ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด

ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด

โดย:  ยอดคนแปดทิศยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9.4
19 การให้คะแนน. 19 ความคิดเห็น
417บท
48.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

【โปรดปรานอนุจนทำลายภรรยาหลวง + ไล่ตามภรรยาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน+ กระจกแตกไม่หวนคืน + แอบรัก + นิยายสายสะใจ】 ชาติก่อน เซิ่งจือหว่านยอมลดตัวลงไปแต่งงานเพื่อความรัก นางควักสินเดิมของตนออกมาจุนเจือครอบครัวสามี ทั้งเขียนตำราพิชัยสงครามช่วยเขารับศึก และร่างบทความกลยุทธ์ส่งเสริมให้ซื่อจื่อได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ใครต่อใครต่างพากันยกย่องว่า ฉีซื่อจื่อเป็นบุรุษผู้มีความสามารถล้ำเลิศ ส่วนองค์หญิงที่รู้จักแต่ความรักอย่างนางได้แต่งงานกับเขา นับว่าเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่แท้ๆ! แต่เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เซิ่งจือหว่านก็ตัดสินใจทันทีว่าคนคลั่งรักน่ะ ใครอยากเป็นก็เชิญ! สามีจะรับอนุหรือ? นางก็จะไปหาบุรุษใหม่มาดามใจบ้าง! แม่สามีต้องการให้นางเลี้ยงอนุและลูกอนุหรือ? นางเลยไปพาเมียน้อยของพ่อสามีที่กำลังตั้งท้องมามอบให้เป็นของขวัญตอบแทนเสีย! รวมถึงพี่สาวน้องสาวและน้องชายของสามีพวกนั้นด้วย กินของนาง ใช้เงินของนาง ในเมื่อไม่รู้จักบุญคุณ ก็จงคายทุกอย่างที่เอาไปคืนมาให้หมด! * ฉีซูเซี่ยนไม่คิดเลยว่าเซิ่งจือหว่านจะใจแคบถึงเพียงนี้! ก็แค่รับอนุเข้ามาคนเดียว แม้อีกฝ่ายจะตั้งท้องลูกของเขา แต่ก็ไม่มีทางข้ามหน้าข้ามตานางที่เป็นภรรยาหลวงไปได้หรอก แล้วเหตุใด เรื่องถึงได้บานปลายจนถึงขั้นต้องหย่าขาดกันล่ะ? สตรีที่หย่าขาดจากสามี จะยังมีบุรุษดี ๆ คนใดมารับได้อีก? เขาจะคอยดูวันที่นางเสียใจในภายหลัง! * ซางสิงอวี้อันธพาลตัวพ่อแห่งเมืองหลวง มีความลับอย่างหนึ่งที่ตั้งใจจะเหยียบไว้ให้มิดจนกว่าจะเข้าโลง จนกระทั่งวันนั้น วันที่นางโน้มกายลงมาใกล้ เขาจึงได้รู้ว่า ต่อให้ต้องตายตอนนี้ก็คุ้มค่าแล้ว!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

الساعة الحادية عشرة ليلًا.

كنتُ أركض ليلًا في حديقة المبنى حيث يسكن أخي.

فجأةً سمعتُ من بين الشجيرات صوت رجلٍ وامرأة يتحدّثان همسًا.

"رائد، كنتَ تقول إنك في البيت بلا مزاج؛ جئتُ معك إلى هنا، فلماذا ما زلتَ على الحال نفسها؟"

ما إن سمعتُ حتى أدركتُ أن الصوت لزوجة أخي هناء.

ألم يخرج أخي وهناء لتناول العشاء؟ كيف ظهرا في الحديقة، بل بين الشجيرات؟

مع أنني لم أواعد فتاةً من قبل، فقد شاهدتُ كثيرًا من المقاطع التعليمية، وفهمتُ فورًا أنهما يبحثان عن إثارة.

لم أتوقع أن يكون أخي وهناء بهذه الجرأة! في الحديقة… يا لها من مجازفة.

لم أتمالك نفسي وأردتُ أن أتسمّع.

هناء جميلة وقوامُها رائع، وسماعُ صرخاتها حلمٌ طالما راودني.

زحفتُ على أطراف أصابعي إلى جانب الشجيرات ومددتُ رأسي خلسة.

