INICIAR SESIÓN"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารราชองครักษ์เกราะทองคำกรูเข้าควบคุมตัวขุนนางฝ่ายตรงข้ามออกจากท้องพระโ
หมับ!กู้ถิงเหิงส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอด้วยความตื้นตันใจสุดขีด เขาวาดท่อนแขนกำยำทั้งสองข้าง โอบรัดร่างบอบบางของนางเข้ามาไว้ในอ้อมอกอย่างรุนแรงและแนบแน่นที่สุดในชีวิต! เขากดจุมพิตลงบนขมับ พวงแก้ม และริมฝีปากอิ่มของนางอย่างสะเปะสะปะและโหยหา ราวกับต้องการหลอมรวมนางให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับกายเขาความหวาดระแวง... การคิดคำนวณผลประโยชน์... และกำแพงแห่งความกลัวทั้งหมด มลายหายไปจนหมดสิ้นในวินาทีนี้เหลือไว้เพียงความรักอันบริสุทธิ์ของคนสองคน ที่พร้อมจะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันไปจนแก่เฒ่ากู้ถิงเหิงค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โดยที่ท่อนแขนแกร่งยังคงช้อนร่างบอบบางของเสิ่นจือเวยขึ้นมาไว้ในอ้อมอกอย่างง่ายดายและทะนุถนอมประหนึ่งอุ้มแก้วตาดวงใจเสิ่นจือเวยซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา สองมือโอบรอบคอเขาไว้แน่น ปล่อยให้ร่างสูงใหญ่ของสามีนำพานางก้าวเดินออกจากห้องหนังสือชูฝาง"ท่านพี่... จะพาข้าไปที่ใดหรือเจ้าคะ?" นางเอ่ยถามเสียงแผ่ว พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อกู้ถิงเหิงก้มลงมองนาง มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมเสน่ห์และลุ่มลึกอย่างถึงท
สายตาของเขาจับจ้องมองตัวอักษรพู่กันที่เขียนขึ้นใหม่อย่างประณีตบนแผ่นกระดาษใบนั้น...ด้านขวา ระบุวัน เดือน ปี และเวลาตกฟากของเขา... 'กู้ถิงเหิง'ด้านซ้าย ระบุวัน เดือน ปี และเวลาตกฟากของนาง... 'เสิ่นจือเวย'และที่ทำให้หัวใจของกู้ถิงเหิงต้องกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางขั้วหัวใจ... คือสิ่งที่อยู่บนมุมล่างของแผ่นกระดาษ!บนมุมกระดาษแผ่นนั้น... มีภาพวาดหมึกพู่กันรูป 'โคมไฟกระต่าย' ขนาดเล็ก ลายเส้นอ่อนช้อย น่ารัก และมีชีวิตชีวา ประหนึ่งภาพวาดในอดีตที่เขาเคยเก็บซ่อนไว้ในกล่องไม้จันทน์แดง!และเคียงข้างภาพโคมไฟกระต่ายนั้น... มีตัวอักษรจีนสี่ตัวที่เขียนด้วยลายมืออันหนักแน่นและอ่อนหวานของเสิ่นจือเวยเอง...'嫁春帐' (เจี้ยชุนจ่าง - วิวาห์ใต้ม่านวสันต์)!"นี่มัน..." กู้ถิงเหิงพึมพำออกมาเสียงพร่า ลำคอตีบตันไปหมด ร่างกายสูงใหญ่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เสิ่นจือเวยโน้มตัวลงมาเล็กน้อย วางฝ่ามือเรียวขาวผ่องข้างหนึ่งลงบนโต๊ะทำ
ศึกภายนอกจบสิ้นลงแล้ว...ตระกูลหลี่ถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก เฉียนซื่อหลางถูกลงทัณฑ์ประหาร และจวนกู้ก็กลับคืนสู่ความสงบสุขทว่า... แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเสิ่นจือเวยเล่า?การแต่งงานที่เริ่มต้นขึ้นจาก 'ข้อตกลงผลประโยชน์'... นางต้องการอำนาจของเขาเพื่อเป็นเกราะกำบัง และเขาต้องการตัวนางเพื่อชดเชยความผิดพลาดในอดีต บัดนี้ นางมีความมั่งคั่งมหาศาล มีความชอบธรรมทางกฎหมาย และสามารถยืนหยัดปกป้องตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพึ่งพาบารมีขุนนางของเขาอีกต่อไปหากนางต้องการจะ 'ยกเลิกสัญญา'...หากนางต้องการจะเดินจากไปเพื่อใช้ชีวิตอย่างอิสระ...กู้ถิงเหิงหลับตาลงแน่น สันกรามคมคายขบเข้าหากันจนนูนเด่น ลมหายใจของเขาหนักหน่วงและเจ็บแปลบขึ้นมาที่ขั้วหัวใจ เขาสาบานต่อหน้าฟ้าดินไว้แล้วว่าจะไม่ใช้อำนาจกักขังนาง และจะไม่บีบบังคับนางอีก หากนางเลือกที่จะไป... เขาก็ต้องยอมปล่อยนางไปตามสัญญาทว่า เพียงแค่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไร้เงานาง... วิญญาณของเขาก็คล้ายจะแหลกสลายลงไปในทันทีเอี๊ยด...เสียงผลักบานประตูไม้ของห้องหนัง
