมากที่สุด“คุณทีค่ะดูลูกให้หน่อยค่ะ” มัตสยาบอกสามีขณะที่เธอกำลังจะเข้าไปอาบน้ำ เพื่อลงไปร่วมปาร์ตี้เล็ก ๆ สำหรับครอบครัวที่สวนหน้าบ้าน เมื่อได้ยินเสียงทะเลาะกันของสองพี่น้อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปกติมากเมื่อได้ยินคำสั่งวาทีก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องของตัวเอง ไปที่ห้องของลูก ๆ ทั้งสองคน และพอไปถึงภาพที่เห็นคือลูกชายคนเล็กยืนร้องไห้อยู่กลางห้อง โดยมีพี่สาวยืนหน้าบึ้งตึงมองอย่างไม่สบอารมณ์“ไหนมีอะไรกันสองพี่น้อง ทะเลาะกันร้องไห้อีกแล้ว” วาทีเข้าไปโอบทั้งสองคนแล้วพาไปนั่งที่เตียง จากนั้นก็เริ่มสอบถาม “ไหนมีเรื่องอะไรกัน”“ก็น้องขุนแย่งผ้าเช็ดตัวหนู” น้องของขวัญฟ้องพร้อมกับยกผ้าเช็ดตัวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องให้คนเป็นพ่อดู“จริงหรือเปล่าครับน้องขุน” วาทีหันมาถามลูกชายที่นั่งร้องไห้สะอื้นอยู่“ก็ขุนอยากได้การ์ตูนลา

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 45 น้องขุนเขา (5)

    ขณะที่แดนไทเดินไปส่องหน้าหลานนิดหนึ่งแล้วดึงวาทีแยกออกมาด้านนอกระเบียง เพื่อคุยอะไรบางอย่างที่ภรรยาเขาได้เล่าให้ฟัง“มีอะไร” วาทีเลิกคิ้วมองคนที่เหมือนจะมีลับลมคนใน“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะคุยเรื่องลูกมึง เรื่องนี้มัทอาจจะไม่ได้บอกมึง แต่กูกับวายคิดว่าเขาน่าจะกังวลอยู่พอสมควร”“เรื่องอะไรวะ” วาทีถามอย่างเป็นกังวล เพราะปกติมีเรื่องอะไรเขากับภรรยาจะคุยกันตลอด“เรื่องน้องของขวัญ”“ทำไมวะ” ถามพลางขมวดคิ้วมุ่น“มัทน่ะกังวลว่าเมื่อน้องขุนเขาเกิดมาแล้ว น้องของขวัญจะถูกลืม เอาเป็นว่ากูก็ค่อนข้างเข้าใจในความกังวลของยัยมัทนะโว้ย เอาเป็นว่ายังไงมีลูกตัวเองแล้วอย่าลืมดูแลลูกเลี้ยงอย่างน้องของขวัญด้วยล่ะ เด็กน่ะถึงเขาจะรู้ว่ามึงไม่ใช่พ่อแท้ ๆ แต่เขาก็ผูกพันรักมึงเหมือนพ่อแท้ ๆ นั่นแหละ” แดนไทไม่ได้รับการไหว้วานทั้งจากมัตสยาหรือญารินดา แต่พอได้ยินเขาคิดว่าควรจะมาเตือนวาทีเอาไว้บ้าง ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อจิตใจของเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ยังไม่รู้เรื่องอย่างน้องของขวัญ“นึกว่าเรื่องอะไร” วาทีเปิดยิ้มยกมือขึ้นไปตบที่ไหล่ของเพื่อนรัก “วางใจเถอะ กูไม่ได้คิดว่าเขาเป็นลูกคนอื่นเลยนะโว้ย กูรักเหมือนลูกแท้ ๆ เล

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 45 น้องขุนเขา (4)

