Mag-log inลุงหนานซ่งเองก็ยืนกอดอกเงียบๆ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลเหมยจิ้งเอาแต่ชะเง้อมองเข้าไปด้านในตลอดเวลาหานเย่ยืนพิงเสาอย่างนิ่งสงบส่วนโจวชวี่กับชูอวี่ที่บัดนี้สวมชุดขุนนางจอหงวนเต็มตัว ต่างยังทำตัวเหมือนเดิมไม่มีผิดชูอวี่เดินวนไปวนมาเร็วกว่าพ่อบ้านเสียอีก"ทำไมข้าตื่นเต้นกว่าตอนสอบจอหงวนเสียอีก"โจวชวี่ถอนหายใจ"เจ้าหยุดเดินก่อน ข้าเวียนหัว"ไม่ไกลกัน หลงเกอยืนอยู่ข้างถานถานที่ตอนนี้งดงามสง่าในฐานะไท่จือเฟยแห่งแคว้นเหลียงแต่พอได้ยินเสียงร้องของจื่อจือดังลอดออกมาจากด้านในถานถานก็รีบกำแขนเสื้อหลงเกอแน่นทันที"นายหญิงจะไม่เป็นไรใช่ไหม"หลงเกอลูบมือปลอบเบาๆ"ไม่เป็นไรหรอกน่าอีกเดี๋ยวเราจะต้องได้เห็นหน้าหลานชาย"แต่เขาเอง สีหน้ายังตึงไม่น้อยลุงเฉียวถงถอนหายใจยาว"ตอนสร้างรถยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้"ทุกคนต่างเงียบลงเมื่อเสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้นกะทันหันอุแว้...ๆๆๆๆทั้งตำหนักหยุดนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกหมอตำแยหญิงเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ยินดีด้วยเพคะ"น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยินดี"ฮองเฮาประสูติองค์ชายอย่างปลอดภัย"เสียงเฮดังขึ้นพร้อมกันทันทีชูอวี่กระโดดตัวลอยโจวชวี่ถึง
ยังไม่ทันได้ตรัสอะไร หยงชิงก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ต่างจากทุกวันอย่างเห็นได้ชัดแววตาคมเต็มไปด้วยความยินดีจนปิดไม่มิดไทเฮาเลิกคิ้วนิดหนึ่ง"เกิดเรื่องอันใด"หยงชิงเดินเข้าไปใกล้ ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย"เสด็จแม่"น้ำเสียงของเขาแฝงความตื่นเต้นชัดเจน“มีเรื่องเร่งด่วนใดกัน” ไทเฮาเอ่ยปากถามเมื่อเห็นหยงชิงนั่งลง"จื่อจือกำลังตั้งครรภ์"มือของไทเฮาชะงักทันที"อะไรนะ"นางเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วหยงชิงยิ้มออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง"หมอหลวงเพิ่งตรวจเมื่อเช้า"ไทเฮานิ่งค้างไปชั่วขณะก่อนใบหน้าจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยินดีอย่างที่สุด"จริงหรือ"หยงชิงพยักหน้าเพียงเท่านั้น ไทเฮาก็หัวเราะออกมาทันที"ดี"นางตบพนักเบาๆ อย่างพอใจ"ดีเหลือเกิน"สายตาของนางเป็นประกายขึ้นทันที"ในที่สุดราชวงศ์ก็จะมีรัชทายาท"นางรีบหันไปทางขันทีข้างกาย"เร็ว"น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น"ส่งราชโองการออกไป"ขันทีรีบประสานมือ"พ่ะย่ะค่ะ"ไทเฮายิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น"จัดงานเลี้ยงฉลองทั่ววังหลวง เปิดคลังหลวงแจกข้าวสารและผ้าไหมแก่ประชาชน"และ...งดเก็บภาษีหัวเมืองต่างๆ สามปี"นางหยุดนิดหนึ่ง ก่อนตรัสเสียงดังชัดเจนขันที
ยามสายภายในตำหนักแปดสิบเจ็ดเงียบสงบผิดปกติ เหล่าขันทีและสาวใช้กำลังช่วยกันปิดประตูหน้าต่างตามคำสั่งของฮ่องเต้หยงชิงยืนกอดอกอยู่กลางห้อง สีหน้าดูพอใจอย่างเห็นได้ชัด"ดี"เขาพยักหน้าเบาๆ"ตั้งแต่วันนี้ ห้ามใครเข้ามารบกวน"หยวนเซียวก้มตัวรับคำสั่ง"ขอรับฝ่าบาท"จังหวะนั้นเองเสียงบางอย่างดังขึ้นจากด้านในห้อง"อุ..."ตามมาด้วยเสียงอาเจียนดังชัดหยงชิงชะงักทันที ก่อนรีบหันขวับ"จื่อจือ"เขาก้าวเร็วแทบจะทันทีเข้าไปด้านในก็พบจื่อจือนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนึ่งกุมอก อีกมือยันขอบเตียงไว้ สีหน้าซีดลงเล็กน้อย"อุ๊บ..."นางโก่งคออาเจียนอีกครั้งหยงชิงถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ"จื่อจือ"เขารีบเข้าไปนั่งข้างๆ มือใหญ่ลูบหลังไหล่นางเบาๆ อย่างลนลาน"เป็นอะไร"จื่อจือหอบเบาๆ ยังตอบไม่ได้หยงชิงยิ่งขมวดคิ้วแน่น"หยวนเซียว"เสียงตวาดดังลั่นทันทีหยวนเซียวรีบวิ่งเข้ามา"ขอรับฝ่าบาท""รีบไปตามหมอหลวง"หยงชิงพูดเร็ว สีหน้าตึงเครียดชัดเจนหยวนเซียวชะงัก"แต่ฝ่าบาท..."เขากะพริบตาปริบๆ"ไหนบอกว่าจะปิดตำหนัก"หยงชิงหันมามองทันที"ไม่แล้ว"ตอบเร็วแทบไม่ต้องคิดเขาหันกลับไปประคองจื่อจืออย่างระวัง มือยังคอยลูบหลังให้นางไม่ห
แคว้นซีเป่ยภายในห้องทรงงานยามค่ำ แสงตะเกียงส่องสลัว หยงชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ สีหน้าดูเคร่งขรึมผิดปกติหยวนเซียวกับใต้เท้าหลินยืนอยู่เบื้องหน้า ต่างมองหน้ากันเลิ่กลักเล็กน้อยบรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่หยงชิงจะวางพู่กันลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้น"ข้ามีเรื่องจะถาม"น้ำเสียงเรียบ แต่ทำให้ทั้งสองคนตั้งตัวทันที"ฝ่าบาทโปรดตรัส"หยวนเซียวรีบตอบหยงชิงนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจก่อนจะพูดออกมาตรงๆ"ทำอย่างไร..."เขาหยุดเล็กน้อย"จื่อจือจึงจะตั้งครรภ์"คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบทันทีหยวนเซียวเบิกตากว้างใต้เท้าหลินไอแห้งๆ หนึ่งครั้ง"เอ่อ"ทั้งสองคนหันมองหน้ากันอีกครั้งอย่างทำอะไรไม่ถูกหยวนเซียวก้มหน้าลงทันที"เรื่องนี้..."เขาพูดเสียงเบา"ข้าน้อยไม่ถนัดขอรับ"ใต้เท้าหลินถอนหายใจเบาๆ ก่อนก้าวออกมาครึ่งก้าว"ฝ่าบาท อันนี้มันอยู่ที่ความสามารถของฝ่าบาท"น้ำเสียงพยายามนิ่ง"เรื่องนี้...เป็นเรื่องธรรมชาติของสามีภรรยา"หยงชิงขมวดคิ้วนิดหนึ่ง"ข้ารู้"เขาตอบสั้นๆ"แต่ข้าอยากรู้ให้ชัด"ใต้เท้าหลินถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่ออย่างระมัดระวัง"โดยทั่วไป...ต้องอาศัยเวลา และจังหวะที่เหมาะสม"หยงช
โจวชวี่ ชูอวี่ และหานเย่ยืนรวมกันอยู่ไม่ไกล พอเห็นถานถานเดินออกมาจากด้านใน ทั้งสามคนก็หันมองหน้ากันก่อนจะยิ้มกว้างชูอวี่เป็นคนแรกที่ตบมือดังลั่น"โอ้ย ดีจริงๆ"โจวชวี่หัวเราะออกมา"ข้านึกว่าจะตึงเครียดกว่านี้"หานเย่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย"แต่ดูแล้ว ฮ่องเต้กับฮองเฮาแคว้นเหลียงไม่ได้รังเกียจนางเลย"ชูอวี่พยักหน้าแรงๆ"ไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจ"เขายกมือทำท่าประกอบ"ข้าว่าทรงพอพระทัยด้วยซ้ำ"โจวชวี่ถึงกับยิ้มกว้างขึ้นมาทันที"โห แบบนี้พี่สาวถานถานของพวกเราจะได้เป็นไท่จือเฟยจริงๆ แล้วสิ"ชูอวี่ก็ยิ้มตามทันที"เฮ้อ ดีจังคาดไม่ถึงจริงๆ ลุงเฉียวถงจะต้องหายกังวลใจเป็นแน่"หานเย่แม้จะนิ่งกว่า แต่ก็ยกมุมปากขึ้นชัดเจน"นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี"ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกันเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามองถานถานที่เดินออกมาได้ยินพอดี ถึงกับชะงัก"พวกเจ้าพูดอะไรกัน"ชูอวี่หันไปยิ้มกว้าง"ก็ดีใจแทนท่านนะสิ"โจวชวี่พยักหน้า"ยินดีด้วย"ถานถานหน้าแดงขึ้นทันที"ยินดีอะไร"หานเย่มองนางนิ่งๆ ก่อนพูดเรียบๆ"อย่างน้อย วันนี้ก็ไม่มีใครปฏิเสธเจ้า"ชูอวี่รีบเสริม"แถมยังเกือบรับเข้าวังไปเป็นไท่จือเฟยอีกต่างหาก"โจวชวี่หัวเราะ"ห
ภายในตำหนักตะกายดาว โต๊ะเสวยถูกจัดเตรียมอย่างงดงาม อาหารหลากหลายวางเรียงกันอย่างประณีต กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วห้องฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนและฮองเฮาซูเหวินเยว่นั่งอยู่ด้านบน สีหน้าสงบนิ่งแต่แฝงความสนใจขุนนางและคนของเมืองอี้ยืนอยู่สองข้างอย่างเรียบร้อย หนานซ่งยืนรอรีอยู่ข้างจังหวะนั้นเองเสียงฝีเท้าดังเข้ามาหลงเกอก้าวเข้ามาในห้อง สีหน้าดูสบายกว่าตอนก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดข้างกายเขา คือถานถานที่ถูกพามาด้วย นางก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิดสายตาหลายคู่หันมามองทันทีหลงเฉิงเทียนเลิกคิ้วนิดหนึ่งฮองเฮายิ้มบางๆ อย่างสนใจหลงเกอเดินตรงเข้ามา ก่อนหยุดยืนเบื้องหน้า แล้วประสานมือก้มศีรษะเล็กน้อย"ถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่"ฮองเฮามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปที่หญิงสาวข้างกายที่ย่อกายลงงดงาม เลื่อนสายตาไปที่มือหลงเกอกำมือนางไว้ ถานถานรีบดึงมืออกจากมือหลงเกอทว่าอีกคนกลับไม่ยอมปล่อย"หญิงงามคนนี้คือ..."น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความหมาย ฮองเฮาเลิกคิ้วหลงเกอหันไปมองถานถานแวบหนึ่งก่อนยิ้มเล็กน้อย"หญิงงามคนนี้...คือผู้ที่ดูแลลูกของท่านตลอดเวลาที่อยู่ที่เมืองอี้"เขาพูดช้าๆ ชัดเจน
ห้องคุมขังยังคงเงียบงัน มีเพียงแสงตะเกียงที่สั่นไหวตามลมอ่อนจากช่องระบายอากาศด้านบนจือจื่อยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเฉินเปียว แต่ในใจกลับคำนวณเวลาอย่างรวดเร็วตามแผนแล้ว ตอนนี้โจวชวีกับชูอวี่ควรจะเข้ามาได้แล้ว หรือจะมาแล้วนะแต่ทุกอย่างกลับเงียบสนิทไม่มีเสียงต่อสู้ ไม่มีเสียงสัญญาณเฉินเปียวมองสีหน้าของน
หยางหลินยืนมองความเคลื่อนไหวในตำหนักตะกายดาวครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมา สีหน้าสุขุมจริงจังขึ้นเล็กน้อย"หยางจิน ที่นี่ต้องฝากเจ้าไว้ก่อน คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวทุกอย่างให้ดี ส่วนข้าจะรีบกลับวังหลวงไปกราบทูลฝ่าบาทให้มีพระบัญชาเรียกตัวสนมจือจื่อกลับวังหลวง"หยางจินพยักหน้ารับ แต่สีหน้ากลับมีแววลังเล"พ
ลานกว้างเงียบลงหลังเสียงเปลวไฟใต้กระเช้าดับหาย เหลือเพียงเงาร่างหนึ่งยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้า บอลลูนผืนใหญ่ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ เล็กลงทุกขณะราวกับตั้งใจหนีใครบางคนโดยเฉพาะหลงเกอยกมือบังแสงแดด ดวงตาจับจ้องจุดสีสดที่เคลื่อนห่างออกไปอย่างไม่วางตา"ทำไมนางไม่ชวนข้าสักคำร้ายกาจจริงๆ มีของดีดีแบบนี้กลับไม่ให้
กลีบเหมยสีชมพูปลิวว่อนกลางลานหิมะบางเบา วันนั้นคือวันที่สิบสี่ เดือนสองวันวันแห่งความรักแต่สำหรับจือจื่อ… นั่นคือวันที่โลกทั้งใบกลับตาลปัตรเช้าวันนั้น อากาศสดชื่นแต่เยว่จื่อกลับรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งหนักอึ้งอยู่บนอก สองวันแรกที่นางลืมตาขึ้นมาในร่างของเย่จือร่างอ้วนตุ๊บตั๊บที่ไม่คุ้นเคย มือกลมๆ ขาว







