เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)

เด็กเลี้ยงของเฮียชัช (Mpreg)

last updateTerakhir Diperbarui : 2024-12-15
Oleh:  ChenaimeiTamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
50Bab
4.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

รู้ตัวอีกทีอัยย์ก็รักเฮียชัชไปแล้ว ..แล้วหลังจากนี้เขาต้องทำยังไงในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่มีทางเป็นไปได้...

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1.1 อัยย์ อคิราห์

หนาว!

น้ำเย็นจัดที่ไหลเข้าจมูกและลำคอนั้น ทำเอาไม่สามารถหายใจได้ในทันที

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันรู้สึกได้ว่า ศีรษะของนางกำลังถูกใครบางคนกดเอาไว้ทำให้มิอาจลุกออกมาจากน้ำเย็นได้

ในระหว่างที่นางกำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่นั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายผ่านคลื่นน้ำที่กระจายไปมาได้ในทันที เสมือนกับต้องการกดนางให้ตกตายลงไปอยู่ในใต้น้ำให้จงได้

เรี่ยวแรงที่ใกล้จะหมดลงเพราะขาดอากาศหายใจนั้น ทำเอาหัวสมองของนางเต็มไปด้วยความมึนเบลอ

หากนางยังมิคิดหาทางละก็ นางจักต้องตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงกลั้นหายใจ พร้อมกับเก็บเรี่ยวแรงสุดท้ายของตนเองเอาไว้ พร้อมทั้งเลิกขยับตัวไปมา ก่อนจะปล่อยให้ร่างของตนเองจมลงไปในใต้น้ำ

เมื่อสาวใช้ที่กดนางเห็นว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่ดิ้นรนอีกต่อไปแล้วนั้น ในที่สุดนางก็วางมือ ก่อนจะหันไปแย้มยิ้มให้กับสตรีที่นั่งอยู่บนศาลาว่า “พระชายาเพคะ นางตายแล้วเพคะ ตายเพราะพลาดพลั้งตกลงไปในน้ำ”

“ทำได้ดี ทั้งหมดล้วนแต่เป็นนางที่รนหาเรื่องตัวเองแท้ ๆ!” สตรีที่นั่งอยู่ในศาลาพลางหัวเราะเยาะเย้ยออกมาด้วยความเย็นชา “รีบตะโกนเรียกผู้ใดซักคนเสีย แล้วบอกว่าพระชายาเจ็ดตกลงไปในน้ำ…”

ยังมิทันที่สตรีนางนั้นจะพูดจบ สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนสีไปในทันที พร้อมยกมือชี้นิ้วที่กำลังสั่นเทามาที่ด้านหลังของนางกำนัลรับใช้ "ไห่ถัง ข้างหลังเจ้า..."

ยังมิทันที่นางกำนัลรับใช้นามว่าไห่ถังจะหันกลับมานั้น นางพลันถูกตบหัวลงอย่างรุนแรง ยังมิทันที่จะได้สติกลับมานั้นนางก็เป็นลมหมดสติไปเรียบร้อยแล้ว

ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองนางกำนัลที่ตกลงไปในน้ำนั้น ก่อนจะคว้าผมของนางขึ้นมาและออกแรงลากให้ขึ้นฝั่งมาในทันที

เมื่อครู่นางโจมตีลงไปที่จุดบอดบนร่างกายของนางกำนัลผู้นั้นอย่างรุนแรง ทำให้นางเพียงแค่หมดสติไปเท่านั้นหาได้ถึงตายไม่

“เจ้า เจ้าเป็นคนหรือผีกันแน่?” สตรีที่อยู่บนศาลาพลางมองมาที่นางด้วยความหวาดกลัว “เจ้าทำอะไรไห่ถัง?”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์เพียงแย้มยิ้มออกมาด้วยความเย็นชา

นั่นจึงทำให้สตรีที่อยู่บนศาลาพลันมีใบหน้าหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก นางมีนามว่าฉินเสวี่ยเย่ว์ เป็นน้องสาวต่างมารดาของนาง ทั้งยังเป็นคนที่ลงมือวางยากับเจ้าของร่างนี้อีกด้วย

“เจ้าคิดว่า ข้าเป็นคนหรือผีกัน?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปบนฝั่ง ด้วยร่างกายที่เปียกโชก เพียงแค่ลมหนาวพัดผ่านเข้ามานั้น ก็ทำเอาหนาวลึกเข้าไปจนถึงกระดูกในทันที

"เจ้า เจ้า..." ฉินเสวี่ยเย่ว์พลันก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว

แววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของฉินเหยี่ยนเย่ว์ ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของนาง พร้อมทั้งเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย รวมไปถึงใบหน้าที่เจือมไปด้วยความงดงามแต่ก็ดูสง่างามไม่น้อย ทำเอานางคล้ายกับผีสาวในยามราตรีที่กำลังผุดขึ้นมาจากผืนน้ำด้วยความน่ากลัว