    “ขอบคุณครับ” วาทีบอกก่อนจะลุกขึ้นไปหามัตสยาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง “มัทเดี๋ยวผมจะเข้าบริษัทแป๊บหนึ่ง ขากลับจะแวะรับลูกที่โรงเรียนเลย”“ได้ค่ะ”วาทีจูบที่หน้าผากของภรรยาทีหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหอมแก้มลูกชายแล้วออกไปทำธุระอย่างที่ได้บอกทุกคนเอาไว้ หลายชั่วโมงกว่าจะได้กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งและมาถึงก็พบว่าคนตอนนี้เหลือแค่คนเป็นแม่คนเดียว “กลับหมดแล้วเหรอครับ”“ใช่ แม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาก็ให้ทุกคนกลับ เพราะคุณเปรมกับคุณปู่แกต้องกินยาให้ตรงเวลาน่ะ” ปากก็พูดกับลูกชายแต่สายตาไม่ได้ละจากหลานชายตัวน้อยเลย“สวัสดีค่ะคุณย่า คุณแม่” น้องของขวัญยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนแล้วรีบเอากระเป๋าไปวาง ก่อนจะวิ่งไปหาน้องชาย“ว้าว...เหมือนตุ๊กตาเลยค่ะ” เด็กน้อยยื่นมือไปแตะที่เท้าเล็ก ๆ นั่นเบา ก่อนจะเบิกตากว้างพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นเมื่อเท้านั้นขยับ“น่ารักไหม” นางนิลมณีถามหลานสาวยิ้ม ๆ“น่ารัก หนูรักน้องค่ะ” หนูน้อยบอกก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มนุ่ม ๆ ของน้องชายเบา ๆ“ไปโรงเรียนสนุกไหมลูก” มัตสยาถามลูกสาวอย่างที่ชอบถามอย่างนี้เป็นประจำ และแน่นอนว่ามันทำให้เธอรู้เรื่องราวเมื่อตอนเขาอยู่โร

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 5 ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่ (5)

    “ไม่เป็นไรครับ” วาทีปฏิเสธพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ติดจะเขินเล็ก ๆ คุณหมอสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องตรวจพร้อมกับปิดประตู “เอ่อ เขาไม่ใช่พ่อเด็กค่ะคุณหมอ แต่เป็นเจ้านาย เขาแค่อาสาพามาเท่านั้นค่ะ” มัตสยาบอกพลางยิ้มแห้ง ๆ เมื่อคนเป็นหมอกลับมานั่งที่โต๊ะตรวจ “อุ๊ย

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 5 ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่ (4)

    เมื่อชายหนุ่มพูดเรื่องไม่ทันเวลาขึ้นมาเธอก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าจะมัวเอ้อระเหยไม่ได้ มีงานที่ต้องไปทำต่ออีก “ค่ะ เดี๋ยวมัทมานะคะ” เธอบอกคนในบ้านก่อนจะอุ้มลูกเดินตามวาทีไปที่รถ “เจ้านายคุณมัทนี่นอกจากหน้าตาดีแล้วยังใจดีอีกนะคะเนี่ย” อ้อยหันมาพูดกับผู้สูงวัยที่มองตามคนทั้งคู่ไปและพยักหน้า

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 5 ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่ (3)

    “มันจะดีเหรอคะ” มัตสยาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ไม่คิดว่าคนเป็นเจ้านายจะใจดีกับลูกน้องที่เพิ่งมาทำงานแค่สองวันขนาดนี้“ถือเป็นการตอบแทนที่ใช้คุณเกินหน้าที่” วาทีปรายตามองคนที่กำลังทำหน้าตื่นเต้นดีใจแล้วกระตุกยิ้มอย่างคิดว่าเป็นการตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อนะ เพราะตอนกินข้าวสีหน้าดูกดดัน ลำบากใจ และน่าจะเกร็ง

  • วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว   ตอนที่ 5 ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่ (2)

    “หือ” คนโดนถามครางพร้อมกับหันมาหรี่ตามอง นั่นทำให้มัตสยาที่กำลังยิ้มต้องรีบหุบมันทันทีแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มแหย ๆ แทนพร้อมลนลานก้มศีรษะขอโทษขอโพยเสียงอ่อย “ขอโทษค่ะ” วาทีส่ายหน้าอย่างไม่คิดจะถือสา “ขึ้นรถเถอะ” แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ที่วันนี้ออกมาพบลูกค้าโดยที่เขาเป็นคนข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status