Masukตุบ ปัง!
เอี๊ยดดดดดดดดดด! ผมกำลังคุยกับไอ้ติน จู่ๆก็เกิดเสียงกระแทกบางอย่างดังขึ้น ไอ้ตินกำพวงมาลัยเเน่น เหยียบเบรกพยายามควบคุมรถ ในขณะที่ไฟจราจรได้แจ้งสัญญาณไฟเขียวอยู่นั้น ก็ได้มีรถฝั่งตรงข้ามพุ่งชนเข้าด้านขวารถอย่างแรง ยังดีที่มันประคองรถไว้ได้ “เชี่ยยยยย! ซวยแล้ว คุณธีร์เป็นอะไรไหมครับ” “ไม่เป็นไร มึงละบาดเจ็บตรงไหนไหม” “ไม่เป็นไรครับคุณธีร์.....อ้าว คูณธีร์หาย” เขาที่เห็นว่าตินปลอดภัยแล้ว แต่เหมือนว่ารถที่พุ่งชนรถเขานั้นดูท่าจะไม่ดี เลยรีบวิ่งลงจากรถทุบกระจกเรียกคนขับข้างใน ตุบ ตุบๆ ๆๆ “คุณ คุณ! ได้ยินเสียงผมไหม” ตุบ ตุบ ตุบ “คุณตื่น! ปลดล็อกประตู!” ผมตะโกนเรียก เคาะกระจกประตูรถเรียกคนข้างในอย่างร้อนรน เพราะกระจกรถดำทึบ ผมมองเห็นได้แค่เพียงแค่ร่างคนฟุบอยู่กับพวงมาลัยรถ คิดว่าน่าจะบาดเจ็บจากเเรงกระแทกเมื่อกี้ เอาไงดีวะทุบกระจกเลยดีไหม “รถกู้ภัยกำลังมาครับคุณธีร์” ไอ้ตินรีบวิ่งตามผมหน้าตื่น “ตินถอย กูจะพังกระจก” “ห๊ะ คุณธีร์จะพังยังไงครับ อย่าบอกนะ เชี่ยเอ๊ย!” มันสถบออกมาอย่างไม่เชื่อ ใช่ครับผมจะทุบมันให้แตกด้วยมือเปล่า เพราะผมรอไม่ได้แล้ว ไม่รู้สิครับความรู้สึกข้างในใจผมร้อนรนและตีตื้นขึ้นอย่างน่าแปลกใจ บล็อก! ทว่า ก่อนที่ผมจะพังกระจกรถ กลับได้ยินเสียงปลดบล็อกของประตูรถดังขึ้น ผมรีบคว้าประตูเปิดทันที “!!!!!” “อึก!” เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง หัวใจเขากระตุกหล่นวูบ รู้สึกปวดราวอย่างกับแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เมื่อเห็นภาพร่างบางในรถที่ขับรถชนเขานั้น เธอคนนั้นกลายเป็นคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอด แต่กลับต้องมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ แม่ง!!! “ฟอนต์!” “ฮึก...แม่คะ ฟอนต์เจ็บ” “ห...หายใจไม่ออก.....” เสียงหอบหายใจของร่างบางดังขึ้นถี่ๆ เหมือนกำลังกอบโกยอากาศเข้าสู่ปอดให้มากที่สุด เห็นดังนั้นเขาจึงรีบเข้าไปอุ้มฟอนต์ออกจากรถทันที “ไอติน! หารถ” เสียงทุ้มออกคำสั่งดังกังวาน ตินรีบวิ่งหารถให้เขาอย่างรู้งาน หาใครสักคนแถวนั้นก่อนจะตะโกนเอ่ยขอยืมรถ เพราะรถที่โดนชนนั้นสภาพน่าจะไปต่อไม่ได้แล้ว “น้องๆ ไปรถพี่ เร็ว!” และโชคดีที่มีพี่พลเมืองใจดีเข้ามาช่วยโบกมือให้เขาขึ้นรถ “คุณธีร์ทางนี้ครับ!” ผมกระชับอุ้มคนตัวเล็กกอดไว้แน่นรีบวิ่งขึ้นรถ “ฟอนต์ครับ” “ฟอนต์ได้ยินเสียงธีร์ไหม อดทนอีกนิดนะ” ผมฉีกแขนเสื้อเชิ๊ตออกเพื่อนำมาซับห้ามเหลือดที่ไหลบริเวรข้างศีรษะฟอนต์ “พี่ขับเร็วๆ หน่อย แฟนเจ้านายผมไม่ไหวแล้ว” “เออๆ เหยียบสุดเเล้วน้อง” พี่คนขับเหยียบคันเร่งสุด จนมาถึงโรงพยาบาล “คนไข้โดนอะไรมาคะ” พยาบาลและบุรุษพยาบาลรีบวิ่งเข้ามาทำหน้าที่เร่งด่วน ธีร์รีบวางร่างบางลงรถเข็นเตียงผู้ป่วยฉุกเฉิน “เธอโดนรถชนครับ” “ห๊ะ” ตินร้องเสียงหลง ตกใจในสิ่งที่ธีร์พูด ยืนงงปล่อยให้นายวิ่งตามคุณฟอนต์ไปข้างในก่อน “ไอน้องไม่ตามไปละ” ได้สติอีกทีก็ตอนพี่คนรถทัก “พี่ไปส่งผมที่เดิมหน่อย” เขาเกาหัวเกงๆ กัง ถึงเขากับนายจะไม่ได้เจอกันนาน แต่สัญชาตญาณและไหวพริบมันบอกว่า ประโยคที่คุณธีร์พูดกับพยาบาลเมื่อกี้......คือเหมือนดั่งคำสั่ง! ‘ทำยังไงก็ได้ อย่าให้มีข่าวหลุดออกไปว่าฟอนต์ขับรถชนรถกู’ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว คุณฟอนต์ขับชนรถคุณธีร์นะค้าบโว้ยยยย ตินได้แต่ตะโกนในใจแล้วเดินขึ้นรถไปเคลียร์เรื่องอุบัติเหตุก่อน ห้องพักฝืน พิเศษ “คนไข้มีอาการช็อกจากอุบัติเหตุ ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ แขนข้างขวาไม่ได้หักอะไรแต่คงต้องให้ใส่เผือกไปสักพักก่อน ส่วนความรุนแรงของศีรษะที่โดนแรงกระแทกนั้น แค่แผลนิดหน่อย หมอเย็บแผลให้แล้ว โดยรวมแล้วคนไข้ปลอดภัยดีแล้วค่ะ แต่ตอนฟื้นขึ้นมาคนไข้อาจจะมีอาการปวดหัว เรียกหมอทันทีเลยนะคะ หมอจะเข้ามาดูอาการเพิ่มเติม” “ครับ ขอบคุณครับหมอ” “อ้อ แล้วอีกอย่างหนึ่ง” หมอว่าขึ้นหันหน้ามองผม “คราวหลังอย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเองแบบนี้นะคะ มันอันตรายมากยังดีที่ไม่มีกระดูกตรงไหนหักหรือราว” “อ่าาา....โทษทีครับ ผมลืมคิดไป” หมอพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป “เฮ้อ เธอปลอดภัยแล้วนะ” เขาลูบผมฟอนต์เพื่อปลอบคนตัวเล็ก จ้องมองใบหน้าหวานที่หลับสนิท “ฟอนต์เจ็บมาเลยสินะ” ฟอนต์ร้องไห้ด้วยนี่ ถึงเสียงเธอจะเบามากแต่ธีร์ได้ยิน ตอนเธอบอกว่าเจ็บ ใจผมแทบขาดให้ได้ มันอยู่ไม่สุข..กลัวเธอจะเจ็บมากจนทนไม่ไหว “...” ผมจรดริมฝีปากจูบลงฝ่ามือเล็กนิ่งค้างอยู่แบบนั้น หลังจากนี้จะไม่ห่างจากฟอนต์แล้วครับ สัญญา..... เงยหน้าขึ้นมองฟอนต์ นัยต์ตาของผมไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลย กวาดมองตามกรอบใบหน้านวล ขนตาที่ดูยาวๆ ปลายจมูกเธอขึ้นสีนิดๆ และข้างแก้มที่ดูอมชมพูไร้การเเต่งหน้า สายตามเขาไล่ลงมาจนถึงปากเล็กยิ่งมองเท่าไร มันยิ่งทำให้ผมอยากลิ้มลองปากนั้นด้วยปากของเขาดูสักครั้ง “...” ถึงแม้ว่าตอนนี้ใบหน้าของผมกับเธอจะห่างกันแค่ไม่กี่เซ็นแล้วก็ตาม