สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก

สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก

last updateLast Updated : 2026-01-26
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 rating. 1 review
51Chapters
2.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เยว่จือ หรือชื่อใหม่ในร่างของ จือจื่อ คือสนมอันดับที่ 87 ที่ถูกทิ้งให้ลำบากในตำหนักห่างไกล ความห่างเหินจากฮ่องเต้ทำให้ไม่มีวันได้เข้าใกล้ฮ่องเต้ จนกระทั่งตรอมใจ เยว่จือปล่อยตัวเองให้กลายเป็นผู้หญิงอ้วนที่ใช้ชีวิตไปวันๆกับการกินและนอนจนถูกผูกรังแกและถูกบีบบังคับให้จบชีวิต แต่ทว่าผู้ที่มาเข้าร่างแทนกลับเป็นจือจื่อคนใหม่ หญิงวัย45ปีที่เคยประสบความสำเร็จในธุรกิจทุกด้าน แต่กลับล้มเหลวในความรัก เพราะหาผู้ชายที่คู่ควรไม่ได้สักที เมื่อเธอมาอยู่ในร่างนี้จึงมุ่งหน้าแสวงหาความรุ่งเรืองและอำนาจและไม่แคร์เรื่องรักอีกต่อไป สองปีผ่านไป ทั่วทั้งดินแดนเริ่มได้ยินเรื่องราวของหญิงงามผู้นำเมืองอี้ที่ไม่เพียงแต่มีความงามโดดเด่น แต่ยังมีความสามารถที่ยิ่งใหญ่ ความร่ำรวย ความรู้ และสินค้าที่แปลกใหม่ที่มาจากความคิดของนาง ทำให้เมืองอี้กลายเป็นที่รู้จักในด้านต่างๆ ทั่วทั้งแผ่นดิน เมื่อฮ่องเต้หยงชิงผู้ที่ไม่ยอมให้สนมถวายตัวเพราะคิดว่าพวกนางสนมทั้งหลายรักเพียงฐานะฮ่องเต้และทั้งชีวิตของหยงชิงไม่เคยรักใครทว่าตามหารักแท้รู้ว่า และเมื่อรู้ว่านางคือสนมที่ถูกเนรเทศ ฮ่องเต้ต้องหาทางพิชิตใจหญิงงามที่ไม่แคร์เรื่องรัก แต่มีมาตรฐานบุรุษราวเทพเซียน นางจะยอมเปิดใจให้กับฮ่องเต้หยงชิงหรือไม่

View More

Chapter 1

ตอนที่1น้องอ้วน

หอโคมเขียวเทียนสรวงยามนี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงนับร้อยดวง เสียงดนตรีคึกคักดังผสมเสียงหัวเราะและกลิ่นสุราแรงโชยไปทั่ว บนโต๊ะไม้กลมใหญ่ตรงกลางหอ เต็มแน่นด้วยอาหารนานาชนิด ทั้งเป็ดย่าง หมูกรอบ ปลานึ่งซีอิ๊ว และสุราหอมแรงที่ล้นขอบจอก 

ทุกคนรอบโต๊ะหน้าแดงก่ำด้วยความเมา แต่ไม่มีใครสู้หญิงตัวอ้วนในชุดแพรสีชมพูอ่อนที่กำลังหัวเราะเสียงดังลั่นได้เลย

“ฮ่าๆๆๆๆ ไหลๆๆๆๆๆ สุราดีสุราดีดนตรีเพราะ”

เยว่จือสนมอันดับที่ 87 ในวังหลวง กำลังอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่า 

เมาไม่รู้เหนือรู้ใต้ นางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสำราญ มือขวากอดหนุ่มรูปงามไว้แน่น มือซ้ายก็โอบอีกคนไว้พลางหัวเราะงอหาย หนึ่งคนช่วยนวดไหล่ให้นาง อีกคนคุกเข่านวดขาอยู่ข้างเก้าอี้ ซ้ายมืออีกคนรินสุราไม่หยุด ส่วนคนขวาป้อนเนื้อเป็ดย่างหอมกรุ่นเข้าปากทีละคำ