فرأيتُ هناء جالسةً فوق أخي، وإن كانت تدير ظهرَها لي، إلا أن انسياب ظهرها كان آسرًا.

على الفور جفّ حلقي واشتعل جسدي وشعرتُ بالإثارة.

أمام امرأةٍ بهذه الإغراءات تعثّر أخي قليلًا: "هناء، أنا… الأمر غير ممكن."

ثارت هناء عليه قائلةً: "لا أمل فيك! في الخامسة والثلاثين وهكذا؟ ما نفعك إذن؟ حتى لو كان الأمر غير ممكن، ألا تُخرج شيئًا نافعًا؟ ولا حتى ذلك! فكيف أنجب؟ إن بقيتَ هكذا فسأبحث عن غيرك! إن كنتَ لا تريد أن تصير أبًا فأنا ما زلتُ أريد أن أصير أمًّا."

سحبت هناء بنطالها غاضبةً وخرجت.

ارتعبتُ ولذتُ بالفرار.

لم تمضِ برهة حتى سمعتُ أن هناء قد عادت.

أغلقت الباب بقوة فدوّى صوته، فقفز قلبي من الفزع.

ربَّتُّ على صدري في خلوّتي وأنا أفكر: يا لهول ما رأيت؛ لم أظن أن حياة أخي وهناء الزوجية بهذا السوء.

يُقال إن المرأة في الثلاثين تشتدُّ رغبتها؛ وهناء تبدو فعلًا غير مُشبَعة، وأخي بذلك الجسد النحيل كيف لها أن تكتفي به؟

أما أنا فربما… تفوّ!

ما الذي أفكر فيه؟ هناء زوجةُ أخي، كيف أطمع فيها؟

أنا ورائد وإن لم نكن شقيقين من الدم، إلا أننا أوثق من ذلك.

ولولا رائد لما كنتُ أنا الجامعي اليوم.

إذًا، يستحيل أن أطمع في هناء.

وبينما أنا غارقٌ في شرودي سمعتُ من الغرفة المجاورة أنينًا خافتًا.

ألصقتُ أذني بالجدار أتجسّس.

إنه أنينٌ حقًا!

هناء كانت…

اشتعل جسدي ولم أعد أحتمل، فبدأتُ إشباعًا ذاتيًا بصمت.

وفي الختام توحّدت الأصواتُ على جانبي الجدار.

هذا التوافقُ الغريب جعلني أشرُد من جديد.

وفكّرت: لو كنتُ مع هناء لكان بيننا انسجامٌ كبير.

لكن هذا مستحيل؛ فبيننا دائمًا أخي.

لا يمكن أن أخون أخي.

بدّلتُ سروالي الداخلي المبلّل ووضعته في حمّام الخارج عازمًا على غسله صباحًا.

ثم نمت.

ونمتُ حتى بعد التاسعة صباحًا؛ وحين نهضتُ كان أخي قد غادر إلى العمل، ولم يبقَ في البيت إلا أنا وهناء.

كانت تُعدّ الفطور.

ارتدت هناء منامةً حريريةً بحمّالات، فبان قوامُها الممتلئ أمامي بلا حجاب، ولا سيما امتلاءُ صدرِها؛ فعاد إليّ جفافُ الحلق.

"سهيل، استيقظت؟ أسرع واغتسل لتتناول الفطور." حيّتني هناء.

لم أمكث هنا إلا أيامًا قليلة، وما زلتُ غيرَ معتاد، فكنتُ متحفّظًا، فاكتفيتُ بـ"أوه" خفيفة ومضيتُ إلى الحمّام.

وبينما أغسل وجهي تذكرتُ أن سروالي الذي بدّلتُه البارحة موضوعٌ هنا.

وهناء تستيقظ قبلي؛ أيمكن أنها رأته؟

نظرتُ بسرعةٍ إلى الرف، وفوجئتُ: سروالي غير موجود!

وبينما أبحث هنا وهناك سمعتُ صوت هناء من خلفي: "لا تبحث، أنا غسلته لك."

احمرّ وجهي حياءً. ذلك السروال كان ملطّخًا، فحين غسلتْه ألا تكون قد رأت…؟ يا للحرج!

وكانت هناء تضم ذراعيها على صدرها، وتبتسم كأن لا شيء: "سهيل، أما سمعتَ شيئًا البارحة؟"

أخذتُ أهز رأسي إنكارًا؛ لا يمكن أن أعترف بأنني سمعتُها وحدها تعمل ذلك.

"ل… لا، لم أسمع شيئًا."

"حقًا؟ ألم تسمع أصواتًا غريبةً من غرفتي؟" كانت تُجرّبني.

"نمتُ بعد العاشرة بقليل؛ حقًا لم أسمع شيئًا."

ثم انسحبتُ هاربًا.

ولا أدري لماذا كنتُ أمام أسئلتها شديدَ الارتباك، وكانت عيناي تسقطان على صدرها بغير إرادةٍ مني، كأن سحرًا يجذبني.

جلستُ إلى المائدة آكل بصمت، ولم أكن حاضر الذهن، إذ جاءت وجلست إلى جانبي.

فكّرتُ: ما الذي تنويه؟ كنا نجلس متقابلين عادةً، فلماذا اليوم إلى جواري؟

وبينما أفكر لمستْ بسبابتها ذراعي لمسةً خفيفة، فشعرتُ بوخزٍ لذيذٍ يسري في جسدي كالكهرباء.

وتعجّبتُ في نفسي: إذًا هذا شعورُ لمس المرأة؟ يا له من أمرٍ عجيب.

"سهيل، كأنك تخافني، أليس كذلك؟"

"لا، غير أنني لستُ معتادًا بعد، فأتقبّض قليلًا."

"والناس يتعارفون من عدم، ولهذا يلزم أن نُكثر الحديث لنقترب أسرع وبشكلٍ أنفع. سهيل، أتعرف أسرع وأنجع طريقةٍ ليصير الرجل والمرأة مألوفَين لبعضهما؟"

لا أدري أهو وَهم، لكني أحسستُ أنها تُلمّح إلى شيء، فاضطربتُ ولم أعد أهنأ بالطعام، وكان الفضول يأكلني: ماذا تقصد؟

فتجرّأتُ وسألت: "ما هي يا هناء؟"

"الإنجاب!" حدّقت فيّ بعينيها البراقتين وقالتها مباشرةً.

اختنقتُ. قلتُ في نفسي: لمَ تقول لي هذا؟ إنها زوجة أخي، ولا يمكن أن يحدث بيننا شيء. أتراني مقصدَها؟ أخي لا يقدر، فهل علّقت أملها عليّ؟ لا، لا يجوز أن أخون أخي.

سحبتُ الكرسي مبتعدًا قليلًا: "هناء، لا تمزحي؛ لو سمع أحدٌ لأساء الظن."

ضحكت وقالت: "إذًا قل الحقيقة: هل سمعتَ شيئًا البارحة أم لا؟ إن لم تصدّق فسنتعمّق في الحديث."

كدتُ أفقد السيطرة من الخوف، فقلتُ مرتبكًا: "نعم، سمعتُ بعض الأصوات، لكن لم أقصد."

"هل كان أنيني؟ هل كان جميلًا؟" لم أتوقّع منها هذا السؤال.

احمرّ وجهي وكاد قلبي يقفز من صدري، ولم أعرف بمَ أجيب.

وفي تلك اللحظة جاء طرقٌ على الباب، فتمسّكتُ به طوقَ نجاة، وأسرعتُ أفتح.

وما إن فتحتُ الباب حتى رأيتُ امرأةً طويلةً ممشوقة القوام، ملامحُها شديدة الجمال، ونظرتها آسرة.

حدّقت بي بعينيها السوداوين الواسعتين وسألت: "من أنت؟"

وقلتُ متعجبًا: "ومن أنتِ؟"

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

เปิ้ล เปิ้ล
เปิ้ล เปิ้ล
อ่านสนุกคะ ต่อภาค2เล่มไหนคะ
2026-08-20 16:07:45
0
0
Napasrapee Rungnoi
Napasrapee Rungnoi
สนุกมาก คุณไรท์รีบมาต่อนะคะ
2026-08-16 21:49:12
0
0
Saomexay Sao Somephathai
Saomexay Sao Somephathai
เมื่อไรจะอัพเดทต่อ อย่าเทกันนะ
2026-07-16 15:57:07
4
0
Nongnud Khongsrirot
Nongnud Khongsrirot
อย่าเทนะ....กำลังสนุกเลย
2026-07-15 19:32:49
2
0
คากิ คากิ
คากิ คากิ
ภาคสองไม่มีอยู่จริงใช่มั้ย
2026-07-13 22:11:56
5
0
417
บทที่ 1
เข้าสู่ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง สายฝนโหมกระหน่ำมักจะตกลงมาบ่อยครั้งเซิ่งจือหว่านยืนอยู่ใต้ระเบียงเรือนผิงหลาน หยาดฝนที่ร่วงหล่นหยิมๆ ตรงหน้าถักทอร้อยเรียงกันราวกับม่านไข่มุก“องค์หญิง ท่านซื่อจื่อยืนตากฝนอยู่ข้างนอกนั่นมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วนะเพคะ บาดแผลเก่ายังไม่ทันหายดีก็ต้องมาตากฝนเช่นนี้ หากประชวรไข้หวัดจนเสียการเสียงานในพิธีรับพระราชทานรางวัลต่อหน้าวันพรุ่งจะทำเยี่ยงไรเพคะ?”“อีกอย่าง ท่านซื่อจื่อก็ถูกผู้อื่นวางแผนร้ายถึงได้มีความสัมพันธ์กับแม่นางชาวนาผู้นั้น องค์หญิงเห็นแก่ความจริงใจที่เขายอมรับผิด รับนางเข้ามาเสียก็จะเป็นไรไปเล่าเพคะ?” “อย่างไรเสียก็นางเป็นเพียงหญิงชาวนาคนหนึ่ง จะสูงส่งไปกว่าพระองค์ได้อย่างไร? ก็แค่แบ่งจวนเล็กๆ ให้อยู่อย่างทิ้งขว้างไปก็สิ้นเรื่อง”ห้วนจู๋หัวหน้านางกำนัลยืนพร่ำบ่นอยู่ข้างหลังนางไม่หยุดปากร่างกายของเซิ่งจือหว่านที่นิ่งค้างอยู่นานพลันหมุนตัวกลับมาชาติก่อน นางก็เพราะเชื่อคำพูดของห้วนจู๋นี่แหละ ถึงได้ยอมรับเมิ่งยางหญิงชาวนาผู้นั้นเข้าบ้าน แต่ผลสุดท้ายล่ะ?จากหญิงชาวนาที่ดูเหมือนจะถูกรังแก กลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยตระกูลเมิ่งผู้มีร้านค้ากระจายทั่วเมืองหลวง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เมิ่งยางได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองทันทีฉีซูเซี่ยนเองก็กัดกรามแน่นจนขึ้นสัน "จือหว่าน ถึงกับต้องทำขนาดนี้เลยหรือ?""เหตุใดจะไม่ได้เล่า?" เซิ่งจือหว่านปรายตามอง "ก็แค่ฐานะหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อภายหน้าท่านพี่บอกว่าจะไม่พบนางอีก การเพิ่มความมั่นใจให้อีกชั้นจะมีอะไรไม่ดีกันเล่า?"เมิ่งยางมองไปยังฉีซูเซี่ยนตามสัญชาตญาณ ปลายนิ้วขาวซีดที่ตากในน้ำฝนค่อยๆกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัวเซิ่งจือหว่านเหลือบเห็นท่าทางนั้นเข้าพอดี มุมปากของนางจึงยิ้มขึ้นเล็กน้อยชาติก่อน นางไม่รู้เลยว่าเมิ่งยางตั้งครรภ์ และเพราะเชื่อคำยุยงของห้วนจู๋จึงยอมให้ฉีซูเซี่ยนรับนางเข้าจวน ซึ่งฉีซูเซี่ยนในตอนนั้นก็พ่นคำลวงโลกออกมาว่าจะไม่ไปพบเมิ่งยางอีกเหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด!แต่ผลสุดท้ายล่ะเป็นอย่างไร?ห้าเดือนต่อมา เมิ่งยางที่ใกล้จะคลอดกลับคลอดบุตรที่ตายคาท้องออกมา ฉีซูเซี่ยนบุกเข้ามาในจวนของนางด้วยดวงตาแดงก่ำ ยามนั้นนางกำลังนอนพักผ่อน แต่กลับถูกสามีชี้หน้าด่าทอว่าเป็นหญิงใจโฉด ทำให้นางเพิ่งรู้ว่าห้วนจู๋เป็นคนผลักเมิ่งยางตกน้ำจนนางตกใจและคลอดก่อนกำหนดห้วนจู๋เป็นคนของนาง ทั้งยังปากพร่ำบอกว่าทำเพื่อนาง สุดท้ายกลายเป็นว่านาง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
เซิ่งจือหว่านเพิ่งกลับมาถึงจวนผิงหลาน ติงหลานสาวใช้คนสนิทก็ทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้านางดัง “ปัง”ทันที“องค์หญิง ต่อให้พระองค์จะทรงลงอาญาหม่อมฉัน แต่ว่าวันนี้หม่อมฉันก็มีเรื่องต้องทูลให้ได้เพคะ!”“ทั้งท่านซื่อจื่อและฮูหยินต่างก็รังแกกันเกินไปแล้ว!”“พระองค์ทรงเป็นถึงองค์หญิง ก่อนจะเสด็จแต่งออกมานั้นทรงสูงศักดิ์เหนือใคร แต่ตั้งแต่วันที่แต่งเข้าจวนฉีกั๋วกงมา หม่อมฉันก็ไม่เคยเห็นพระองค์ทรงสรวลอย่างมีความสุขจริงๆ เลยสักครั้ง พระองค์ทรงคิดเผื่อครอบครัวของท่านซื่อจื่อในทุกด้าน ทั้งที่จวนกั๋วกงแห่งนี้เหลือเพียงเปลือกนอก แต่ว่าท่านกั๋วกงและฮูหยินกลับยังอยากรักษาหน้าตา พระองค์บอกว่าเข้ามาช่วยดูแลกิจการในจวน แต่แท้จริงแล้วกลับต้องนำสินเดิมส่วนตัวออกมาจุนเจือในทุกเรื่อง!”“คุณหนูใหญ่ก็มักจะเอาเรื่องราวในครอบครัวสามีมาใช้สอยพระองค์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คุณหนูรองก็ต้องสวมใส่เครื่องประดับที่เลิศหรูที่สุดจากหอติ่งเจินโหลว ส่วนคุณชายรองที่ทำให้อาจารย์โกรธจนหนีไป ท่านกั๋วกงก็ยังให้พระองค์ไปร้องขอต่อท่านราชครูตู้ให้รับเขาเป็นศิษย์เพื่อจะได้เข้าศึกษาในสำนักศึกษาชิงหยุนเป็นกรณีพิเศษ ไหนจะอาการป่วยของฮูหยินที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ตระกูลซ่งประกอบอาชีพหมอมาหลายชั่วอายุคน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงสามราชวงศ์ จนมาถึงรุ่นของหมอหลวงซ่งคนลูก ไม่รู้ว่าสั่งสมชื่อเสียงมามากเพียงใด เหล่าหมอชาวบ้านที่สร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยตำราคัมภีร์แพทย์ตระกูลซ่ง นั้นมีมากมายจนนับไม่ถ้วนนามของบิดาหมอหลวงซ่งยังถูกจารึกไว้ในศาลเจ้าเหล่าอริยปราชญ์อีกด้วยหมอหลวงซ่งคนลูกไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดท่านพ่อถึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับจวนฉีกั๋วกงที่สูญสิ้นแม้กระทั่งราชโองการเหล็กสิทธิ์ขาดไปแล้วเช่นนี้!“องค์หญิงชิ่งหนิง” จู่ๆ หมอหลวงซ่งก็เอ่ยชื่อหนึ่งออกมาหมอหลวงซ่งคนลูกชะงักไปจากนั้นเขาก็ได้ยินบิดากล่าวต่อว่า “ตระกูลซ่งของพวกเราติดค้างน้ำใจอันยิ่งใหญ่ขององค์หญิงชิ่งหนิงไว้ ดังนั้นขอเพียงนางเอ่ยปาก ต่อให้วันนี้ข้าจะแก่ชราจนลุกจากเตียงไม่ไหว ก็ต้องมาตรวจชีพจรให้ฮูหยินด้วยตัวเองให้ได้” “องค์หญิงชิ่งหนิงหรือขอรับ?” หมอหลวงซ่งคนลูกอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะนึกออกในที่สุด “ที่ท่านพ่อหมายถึง คือองค์หญิงชิ่งหนิงที่ตอนนั้นขอประทานสมรสด้วยตัวเอง แถมยังประท้วงด้วยการอดอาหารจนเกือบจะสิ้นสติไปคนนั้นน่ะหรือ?”เขาจำได้ว่าตั้งแต่นางแต่งเข้าจวนกั๋วกงไป ก็ไม่เคยได
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
“อืม” ชุยซื่อรู้สึกพึงพอใจยิ่ง “ฮูหยิน นางห้วนจู๋มาแล้ว” เสียงรายงานจากด้านนอกดังขึ้น“ของท่านซื่อจื่อ องค์หญิงทรงให้หม่อมฉันนำยามาถวาย” เสียงของห้วนจู๋แว่วดังเข้ามาตะเกียบในมือของฉีซูเซี่ยนชะงักไปครู่หนึ่งฉีเฟยเยียนหัวเราะเยาะทันที“เห็นหรือไม่เล่า ข้าว่าไม่ผิดจริง ๆ! ช่างต่ำต้อยเสียจริง! เจ้าไปง้อนาง นางกลับเชิดใส่ พอแม่ตัดสินใจเอง นางพูดอะไรไหม? ก็เงียบกริบไม่ใช่หรือ ตอนนี้กลับรีบร้อนส่งคนมาส่งยา ถ้าข้าพูดนะ สตรีเช่นนี้ ต้องดูถูกให้เข็ด!” “ให้เข้ามา” ชุยซื่อเอ่ยห้วนจู๋เดินเข้ามาด้วยความยินดี แต่เมื่อเห็นชุยซื่อและฉีเฟยเยียน รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไปทันที“ยารักษาแผลอะไร?” ชุยซื่อถาม“ห้วนจู๋รีบนำขวดกระเบื้องเคลือบประณีตออกมา “เรียนฮูหยิน นี่คือยาที่ท่านไทเฮาทรงประทานให้องค์หญิงเมื่อหลายปีก่อน เล่ากันว่ามีสรรพคุณวิเศษในการห้ามเลือดแผลภายนอก”“ยาสมานผิวจินช่วง!” ฉีซูเซี่ยนจำมันได้ในทันที เล่ากันว่าตัวยานี้ปรุงจากแมงป่องโลหิต ต่านหนานซิง กระดูกมังกร และสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายสิบชนิด มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือดและสมานผิวได้ทันใจ แม้แต่ผิวหนังที่เน่าเปื่อยก็ยังกลับมาเป็นปกติได้ เพียงแค่ขว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ห้วนจู๋มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเซิ่งจือหว่านย่อมตัดใจจากมิตรภาพที่ผูกพันกันมาสิบกว่าปีไม่ลงเซิ่งจือหว่านวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ข้าเขียนจดหมายให้คนส่งตัวเจ้ากลับเข้าวังไปเสียตอนนี้เลย ต่อไปเจ้าก็จงอยู่ที่นั่น ไม่ต้องออกมาอีก” “พระองค์ทรงตรัสจริงหรือเพคะ?” ห้วนจู๋เม้มปากแน่นเซิ่งจือหว่านยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เอ่ยคำใดคราวนี้ห้วนจู๋เริ่มลนลานขึ้นมาจริงๆ “องค์หญิง พระองค์ทรงไร้เยื่อใยเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ! หม่อมฉันติดตามรับใช้พระองค์มานานหลายปี หากถูกส่งกลับไปตอนนี้ จะมีเจ้านายตำหนักไหนยอมรับหม่อมฉันไว้อีก?!” “ที่แท้เจ้าก็ยังรู้ตัวว่าตนเองเป็นบ่าว?” เซิ่งจือหว่านโน้มตัวลงเล็กน้อย เมื่อห้วนจู๋สบเข้ากับดวงตาที่ดำสนิทคู่นั้น คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยก็ติดค้างอยู่ที่ลำคอทันที เซิ่งจือหว่านมองนางด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาห้วนจู๋จึงขบกรามแน่นพลางคุกเข่าลง แล้วคลานเข่าเข้ามาเบื้องหน้านาง “องค์หญิง หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เพคะ หม่อมฉันเพียงหวังให้พระองค์กับท่านซื่อจื่อกลับมาคืนดีกันโดยเร็ว หากพระองค์ทรงเห็นว่าหม่อมฉันทำไม่ถูก ต่อไป... ต่อไปหม่อมฉันจะไม่ทำอะไรโดยพลการอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
