Masukณ สนามบิน
ผมกำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากทางออก มองภาพตรงหน้านิ่งภายใต้แว่นตาสีชา “คุณธีร์ ทางนี้ครับ” ได้ยินเสียงไอตินร้องเรียกเสียงดัง มันเห็นผมยกยิ้มร่ารีบเดินเข้ามาใกล้ “ไง ตินไม่เจอกันนานเลย สบายดีนะ” “สบายดีครับคุณธีร์ โห้ ไปอยู่ต่างประเทศตั้งหลายปี หล่อขึ้นนะครับ แต่น้อยกว่าผมนิดหนึ่ง” “เออยอมวะ มึงหล่อ” ผมยิ้มส่ายหน้ายอมใจกับมันที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ความหลงตัวเองไม่เปลี่ยน “ฮ่าฮ่าฮ่า ไปกันครับคุณท่านบ่นคิดถึงคุณธีร์ทุกวันเลย” “ที่พูดมา มึงคิดแล้วใช่ไหม” ผมเลิกคิ้วถามไอติน อย่างพ่อผมน่ะเหรอบ่นคิดถึง หึ ขนลุกว่ะ “ไปถึงนายก็จะรู้เองครับ” ว่าเสร็จตินรีบช่วยผมยกกระเป๋าไปเก็บข้างในรถ อ่า...พ่อจัดรถใหม่อีกแล้ว ครั้งนี้เล่นของแรงซะด้วย BMW 8 “คันใหม่ของคุณท่านเป็นไงครับ อย่างงามเป็นบุญไอตินมากที่ได้ขับ” “เฉยๆ วะ กูชอบนินจามากว่า” “เชื่อครับ เล่นข้นมาจากสวิตเซอร์แลนด์ตั้ง 3 คัน” “แค่ 3 คันเหรอวะ” ผมให้เอามาไทย 6 คันนะ อย่าบอกนะว่าปู่ให้เอามาแค่นี้ เชี่ยแต่กูขอแล้วไง “ครับ ตอนนี้จอดอยู่ที่บ้าน” “จอดอยู่บ้านทำเชี่ยอะไร” ทำไมไม่มาจอดอยู่คอนโดกูวะ กูสั่งไว้แล้ว “คุณท่านบอก” เออ ช่างปู่ ช่างพ่อกูเถอะ ผมเลิกสนใจเรื่องรถก่อนจะขึ้นไปนั่งรอไอติน ข้างในรถสวยดีวะน่าลองไปขับชนให้พ่อด่าเล่นดูสักครั้ง “ไปคาเฟ่พักพิงก่อน” ไอตินหันมองผมขวับ “ห๊ะ แต่ว่า.....คุณท่าน” มันที่กำลังขับรถร้องห้ามเป็นอันต้องหยุดเมื่อคนในปลายสายที่ผมกำลังพูดถึงนั้น โทรมาตรงจังหวะพอดี เจ้าของรถคันนี้โทรตามรถแน่ๆ ครับ TRRRRRrrrrrrr ธาม “รถสวยวะธาม” (แน่นอน น้ำพักน้ำแรงกูเลยนะนั้น) ปลายสายพูดอย่างภาคภูมิใจ “น่าขับไปชน ลองดูไหมเผื่ออยากรู้ว่าซื้อมาคุ้มไหม” “ไอ้ธีร์ ไอลูกเวร ใครสอนมึงแบบนั้นวะ” “พ่อ” ผมกลั้นขำตอบพ่อไป (อ่า....กูเคยว่างั้นเหรอ” “ครับ” (ลืมบ้างก็ได้ลูก ไอความหัวร้อนจากเลือดพ่อเนี่ย รีบกลับแม่คิดถึง) “ธาม” (อะไร) “บอกแม่ให้รอก่อน” (ทำไมวะ) “ธามผมคิดถึง....” (คิดถึงเชี่ยอะไร ไอธีร์ กูขนลุก) -__- กูยังพูดไม่ทันได้จบ พ่อลูก ลูกไม้มักจะหล่นใกล้ต้น “คิดถึงฟอนต์ ผมจะแวะไปหาฟอนต์ก่อน” (เวรล่ะมึง