เยว่จือยกจอกสุราขึ้นเหนือศีรษะ เสียงหัวเราะของนางดังก้องไปทั่วหอ 

“พี่สาวน้องสาวทุกท่าน และหนุ่มหล่อทุกคน ไม่เมาไม่กลับ ไม่หลับไม่เลิกดื่ม วันนี้ดื่มกินเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเยว่จือมาด้วยตัวเอง ถึงเงินจะน้อยแต่น้ำใจล้นหลาม”

เสียงโห่ฮาดังลั่นทันที 

“ไม่เมาไม่กลับไม่หลับไม่เลิกดื่ม”

ดื่ม ดื่ม” สุราไหลรินเป็นสายน้ำ ทุกคนเฮฮากันสุดเสียงราวกับวันนี้เป็นวันปีใหม่

ท่ามกลางเสียงครึกครื้น เถ้าแก่ฉิน เจ้าของหอโคมเขียวร่างท้วมหน้ากลมเต็มไปด้วยเหงื่อ เดินวนไปวนมาหลายรอบก่อนจะรวบรวมความกล้าเข้าไปใกล้โต๊ะใหญ่ เขามองอาหารและสุราที่พร่องไปแล้วมากกว่าครึ่ง ด้านข้างยังมีคนทยอยเข้ามาอีกเรื่อย ๆ ใจนึกหวาดหวั่นกลัวว่าวันนี้จะไม่มีใครจ่าย

“คุณหนู...เอ่อ ท่านหญิง...คือ...” เถ้าแก่ฉินยกมือขยี้ผ้าเช็ดหน้าด้วยความลำบากใจ

เยว่จือหันมามองตาปรือ ใบหน้าแดงก่ำยิ้มกว้าง 

“อ้อ เถ้าแก่ฉิน ท่านไม่ต้องห่วงน่าา คนอย่างข้า สนมของฮ่องเต้ลำดับที่ 87 ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย...”

เถ้าแก่ฉินถึงกับสะดุ้งเฮือก 

“อะไรนะขอรับ โถ่พระสนมเห็นใจข้าน้อยเถอะ”

เยว่จือรีบพูดต่อ ประโยคยังไม่จบดี 

“...นั่นไม่ใช่ข้าคนอย่างข้าไม่มีก็ขายของจ่าย และไม่มีหนี ท่านอยากพบข้าก็เชิญที่วังหลวงได้ทุกโมงยาม ลงบัญชีวังหลวงไว้ได้เลยถ้าข้าไปมาจ่าย”

เสียงรอบโต๊ะเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกันอีกระลอก เยว่จือหัวเราะลั่นกอดคอหนุ่มทั้งสองข้างแน่น 

“พวกเจ้าสุดหล่อของข้า สั่งอาหารเพิ่มอีกไหม เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจข้า ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ”

เถ้าแก่ฉินรีบพยักหน้าหงึกหงักส่งซิกให้เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ สองคนวิ่งปรู๊ดออกไปทางหน้าหอ ก่อนจะตะโกนเสียงลั่นถนน

“วันนี้ หอโคมเขียวเทียนสรวงของเรามีสนมเอกที่ฝ่าบาทโปรดปรานใจป้ำเลี้ยงสุราอาหาร เชิญทุกท่านเข้ามากินฟรี วันนี้พระสนมเลี้ยงไม่อั้นไหลๆๆๆ เร่เข้ามาเร่เข้ามา”

เสียงนั้นดังไปจนถึงหัวถนน คนที่เดินผ่านไปมาพากันหันขวับ บางคนเบิกตาโตด้วยความตกใจ บางคนตาเป็นประกายด้วยความดีใจ 