ผมอดใจไม่ไหวจนต้องเผลอกัดปากตัวเองเพื่อหักห้ามหัวใจไม่ให้ถลำลึกเข้าใกล้เธอไปมากกว่านี้ “รอก่อนเถอะฟอนต์” ผมขยับใบหน้าให้ห่างจากร่างบางแล้วห่มผ้าให้เธอ (ฮัลโลว่าไง คิดถึงพ่อแล้วไงถึงโทร) “ธาม รถชน” (........) เงียบไปเลยดิพ่อ ไม่เชื่อสินะ “จริงจัง ไม่ได้ล้อเล่น” (มึงกับไอตินเป็นอะไรไหม?) ปลายสายถามเสียงเรียบ “ปลอดภัยครับ แต่รถหนัก!” บุบไปข้างหนึ่งแต่คนไม่เป็นอะไรนะ ถือว่าซื้อมาคุ้มใช้ได้เลย ออกมาไม่ถึงอาทิตย์โดนชนเลย คนชนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ‘ว่าที่ลูกสะใภ้’ (ใครขับ ไอติน?) “เปล่า ผมเอง” เขาจะไม่บอกพ่อเด็ดขาดว่าฟอนต์ขับชน (ใครชน มึงหรือ คู่กรณี) “ผม” (เชี่ย) “ด่าผม?” (เออสัตว์ มึงขับไงวะ ซื้อใบขับขี่เหรอถึงได้เอาไปชนได้ กูกะไว้แล้วว่าทำไมสั่งให้ไอตินเอารถคันนี้ไปรับ ควายสัตว์ๆ) อ่า....กูนวดขมับเลย ด่าจริงจังด้วยสิ “เดี๋ยวซื้อให้ใหม่” (เออดี เอาสีอื่นนะ กูไม่ชอบสีนี้) ไม่ชอบแล้วซื้อทำไม (-_-) “ครับ อย่าบอกแม่นะ” (กูจะบอก) “ให้นินจา 1 คัน” (โอเค! ดีลลูกชาย)6 ปีผ่านไป “ชาม ชาม ชาม เปอร์ เจยเห็ม ชาม ยึก ปุ้ง” (ช้างช้างช้างน้องเคยเห็นช้างรึเปล่า) “.....” “ชาม มุม จู๋ โต ม่าว เบา ชะมด ใยต้าว เยียวาห้วน” (ช้างมันโตไม่เบาจมูกยาวๆ เรียกว่างวง) “โอ๊ะ! ปี ปี๊ ปี๊ ปี๋” “ปี๊ไตเจอร์ เห็มไม นู๋ ตับปีเตื้อไต ว้าวววว ปีเตื้อจ๋วย” เจ้าหญิงตัวน้อยในชุดราตรีสุดสวยร้องเพลงช้าง ช้าง ช้าง สนุกสนาน เด็กน้อยคนนี้เธอมีชื่อว่า เฟอร์บี้ เธอกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อตัวน้อยที่บินโชว์อยู่กลางอากาศ เฟอร์บี้ยกยิ้มร่าเมื่อมือเล็กๆ ของเด็กวัย 3 ขวบนั้นได้จับผีเสื้อได้และกำลังเอาไปให้พี่ชายเธอดู “อื้ม เฟอร์มันจะตายนะถ้าจับแรง” ชายหนุ่มวัย 6 ขวบลูบหัวคนน้องอย่างเอ็นดู “ปล่อยให้มันบินสวยๆ ไหมคะ พี่ช่วย” ไทเลอร์ ก้มลงมองคนน้องเผยรอยยิ้มหวานบอกเจ้าหญิงน้อยของเขา “ยู ตงนี้ ก็จ๋วย” เฟอร์บี้หน้างอใส่คนเป็นพี่ เด็กน้อยที่ไม่อยากจะปล่อยสิ่งสวยงามตรงนี้ไป เผยแววตากลมใสน่าสงสาร ในดวงตาคู่สวยเริ่มเอ๋อคลอด้วยน้ำตามองหน้าคนเป็นพี่อย่างอ้อนๆ “ไม่ร้องนะเจ้าหญิงของพี่ ถ้าเฟอร์บี