เมื่อนางค่อย ๆ เดินไปหาฉินเสวี่ยเย่ว์ทีละก้าวแล้วนั้น

“เจ้า เจ้าคิดจะทำอะไร” น้ำเสียงของฉินเสวี่ยเย่ว์พลันสั่นเครือ

คนตรงหน้าคือฉินเหยี่ยนเย่ว์ แต่คล้ายกับมิใช่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็ไม่ปาน

ไม่มีทางที่สตรีโง่เง่าจักมีดวงตาที่เฉียบคมและฉายแววกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าเช่นนั้นไปได้อย่างแน่นอน

กลิ่นอายที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันเช่นนี้ ทำเอานางนึกหวาดกลัวยิ่งนัก

"เจ้าอย่าเข้ามา ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เจ้าอย่ามา..." ฉินเสวี่ยเย่ว์ค่อยก้าวถอยหลังไปทีละก้าวจนปถึงราวบันได ในที่สุดนางไม่มีที่ให้ถอยหนีได้อีก

“ดูอากาศเช่นนี้สิ เกรงว่าหิมะคงจะตกกระมัง?” เสียงของฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่แผ่วเบา กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอันตราย “เสื้อคลุมขนสัตว์ที่อยู่บนตัวเจ้าสวยดี ให้ข้ายืมได้หรือไม่?”

ยังมิทันที่ฉินเสวี่ยเย่ว์จะมีปฏิกิริยาตอบกลับมานั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็รับคว้าเสื้อคลุมที่อยู่บนตัวของนางเข้ามาคลุมบนร่างกายของตนเองได้ในทันที

เสื้อคลุมที่ช่วยปกป้องอากาศหนาวเย็นนั้น ทำเอาร่างกายของนางเต็มไปด้วยไอความเย็นอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย

“เจ้า เจ้ากล้าแย่งอาภรณ์ของข้าไปงั้นหรือ” ฉินเสวี่ยเย่ว์ที่สวมเพียงอาภรณ์เนื้อบางตัวเดียวนั้น เมื่อถูกไอลมหนาวพัดผ่านเข้ามาเช่นนี้ นางก็หนาวสั่นเสียทั่วร่างสั่นเทาไปในทันที ในยามที่อยากจะไปแย่งกลับมา

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ในตอนที่ฉินเสวี่ยเย่ว์กระโจนเข้ามาหานางนั้น นางจึงเล็งไปถานจงในร่างกายพร้อมทั้งโจมตีลงไปอย่างเต็มแรงในทันที

ฉินเสวี่ยเย่ว์ที่รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมานั้น ยามที่นางคิดจะตอบโต้กลับ ทั่วร่างกลับเกิดอาการไร้เรี่ยวแรงไปในทันที พร้อมทังสีหน้าที่เปลี่ยนไปในทันใด "นังสารเลว เจ้าทำอันใดกับข้ากัน?"

“นังสารเลว เจ้ากำลังเอ่ยเรียกผู้ใดกัน?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตบไปที่ใบหน้าของนางในทันที

“เจ้ากล้าตบข้า?” ฉินเสวี่ยเย่ว์ทั้งโกรธทั้งกลัวทั้งตกใจยิ่งนัก นางพลันมองไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่ดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน “ เจ้าเป็นใครกันแน่? เจ้า เจ้าถูกผีน้ำเข้าสิงไปแล้วหรืออย่างไร?”

“ผีน้ำ? เหตุใดเจ้ามิลองลงไปดูเล่าว่าในทะเลสาบมีผีน้ำอยู่จริงหรือไม่?” เสียงของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที

ฉินเสวี่ยเย่ว์ตัวสั่นเทาไปในทันที เมื่อนางได้ยินเสียงที่น่าขนลุกเช่นนี้ "เจ้า เจ้าอยากจะ... เจ้ากล้าดียังไง!"

ยังมิทันที่นางจะพูดจบ ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็เตะนางลงไปในทะเลสาบทันที

พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังลั่น พร้อมทั้งฉินเสวี่ยเย่ว์ที่ตกลงไปในทะเลสาบที่น้ำเย็นยะเยือกในทันที ด้วยจุดตานจงซึ่งเป็นจุดบอดบนร่างกายที่ถูกควบคุมเอาไว้ ทำให้ทั่วร่างของนางไร้เรี่ยวแรงจนมิอาจออกมาจากทะเลสาบด้วยตัวเองได้ ก่อนจะได้กรีดร้องออกมาด้วยความกลัว

ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองดูท่าทางที่น่าสมเพชของฉินเสวี่ยเย่ว์นั้น พลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเย็นชาว่า "เจ้าทำกับคนอื่นเช่นไรก็ย่อมได้ไปแบบนั้น ยอมรับมันดี ๆ เสีย"