“กินฟรีสนมเอกของฝ่าบาทมาเองเลยเหรอ”

ไม่นานนักหอโคมเขียวก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ทั้งชายหญิง วัยหนุ่มสาวและเฒ่าชรา ต่างแย่งกันเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ สุรารินไม่หยุด อาหารออกจากครัวจนควันคลุ้งราวกับตลาดยามเช้า

บางคนกระซิบกับเพื่อนเสียงเบา 

“สนมเอกที่ฝ่าบาทโปรดปราน ทำไมถึงมาหอโคมเขียวแบบนี้กันนะ...”

อีกคนรีบยกจอกขึ้นหัวเราะ

“ช่างเถอะ เจ้าจะสงสัยไปทำไม เห็นไหมต้องโปรดปรานอย่างแน่ๆ จึงวกินอิ่มนอนหลับตัวอ้วนตุ๊บแล้วยังมีเงินมาเลี้ยงดูพวกเราอีก พระสนมมีจิตใจเมตตาอยากเลี้ยงสุราอาหาร เจ้าก็รับน้ำใจไว้เถอะ ไปๆๆ อย่าช้า เดี๋ยวจะไม่ทันเขา”

เสียงหัวเราะ เสียงจอกสุราเคาะกันดังระงม จนหอโคมเขียวเทียนสรวงในค่ำคืนนั้นแทบกลายเป็นงานรื่นเริงใหญ่ประจำเมือง

 ในขณะที่เยว่จือยังคงหัวเราะเริงร่า นั่งกอดหนุ่มซ้ายขวาอย่างสำราญใจ โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องที่คิดว่าเล็กๆ ที่ก่อขึ้นคืนนี้...กำลังลามไปถึงหูของฝ่าบาท

ภายในหอโคมเขียวเทียนสรวง เสียงหัวเราะที่เมื่อครู่ยังครึกครื้นหายไปราวกับนัดไว้ เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างแรง เสียง โครม ดังสนั่นสะเทือนพื้นไม้ ผู้คนที่ยังคงถือจอกสุราในมือชะงักงันไปทั้งหอ

บัดนั้นเหล่าขบวนองครักษ์ในชุดเกราะดำเงาวับจากวังหลวงเดินเรียงแถวเข้ามาเป็นระเบียบ ความน่าเกรงขามกลบกลิ่นสุราทั้งห้องในพริบตา ทุกคนที่เมื่อครู่ยังหัวเราะดื่มกินกันอย่างสำราญต่างรีบหลีกทางจนเกิดช่องว่างกว้างกลางหอ เหล่าสาวงามและหนุ่มรูปงามต่างก้มหน้าหลบสายตาหนุ่มรูปงามข้างการเยว่จือรีบถอยห่างสนมคนโปรดของฝ่าบาท

หยวนเซียว หัวหน้าองครักษ์ผู้เคร่งขรึมในชุดดำขลิบทอง เดินออกมายืนตรงหน้าฝูงชน แววตาคมเฉียบจับไปที่หญิงร่างอวบในชุดแพรสีชมพูที่ยังคงยืนโงนเงนอยู่ข้างโต๊ะอาหารที่เละเทะเต็มไปด้วยกระดูกเป็ดและจอกสุรา

เขาประสานมือคารวะแล้วเปล่งเสียงดังชัดเจน 

“ข้าน้อยหยวนเซียว รับบัญชาฝ่าบาทมา เชิญพระสนมอันดับที่ 87 เพื่อ……” คำพูดสะดุดลงแค่นั้นเยว่จือยกมือขึ้นห้าม พลางหัวเราะเสียงดัง ตาแดงก่ำปรือจนแทบจะปิด

“เดี๋ยว ช้าก่อน ฮ่า ๆ ๆ”

