-คนโปรด-
[khonprod_napaphat] : พี่โดนัทพอทราบมั้ยครับว่าพี่ไนท์ชอบทานอะไร [donut _natthinee] : ที่พี่รู้ก็มีพวกปลาแซมอนอ้ะจ้ะ [khonprod_napaphat] : อืม..พวกข้าวผัดปลาแซมอนนี่ก็ได้ใช่มั้ยครับ [donut _natthinee] : จ้ะ มีอะไรเหรอ? [khonprod_napaphat] : อ่อ ไม่มีอะไรครับ ขอบคุณครับ . จิ๊บๆๆๆ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วยามเช้าตรู่ แสงอาทิตย์สอดส่องผ่านผ้าม่านสีดำบางเข้ามาในห้องนอน ลำแสงอุ่นแตะผิวเนียน ติ๊ดๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ทำให้คนบนเตียงที่ได้ยินรู้ตัวว่าวันใหม่มาถึงแล้ว วันนี้เจ้าของห้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้เร็วกว่าปกติ แสงแดดกระทบที่เปลือกตา ความงัวเงียก็จางหายไป คนโปรดลืมตาตื่นขึ้นมาจากความง่วง จากนั้นก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ “อื้ออ” สายตาเหลือบไปมองนาฬิกา หกโมงเช้า วันนี้เขาตั้งใจจะทำข้าวกล่องให้ไนท์ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็เดินลงบันไดมาที่ครัว แต๊กๆๆ ซู่~ เสียงหมุนปุ่มเปิดเตาแก๊ส ต่อด้วยเสียงของน้ำมันที่ร้อนฉ่าเมื่อสัมผัสกับ กระทะ คนโปรดใช้เวลาในการประกอบอาหาร กลิ่นของข้าวผัดที่ผสมกับเนื้อปลาแซมอนส่งกลิ่นหอมลอยตลบอบอวลภายในครัว ขณะที่กำลังตักข้าวผัดลงกล่อง คุณแม่ก็เดินเข้ามาในครัวพอดี ก่อนเขาจะทำหน้าประหลาดใจ “หอมจัง ทำไรจ๊ะ?” “ทำข้าวผัดครับ” “นึกยังไงเนี่ยเรา? นานๆ ทีจะเห็นทำกับข้าว” แม่เอ่ยด้วยรอยยิ้มปนความสงสัย คนโปรดยิ้มบาง พลางจัดข้าวผัดลงกล่องอย่างประณีต “ผมว่าจะเอาไปให้พี่ไนท์” “อ๋อออ~” คนโปรดลอบมองแม่ตัวเอง ที่ลากเสียงยาว อย่างมีพิรุจ “อะไร?” ผมหรี่ตามองผู้เป็นแม่ “อะไร ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” ผมตักข้าวผัดที่เหลืออยู่ในกระทะใส่ลงหม้อ เขาไม่ได้ทำเพียงเพื่อจะเอาไปให้ไนท์แค่คนเดียว แต่ทำเพื่อให้ทุกคนในบ้านได้ทานเป็นอาหารเช้าในเช้าวันนี้ด้วย ความอบอุ่นที่แฝงอยู่ในมื้ออาหารทำให้เช้านี้เริ่มต้นด้วยความเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความสุข บนโต๊ะอาหาร “อื้มม” คุณแม่ตักข้าวผัดข้าวปาก “อร่อยมั้ยคับ?” “อร่อยคับ ฝีมือไม่ตกลงเลย” “แม่ก็ชมเกินไป” เมื่อก่อนผมทำกับข้าวอยู่บ้างน่ะ “มาๆ พ่อ ลูกทำข้าวผัดด้วยนะวันนี้” “นึกไง” “เอ่อ..ผมเลื่อนเจอในโทรศัพท์ เลยนึกอยากทำขึ้นมาน่ะครับ” นายตำรวจตักข้าวผัดเข้าปาก “..