ตำแหน่งที่ฉินเสวี่ยเย่ว์ตกลงไปนั้นถือว่ามิลึกและไม่ตื้นเกินไป ย่อมมิอาจทำให้จมน้ำตายได้

อย่างไรก็ตาม มันก็เพียงพอที่จะมอบบทเรียนให้กับนางเล็ก ๆ น้อย ๆ

"เช่นนั้น เจ้าพอใจแล้วหรือยัง?" ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองดูท่าทางที่น่าสมเพชของฉินเสวี่ยเย่ว์ เสมือนกับนางกำลังพูดคุยกับความว่างเปล่า ทั้งยังคล้ายกับกำลังเอ่ยพูดกับตัวเองก็ไม่ปาน

ลมหนาวที่พัดพา พร้อมทั้งเกล็ดหิมะบางเบาที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า พลันหายไปในทันทีเมื่อตกลงไปในทะเลสาบ

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงรีบออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว เพื่อกลับไปยังจวนอ๋องเจ็ดที่อยู่ไม่ไกลตามความทรงจำของตนในทันที

นางค่อย ๆ หลบเลี่ยงเหล่าข้ารับใช้ เพื่อกลับเข้าไปยังห้องของตนเอง ก่อนจะถอดอาภรณ์ที่เปียกแฉะออก ทั้งยังสั่งให้คนเตรียมน้ำร้อนและยาสมุนไพรไว้ หลังจากแช่น้ำร้อนแล้วนั้น ร่างกายที่แข็งตัวของนางก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายและฟื้นตัวขึ้นมาในทันที

“เหตุใดเจ้าถึงไม่สังหารนาง? เหตุใดไม่สังหารนางเสีย?” เสียงที่แหลมเล็กพลันดังขึ้นมาในหัวของนางในทันที

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะหยิบกระบวนตักน้ำร้อนราดลงไปที่บนหัวของตนเอง

น้ำร้อนที่ค่อย ๆ ไหลราดลงนั้น ทำเอาเกิดไอน้ำที่พุ่งกระจายขึ้น พร้อมทั้งกลิ่นสมุนไพรที่ฟุ้งไปทั้วห้อง เมื่อได้กลิ่นสมุนไพรที่คุ้นเคยแล้วนั้น ก็ทำให้จิตใจของนางรู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย

เดิมทีนางเป็นเพียงคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในช่วงยุคเทคโนโลยีเท่านั้น

ปู่ของนางเป็นแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก หลังจากที่ปู่ของนางเสียชีวิต ในฐานะนางเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ นางกลับถูกตามล่าโดยชายลึกลับชุดดำผู้นั้น ชายชุดดำพยายามบังคับให้นางมอบสมบัติลับของปู่ให้กับเขา

แม้ว่าปู่ของนางจักเป็นหมอจีนผู้ยิ่งใหญ่ หากแต่เขาก็ช่วยเหลือผู้คนมากมายเสียจนสิ้นอายุขัย อีกทั้งใช้ชีวิตยากจนมาโดยตลอด ถุงเท้าของเขาถึงกับเย็บแล้วเย็บอีกแต่ก็ใช้มานานถึงสามปี ปู่ของนางหาได้มีสมบัติลับอันใดไม่

หลังจากที่ชายชุดดำจับตัวนางมาได้นั้น นางก็เอาตัวไปทรมานอย่างหนัก ไม่ง่ายเลยที่นางจะหนีออกมาได้นั้น แต่กลับต้องมาพบว่าที่ชายชุดดำพานางมานั้นคือเกาะร้าง นางที่ไม่มีทางเลือกจึงต้องเอาตัวรอดโดยการกระโดลงทะเล เมื่อคลื่นยักษ์ซัดเข้ามา ร่างกายของนางจึงถูกคลื่นยักษ์กลืนกินลงไป เมื่อได้สติกลับมานั้น นางก็มาโผล่ยังสถานที่บ้า ๆ ที่เกือบถูกคนจับกดน้ำตายเสียแล้ว

“ปู่ของข้าเป็นหมอ ข้าสืบทอดทักษะทางการแพทย์ทั้งหมดของเขาเอาไว้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข้าไม่อาจเป็นแพทย์ที่เก่งเท่ากับปู่ของข้าได้” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวออกมา “ถึงกระนั้น ข้าเป็นเพียงหมอครึ่งเดียวเท่านั้น หมอย่อมมีหน้าที่ช่วยชีวิตแลรักษาผู้บาดเจ็บ หาใช่นักฆ่าไม่”