“ธามเหม็นวะ ผมจะอ้วก” “เหม็นกู?” “…..” “ไม่ตอบแปลว่าใช่” “ไม่รู้” “เวร! มึงลูกกูจริงไหม ลำบากกูคูณสิบจริงๆ งานก็ต้องทำให้ อายุกู 50 แล้วนะเว้ย” ธามบ่นลูกชายตัวดีที่ตอนนี้มันนอนหนุนตักหนูฟอนต์ แล้วมันไม่ได้พูดเปล่านะ มันพูดว่าเหม็นเสร็จมันก็เอาหน้าขี้เหร่ๆ มันไปซุกท้องเมียอ้อนเมียมันครับ “ที่รักครับ พี่เหม็นดอกไม้กับเหม็นหน้าพ่อ” “เมียพี่ขอเตะลูกได้ไหม พี่อดมานานแล้ว” “นี่ลูกไหมครับ” “คุณพ่อคะอย่าแกล้งธีร์ของหนู” ธามยกยิ้มให้ลูกสะใภ้ รีบเอาแจกันดอกไม้ไปวางที่อื่น เห็นเป็นลูกหรอกนะ ชิ๊ เมียกูอุตส่าห์ทำให้กูได้เฉยชมแต่ไม่เป็นไรเพื่อหลานปู่ทำให้ได้ครับ “ธีร์ไหวไหม เมื่อเช้าก็วิ่งไปอ้วกกลางที่ประชุมนี่ แม่ว่าช่วงนี้พักงานก่อนไหม ลูกน่าจะไม่ไหวแล้ว” “คงต้องพักไว้ก่อนครับแม่ ผมอยู่ห่างฟอนต์ไม่ได้เลย” “โธ่~ลูกแม่ คงรักหนูฟอนต์มากเลยสินะ” “ใช่ครับรักมาก ฟอนต์ครับลูบหัวธีร์หน่อย” “////” คนตัวเล็กเผยรอยยิ้มลูบหัวผู้เป็นสามี เธอตั้งท้องไว้ 5 เดื
ผ่านไป 1 อาทิตย์ 20.00 น. “คิดถึง” สายตาคมเข้มอ่อนไหว มองคนตัวเล็กในจอ คืนนี้เธอขาใส่ชุดนอนสายเดี๋ยวกระโปงสั้น (ฟอนต์ก็คิดถึงธีร์) เธอยกยิ้มตาหยีให้ผม คนตัวเล็กทาครีมปะแป้งเสร็จเธอกระโดดขึ้นเตียงห่มผ้าหนาๆ หยิบเสื้อของธีร์มากอดไว้เพื่อที่จะเข้านอน “นั้นเสื้อธีร์” (อื้ม ฟอนต์ติดกลิ่นแบบว่าถ้าไม่ได้กลิ่นฟอนต์จะนอนไม่หลับ) “....” ฟอนต์แม่ง เกินต้าน! (ก็คนมันไม่ชินนี่) ธีร์จะบอกว่าไม่ใช่แค่ฟอนต์หรอก ธีร์ก็เป็น เพราะติดกลิ่นของฟอนต์มากเลยทำให้นอนไม่หลับยังดีที่เขาแอบเอาตุ๊กตามายเมลโลดี้ที่เธอชอบนอนกอดติดมาด้วย เลยทำให้หลับลงได้บ้าง “ฟอนต์” (คะ) เธอเอียงคอมองปลายสาย รอว่าผมจะพูดอะไร ซึ่งผมชั่งใจอยู่นานว่าจะพูดขอเธอออกไปดีไหม (ธีร์คะ ฟอนต์รอฟังอยู่) “กังฟูไปไหน” (น้องน่าจะนอนแล้วนะ วันนี้คุณแม่ธีร์มาเล่นกับฟอนต์แล้วรับน้องไปนอนด้วย) “งั้นเหรอ.....” เหมือนแม่จะรู้งานเลยวะ “แล้วหนูง่วงยัง” (ยังค่ะ หนูอยากคุยกับธีร์ แต่ถ้าธีร์ติดงานหนูก็จะนอนแล้
จุ๊ฟ “หื้ม?” “ทำไมธีร์น่ารักขนาดนี้ค่ะ ฟอนต์โคตรคลั่งรักธีร์มากๆ เลยรู้ป่ะ” จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟๆๆๆๆ “^ ^” “ห้ามฟอนต์หน่อยก็ดีนะ” นี่จูบจนปากเปื่อยแล้วนะไอต้าวแฟน “เคยบอกแล้วไงว่าโคตรชอบจูบเธอเลย จูบอีกสิ” “ไม่เอาแล้ว >” “งั้นธีร์จูบเอง” มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางฟอนต์ขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอสบสายตาคู่หวานของธีร์ ก่อนริมฝีปากเขาจะทาบลงมาอย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง อบอวลด้วยความรัก จ๊วบ จ๊วบ “อื้มมมม” ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาตวัตลิ้นเล็กธีร์ขบกัดทั้งปากของเธอ สัมผัสอันนุ่มลึกชวนหัวใจเธอเบาหวิว ร่างกายบางขยับแนบชิดธีร์มากขึ้น “อื้มมม...