ไอธีร์โว้ยยยยยย มึงไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ตั้งหลายปี แทนที่มึงจะเอาหน้าขี้เหร่ๆ มาให้กูผู้เป็นบิดาได้เห็นก่อน แต่มึงกลับไปหาผู้หญิง เจริญละลูกลูกสะใภ้มันเหมือนใครวะ) “เหมือนธาม” (เออกูรู้!) ธามได้แต่ก่นด่าผม จะโทษใครล่ะเลี้ยงลูกให้เหมือนเพื่อน เพื่อนไหมละ เพื่อนจนมันไม่เรียกพ่อ ถามว่าพ่อผมซีเรียสไหม “ไม่โว้ยยยย ลูกกู กูเลี้ยงแบบนี้น่ะดีแล้วค้าบ ไม่ได้อยากมีลูกอยากมีเพื่อนค้าบ” ธามได้กล่าวไว้ “ตามนั้นนะธาม รอไปก่อน” ไม่รอฟังปลายสายบ่น ผมกดวางสายทันที บนท้องถนน “จำทางได้ใช่ไหม” “จำได้ครับ” “ให้ไปส่อง รายงานทุกอาทิตย์ ใครจะจำไม่ได้วะ” ไอ้ตินบ่นพึมพัมเบาๆ “กูได้ยิน” “ชะอุ้ย! แฮะๆ โทษค้าบ” “.......” ผมนั่งเงียบๆ เสมองข้างทางเห็นปลายฝนที่ไหลรินข้างนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ความคิดไหลไปตามสายฝน ผมจำเมืองเชียงใหม่ได้ดี สถานที่บ้านเกิดที่ผมอยู่มาตั้งแต่เด็ก ล้อรถวิ่งผ่านสถานที่ต่างๆ ที่ผมเคยไป ร้านไอติมร้านโปรด ร้านบาบีคิวย่างที่ชอบ ตอนนี้ยังมีนักเรียนต่อแถวรอกันอยู่เลย นี่ก็ผ่านมา 3 ปีแล้วร้านเครป & เค้กก็ยังคงเหมือนเดิม ร้านนี้อีกก็ร้านโปรด...ชื่อร้านหนังสือมุมลับ ขับผ่านไปข้างหน้าอีกก็จะเจอร้านดอกไม้....ดอกทานตะวันที่เธอชอบ........... ทุกอย่างที่ผมพูดมันคือร้านโปรดเธอ…. คิดถึงจัง. ฝนตกแบบนี้ เธอกำลังทำอะไรอยู่นะ ยังเหมือนเดิมอยู่ไหม....... รอยยิ้มจางๆ เผยขึ้นทุกครั้งเมื่อนึกถึงใบหน้านวลหวานของเธอคนนั้น ตัวจะสูงขึ้นกว่านี้อีกไหมนะ นัยต์ตาสีนิลกลมๆน่ามอง นั่นจะโตได้มากกว่านี้หรือเปล่า ไหนจะนัยต์ตาสดใสของเธออีกเวลาผมเผลอสบตาเธอทีไรใจแม่งสั่นแทบบ้า ยิ่งแก้มนวลใสอมชมพูนั้นอีก และสำคัญที่สุดคือ รอยยิ้มของเธอ ผมไม่อาจลืม...อยากเห็นใจจะขาด เชี่ยยยยยย “3 ปีที่ผ่านมา ความคลั่งรักของกูไม่ลดลงเลยไงวะ?” “แน่นอนว่า ไม่ ครับ! แถมหนักขึ้นกว่าเดิม” ไอ้ตินว่าอย่างเห็นด้วย “มึงก็คิดงั้นเหรอ” ผมถามความเห็นจากมัน “คุณท่านบ่นให้ฟังว่าคุณปู่โทรมาด่าคุณท่านประจำ ว่าเลิกส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับคุณธีร์สักที” “กูไม่เห็นพ่อจะส่งมา” ไม่เห็นจะมีสักลำไม่รู้แม่งร่วงกลางอากาศป่าววะ “เห็นคุณท่านบ่นว่าโดนคนป่ายิงหนังสติ๊กร่วงมั่งครับ” “มันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ” เฮลิคอปเตอร์เลยนะเว๊ย ตุบ ปัง! เอี๊ยดดดดดดดดดด!6 ปีผ่านไป “ชาม ชาม ชาม เปอร์ เจยเห็ม ชาม ยึก ปุ้ง” (ช้างช้างช้างน้องเคยเห็นช้างรึเปล่า) “.....” “ชาม มุม จู๋ โต ม่าว เบา ชะมด ใยต้าว เยียวาห้วน” (ช้างมันโตไม่เบาจมูกยาวๆ เรียกว่างวง) “โอ๊ะ! ปี ปี๊ ปี๊ ปี๋” “ปี๊ไตเจอร์ เห็มไม นู๋ ตับปีเตื้อไต ว้าวววว ปีเตื้อจ๋วย” เจ้าหญิงตัวน้อยในชุดราตรีสุดสวยร้องเพลงช้าง ช้าง ช้าง สนุกสนาน เด็กน้อยคนนี้เธอมีชื่อว่า เฟอร์บี้ เธอกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อตัวน้อยที่บินโชว์อยู่กลางอากาศ เฟอร์บี้ยกยิ้มร่าเมื่อมือเล็กๆ ของเด็กวัย 3 ขวบนั้นได้จับผีเสื้อได้และกำลังเอาไปให้พี่ชายเธอดู “อื้ม เฟอร์มันจะตายนะถ้าจับแรง” ชายหนุ่มวัย 6 ขวบลูบหัวคนน้องอย่างเอ็นดู “ปล่อยให้มันบินสวยๆ ไหมคะ พี่ช่วย” ไทเลอร์ ก้มลงมองคนน้องเผยรอยยิ้มหวานบอกเจ้าหญิงน้อยของเขา “ยู ตงนี้ ก็จ๋วย” เฟอร์บี้หน้างอใส่คนเป็นพี่ เด็กน้อยที่ไม่อยากจะปล่อยสิ่งสวยงามตรงนี้ไป เผยแววตากลมใสน่าสงสาร ในดวงตาคู่สวยเริ่มเอ๋อคลอด้วยน้ำตามองหน้าคนเป็นพี่อย่างอ้อนๆ “ไม่ร้องนะเจ้าหญิงของพี่ ถ้าเฟอร์บี
“ธามเหม็นวะ ผมจะอ้วก” “เหม็นกู?” “…..” “ไม่ตอบแปลว่าใช่” “ไม่รู้” “เวร! มึงลูกกูจริงไหม ลำบากกูคูณสิบจริงๆ งานก็ต้องทำให้ อายุกู 50 แล้วนะเว้ย” ธามบ่นลูกชายตัวดีที่ตอนนี้มันนอนหนุนตักหนูฟอนต์ แล้วมันไม่ได้พูดเปล่านะ มันพูดว่าเหม็นเสร็จมันก็เอาหน้าขี้เหร่ๆ มันไปซุกท้องเมียอ้อนเมียมันครับ “ที่รักครับ พี่เหม็นดอกไม้กับเหม็นหน้าพ่อ” “เมียพี่ขอเตะลูกได้ไหม พี่อดมานานแล้ว” “นี่ลูกไหมครับ” “คุณพ่อคะอย่าแกล้งธีร์ของหนู” ธามยกยิ้มให้ลูกสะใภ้ รีบเอาแจกันดอกไม้ไปวางที่อื่น เห็นเป็นลูกหรอกนะ ชิ๊ เมียกูอุตส่าห์ทำให้กูได้เฉยชมแต่ไม่เป็นไรเพื่อหลานปู่ทำให้ได้ครับ “ธีร์ไหวไหม เมื่อเช้าก็วิ่งไปอ้วกกลางที่ประชุมนี่ แม่ว่าช่วงนี้พักงานก่อนไหม ลูกน่าจะไม่ไหวแล้ว” “คงต้องพักไว้ก่อนครับแม่ ผมอยู่ห่างฟอนต์ไม่ได้เลย” “โธ่~ลูกแม่ คงรักหนูฟอนต์มากเลยสินะ” “ใช่ครับรักมาก ฟอนต์ครับลูบหัวธีร์หน่อย” “////” คนตัวเล็กเผยรอยยิ้มลูบหัวผู้เป็นสามี เธอตั้งท้องไว้ 5 เดื
