Masukสมรสพระราชทานเมื่อวัยเยาว์เกิดสั่นคลอนเมื่อแม่ทัพเป่าเจิ้งเหว่ยพ่ายศึกและเสียชีวิตไปพร้อมฮูหยิน เป่าลี่เซียน บุตรสาวคนเดียวของตระกูลจำต้องพึ่งพาจวนจงหย่งโหวที่เปรียบดั่งญาติสนิทและต้องเกี่ยวดองกันในวันข้างหน้า แต่แล้วนางก็พบกับความผิดหวัง เมื่อจงหย่งโหวและโหวฮูหยิน ไม่ต้องการสะใภ้เช่นนาง การโดนกีดกันจากบิดามารดาของคู่หมั้นทำให้นางสิ้นหวังและจากไปเงียบ ๆ โดยไม่มีผู้ใดทราบข่าว เซียวเหวินรุ่ยออกตามหาคู่หมั้นของตนไม่หยุดหย่อนแต่ก็พบเพียงว่านางเหลือเพียงวิญญาณ วันหนึ่งเขาพบสตรีที่ใบหน้าละม้ายคล้ายกับเป่าลี่เซียน ทว่านางกลับไม่รู้จักเขาแม้แต่น้อย
Lihat lebih banyakขณะเดียวกัน ซ่งเถาเองเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษสูงศักดิ์บนศาลา ในหัวสมองของนางก็เกิดเสียงอื้ออึง ภาพความทรงจำสีขาวโพลนเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับมีบางสิ่งกำลังจะทลายออกมา แต่นางก็ยังคงนึกไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งค้างสบสายตากับเขาอยู่อย่างนั้นท่ามกลางสายตาของคนนับร้อยพลันเสียงองครักษ์กู้เฉิงก็ดังขึ้นข้าง ๆ ดึงความสนใจของเซียวเหวินรุ่ย"ใต้เท้าขอรับรายชื่อมาแล้ว ได้เวลารายงานตัวแล้วขอรับ"เซียวเหวินรุ่ยหยุดความคิดส่วนตัว สั่งให้ทหารจัดผู้สมัครเรียงแถวให้เป็นระเบียบขณะที่คนกำลังเดินไปจัดแถวตามคำสั่งทหารที่มาช่วยจัดการ คุณหนูเสิ่นผู้เย่อหยิ่งเดินเชิดหน้าผ่านแถว ขยับกายเยื้องย่างด้วยท่าทีกรีดกราย และในจังหวะที่เดินผ่านร่างของซ่งเถานั่นเอง นางก็จงใจยื่นเท้าออกไปขัดขาและเหยียบลงบนปลายเท้าอย่างแรงพลั่ก!ซ่งเถาไม่ทันตั้งตัว ร่างโปร่งบางสะดุดล้มลงไปกองกับพื้นหญ้าอย่างหมดท่า ห่อผ้าสะพายหลังเกือบจะหลุดร่วง เสิ่นเหมยฮัวรีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นป้องปาก หัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ "อุ๊ยตาย ขออภัยด้วยนะแม่นาง พอดีข้าไม่ทันมอง พื้นแถวนี้มันคงขรุขระเกินไปสำหรับพวกตาไม่มีแวว"ซ่งเถาขมวดคิ้วน้อย ๆ กำลังจะยัน
บรรยากาศรอบเมืองเหวินเฉิงที่เคยคึกคักบัดนี้กลับเงียบเหงาวังเวง ถนนสายหลักคลาคล่ำไปด้วยเกวียนขนผู้ป่วยและทหารลาดตระเวนที่สวมผ้าปิดจมูกมิดชิด ทั่วทั้งเมืองปกคลุมด้วยกลุ่มควันจากการเผาสมุนไพรร้อนเพื่อขับไล่ไอโรคระบาด ยิ่งขับเน้นให้สถานการณ์ในยามนี้ดูวิกฤตยิ่งขึ้นท่ามกลางความตื่นตระหนกของราษฎร ภายในคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นอีกรูปแบบหนึ่ง"ไม่ได้! อย่างไรข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าไปเสี่ยงชีวิตในที่สกปรกเช่นนั้นเด็ดขาด"เสียงตวาดกร้าวของเสิ่นอวี่เจีย รองผู้ว่าการหนุ่มดังลั่นห้องโถง ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมวดมุ่นตรงขมับปูดโปน จ้องมองน้องสาวร่วมสายเลือดด้วยแววตาไม่ยินยอมอย่างรุนแรงเสิ่นเหมยฮัวเยื้องย่างกายอยู่ในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีชมพูอ่อน ปักลวดลายงดงามตระการตา ใบหน้าสะสวยที่แต่งแต้มเครื่องประทินโฉมจัดจ้านเชิดรั้นขึ้นอย่างไม่ยอมก้มหัว นางยกมือขึ้นกอดอก จีบปากจีบคอเอ่ยด้วยน้ำเสียงดื้อรั้น"เหตุใดข้าจะไปไม่ได้เจ้าคะท่านพี่ ในเมื่อทางการมีประกาศรับผู้ช่วยหมอ แค่เข้าไปดูแลคลังยาและหยิบจับสมุนไพร ข้าในฐานะน้องสาวขุนนางตระกูลเสิ่นก็ย่อมต้องมีจิตใจเมตตา อยากอุทิศตนช่วยบ้านเมื