อร่อยดีหนิ” ผมกับแม่ยกยิ้มบาง เลื่อนสายตามาสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย _________ ค่ายLBN 13:00 น. โรงอาหาร “ตามมาทำไม” “ตามอะไรผมก็มากินข้าวเหมือนกัน” “ไปไกลๆ ตากูดิ๊” เขายังคงเดินตรงไปไม่หันมามองคนโปรด “มีคนบอกว่า ถ้าคนเขาไม่สนใจ ไม่ใส่ใจกัน ก็คงจะไม่มานั่งพูดปากเปียกปากแฉะ” ผมเอ่ยพอให้คนตรงหน้าได้ยิน ร่างสูงหันกลับมาสบตาผม สีหน้าและดวงตาแสดงความเบื่อหน่าย ราวกับว่าขี้เกียจจะคุยกับผม และเสียงถอนหายใจเงียบๆ ก็ดังมาจากเขา ก่อนที่จะสาวเท้าเดินหนีไปโดยไม่สนใจผม “จะไปไหน?” ผมถาม พร้อมกับก้าวตามคนตรงหน้าไปหนึ่งก้าว “เลิกมาวุ่นวายกับกูดิ” เขาหยุดและหันกลับมาอีกรอบ ริมฝีปากหนายกเป็นเส้นตรงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ “ผมทำให้พี่รำคาญเหรอ” “เออสิ” เขาตอบกลับมาทันที ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแบบไม่ต้องคิด ชั่ววิต่อมาสายตาของเราทั้งสองก็สบกันนิ่ง บรรยากาศตอนนี้เริ่มให้ความรู้สึกอึดอัด … แต่ก็แค่เสี้ยววินาที “อ้ะ เห็นพี่ยังไม่ได้กินข้าว แค่จะเอาข้าวมาให้” ผมยื่นกล่องข้าวให้คนตรงหน้า พร้อมกับวาดรอยยิ้มบาง มีความหวังว่าเขาจะรับมันไปอยู่บ้าง “มีเงินซื้อเองได้” “อร่อยนะพี่ ข้าวผัดปลาแซมอน ผมทำเอง” ว่าต่อด้วยใบหน้าที่ยังคงไว้ซึ่งรอยยิ้ม “ก็บอก-” เขาจะปฏิเสธผมต่อ “ผมเอาวางไว้นี่นะ ถ้าพี่ไม่กิน ให้คนอื่นก็ได้” ชิงตัดบทพูดของอีกคนก่อนจะวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะข้างๆ เขา เสร็จกิจก็เดินออกมา หลังจากคนโปรดเดินออกไป ร่างสูงก็ยืนขมวดคิ้วมองกล่องข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะพักหนึ่ง ก่อนเขาจะหันมองคนที่กำลังเดินมาทางนี้ “ป้านิ่มครับ” คุณป้าแม่บ้านของที่นี่ “คะ?” คุณป้าขานรับ ร่างสูงหันไปมองกล่องข้าวอีกครั้ง “อ่อ ไม่มีไรแล้วครับ” “งั้นป้าขอตัวก่อนนะคะ” ร่างสูงพยักหน้า เป็นเชิงอนุญาตให้คุณป้าไปได้ ก่อนจะเหลียวมองไปรอบๆ ในโรงอาหาร แล้วตัดสินใจนั่งลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเงียบๆ ขณะเดียวกัน ตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้ คนโปรดยังไม่ได้เดินไปไหน แต่ยังยืนแอบมองอีกคนอยู่ข้างๆ เสา ซึ่งมันสามารถบดบังสายตาได้อยู่บ้าง ร่างสูงตรงหน้ายกนาฬิกาข้อมือหรูขึ้นมาดู ทั้งที่พอจะรู้อยู่แล้วว่ายังมีเวลาเหลืออยู่มาก ‘ยังเหลือเวลาา ก็นี่มันเวลาพักเที่ยง จะรีบไปไหน’ มือที่มีความหยาบอยู่บ้างเล็กน้อยจากการทำงาน หลังมือมีเส้นเอ็นที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงเปิดฝากล่องข้าวออก เมื่อเห็นหน้าตากับข้าวในกล่อง ร่างสูงก็ขมวดคิ้วขึ้น ราวกับประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น ‘อะไรกัน ไม่เชื่อเหรอ’ กลิ่นหอมของปลาแซมอนผัดกับข้าวที่มีสีสันน่ารับประทาน ทำให้ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นของที่ชอบตรงหน้า คนเอามาให้เห็นแบบนั้นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ คนตรงหน้าหยิบช้อนพลาสติกที่มีมาให้ในกล่อง ตักข้าวขึ้นมาคำหนึ่ง แม้จะละล้าละลังเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจตักเข้าปากไป เขารู้สึกได้ถึงรสชาติอันกลมกล่อมของแซมอน รวมกับความนุ่มของข้าว