ผ่านไป 1 อาทิตย์ 20.00 น. “คิดถึง” สายตาคมเข้มอ่อนไหว มองคนตัวเล็กในจอ คืนนี้เธอขาใส่ชุดนอนสายเดี๋ยวกระโปงสั้น (ฟอนต์ก็คิดถึงธีร์) เธอยกยิ้มตาหยีให้ผม คนตัวเล็กทาครีมปะแป้งเสร็จเธอกระโดดขึ้นเตียงห่มผ้าหนาๆ หยิบเสื้อของธีร์มากอดไว้เพื่อที่จะเข้านอน “นั้นเสื้อธีร์” (อื้ม ฟอนต์ติดกลิ่นแบบว่าถ้าไม่ได้กลิ่นฟอนต์จะนอนไม่หลับ) “....” ฟอนต์แม่ง เกินต้าน! (ก็คนมันไม่ชินนี่) ธีร์จะบอกว่าไม่ใช่แค่ฟอนต์หรอก ธีร์ก็เป็น เพราะติดกลิ่นของฟอนต์มากเลยทำให้นอนไม่หลับยังดีที่เขาแอบเอาตุ๊กตามายเมลโลดี้ที่เธอชอบนอนกอดติดมาด้วย เลยทำให้หลับลงได้บ้าง “ฟอนต์” (คะ) เธอเอียงคอมองปลายสาย รอว่าผมจะพูดอะไร ซึ่งผมชั่งใจอยู่นานว่าจะพูดขอเธอออกไปดีไหม (ธีร์คะ ฟอนต์รอฟังอยู่) “กังฟูไปไหน” (น้องน่าจะนอนแล้วนะ วันนี้คุณแม่ธีร์มาเล่นกับฟอนต์แล้วรับน้องไปนอนด้วย) “งั้นเหรอ.....” เหมือนแม่จะรู้งานเลยวะ “แล้วหนูง่วงยัง” (ยังค่ะ หนูอยากคุยกับธีร์ แต่ถ้าธีร์ติดงานหนูก็จะนอนแล้
จุ๊ฟ “หื้ม?” “ทำไมธีร์น่ารักขนาดนี้ค่ะ ฟอนต์โคตรคลั่งรักธีร์มากๆ เลยรู้ป่ะ” จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟๆๆๆๆ “^ ^” “ห้ามฟอนต์หน่อยก็ดีนะ” นี่จูบจนปากเปื่อยแล้วนะไอต้าวแฟน “เคยบอกแล้วไงว่าโคตรชอบจูบเธอเลย จูบอีกสิ” “ไม่เอาแล้ว >” “งั้นธีร์จูบเอง” มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางฟอนต์ขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอสบสายตาคู่หวานของธีร์ ก่อนริมฝีปากเขาจะทาบลงมาอย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง อบอวลด้วยความรัก จ๊วบ จ๊วบ “อื้มมมม” ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาตวัตลิ้นเล็กธีร์ขบกัดทั้งปากของเธอ สัมผัสอันนุ่มลึกชวนหัวใจเธอเบาหวิว ร่างกายบางขยับแนบชิดธีร์มากขึ้น “อื้มมม...หวาน” ธีร์ครางเสียงทุ้มหวานในลำคอ เขายกมือขึ้นแกะกระดุมเสื้อตัวเองและถอดมันออก จ๊วบ จ๊วบ “อื้อออ ธีร์....” เธอผล่ะจูบออกจากเขาอ้อยอิง แผล็บ ร่างกายเขาร้อนรุม กดจูบเธอและเลียที่ริมฝีปากฟอนต์อีกครั้ง แต่มือเล็กดันหน้าอกแกร่งห้ามเขาไว้ ตากลมโตสบเข้ากับธีร์ สายตาของเธอดุจประกายวิบวับจนเข้าไม่อาจละออกไปได้ “อ...อยากมีลูกไ