บุรุษผู้นี้... ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้นางใช้สติปัญญา เงินทอง และความเด็ดขาดของนางเอง ฟาดฟันและบดขยี้ศัตรูด้วยสองมือของตนเองจนได้รับชัยชนะอย่างสมศักดิ์ศรีเขาทำตาม 'คำมั่นสัญญา' ที่เคยให้ไว้ใต้ม่านเตียงเมื่อคืนวานอย่างแท้จริง...เขาไม่ตัดสินใจแทนนาง...เขาไม่ลิดรอนความภาคภูมิไปจากนาง...และเขา... เคารพในตัวตนและสิทธิ์ในการต่อสู้ของนางอย่างหมดหัวใจ!สายตาสองคู่ประสานกันกลางอากาศ ท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดผ่านผิวน้ำแม่น้ำเปี้ยนเหอดวงตาสีหมึกของกู้ถิงเหิง ทอประกายความรัก ความลุ่มลึก และความภาคภูมิใจในตัวภรรยาของตนอย่างเปิดเผยและไร้ซึ่งการปิดบังใดๆ มุมปากหยักลึกของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตขณะที่ดวงตาดอกท้อของเสิ่นจือเวย รื้นไปด้วยประกายน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ รอยยิ้มหวานละมุนปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสีชาดกำแพงแห่งความหวาดระแวง... บัดนี้ ได้พังทลายลงจนกลายเป็นผุยผงอย่างแท้จริงทว่า ก่อนที่คนทั้งสองจะได้ก้าวเดินเข้าหากัน...เสียงล้อเกวียนหรูหราที่บดขยี้ลงบนแผ่นหินถนน ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน
"ทรัพย์สินของบรรพชนหรือ?"เสิ่นจือเวยหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชอย่างถึงที่สุดนางก้าวเดินลงบันไดหินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านายท่านผู้เฒ่าหลี่ในระยะประชิด"ท่านพ่อตา... ท่านคิดว่าในโลกนี้ มีเพียงขุนนางเท่านั้นหรือ ที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายผู้คน?"นางส่งสายตาให้เสิ่นจื่อรุ่ยจื่อรุ่ยยกม้วนกระดาษสัญญาปึกใหญ่หนาเกือบหนึ่งคืบ ออกมาจากหีบเหล็กสีดำ แล้วยื่นส่งให้แก่มือของเสิ่นจือเวยเสิ่นจือเวยสะบัดม้วนกระดาษเหล่านั้น คลี่ออกต่อหน้าสายตาของนายท่านผู้เฒ่าหลี่และฝูงชนทั้งหมด!"ท่านดูให้เต็มตาสิว่าสิ่งเหล่านี้คืออันใด!"เสิ่นจือเวยปาม้วนกระดาษเหล่านั้น ลงบนพื้นหินขัดเบื้องหน้าของนายท่านผู้เฒ่าหลี่เสียงดัง เพียะ! แผ่นกระดาษสัญญากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เผยให้เห็นตราประทับสีแดงชาดของโรงรับจำนำ โรงเตี๊ยม บ่อนพนัน และสมาคมการค้าทั่วทั้งเปี้ยนจิง!"นี่คือ 'ตั๋วหนี้สิน' มูลค่ารวมกว่า 'สี่หมื่นตำลึงเงิน' ที่บุตรชายและหลานชายสายรองของท่าน ไปก่อหนี้ไว้ทั่วเมืองหลวง!"เสิ
เอี๊ยด... ปัง!ประตูไม้หนาหนักของคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น ถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างช้าๆ และหนักแน่น!เสียงจอแจบนถนนเปี้ยนเหอ พลันสะดุดกึกลงในพริบตาเดียว!สายตานับร้อยคู่ ต่างจับจ้องไปยังร่างเพรียวระหงของเสิ่นจือเวย ที่กำลังก้าวข้ามธรณีประตูออกมาอย่างสง่างามนางสวมชุดเป้ยจื่อสีน้ำเงินครามเข้ม ปักลวดลายกิ่งไผ่ด้วยดิ้นเงิน ทรงผมเกล้ามวยสูงอย่างทะมัดทะแมง บนศีรษะมีเพียงปิ่นหยกขาวรูปหยดน้ำ ใบหน้างดงามสะพรั่งของนางปราศจากร่องรอยของความหวาดหวั่น ไร้ซึ่งความละอายใจ มีเพียงความสงบเยือกเย็นอันล้ำลึกที่แผ่ซ่านออกมาจากดวงตาดอกท้อคู่งาม รัศมีแห่งอำนาจและความมั่งคั่งของนาง กดข่มความวุ่นวายรอบข้างลงจนเงียบกริบดั่งป่าช้าด้านหลังของนาง... เสิ่นจื่อรุ่ย และคนงานร่างกำยำของตระกูลเสิ่นสิบนาย กำลังช่วยกันแบก 'หีบเหล็กสีดำใบใหญ่' ออกมาวางลงบนลานหน้าบันไดหินเสียงดัง โครม!เสิ่นจือเวยหยุดยืนอยู่บนขั้นบันไดสูงสุด นางกวาดสายตามองนายท่านผู้เฒ่าหลี่และคนตระกูลหลี่ที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่ว่างเปล่าประหนึ่งมองดูกองขยะ"ท่านพ่อตา..."







