Masukอัจฉริยะทางการแพทย์ยุคปัจจุบันเดินทางข้ามผ่านเวลากลายมาเป็นพระชายาอ๋องผู้ถูกทอดทิ้ง แม้แต่ลูกชายของตนยังถูกเรียกว่าลูกนอกสมรส! จ้าวสงครามที่สองขาพิการรังเกียจนางเยี่ยงมด แม้แต่การอยู่การกินของนางก็แสนระกำลำบาก! ดีที่นางมีมืออันวิเศษของหมออัจฉริยะ และพรแห่งห้วงเวลาอยู่ ถูกคนรับใช้ดูหมิ่น ก็ทำให้ตาบอดเสียเลย! พวกนางรับใช้ แม่นมรังแก ก็ตัดเส้นเอ็นข้อมือเสียให้! สามีขี้เผด็จการ ก็แขวนเขาไว้บนต้นไม้ซะสิ! หลิงอวี๋ถลกแขนเสื้อขึ้น ทำเสียจนตำหนักอ๋องอี้วุ่นวาย! อาศัยมือวิเศษคู่นั้นที่ช่วยชีวิตท่านเสนาบดี ช่วยชีวิตไทเฮา... ! ชนะใจชายหนุ่มผู้มากยศมั่งคั่งทั้งหลาย ในที่สุด นางก็ถูกสามีจ้าวสงครามต้อนจนมุมเสียได้ “ขโมยทั้งร่างกายทั้งหัวใจข้า ยังคิดที่จะหนีไปให้ไร้ร่องรอยอีกรึ?”
Lihat lebih banyakแม้อาหกจะมองมิเห็นรายละเอียดเล็กน้อยนี้ แต่เมื่อได้ฟังบทสนทนาระหว่างท่านผู้เฒ่ากับหยวนเหลียง เขากลับสังหรณ์ใจว่ามีบางสิ่งมิชอบมาพากลนั่นสิ เหตุใดพี่สามหยวนจื้อถึงได้เงียบหายไร้ร่องรอยมานานนับสิบปีเช่นนี้?อาหกหยวนหง แม้จะมีอายุน้อยกว่าพวกพี่ชายอยู่หลายปี ทว่าเขากลับสนิทสนมกลมเกลียวกับหยวนจื้อเป็นที่สุด อีกฝ่ายมักคอยชี้แนะเคล็ดวิชาและวรยุทธ์ให้เขาอยู่เสมอตัวหยวนหงเองก็นิยมชมชอบที่จะใกล้ชิดกับพี่หยวนจื้อเขามิอาจเข้าใจได้เลยว่า เหตุใดหยวนจื้อที่จากไปนานถึงสิบปีกลับมิเคยส่งจดหมายมาหาเขาแม้แต่ฉบับเดียว เรื่องพรรค์นี้ผิดวิสัยของหยวนจื้ออย่างสิ้นเชิงเมื่อหวนนึกถึงถ้อยคำที่บิดาเอ่ยเรื่องความฝันออกมาเมื่อครู่ หัวใจของหยวนหงก็กระตุกวูบหรือว่าพี่สามจะประสบเหตุเภทภัยไปแล้ว?มิหนำซ้ำ การหายตัวไปของพี่สามอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่หยวนเหลียงด้วยหรือไม่?มิเช่นนั้น บิดาย่อมไม่มีทางให้พวกเขาเข้ามาแอบฟังในห้องลับ และเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมาเป็นแน่วันนี้ลุงรองและอาหกถูกท่านผู้เฒ่าเรียกตัวมาอย่างลับ ๆโดยที่มิได้แจ้งสาเหตุล่วงหน้า เพียงกำชับให้พวกเขาคอยฟังอยู่เงียบ ๆ เท่านั้นทั้งสองต่างม
จอกชาในมืออดีตเจ้าตำหนักชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองหยวนเหลียงยามเมื่อสบสายตานั้น หัวใจของหยวนเหลียงพลันกระตุกวูบ คล้ายหยุดเต้นไปชั่วขณะแววตาของผู้เฒ่าช่างดูเฉยเมย ห่างเหิน เย็นชา และแปลกหน้า…เป็นแววตาที่เขามิเคยเห็นจากอดีตเจ้าตำหนักมาก่อน!“ท่านพ่อ...”หยวนเหลียงเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยมิรู้ตัวทว่าเพียงครู่เดียวเขาก็ยืนนิ่งท่านผู้เฒ่าไม่มีทางล่วงรู้ว่าเขาวางยาพิษลงในชา เหตุใดเขาต้องร้อนตัวด้วยเล่า!“หยวนเหลียง เมื่อครู่ข้านึกถึงน้องสามของเจ้า เขาจากตำหนักเสวียนเทียนไปสิบปีแล้ว เหตุใดจึงยังมิกลับมาเสียที!”“หรือเขาจะมิคิดถึงผู้เป็นพ่อคนนี้แล้ว?”อดีตเจ้าตำหนักเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สิบปีแล้ว พ่อเองก็แก่ชราลง มิรู้ว่าจะได้เห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตายหรือไม่!”หยวนเหลียงลอบขบกรามแน่น เอ่ยเสียงเรียบว่า “คนไร้หัวใจเนรคุณพรรค์นั้น ท่านพ่อจะยังไปคะนึงหาเขาอยู่ไย!”“ป่านนี้เขาคงลืมท่านไปจนหมดสิ้น ได้แต่มัวเมาเสพสุขสำราญอยู่เป็นแน่”อดีตเจ้าตำหนักส่ายหน้าช้า ๆ “หยวนจื้อมิใช่คนเช่นนั้น!”“สองวันมานี้พ่อฝันเห็นแต่ภาพเขาเนื้อตัวโชกเลือด ร้องขอให้ข้