และความหอมของเครื่องปรุงที่ผัดเข้ากันได้พอดี แม้ในใจเขาจะยังไม่อยากยอมรับ แต่ต้องยอมรับว่าฝีมือการทำอาหารของคนเอามาให้นั้นดีใช้ได้ เขาตักคำต่อไปเข้าปาก ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับสับสนและไม่สงบอย่างที่ใครๆ เห็น แต่เขาก็ยังคงกินต่อไปเงียบๆ คนโปรดที่อยู่หลังเสาด้านหน้าของไนท์ ยกยิ้มออกมาอย่างดีใจ ที่เห็นเขากินข้าวที่ตัวเองตั้งใจทำมาให้ จนลืมเรื่องที่คนตรงหน้าบอกว่ารำคาญเขาไปเลย จริงๆ เขาก็คงทำตัวน่ารำคาญจริงๆ นั้นแหละ -ไนท์- 𐙚ที่บอกขอทดไว้ก่อนขอเล่าตอนนี้เลยแล้วกัน୨ৎ ผมเคยมีเพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมอยู่คนหนึ่ง จะเรียกว่าฟิลแฟนก็..ไม่เชิง ถามว่าตอนนั้นผมรู้สึกยังไงก็ ไม่รู้สิ คือผมก็ไม่ได้จริงจังหวังเป็นแฟนหรอก แต่ว่าเรียกว่าเพื่อนรักก็ได้(รักเพื่อนแหละ) เราจับมือกัน เรากอดกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นหอมแก้มหรือจูบ อ่อ เราเป็นเพื่อนกันได้แค่สองปี เขาก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ จากนั้นผมก็ติดต่อเขาไม่ได้อีกเลย ผมคิดแล้วก็เสียใจนิดหน่อยที่- ไม่เหลือความเป็นเพื่อนให้กันแล้วเหรอ เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน หรือผมคิดไปเองแค่ฝ่ายเดียวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรามันมากกว่าเพื่อนปกติทั่วไป สำหรับเขาไม่ได้พิเศษอะไรงั้นเหรอ? เราไม่เคยคุยตกลงกันเรื่องความสัมพันธ์ของเราด้วยแหละ ก็นั่นแหละครับจุดเริ่มต้น จากนั้นผมก็ไม่ได้ค้นหาอะไรต่อ ปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตา วันหนึ่งผมอาจจะชอบผู้ชายหรือผู้หญิง หรืออาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่เป็นใครก็ได้ ก็แค่หวังว่าจะมีใครสักคนที่เข้าใจกัน แล้วก็รักที่ผมเป็นผม เป็นรักแท้เป็นคู่ชีวิตของกัน ก็แค่นั้นจริงๆ _________ 20:30 น. หน้าร้านอาบอบนวดแห่งหนึ่ง เบนซ์ดำด้านเลี้ยวมาจากถนนใหญ่เข้าสู่ซอยที่มีชื่อเสียงเรียงนามเรื่องบริการอาบอบนวด อาคารสูง ภายนอกร้านดูเงียบสงบ ไม่ได้คึกคักอะไร มีเพียงป้ายชื่อร้านที่ติดไฟกรอบสีวอร์มส่องสว่างประดับอยู่เหนือประตูทางเข้าออกทำหน้าที่ดึงดูดสายตา ถ้าพูดถึงเรื่องรสนิยมบนเตียงของผม ผมรู้ว่าการมีคู่นอนหลายคนนั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่าง HIV หรือหนองใน ฯลฯ แต่ก็ไม่ได้หลายคนขนาดนั้นนะ ซึ่งสามารถอาจเกิดขึ้นได้หากไม่ได้ป้องกันหรือใช้ถุงยางอนามัย แต่ผมก็ระวังให้มากที่สุด อาบอบนวดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ให้บริการด้านความผ่อนคลายและการดูแลสุขภาพ พื้นที่ถูกจัดแบ่งออกเป็นสัดส่วนสำหรับการอาบน้ำ การนวดตัว และบริการเสริมต่างๆ เมื่อเข้ามาภายใน ส่วนแรกที่จะเจอคือพื้นที่สำหรับต้อนรับหรือล็อบบี้ ที่มีพนักงานต้อนรับคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับบริการอยู่ พื้นที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สบายตา มีบรรยากาศหรูหราแต่ก็ไม่หวือหวาจนเกินไปด้วยแสงไฟที่อบอุ่น ดนตรีคลอเบาๆ และกลิ่นหอมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ละชั้นแบ่งลักษณะการใช้บริการไว้อย่างชัดเจน เช่น อ่างจากุซซี่ ห้องซาวน่า เตียงนวด ก็จะถูกแบ่งให้อยู่คนละชั้น เพราะพื้นที่แต่ละชั้นก็ไม่ได้กว้างขวางมาก ลักษณะและบรรยากาศของสถานที่คล้ายคลึงกับสถานที่อาบอบนวด แต่สิ่งที่แตกต่างคือเป็นที่รู้กันว่าสถานที่แห่งนี้มีการขายบริการทางเพศอยู่ด้วย พนักงานในสถานที่นี้จะให้บริการทั้งการอาบน้ำและนวดเพื่อผ่อนคลายก่อนที่จะมีการเสนอหรือให้บริการทางเพศตามที่ลูกค้าต้องการ ทั้งนี้การบริการดังกล่าวมักจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้โฆษณาอย่างเปิดเผย แต่จะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วในหมู่กลุ่มลูกค้าหรือผ่านคำบอกเล่ากันในกลุ่มของคนที่รู้จัก มีการจัดการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น การคัดกรองลูกค้า การรักษาความลับ ทั้งนี้การดำเนินธุรกิจการซื้อขายบริการทางเพศถือว่าผิดกฎหมายและอาจส่งผลเสียต่อทั้งผู้ให้บริการและลูกค้าในแง่ของกฎหมายและสุขภาพ -คนโปรด- “มึงพากูมาด้วยทำไมเนี่ย” ใบหน้าขาวส่อแววเบื่อ คิ้วก็ขมวดมองไปรอบๆ อย่างไม่พอใจ อาการที่แสดงออกมานั้นทำให้คนรอบข้างรู้ว่าเขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่นานนัก “เออน่ะ รอกูก็ได้แป๊บเดียว” คนลากเขามาพยักพเยิดหน้าเหมือนเข้าใจและให้ใจเย็นๆ “ให้กูรอข้างนอกก็ได้ ไม่รู้จะลากกูมาด้วยทำไม” คนโปรดยังคงบ่น พลางหันไปมองทางประตูด้วยความหวัง ทางเข้ามาก็ดูซับซ้อน คนโปรดถอนหายใจหนักๆ “กลัวอะไร” ไอ่ปีย์หรี่ตามองผม “ก็อยากให้มึงลองไง ผู้ชายก็มีนะ” ถ้ามันยืนอยู่ใกล้ๆ ผมยกตีนใส่มันไปละ คนโน้มน้าวยิ้มกว้างดูสนุกไม่สะทกสะท้าน “เพื่อ!?” ว่าออกมาเสียงดังขึ้นกว่าปกติด้วยความหงุดหงิด “เออ~น่ะ” “เออน่ะ เหี้ยอะไรล่ะ” “ถ้ามึงไม่ชอบจริงๆ กูก็ขอโทษ” “ก็ไม่ชอบน่ะสิ” ตอบกลับเสียงเรียบ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าเขาพูดจริง ก่อนจะ หันหลังเดินออกมาจากห้องด้วยความหงุดหงิด “เอ้า” “จริงๆ เล๊ย” คนในห้องส่ายหัวพูดกับตัวเอง พลั่ก! เดินออกมาด้วยความหุนหันและไม่ทันระวัง ส่งผลให้ชนเข้ากับใครบางคนที่กำลังเดินสวนมาอย่างจังบริเวณหน้าห้อง จนทั้งสองฝ่ายต่างก็เซไป “ขะ ขอโทษครับ” ทรงตัวได้ก็ก้มหัวลงต่ำด้วยความรู้สึกผิด แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าชนเข้ากับใคร แบบไม่คาดคิด ###เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ
-คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้
-ไนท์- วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม