นิยายวายฟีลดีแต่พระเอก Red Flag เมื่อนักศึกษาหนุ่มแฟนบอยต้องมาเป็นผู้จัดการให้กับศิลปินที่ตัวเองชอบ ไนท์ นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ เจ้าของฉายาหนุ่มหล่อหน้าตี๋ มีคนที่ไม่ชอบขี้หน้าอยู่คือ คนโปรด ลูกชายเพื่อนสนิทของพ่อตัวเอง กลับกันคนโปรดนักศึกษาหนุ่มคณะนิเทศปี 4 ที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักแสดงกลับมองว่าเขาคือไอดอล วันหนึ่งคนโปรดได้ไปฝึกงานในค่ายที่เขากำลังทำงานอยู่ ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเขา เพราะผู้จัดการคนเก่าที่สนิทกันกับเขาได้ยื่นไม้ต่อให้กับคนโปรด ให้เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา โดยที่ไม่ฟังคำคัดค้านจากเขาผู้เป็นศิลปินเลย ซึ่งหน้าที่นี้คนโปรดเองก็ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเช่นกัน ถึงแบบนั้นไนท์ก็ไม่ได้หาผู้จัดการคนใหม่มาแทนแต่อย่างใด แต่การปฏิบัติกับคนโปรดนั้น ดูเหมือนจะอยากให้อีกฝ่ายลาออกไปจากหน้าที่นี้เองซะมากกว่า เพราะมันค่อนข้างที่จะละลาบละล้วงอีกฝ่ายมาก การทำงานร่วมกัน ทำให้ทั้งสองสนิทกันขึ้น รวมทั้งใกล้ชิดกันมากขึ้น จนถึงขั้นได้หลับนอนด้วยกัน ครั้งแรกอาจเป็นเพียง เพราะความเผลอไผล แต่มันมีครั้งต่อไปนี่สิ
view more-ไนท์-
“เราเลิกกัน! แล้วอย่ามาให้พี่เห็นหน้าอีก” “ลัลไม่เลิก พี่กำลังเข้าใจลัลผิด ลัลกับเขาไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะ” “เหอะ ไม่มีอะไร คิดว่าพี่โง่มากเหรอ ฮะ ถึงจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรอ้ะ” “ลัลรักพี่นะ” ร่างเล็กคว้าแขนเขา “รักเหี้ยอะไร! ปล่อย!!” ร่างสูงกระแทกเสียง พร้อมกับสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเธอ แล้วเดินออกไปทันที “พี่ไนท์” เสียงเล็กตะโกนเรียกตามหลัง “คัต!! ไนท์ ในบทไม่มีคำว่าเหี้ยนะ” “อ่อ ขะ..ขอโทษแทนไนท์ด้วยนะคะ” ผู้จัดการสาวของผมออกตัวขอโทษแทนอย่างไว “พี่เข้าใจว่าไนท์อินกับบท แต่ฉากนี้ช่วยพูดตามบทหน่อยนะ” “..ครับ” “มาๆ เอาใหม่อีกรอบ กล้องสปีด แอนด์.. แอ็กชัน!!” “ดูสิพูดอะไรก็ไม่รู้เนาะ ไม่มืออาชีพเลยว่ามั้ย” “จะมืออาชีพอาร๊าย ก็เห็นว่าเพิ่งมาแสดงได้ไม่นานหนิ” เสียงซุบซิบนินทาของเด็กในกอง “อะแฮ่ม เงียบๆ หน่อยนะคะ เขากำลังถ่ายกันอยู่” ผู้จัดการเอ็ดเจ้าของเสียงนินทา _________ ผมเกิดมาในครอบครัวที่พ่อเป็นหมอ ส่วนแม่ มีร้านเป็นห้องเสื้อเล็กๆ ตอนเด็กผมเป็นคนที่ติดแม่มาก เพราะเขาเป็นคนที่ใจดี แต่แล้วเขาก็มาจากผมไปเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานี้ บ้านเรามีโรงพยาบาล ชื่อ‘คีรีกันตรักษ์’ตระกูลของพ่อ พ่ออยากให้ผมเป็นหมอแบบเขา แต่ผมไม่ได้อยากเป็นหมอ ผมชอบการออกแบบเสื้อผ้าเหมือนแม่ อยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง พ่อให้เลือกเรียนระหว่างหมอกับบริหาร ผมจึงเลือกเรียนบริหาร และตอนนี้ผมก็กำลังทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองอยู่ ชื่อว่า ‘Nightstyle’ ที่มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า หมวก และกระเป๋า เรียกได้ว่าสามารถคอมพลีทลุคได้ในแบรนด์เดียวเลยก็ว่าได้ มีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง แน่นอนมันมีความหลากหลายในตัวค่อนข้างมาก ในหลายอย่างที่เราทำ ซึ่งมันก็ทำให้ทำงานยาก แต่มันก็สนุก จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจในเรื่องเสื้อผ้า อย่างที่บอกไปแม่ผมเปิดร้านห้องเสื้อ มีกลุ่มลูกค้าส่วนมากที่มาใช้บริการเป็นคนที่มีฐานะซะส่วนใหญ่ มาให้ซ่อมผ้าบ้าง ให้ออกแบบชุดให้บ้าง แม่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกผ้า ตัดเย็บ ออกแบบดีไซน์มัน นั่นคืองานฝีมือ เอกลักษณ์งานของแม่ที่ออกมาถ้าไม่มีการบรีฟ ค่อนข้างร่วมสมัยแต่ก็มีกลิ่นอายของความเป็นสมัยก่อน ผมเห็นของพวกนี้มาตั้งแต่เด็ก เลิกโรงเรียนมาผมก็ชอบช่วยแม่ทำงานออกแบบชุดบ้างล่ะ ผมเห็นอะไรมาก็มาแชร์ความคิดเห็นกันกับแม่ เป็นการใช้เวลาร่วมกันกับคนที่เรารัก กับสิ่งที่เขาและเราก็ชอบเหมือนกัน ว่าแล้วก็คิดถึงแม่ ยกยิ้ม แล้วก็มีหลายครั้งที่ได้รับคำชมมาว่าผมทำได้ดี มันทำให้ผมรู้สึกรัก สบายใจและชอบที่จะทำมัน ถ้าถามว่าผมมาเป็นนักแสดงได้ยังไง ปีที่แล้วมีวันหนึ่ง ผมไปเดินห้างดูเสื้อผ้า แพลนจะเปิดแบรนด์ปีนี้ แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุราวๆ ยี่สิบเก้าปี แต่งตัวดี ด้วยเสื้อยืดสีขาวทับด้วยสูทสีดำ แมทช์กับกางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบสีขาว มองดูภูมิฐานพอตัว แต่เมื่อพูดกับดูอ่อนหวานนุ่มนวล ใจเย็นผิดกับลุคที่ดูเป็นคนเก่งเหมือนจะเอาแต่ใจ ซึ่งก็คือ ‘พี่โดนัท’ ผู้จัดการผมในตอนนี้ เดินเข้ามาหา ทาบทามโดยบอกว่าผมหน้าตาดี อยากให้มาแสดง เพราะคาแรกเตอร์ลุคตรงกับบทที่ทางเขากำลังหาอยู่ อย่างไม่อ้อมค้อม และประโยคที่น่าสนใจหนึ่งก็คือ‘มันได้เงินดีนะ สนใจมั้ย’ ผมตอบกลับพี่เขาไปว่าขอคิดดูก่อน เขายื่นนามบัตรให้ผม แล้วก็ไม่ได้เร้าหรืออะไรต่อ กลับมาถึงบ้านร่างถึงเตียง ผมก็เปิดทีวีดู เพราะจำได้ว่าวันนี้มีซีรีส์วายที่ ‘ณะ’เพื่อนร่วมรุ่นผม สมัยเรียนมหา’ลัยด้วยกัน แสดงเป็นนายเอกออกอากาศเป็นวันแรก ณะเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการแสดง เราเจอกันครั้งแรกอยู่ที่โรงอาหารมหา’ลัย เขาเป็นคนที่มีออร่ามาก แม้ตัวจะไม่สูงมากมายอะไร อยู่ประมาณร้อยเจ็ดสิบห้า ผิวขาวๆ คิ้วเข้มพอดี จัดฟัน เวลายิ้มมีแก้มหน่อยๆ น่ารัก เวลาเขาพูดจากับเพื่อนหรือกับใครก็ดูมีเสน่ห์ไปหมด ใช่ครับผมชอบเขา ไม่รู้ว่ามีใครสงสัยรึเปล่าว่า ทำไมผมถึงชอบผู้ชาย แล้วไม่ชอบผู้หญิงเหรอ จริงจะว่าได้หมดก็ได้ ส่วนมีความเป็นมายังไง เดี๋ยวไว้ผมขอเล่าทีหลังละกันขอทดไว้ก่อน มาต่อกันที่ ภายหลังผมก็มารู้ว่าณะเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของมิวเพื่อนสนิทผม มันเล่าให้ฟังว่าณะเป็นคนที่น่ารักตั้งใจเรียน เป็นที่รักของเพื่อนๆ แล้วที่สำคัญเขาชอบดาราที่ทรงคล้ายๆ กันกับผมด้วย และนั่นทำให้ผมสนใจเขามากขึ้นเข้าไปอีก เพราะคิดว่าตัวเองมีหวัง อยากทำความรู้จักกับเขาเพิ่มมากขึ้น แต่แล้วผมกับเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ปี 3 เทอม 2 แม้ว่าตอนนั้นผมจะทำทุกอย่างดูแลเทคแคร์เขาเท่าที่จะทำได้ช่วยได้ แต่ผมไม่ได้บอกออกไปตรงๆ ว่าจีบ แต่เขาก็น่าจะรู้แหละ ถึงปีที่ 4 แล้ววันหนึ่งเขาก็มีพี่ผู้ชายที่ชื่อ ‘ธรณ์’อายุประมาณ 24 ตอนนั้น เข้ามาจีบ ได้ยินว่าทางบ้านพี่มันทำจิวเวลรี่ น่าจะเป็นบ้านที่มีฐานะดีเลย ครอบครัวของทั้งสองเห็นดีเห็นงามกันตามลูกชาย และเหมือนว่าเจ้าตัวทั้งสองคนก็ดูจะไปด้วยกันได้ดีซะด้วย เวลาที่เหลือ 1 เทอม ของนักศึกษาปี 4 เขาก็มารับไปส่งกันจนจบมหาวิทยาลัย ผมก็ไม่ได้ติดต่อกับณะอีกเลยตั้งแต่เขามีแฟน ได้แค่มองดูเขาอยู่ห่างๆ จอทีวีตอนนี้แสดงภาพพระเอกหนุ่มหล่อหน้าตี๋ ดูอบอุ่นเสียงนุ่มกับนายเอกที่ดูใสซื่อมองโลกในแง่ดีกำลังหยอกล้อเล่นกัน ผมเอื้อมมือหยิบรีโมตที่วางอยู่บนตู้ข้างเตียงขึ้นมาปิดทีวี ติ๊ด วางมันกลับลงไปที่เดิมแล้วหยิบนามบัตรที่วางอยู่ข้างกันขึ้นมาแทน ก่อนจะกดโทรศัพท์ตามเบอร์ที่มีให้ไว้ในนามบัตร ตู๊ด.… ตู๊ด... รอไม่นานปลายสายก็รับ “สวัสดีครับ ผมไนท์นะครับ สนใจแสดงครับ” นั่นคือปีที่แล้ว แล้วผมก็แสดงมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามแล้ว ทุกเรื่องที่แสดงมาคือชายหญิง และเป็นซีรีส์ไม่ยาวมากสิบกว่าตอน เรื่องแรกได้รับบทเป็น ตัวโกงเจ้าของผับ โดนต่อยหน้าไปห้าที เรื่องที่สองเป็นพระรอง ตอนจบรับกระสุนตายแทนนางเอก ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ได้เป็นพระเอก ซึ่งรูปหล่อพ่อรวย นางเอกเป็นสาวสวยขายอาหารตามสั่ง ที่หน้าตาอย่างกับนางแบบ _________ “คัต! โอเคดีมาก เรียบร้อย เดี๋ยวเตรียมโลเคชันต่อไปได้เลย” “ผมไปเข้าห้องน้ำนะ” ผมเดินออกมาจากหน้าเซตมาบอกผู้จัดการ “อื้อ” พี่โดนัทพยักพเยิด “นี่พี่ พี่ไนท์เขามีแฟนยังอ้ะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังช่วยพี่ทิพย์ซึ่งเป็นคนในกอง กำลังจัดของเพื่อที่จะยกไปซีนต่อไปถามขึ้น “คุยกันเบาๆ นะ เธอก็ดูสิ คงมีหรอก” คนที่อายุมากกว่าตอบอย่างออกรสออกชาติ “เอ้าทำไมอ้ะ? หล่อก็หล่อ รวยก็รวย” “พี่ว่าเขาดูเป็นพวก‘หัวรุนแรง’” “ใช่เหรอพี่ ชอบใช้ความรุนแรงงี้เหรอ อุ้ย สเปกเลย” “ไม่ใช่! หมายถึงคนที่มีความคิดอะไรแล้ว เอาจริงเอาจัง ยอมหักไม่ยอมงออ้ะ” “อ๋อ เอาจริงเอาจัง~ ชอบๆ” “นี่เธอมาทำงานวันแรกไม่ใช่เหรอ พลอยใส” “ใช่ค่ะ” “เสร็จแล้วก็ไปทำงาน เดี๋ยวพี่ยกไปต่อเอง” “อ่อ โอเคค่ะ แหะๆ” ไนท์กลอกตามองบน แม้คนในกองจะกระซิบกระซาบกันเบาๆ แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นไปจากหูของเขาได้ “ไปเถอะ จะได้มาถ่ายต่อ แล้วกลับไปพักผ่อนกัน” พี่โดนัทผู้จัดการที่นั่งอยู่ใกล้ๆ บอกปัดประเด็น โดยใช้การโน้มน้าว ไม่ให้ไปสนใจเสียงนินทา ผมเดินไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระเสร็จเดินออกมา แต่ก็ต้องหยุดชะงักกะทันหัน ตรงมุมทางเดินแยกจะเข้ามาห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าเกือบจะชนเข้ากับหญิงสาวอายุราวๆ 23 ปี คนที่ดูเหมือนว่า ยืนรออยู่นานแล้ว “สวัสดีค่ะ พี่ไนท์ หนูชื่อพลอยใสนะคะ เป็นพนักงานใหม่ มาทำงานวันนี้วันแรก” หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรัดรูปกับกระโปรงทรงเอสีดำกล่าวทัก ไนท์จำได้ว่าคนนี้คือคนที่ถามคนในกองเรื่องเขา เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แต่ที่ต่างออกไปหน่อยคือ กระดุมเสื้อถูกปลดลดลงมาลึกจนเกือบเห็นเนินอก “รู้ละ” ไนท์มองร่างคนตรงหน้า “ใส่ใจพนักงานด้วยเหรอคะเนี่ย ดีจัง” ร่างบางยิ้มให้ “เปล่าหรอกครับ รู้ตอนได้ยินเสียงคุณคุยเรื่องผมน่ะ” “อ่อ..อ๋อ..แย่จังเลยนะคะพลอยเนี่ย” หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ ตาหลุบมองต่ำชั่วครู่ ก่อนจะถอนสายตากลับมามองคนตรงหน้าเหมือนเดิม “ขอตัวก่อนนะครับ” “ดะ..เดี๋ยวค่ะพี่ไนท์” ร่างสูงกำลังจะเดินจากไป แต่ก็โดนร่างบางห้ามไว้ซะก่อน “พี่ไนท์ตัวจริง หล่อกว่าในจออีกนะคะ” “ขอบคุณครับ” คนถูกชมพูดขอบคุณไปตามมารยาท “ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย” “เอ่อ..พลอยขอไลน์ไว้หน่อยได้มั้ยคะ” เขายื่นโทรศัพท์มาตรงหน้า หวังจะให้ไนท์รับมันไปกดตามคำขอ “จะเอาไปทำไมครับ ขออนุญาตไม่ให้นะ ขอทางหน่อยครับ” ว่าแล้วคนถูกขอคอนแทกต์ก็หลบร่างบางออกมา แล้วเดินจากไปอย่างไม่ไยดี หึ หยิ่งซะด้วย เห็นนะว่ามองใหญ่ จะไปไหนรอด หนีไม่พ้นมือ อีพลอยหรอก คอยดูเถอะ ###เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ
-คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้
-ไนท์- วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม
Mga Comments