หวาน” ธีร์ครางเสียงทุ้มหวานในลำคอ เขายกมือขึ้นแกะกระดุมเสื้อตัวเองและถอดมันออก จ๊วบ จ๊วบ “อื้อออ ธีร์....” เธอผล่ะจูบออกจากเขาอ้อยอิง แผล็บ ร่างกายเขาร้อนรุม กดจูบเธอและเลียที่ริมฝีปากฟอนต์อีกครั้ง แต่มือเล็กดันหน้าอกแกร่งห้ามเขาไว้ ตากลมโตสบเข้ากับธีร์ สายตาของเธอดุจประกายวิบวับจนเข้าไม่อาจละออกไปได้ “อ...อยากมีลูกไ
“แน่ใจนะว่าเรื่องที่ได้ยินมาฟอนต์ไม่ได้คิดไปเอง” หงึก หงึก “แน่ใจ ฟอนต์ยินไม่ผิดแน่ ธีร์นัดผู้หญิงมาที่ร้านนี้” “ซวยแล้วมึงไอหมาใหญ่” เจ้าจอมสบถเบาๆ กับตัวเอง เมื่อเช้าฟอนต์โทรมาหาเธอบอกจะพาไปกับแกะ ไอเราก็งงว่าอารมณ์ไหนของเพื่อนวะมันชวนไปจับแกะ ซึ่งแกะที่ว่ามันไม่ใช่แกะจริงๆ แต่เป็นธีร์ต่างหาก “นั้นไง เจอแล้ว ป่ะเร็วๆ เจ้าจอม” ฟอนต์พูดขึ้นเสียงเบาเธอคว้ามือเจ้าจอมย่องตามร่างสูงเข้าไปในร้านอาหารสุดหรู แสงไฟอุ่นๆ ส่องสะท้อนแจกันเซรามิกขนาดใหญ่ที่ตั้งกระดับอยู่มุมหนึ่งของร้าน เธอทั้งสองรีบวิ่งไปหลบซ่อนด้านหลังของแจกันนั้น “คือตัวเราสองคนมันไม่น่าจะบังมิดนะ” “มิดยัง” ด้วยความกลัวธีร์จะจับได้ ฟอนต์เธอเด็ดใบไม้ในแจกันมาบังหน้าช่วยปิดไว้อีกที “เออมิด มิดก็บ้าแล้ว! หน้าบานเท่าฝาบ้าน ใบไม้เล็กเท่าตีนหอยมันจะมิดกี่โมง” “เคยเห็นเหรอ ตีนหอยอ่ะ” “ประเด็นมันอยู่ที่ตีนหอยไหม” “เออ ก็ไม่ จอมอ่ะชวนฟอนต์นอกเรื่อง” “จอมผิด” “ใช่” “เออ ให้มันผิดแค่จอมเถอะ”
“หื้มมม ฟอนต์แฉะแล้วนะ” “อ๊า....เพราะธีร์” เพราะว่าเขาทำให้เธอแฉะ และร้อนไปหมดทั้งร่างกาย ภายใต้แพนตี้ เธอกระตุกขมิบรู้สึกได้ถึงความชื้น เมื่อมือใหญ่แตะลงตรงกลางสาวใจเธอ “อ๊า ฟอนต์ต้องการธีร์” “ยั่วแบบนี้กะจะให้เค้านอนซบอกเธอทั้งคืนเลยใช่ไหม” สายตาเขาเลื่อนมองเธอตรงหน้า มือเขาค่อยๆ ลากเกี่ยวประโปรงเธอให้เธอลุกขึ้นแล้วถอดมันออกพร้อมกับแพนตี้สีหวาน แผล็บ “////” ปลายนิ้วเรียวแกร่งแตะเข้ากลางกลีบสีหวาน เธอมองธีร์ไม่ละสายตาราวกับว่าถูกมนต์สะกดและลืมหายใจไปแล้ว เมื่อปลายนิ้วเขาที่ถูกชโลมไปด้วยน้ำหวานที่ชื้นแฉะ.... แผล็บ แผล็บ ปลายลิ้นร้อยตวัดเลียน้ำหวานจากนิ้วเรียว สายตาธีร์อ่อนไหวมองเธอขณะกำลังชิมน้ำหวานจากมือนิ้วมือเขา บ้าจริง....ร่างกายเธอร้อนดั้งไฟเผ่าให้ได้ เพราะเธอต้องการธีร์ “เข้า.....” มือเล็กแตะที่ซิปกางกางเขาและรูดมันลง “เข้ามาทำในตัวฟอนต์ได้ไหม” “หึ เอาสิที่รัก” ริมฝีปากสีไวน์เงยขึ้นจูบเธอ และเลื่อนถอดกางเกง ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งเอนหลังที่โซฟา แท่งแก่นกายขยายใ