เสมือนว่านางกำลังเอ่ยกับตัวเอง

“เจ้ายึดร่างของข้าไป เหตุใดเจ้าถึงไม่ช่วยล้างแค้นให้กับข้าเล่า? จักสังหารพวกมันหรือไม่นั้น ก็ยากที่จะขจัดความเกลียดชังในใจของข้าไปได้อยู่ดี ความแค้นของข้ามิอาจสลายไปได้ง่าย ๆ ข้าไม่ยอม ”พร้อมทั้งเสียงที่ดังขึ้นมาในหัวของนางอีกครั้ง

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ค่อยเอนตัวนอนลงเพื่อปล่อยให้น้ำร้อนจมทั่วหัวของนาง

หลังจากที่นางกลั้นหายใจใต้น้ำไปได้สักพักหนึ่ง ถึงค่อย ๆโผล่พ้นน้ำขึ้นมา เพื่อให้สมองรู้สึกโล่งอีกครั้ง

“ในเมื่อเจ้าตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้ว เหตุใดยังดื้อรั้นอยู่เล่า?”

“ข้าไม่ยอม ข้าถือว่านางเป็นน้องสาวที่ดีที่สุดของข้ามาโดยตลอด เป็นถึงคนสนิทที่สุด แต่นาง นาง…” เสียงเล็กแหลมที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเอ่ยออกมา

น้ำเสียงที่เย็นชาฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงเอ่ยขึ้นมาว่า "ในตอนที่ข้าเข้ามาในร่างของเจ้านั้น เจ้าได้หมดแรงไปนานแล้ว นับว่าโชคดีที่รอดมาได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าได้รวมความทรงจำทั้งหมดของเจ้าเอาไว้กับตนเองแล้วด้วย รู้ถึงสาเหตุและผลที่ตามมาเป็นอย่างดี เรื่องบางเรื่องล้วนแต่เป็นเจ้าที่กระทำด้วยตัวเองทั้งหมด หาได้ควรโทษโกรธผู้ใด "

“ไม่ ไม่ใช่ ข้าทำทุกอย่างเพื่อท่านอ๋องสาม เดิมทีข้าหมั้นหมายกับท่านอ๋องสามแล้ว พระองค์ก็ชมชอบข้าเช่นกัน ทั้งหมดนี่ล้วนแต่เป็นแผนการของนังสารเลวนั่น หากท่านอ๋องสามล่วงรู้ความจริงละก็ พระองค์จะต้องช่วยข้าแน่นอน ทั้งยังต้องมอบความยุติธรรม .....”

“พระชายาเพคะ ท่านอ๋องสามเสด็จมาแล้วเพคะ” ทันใดนั้นเสียงของสาวใช้ก็ดังขึ้นจากนอกประตูในทันที “ถึงหน้าประตูแล้วเพคะ”
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
50 Bab
บทที่ 1.1 อัยย์ อคิราห์
เสียงระฆังดังขึ้นเป็นสัญญาณให้รู้ว่าการต่อสู้บนสังเวียนกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วนับจากนี้ ดวงตากลมสีน้ำตาลเข้มจ้องมองคู่ต่อสู้ด้วยสายตาอันแรงกล้า จับจุดไปยังบริเวณหน้าอกของอีกฝ่าย เพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวของร่างกายสองแขนยกขึ้นตั้งการ์ดพร้อมรับพร้อมสู้ สองเท้าก้าวลากก้าวตามหลอกล้อคู่ต่อสู้อย่างมีชั้นเชิงหมัดเปล่าไร้นวมมีเพียงผ้าขาวบางที่พันรอบมือจนหนา ออกแรงส่งตรงมาที่หน้าของเขา ด้วยไหวพริบที่มีทำให้สามารถหลบได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะสวนหมัดกลับไปที่หน้าท้องแกร่งของอีกฝ่ายเสียงโหเชียร์ดังลั่น ผู้คนนับร้อยที่เข้าร่วมดูการแข่งครั้งนี้ลุ้นจนตัวโก่งว่าฝ่ายที่ตัวเองเชียร์จะชนะหรือเปล่า เพราะหากชนะเงินพนันที่จะได้มันคุ้มกว่าการแพ้พนันอย่างแน่นอนเด็กหนุ่มร่างบางที่ใครเห็นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีทางเอาชนะอีกฝ่ายที่ร่างกายกำยำกว่าได้ อย่างนั้นการลงพนันครั้งนี้จึงมากกว่าครั้งไหน ๆและเป้าหมายเดียวของการแข่งขันครั้งนี้ก็เพื่อชัยชนะเท่านั้น เขาต้องห้ามแพ้เป็นอันขาด แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดทางกายที่จะได้รับเขาก็จะไม่แพ้การโจมตีอย่างป่าเถื่อนของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่บ่งบอกให้รู้ว่าบนสังเวียนนี้ไ
Baca selengkapnya
บทที่ 1.2 อัยย์ อคิราห์
ระหว่างที่อัยย์กำลังเก็บของเตรียมปิดร้าน ก็มีเพื่อนที่ทำงานด้วยกันเดินเข้ามาประชิดตัว ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ตนอยากรู้"นี่อัยย์""หืม? มีอะไรเหรอ" เด็กหนุ่มหยุดมือที่เก็บแก้วบนโต๊ะ หันมองเด็กหนุ่มหน้าหวานข้าง ๆ"วันนี้ได้ขึ้นไปเสิร์ฟที่ชั้นสองใช่ไหม เห็นว่าเป็นห้องของเฮียเขมกับคุณชัช""อ่า ก็ใช่ทำไมเหรอ""เป็นไงบ้าง คุณชัชน่ะ หล่อไหม"สายตาบ่งบอกถึงความอยากรู้อยากเห็นอย่างชัดเจน ฟองเป็นเด็กใหม่ที่เข้ามาทำงานหลังอัยย์ได้ไม่นาน แต่กลับรู้จักชัชวินก่อนเขาเสียอีก"ก็ดูดีนะ" เลี่ยงที่จะพูดออกไปตรง ๆ ว่าหล่อหรือไม่หล่อ เพราะเขาไม่รู้ว่ามาตรฐานความหล่อของคนตรงหน้าเป็นยังไง"เราอยากมีวาสนาเจอคุณชัชบ้างจัง นี่ได้ยินพวกพนักงานรุ่นพี่คุยกันว่าคุณชัชเพิ่งกลับมาจากประเทศ นาน ๆ ทีจะได้เห็นหน้า ปกติคนที่เข้าร้านจะเป็นเฮียเขมมากกว่า"อัยย์ทำเพียงยืนฟังอีกคนพูด ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ ออกไปเพราะเขาไม่ได้รู้จักชัชวินมาก่อน ไม่เคยถามเขมทัศน์เกี่ยวกับเจ้านายคนนี้ด้วยซ้ำฟองเอาแต่ยืนเพ้อฝันพร่ำพูดถึงชัชวินในเรื่องที่ตนรู้ให้อัยย์ฟัง แม้จะเข้าหูบ้างไม่เข้าหูบ้าง อัยย์ก็ไม่ได้ขัดอะ
Baca selengkapnya
บทที่ 2.1 ชัช ชัชวิน
ด้วยความอยากรู้ว่าชัชวินเป็นใคร อัยย์ถึงได้ลองค้นหาข้อมูลตามเว็บไซต์ต่าง ๆ และมันก็ดันมีขึ้นมาจริง ๆ ทว่าเป็นเพียงประวัติย่อ ๆ อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ถูกเปิดเผยให้ได้รู้ชัชวิน เธียรธนากิจ ลูกชายคนเดียวของคุณชูวิทย์ และคุณหญิงอรอนงค์ ธุรกิจหลักของที่บ้านคือเปิดบริษัทผลิตเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต และยังมีโรงแรม Thanakit ที่ประเทศจีน ตั้งแต่ที่คุณชูวิทย์เสียไปชัชวินก็ขึ้นเป็นผู้ดูแลกิจการทุกอย่างแทน ทว่านอกจากกิจการของพ่อที่สร้างไว้แล้ว ชัชวินยังเปิดคลับเป็นของตัวเองเนื่องจากความชอบส่วนตัวอัยย์เลื่อนหาข้อมูลเพียงสองสามเว็บก็เขียนเหมือนกันไปหมด ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ แม้ว่าชัชวินจะเป็นที่รู้จักในแวดวงนักธุรกิจนักลงทุน แต่ก็ใช่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดให้สื่อรู้ และก็คงไม่มีใครสืบรู้“ดูอะไรอยู่วะ”คนตัวเล็กไม่ได้มีอาการตกใจ แม้คนที่เดินเข้ามาจะวางมือลงบนบ่า อัยย์เพียงเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของเสียงคุ้นหู พลางยกยิ้มให้น้อย ๆ“เปล่า”ตอบกลับพร้อมกดปิดหน้าจอ เขาเห็นว่าไม่ได้สำคัญอะไรไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวให้เต้รู้“ครูชัยให้มาตาม เดี๋ยวจะมีคนมาเรียนมวยครูจะให้มึงไปสอน
Baca selengkapnya
บทที่ 2.2 ชัช ชัชวิน
เช้าวันอาทิตย์อัยย์ได้เริ่มงานส่งอาหารเป็นวันแรก ความยากเดียวของงานนี้คือเขาไม่ได้ชำนาญเส้นทางสักเท่าไร แม้จะอยู่มานานเกือบสิบปี“เดี๋ยวอัยย์เอาไปส่งตามที่อยู่นี้นะ”หนึ่งในพนักงานเสิร์ฟยื่นกระดาษแผ่นเล็กที่จดที่อยู่ลูกค้า พร้อมถุงกระดาษบรรจุกล่องอาหารส่งให้อัยย์ ก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อเด็กหนุ่มเปิด GPS ที่อยู่ในมือถือ ก่อนจะออกรถขับออกไปตามเส้นทาง โชคดีหน่อยที่ไม่ไกลมาก ทั้งยังเป็นถนนเส้นหลัก ไม่ต้องเข้าซอย ไม่งั้นคงได้หลงกันพอดีนิ้วเรียวกดกริ่งหน้าบ้าน รอเพียงไม่นานก็มีแม่บ้านสาววิ่งออกมารับ พร้อมเงินสดสองแบงก์เทา“ไม่ต้องทอนนะคะ”“ขอบคุณครับ”เด็กหนุ่มค้อมศีรษะขอบคุณเล็กน้อย เก็บเงินใส่กระเป๋าเอาไว้อย่างดี ก่อนกลับไปที่ร้านเพื่อรับออร์เดอร์ต่อไปการเริ่มงานวันแรกสำหรับวันนี้ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี พี่ ๆ ที่ทำงานด้วยกันก็ค่อนข้างจะใจดีกับอัยย์เงินรายวันตามค่าแรกขั้นต่ำบวกกับค่าทิปจากลูกค้า ทางเจ้าของร้านให้อัยย์ทั้งหมด รวมแล้วได้ประมาณพันกว่าบาทอัยย์จำเป็นต้องเก็บเอาไว้ทั้งหมด เพื่อรวมกับเงินที่มีอยู่ อีกเพียงหนึ่งอาทิตย์ก็ถึงเวลาต้องจ่ายดอกเบี้ยร่างบางขึ้นรถเมล์มาล
Baca selengkapnya
บทที่ 3.1 เด็กดื้อ
การใช้ชีวิตในทุก ๆ วันของอัยย์ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน ตื่นเช้ามาก็รีบออกไปทำงานร้านเบเกอรี่ เลิกงานก็ต้องรีบกลับค่ายไปเตรียมตัวเพื่อไปที่คลับ เป็นอย่างนี้มานานถึงสองปี แม้ในระยะเวลานั้นจะมีการเปลี่ยนงานอยู่เรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลบางอย่าง“สวัสดีครับพี่ผึ้ง สวัสดีครับพี่อัยย์”พัดยกมือไหว้เจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่อายุมากกว่า ก่อนจะรีบไปสวมผ้ากันเปื้อนออกมาช่วยอัยย์เตรียมเปิดร้าน“พี่ฝากอัยย์กับพัดช่วยกันดูแลร้านดูแลลูกค้าด้วยนะ ช่วงนี้พี่คงไม่ว่างได้เข้ามาที่ร้านบ่อย ๆ”“ได้ครับ”เด็กหนุ่มตอบรับคำสั่งเจ้าของร้าน ก่อนเดินไปปลดล็อกกลอนประตู เป็นจังหวะเดียวกันกับลูกค้าคนแรกที่กำลังเดินมาที่ร้าน“สวัสดีครับคุณชัชวิน”เหมือนว่าช่วงนี้เขาจะเจอผู้ชายคนนี้บ่อยขึ้นอย่างไรอย่างนั้น นับตั้งแต่วันที่เขมทัศน์แนะนำให้รู้จัก หลายวันมานี้ชัชวินมักจะแวะมาซื้อกาแฟที่ร้านอยู่บ่อย ๆ บางวันก็เป็นช่วงเช้า บางวันก็เป็นช่วงบ่ายหากคิดแบบผิวเผินร้านเบเกอรี่นี้อาจเป็นทางผ่าน หรือไม่กาแฟของที่ร้านก็อาจจะถูกปากจนต้องมาซื้อซ้ำอัยย์ไม่อยากคิดอะไรให้มากมาย เพราะทุกครั้งที่มาชัชวินก็ไม่ได้พูดคุยกับเขา ทว่าเวลาเ
Baca selengkapnya
บทที่ 3.2 เด็กดื้อ
หลายวันต่อมาที่รับปากเอาไว้กับครูชัยว่าก่อนถึงวันขึ้นชกจะหยุดงานเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่ อัยย์ทำอย่างนั้นจริง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบปีที่รู้สึกว่าร่างกายได้นอนพักอย่างเต็มที่เริ่มเดินทางไปสถานที่แข่งตอนหกโมงเย็น ยังมีเวลาอีกนิดหน่อยให้อัยย์มาแอบซุ่มซ้อมอยู่คนเดียวRrrrrr..ร่างเล็กจับกระสอบทรายให้หยุดนิ่ง พลางเดินไปรับสายเจ้าของเบอร์คุ้นเคย“ฮัลโหลครับพี่เขม”[วันนี้เข้าร้านไหม]“เข้าครับ แต่อาจจะสายหน่อยนะครับ”[หืม? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า]“อัยย์มีขึ้นชกครับ”ปลายสายเงียบไป ทว่ากลับมีเสียงถอนหายใจดังออกให้ได้ยินเบา ๆ หากตอนนี้เขมทัศน์ยืนอยู่ตรงหน้า คงต้องห้ามเขาไม่ให้ไปเหมือนครูชัยแน่นอน[พี่ไปดูได้ไหม]“อย่าเลยครับ ที่นั่นไม่มีอะไรน่าดูหรอก”[พี่จะห้ามอัยย์ยังไงดีนะ]“ห้ามไม่ได้หรอกครับ ฮ่า ๆ”ตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะ ราวกับเป็นเรื่องขำขัน แตกต่างจากปลายสายที่ยืนคิ้วขมวดติดกันจนเกิดปมเด็กหนุ่มหันมองเพื่อนสนิทที่เดินมาตาม ครั้นเห็นเขาคุยโทรศัพท์อยู่ก็เลือกที่จะทำมือชี้ออกไปทางซ้ายเพื่อให้อัยย์รู้ว่าถึงเวลาที่ต้องไปเตรียมตัวแล้ว“เดี๋ยวอัยย์ต้องไปแล้ว ไว้เจอกันที่ร้านครับ”[ครับ]อัยย์กด
Baca selengkapnya
บทที่ 4.1 ขอบคุณ
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกกระทบใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังนอนหลับพริ้ม ดวงตากลมเริ่มขยับไปมาทั้งที่ยังปิดตาอยู่ พร้อมเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันพลันความเจ็บแล่นปราดไปทั่วตัวยามขยับร่างกาย เปลือกตาสีมุกค่อย ๆ ลืมขึ้นมองเพดานห้องสีขาวสนิท เหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาให้คลายความสงสัยทั้งหมดอย่างนั้นที่นี่ก็คือโรงพยาบาล และคนที่พาเขามาก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชัชวิน เพราะในเวลานั้นมีแค่ชัชวินอยู่กับเขา“อัยย์!!” เสียงคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับวิ่งเข้ามาหา “ครู! ไอ้อัยย์ฟื้นแล้ว!”อัยย์เลื่อนสายตามามองเพื่อนสนิทที่ยืนหน้าตื่นอยู่ข้างเตียง เพียงไม่นานคนที่เต้ตะโกนเรียกก็กลับเข้าห้องมาพร้อมกับหมอและพยาบาล“เดี๋ยวหมอขอตรวจหน่อยนะครับ”เต้ขยับถอยออกไปยืนข้าง ๆ ครูชัย ปล่อยให้คุณหมอได้ตรวจเช็กร่างกายของเพื่อน พร้อมเปลี่ยนน้ำเกลือขวดใหม่“เพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับ”“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วครับ แต่ช่วงนี้หมอแนะนำให้คนไข้พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วก็ทานอาหารให้ตรงเวลา ส่วนเรื่องรอยช้ำบนร่างกายอาจจะใช้เวลาหน่อยกว่าจะหายดี” ได้ยินอย่างนั้นก็โล่งใจขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ทั้งเต้แล
Baca selengkapnya
บทที่ 4.2 ขอบคุณ
วันต่อมาแม้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ครูชัยก็ยังกำชับไม่ให้ออกไปทำงานจนกว่าจะมั่นใจว่าหายดี ด้วยความเกรงใจพี่ผึ้งที่หยุดมาหลายวันเขาเลยต้องพยายามอ้อนครูชัยให้ปล่อยตัวเองไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่มีพนักงานแค่สองคน หากเขาหยุดงานก็เท่ากับว่าเหลือพัดแค่คนเดียว ไหนช่วงนี้พี่ผึ้งจะบอกเอาไว้อีกว่าไม่ค่อยว่างได้เข้าร้าน ปล่อยให้พัดอยู่ร้านคนเดียวคงเหนื่อยแย่“ให้อัยย์ไปทำงานเถอะนะจ๊ะครู อัยย์หายดีแล้วจริง ๆ นะ”ครูชัยทำทีเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินในสิ่งที่หลานชายพูด พลางเดินไปทางนั้นทีทางนี้ทีคนที่นั่งมองเหตุการณ์อย่างเต้ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ เห็นใจเพื่อนอยู่หรอกแต่ให้ช่วยพูดก็ไม่กล้า มีหวังได้โดนครูเขกหัวกลับมาแน่ ๆ ไหนจะยังมีความผิดติดตัวที่หลุดปากบอกอัยย์เรื่องแข่งอีก“ครูจ๋า”“ลุงจะไม่พูดซ้ำนะอัยย์”อัยย์เพิ่งจะเคยได้สัมผัสด้วยตัวเองก็วันนี้ ไอ้ที่เด็ก ๆ ในค่ายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าครูชัยน่ะทั้งดุ ทั้งน่ากลัวน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาดไม่มีทีท่าว่าจะยอมใจอ่อน เด็กหนุ่มได้แต่หันไปส่งสายตาให้เพื่อนช่วยพูดทั้งที่กลัวว่าตัวเองจะโดนด่า ทว่าพอเห็นสายตาน่าสงสารของอัยย์แล้วก็ได้แต่กลืนน้
Baca selengkapnya
บทที่ 5.1 คิดดูให้ดีอีกที
หยุดพักไปสองวันเต็ม ๆ หลังออกจากโรงพยาบาล วันนี้อัยย์ก็ได้กลับมาทำงานสักที ตอนแรกก็เกรงว่าพี่ผึ้งจะโกรธ แต่เปล่าเลยเจ้าของร้านเบเกอรี่ยังคงใจดีกับเขาเหมือนเดิม เธอเข้าใจและไม่แม้แต่จะต่อว่าเขาสักคำ ทั้งยังถามไถ่กันอย่างเป็นห่วงเป็นใยรอยแผลฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้าก็จางลงเยอะมากแล้ว หากไม่สังเกตก็แทบจะไม่เห็น“พี่อัยย์ไหวไหม นั่งพักได้นะเดี๋ยวพัดจัดการเอง”พอรู้ว่าอัยย์ไม่สบายพัดก็เอาแต่ถามแทบจะทุกสิบนาที กลัวว่ารุ่นพี่คนนี้จะเป็นลมเป็นแล้งไปอีก“พี่ไม่เป็นไร พัดมีอะไรก็ไปทำเถอะ ตรงนี้เดี๋ยวพี่ทำเอง”หันกลับไปตอบพลางยกยิ้มอ่อนให้อีกฝ่ายคลายความเป็นห่วง เด็กหนุ่มพยักหน้าน้อย ๆ ปล่อยให้อัยย์เก็บของตรงเคาน์เตอร์ต่อ ส่วนตัวเองก็กลับไปล้างจานเวลาหกโมงเย็นหลังเลิกงานอัยย์แวะไปบ้านเสี่ยธรรม เจ้าหนี้ของพ่อเพื่อจ่ายเงินในส่วนของเดือนนี้ที่ขอผลัดมาประมาณหนึ่งอาทิตย์“เสี่ยครับคุณอัยย์มาแล้วครับ”“ให้เข้ามา”ชายใหญ่วัยห้าสิบนั่งพิงพนักโซฟาหรูส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มรุ่นลูก หากไม่เป็นหนี้เป็นสินอัยย์ขอสาบานว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่เด็ดขาดแม้ว่าเจ้าหนี้ของพ่อคนนี้จะใจดีกับเขา ไม่เคยเร่งรัดเรื่องเงิน นั่น
Baca selengkapnya
บทที่ื 5.2 คิดดูให้ดีอีกที
ร่างเล็กค่อย ๆ เปิดประตูห้องอย่างเบามือ เกรงว่าจะรบกวนเต้หากอีกคนหลับไปแล้ว“พี่เขมมาส่งมึงเหรอ”คนที่คิดว่าเข้านอนแล้วกลับเอ่ยถามขึ้นมาผ่านความมืด อัยย์เอื้อมมือเปิดสวิตช์ไฟทำให้ภายในห้องสว่างวาบขึ้นมาเพื่อนสนิทนอนตะแคงข้างหันมามองหน้าเขา รอฟังคำตอบ“อือ” กระเป๋าสะพายใบเก่าใบเดิมที่ใช้มานานนับห้าปีถูกตั้งไว้ที่เดิมอย่างเป็นระเบียบ “ทำไมยังไม่นอน”“รอมึง”“บอกแล้วไงว่าให้นอนไปก่อนไม่ต้องรอ”“ก็รอมึงจนมันชิน พอจะนอนก็นอนไม่หลับ”อัยย์ส่ายหัวเบา ๆ พลางยกยิ้มเอ็นดูเพื่อนตัวเอง เสื้อยืดสีดำถูกถอดออกใส่ตะกร้าผ้าด้วยความเคยชิน ไม่ได้นึกเหนียมอายเพราะคิดว่าตัวเองก็ผู้ชายคนหนึ่ง“นี่กูก็กลับมาแล้ว มึงนอนก่อนเลย กูไปอาบน้ำก่อน”“เออ ๆ ไปอาบเถอะ”ร่างบางหยิบผ้าขนหนูพาดบ่าก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปในทันที กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ปาไปตีหนึ่งกว่าแล้วออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าเต้หลับไปแล้ว ทั้งยังขยับเข้าไปนอนชิดผนัง เว้นที่ว่างที่ประจำไว้ให้อัยย์ เจ้าตัวเดินไปตากผ้าขนหนู พร้อมปิดไฟ เตรียมเข้านอน หลังจากเหนื่อยมาทั้งวันเขาก็จะได้พักผ่อนสักทีทว่า.. แทนที่จะล้มตัวลงนอนแล้วจะเพลียหลับไป กลับเอาแต่คิดอยู
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status