“แน่ใจนะว่าเรื่องที่ได้ยินมาฟอนต์ไม่ได้คิดไปเอง” หงึก หงึก “แน่ใจ ฟอนต์ยินไม่ผิดแน่ ธีร์นัดผู้หญิงมาที่ร้านนี้” “ซวยแล้วมึงไอหมาใหญ่” เจ้าจอมสบถเบาๆ กับตัวเอง เมื่อเช้าฟอนต์โทรมาหาเธอบอกจะพาไปกับแกะ ไอเราก็งงว่าอารมณ์ไหนของเพื่อนวะมันชวนไปจับแกะ ซึ่งแกะที่ว่ามันไม่ใช่แกะจริงๆ แต่เป็นธีร์ต่างหาก “นั้นไง เจอแล้ว ป่ะเร็วๆ เจ้าจอม” ฟอนต์พูดขึ้นเสียงเบาเธอคว้ามือเจ้าจอมย่องตามร่างสูงเข้าไปในร้านอาหารสุดหรู แสงไฟอุ่นๆ ส่องสะท้อนแจกันเซรามิกขนาดใหญ่ที่ตั้งกระดับอยู่มุมหนึ่งของร้าน เธอทั้งสองรีบวิ่งไปหลบซ่อนด้านหลังของแจกันนั้น “คือตัวเราสองคนมันไม่น่าจะบังมิดนะ” “มิดยัง” ด้วยความกลัวธีร์จะจับได้ ฟอนต์เธอเด็ดใบไม้ในแจกันมาบังหน้าช่วยปิดไว้อีกที “เออมิด มิดก็บ้าแล้ว! หน้าบานเท่าฝาบ้าน ใบไม้เล็กเท่าตีนหอยมันจะมิดกี่โมง” “เคยเห็นเหรอ ตีนหอยอ่ะ” “ประเด็นมันอยู่ที่ตีนหอยไหม” “เออ ก็ไม่ จอมอ่ะชวนฟอนต์นอกเรื่อง” “จอมผิด” “ใช่” “เออ ให้มันผิดแค่จอมเถอะ”
“หื้มมม ฟอนต์แฉะแล้วนะ” “อ๊า....เพราะธีร์” เพราะว่าเขาทำให้เธอแฉะ และร้อนไปหมดทั้งร่างกาย ภายใต้แพนตี้ เธอกระตุกขมิบรู้สึกได้ถึงความชื้น เมื่อมือใหญ่แตะลงตรงกลางสาวใจเธอ “อ๊า ฟอนต์ต้องการธีร์” “ยั่วแบบนี้กะจะให้เค้านอนซบอกเธอทั้งคืนเลยใช่ไหม” สายตาเขาเลื่อนมองเธอตรงหน้า มือเขาค่อยๆ ลากเกี่ยวประโปรงเธอให้เธอลุกขึ้นแล้วถอดมันออกพร้อมกับแพนตี้สีหวาน แผล็บ “////” ปลายนิ้วเรียวแกร่งแตะเข้ากลางกลีบสีหวาน เธอมองธีร์ไม่ละสายตาราวกับว่าถูกมนต์สะกดและลืมหายใจไปแล้ว เมื่อปลายนิ้วเขาที่ถูกชโลมไปด้วยน้ำหวานที่ชื้นแฉะ.... แผล็บ แผล็บ ปลายลิ้นร้อยตวัดเลียน้ำหวานจากนิ้วเรียว สายตาธีร์อ่อนไหวมองเธอขณะกำลังชิมน้ำหวานจากมือนิ้วมือเขา บ้าจริง....ร่างกายเธอร้อนดั้งไฟเผ่าให้ได้ เพราะเธอต้องการธีร์ “เข้า.....” มือเล็กแตะที่ซิปกางกางเขาและรูดมันลง “เข้ามาทำในตัวฟอนต์ได้ไหม” “หึ เอาสิที่รัก” ริมฝีปากสีไวน์เงยขึ้นจูบเธอ และเลื่อนถอดกางเกง ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งเอนหลังที่โซฟา แท่งแก่นกายขยายใ