ความสงบสุขที่เริ่มก่อตัวขึ้นในเรือนของตระกูลซ่ง ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดกลับกำลังคืบคลานเข้าสู่มณฑลเหวินเฉิงอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วข่าวลือจากฝั่งตะวันตกเริ่มหนาหูขึ้นทุกที จนกระทั่งกลายเป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัว โรคระบาดสายพันธุ์รุนแรงจากเมืองซีอานที่ทางการคิดว่าควบคุมได้แล้ว บัดนี้กลับเกิดการปะทุขึ้นรอบใหม่เป็นรอบที่สาม พิษไข้ลามข้ามเขตแดนและแพร่กระจายเข้าสู่ใจกลางมณฑลเหวินเฉิงดั่งไฟลามทุ่ง ชาวบ้านในเมืองและนอกเมืองเริ่มล้มป่วยลงทีละคนสองคนด้วยอาการไข้สูงหนาวสั่นและไอเป็นโลหิต จนความหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้าภายในที่ว่าการมณฑลเหวินเฉิง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ใต้เท้าเซียวเหวินรุ่ย ขุนนางหนุ่มผู้ว่าการมณฑลนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบจดจ้องรายงานจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง"เรียนใต้เท้าเซียว ยามนี้สถานการณ์วิกฤตยิ่งนักขอรับ หมอหลวงและผู้ช่วยหมอส่วนใหญ่ที่ถูกส่งไปสนับสนุนที่ซีอานคราวก่อนยังคงติดค้างอยู่ เนื่องจากเมืองถูกปิด หมอที่เหลืออยู่ในเหวินเฉิงมีน้อยนิดจนไม่สามารถรองรับจำนวนคนไข
เซียวเหวินรุ่ยตามสืบคดียาสมุนไพรมาจนถึงไร่นาของชาวบ้าน ขบวนของเขาซุ่มอยู่สามวันสามคืนกลับไม่พบร่องรอยใด ๆ เห็นเพียงชาวบ้านทำไร่ไถนาและปลูกพืชอยู่ไกล ๆ เขาจึงสั่งให้กระจายกันตามหาเบาะแสมาให้ได้แล้วกลับเข้าที่ว่าการตามเดิมตระกูลซ่งยังคงดำเนินชีวิตไปตามวิถีชาวนาอย่างสงบสุขและขยันขันแข็ง ความสามารถทางด้านการแพทย์ของซ่งเถาที่แฝงเร้นอยู่ในร่างกาย เริ่มทอประกายเด่นชัดขึ้นดั่งเพชรในตมที่ไม่มีสิ่งใดมาบดบังได้อีกบ่ายวันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้นเมื่อเสี่ยวเป่า เด็กชายวัยสี่ขวบซึ่งเป็นหลานชายแท้ ๆ ของป้าอู่ เกิดล้มป่วยลงกะทันหันด้วยโรคท้องร่วงอย่างรุนแรง"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยหลานข้าที เสี่ยวเป่าอาเจียนไม่หยุด ถ่ายจนตัวอ่อนหมดแรงแล้ว" เสียงร้องไห้โฮของป้าอู่ดังลั่นมาจากบ้านหลังข้าง ๆ เพื่อนบ้านต่างขอความช่วยเหลือต่อ ๆ กันมา หวังซิ่งและซ่งเถาที่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่บนแคร่หน้าบ้านได้ยินเสียงเอะอะนางจึงอาสาออกไปดูซ่งเถาวางเข็มและด้ายลงทันทีแล้วรีบวิ่งตรงไปยังบ้านของป้าอู่ เมื่อก้าวเข้าไปในเรือน ภาพที่เห็นทำเอาคนที่เข้ามาดูถึงกับเอามือทาบอกด้วยความตกใจ ร่างของเด็กน้อยนอนนิ่งอยู่บนเบาะฟ

