มองดูหยวนเหลียงอย่างเงียบงัน มิได้เอ่ยปากขึ้นก่อนหยวนเหลียงบังเกิดความรู้สึกร้อนตัววูบหนึ่ง มิกล้าสบสายตาของผู้เป็นบิดา จึงก้มหน้าลงเรียกขาน “ท่านพ่อ!”อดีตเจ้าตำหนักเอ่ยถามเสียงเรียบ “มาหาข้าแต่เช้าเช่นนี้ มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นรึ?”หยวนเหลียงสูดหายใจลึก ตั้งสติครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “หาได้มีไม่ขอรับ เพียงแต่คิดว่ามิได้มาคารวะท่านพ่อหลายวันแล้ว จึงตั้งใจมาอยู่สนทนาเป็นเพื่อนท่านพ่อขอรับ!”หัวใจของอดีตเจ้าตำหนักหนาวเหน็บ หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนหกล้มบาดเจ็บ หยวนเหลียงเป็นไปมิได้ที่จะมิรู้ แต่เขากลับบอกตนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระนั้นหรือ?คำพูดประโยคนี้พิสูจน์ข้อสันนิษฐานของหลิงอวี๋ได้เป็นอย่างดีว่า หยวนเหลียงและห่าวหลิงล้วนคิดคดทรยศต่อพวกเขา!อดีตเจ้าตำหนักจ้องมองหยวนเหลียงเขม็ง ภายในใจผิดหวังอย่างรุนแรงทว่าเขาก็ยังอยากมอบโอกาสให้บุตรชายอีกสักครั้ง จึงเอ่ยเสียงขรึมว่า “เจ้าสมควรต้องมาพูดคุยกับข้าดี ๆ ได้แล้ว!”“หยวนเหลียง เรื่องที่พ่อเคยพูดกับเจ้าไปก่อนหน้านี้ เจ้าได้ไตร่ตรองดูบ้างหรือไม่?”“การที่เจ้าฝากความหวังไว้กับอัครเสนาบดีห่าวและสำนักเซียนแพทย์นั้นเป็นเรื่อง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นทางฝั่งนี้แพร่สะพัดไปถึงหูของห่าวหลิงอย่างรวดเร็วยามนั้นห่าวหลิงกำลังปรนนิบัติดูแลเรื่องสำรับมื้อเช้าให้หยวนเหลียง ครั้นเหลือบเห็นสาวใช้คนสนิทส่งสายตาให้อยู่ด้านนอก นางก็รู้ความนัยและหาข้ออ้างปลีกตัวออกมาสาวใช้กระซิบกระซาบข้างหูเพียงมิกี่คำ มุมปากของห่าวหลิงก็ยกยิ้มขึ้น“ไปแจ้งนายน้อย ให้ลงมือตามแผนที่วางไว้!”ห่าวหลิงกล่าวจบก็พลันนึกบางสิ่งขึ้นได้ นางจึงกำชับต่อว่า “ส่วนทางเรือนชิงอิน ให้คุณชายรองไปเฝ้าเอาไว้ แขกทางนั้นเพียงแค่ห้ามมิให้ก้าวเท้าออกจากประตู เรื่องอื่นชะลอไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปแตะต้องพวกเขา!”สาวใช้พยักหน้ารับคำ แล้วรีบเร่งจากไปทันทีห่าวหลิงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแม้วัยจะล่วงเข้าสี่สิบปี ทว่าใบหน้าที่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างดียิ่งนั้นกลับไร้ซึ่งริ้วรอยแห่งกาลเวลานางเกล้าผมกล้าสูงเหมือนเมฆ ปักปิ่นมุกรูปกล้วยไม้ลายฉลุ ต้องสายลมพลิ้วไหวดวงหน้าเป็นรูปไข่งดงามหมดจด จมูกโด่งรั้นจิ้มลิ้ม คิ้วโก่งดั่งใบหลิว และริมฝีปากบางเฉียบยามยืนสงบนิ่งท่ามกลางสายลม ใบหน้าฉายแววเปรมปรีดิ์ มุมปากประดับรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งบึ้งที่ดูเย้ายวนใจรอยยิ้มนั้นเจิดจรัสมากขึ้












Peringkat