“นางซิ่ว เจ้าว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงใจร้ายขนาดนี้นะ สองปีแล้ว เพียงเพราะข้าพูดตำหนิฉีซูเซี่ยนไปไม่กี่คำ นางก็ไม่ยอมเข้าวังมาอีกเลยสักครั้ง”“ไม่รู้ว่าป่านนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง คนในจวนฉีกั๋วกงใช่ว่าจะรับมือได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ สามีของพี่สาวสามีนางนั่นน่ะเห็นชัดๆ ว่าเป็นพวกไร้น้ำยา แต่ยังกล้ามาแสดงความไม่พอใจกับตำแหน่งที่นางอุตส่าห์หาให้ด้วยความลำบาก...”“แล้วยังมีเจ้าฉีซูเซี่ยนนั่นอีก แต่งงานได้เพียงสองวันก็หนีไปชายแดน พอกลับมากลับพาสตรีอื่นมาด้วย เห็นหัวข้าที่ยังเป็นย่าคนนี้อยู่บ้างหรือไม่? งานเลี้ยงในวังอีกไม่กี่วันข้างหน้า ข้าจะให้ฉีซูเซี่ยนพานางมาให้ข้าดูหน้าชัดๆ เสียหน่อย...”“เสด็จย่า!” เซิ่งจือหว่านไม่อาจกลั้นความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไปจนต้องร้องเรียกออกมาที่แท้ เสด็จย่าก็คอยเป็นห่วงนางอยู่ตลอดเวลา!ที่แท้ ในชาติก่อนที่เสด็จย่าพยายามจะทำให้เมิ่งยางขายหน้าในงานเลี้ยง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการสร้างชื่อเสียงให้เมิ่งยาง จนสุดท้ายเสด็จย่าต้องถูกผู้คนทั่วหล้าก่นด่าประณาม ทั้งหมดนั้นก็ทำเพื่อนาง!เสด็จย่า...” ขอบตาของเซิ่งจือหว่านร้อนผ่าวขึ้นมาไทเฮาดึงตัวนางเข้ากอดแน่น น้ำตาร่วงลงไม่ขาด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
แต่เรื่องที่อยู่ในกระดาษนั่นเขาก็จำเป็นต้องจัดการให้สำเร็จ...ประจวบเหมาะกับตอนนั้นที่มีรายงานจากด้านนอก ขันทีซูต้าปั้นได้ยินแล้วก็รีบก้าวเท้าแผ่วเบาเข้าไปข้างโต๊ะทรงพระอักษรฝ่าบาท องค์หญิงชิ่งหนิงเสด็จกลับแล้วพ่ะย่ะค่ะ””ฮ่องเต้ฉงเซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“ทางเสด็จแม่ล่ะ มีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่?”“ได้ยินว่าทรงเสวยบัวลอยต้มเหล้าที่องค์หญิงชิ่งหนิงปรุงด้วยพระองค์เองไปค่อนชาม ยามนี้ทรงเข้าสู่พระบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงชะงักไปครู่หนึ่ง “ชิ่งหนิงนี้ รู้ความขึ้นมาบ้างแล้วสินะ ข้านึกว่านางจะมาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ข้าคืนความเป็นธรรมให้นางเสียอีก”“ฝ่าบาท” ขันทีซูต้าปั้นก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม “แต่หม่อมฉันเห็นว่านี่อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปพ่ะย่ะค่ะ” “อย่างไร?” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงไม่เข้าใจขันทีซูต้าปั้นกล่าวว่า “ยามนี้ภายนอกลือกันหนาหูว่า ที่องค์หญิงชิ่งหนิงเคยทูลขอประทานสมรสทำให้ฝ่าบาทและไทเฮาทรงพิโรธ การที่ท่านฉีซื่อจื่อกล้ารับอนุ ก็เป็นเพราะเห็นว่าฝ่าบาทกับไทเฮาไม่ทรงหนุนหลังองค์หญิงแล้ว แต่…แท้จริงแล้ว ฝ่าบาททรงรักใคร่องค์หญิงมาก”“ท่านฉีซื่อจื่อรู้ทั้งรู้ แต่ยังพาคนกลับมาเช่น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
“นั่นก็จริง” ฉีกั๋วกงกลัวบุตรชายจะเสียใจ จึงพยายามฝืนประคองสติเอ่ยว่า “ความดีความชอบจากการรบเพียงครั้งเดียวแล้วจะให้ขึ้นเป็นขั้นสี่ชั้นเอกทันทีนั้นดูจะไม่เหมาะจริงๆ บางทีฝ่าบาทอาจทรงอยากให้เจ้าสะสมผลงานเพิ่มอีกสักสองสามครั้ง เพื่อจะได้เลื่อนขั้นเจ้าขึ้นไปอย่างสง่างาม ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้สร้างบารมีในกองทัพได้อย่างมั่นคงด้วย”“ขอรับ...” ฉีซูเซี่ยนพยักหน้า แต่ว่าสีหน้ากลับมืดมน เขาเอาแต่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้นละก็เป็นอย่างที่คิด พอมาถึงหน้าจวน เขาก็เห็นเซิ่งจือหว่านกำลังวางมือบนแขนของติงหลานก้าวลงมาจากรถม้าพอดีเมื่อเห็นชุดพิธีการที่นางสวมใส่ ฉีซูเซี่ยนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าก็คล้ำลงในทันที มิน่าเล่า!มิน่าเล่าเมื่อวานฝ่าบาทยังทรงมีพระประสงค์จะตั้งเขาเป็นแม่ทัพผิงเหยียนขั้นสี่ชั้นเอก แต่เพียงข้ามคืน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมด!ได้เป็นเพียงแม่ทัพซวนเวยขั้นห้าชั้นโท... บททดสอบอะไรกัน เลื่อนขั้นอย่างสง่างามอะไรกัน?ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะเซิ่งจือหว่านเข้าไปฟ้องร้องในวังมาแน่ๆ! เมื่อนึกถึงความดีความชอบที่เขาแลกมาด้วยการเสี่ยงตายในสนามรบ! ตลอดเวลาสองปีที่กิน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
ฉีซูเซี่ยนมองตามหลังนายบ่าวทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา “เซิ่งจือหว่าน เจ้าอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”เซิ่งจือหว่านเสียใจ เสียใจที่ไม่ได้มองเขาให้ทะลุปรุโปร่งเร็วกว่านี้เมื่อกลับถึงเรือนผิงหลัน นางจัดการผลัดเปลี่ยนชุดพิธีการออก และพบว่าบริเวณที่ถูกฉีซูเซี่ยนกระชากนั้นขึ้นรอยเขียวช้ำเป็นวงใหญ่จริงๆแววตาของเซิ่งจือหว่านวูบไหว แม้นางจะพอรู้วิชาป้องกันตัวบ้าง แต่ก็ไม่อาจเทียบชั้นกับคนที่มีลมปราณแก่กล้าอย่างฉีซูเซี่ยนได้ หากวันหน้าต้องเผชิญหน้ากันแล้วเขาเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา นางคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่ดูท่าว่านางต้องรีบหาสาวใช้ที่มีฝีมือมาไว้ข้างกายเสียแล้ว เซิ่งจือหว่านจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจขณะที่กำลังจะเอนกายพักผ่อน จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงอึกทึกวุ่นวายแทรกมาด้วยเสียงด่าทอนางจำเจ้าของเสียงนั้นได้ในทันที และในพริบตานั้น ความแค้นก็ถาโถมเข้าใส่จนแน่นหน้าอก! ฉีเฟยเยียน!หลังจากฉีซูเซี่ยนได้มีอำนาจ ฉีเฟยเยียนก็อาศัยจังหวะที่บิดาฮ่องเต้ลดฐานะนางให้เป็นสามัญชนต่อหน้านางเองยังฝืนยิ้มอย่างไม่จริงใจ ก่อนจะพาหร่วนหร่วนของนางไปอ้างว่าจะอบรมเลี้ยงดูแต่สุดท้าย กลับส่งคืนมาเพียงศพตัวเล็กๆ หนึ่งร่างเท่าน
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status