“ท่านนี่เก่งจริง ๆ จำได้แม้กระทั่ง อันดับสนม ของข้า ฮ่า ๆๆๆ ...87ๆ ป่านนี้คงเพิ่มมา คงมาอีกสักคนสองคน แล้วล่ะใช่ไหม.. อาจจะอยู่ที่อันดับ 90 กว่าๆ แล้วใช่ไหมล่ะ"

ขันทีข้างกายฮ่องเต้แอบอมยิ้มจากคำพูดที่ไม่มีมารยาทของเยว่จื่อพลางพึมพำเบาๆ

"อันดับที่ 130 แล้วต่างหาก” องครักษ์อีกคนที่ยืนข้างๆ หยวนเซียวพูดขึ้นเบาๆ

“ต้ายแล้วววว130เชียวหรือฮ่าาาาใครสน”

เสียงหัวเราะของนางเรียกเสียงซุบซิบรอบหอให้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่หยวนเซียวไม่ได้รับมุก เขายังคงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย 

“เชิญพระสนมกลับไปกับพวกเราเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

เยว่จือยกจอกสุรา เดินโซซัดโซเซเข้าหาเขาอย่างคนเมาหนัก 

“หืออออ ท่านอย่าเครียดนักเลย มาๆ ข้าเลี้ยงเอง ถึงท่านจะเป็นหัวหน้าองครักษ์ได้เงินเดือนเยอะกว่าข้า แต่ข้าก็ดูแลท่านได้นะ อย่าเกรงใจไปเลย ฮ่าๆๆๆ มามะให้ข้าดูแลท่านเอง”

เสียงหัวเราะของนางดังลั่นหออีกครั้ง ขณะที่ทุกคนรอบข้างเริ่มพูดคุยกันเสียงระงม

“พระสนมถูกจับได้เสียแล้ว”

“แล้วนางจะถูกลงโทษไหม”

“ไม่สิ นางคือสนมเอกคนโปรดนะ จะถูกลงโทษได้หรือ”

“ข้าว่านางโม้ อย่างนางเนี้ยนะสนมเอกคนโปรด ฝ่าบาทจะโปรดนางได้ลงหรืออ้วนเหมือนหมู คอก็อ่อนหญิงงามข้างกายจะต้องงดงามอ่อนหวานเป็นสหายดื่มสุราที่ดีแต่ดูนางสิเมาเลอะเทอะตั้งแต่สามจอกแรก”

“ไม่หรอก เจ้าดูสิ นางคนโปรดนั่นแหละ ถูกเอาใจเลี้ยงดูอย่างดีถึงอวบอั๋นเช่นนี้”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Rungtip Thohirun
Rungtip Thohirun
ชอบมากอ่านแล้ว แค้นใจแทนนางเอก ไม่ชอบฮ่องเต้ เมียเยอะ
2026-01-12 20:50:51
2
1
51 Chapters
ตอนที่1น้องอ้วน
หอโคมเขียวเทียนสรวงยามนี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงนับร้อยดวง เสียงดนตรีคึกคักดังผสมเสียงหัวเราะและกลิ่นสุราแรงโชยไปทั่ว บนโต๊ะไม้กลมใหญ่ตรงกลางหอ เต็มแน่นด้วยอาหารนานาชนิด ทั้งเป็ดย่าง หมูกรอบ ปลานึ่งซีอิ๊ว และสุราหอมแรงที่ล้นขอบจอก ทุกคนรอบโต๊ะหน้าแดงก่ำด้วยความเมา แต่ไม่มีใครสู้หญิงตัวอ้วนในชุดแพรสีชมพูอ่อนที่กำลังหัวเราะเสียงดังลั่นได้เลย“ฮ่าๆๆๆๆ ไหลๆๆๆๆๆ สุราดีสุราดีดนตรีเพราะ”เยว่จือสนมอันดับที่ 87 ในวังหลวง กำลังอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่า เมาไม่รู้เหนือรู้ใต้ นางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสำราญ มือขวากอดหนุ่มรูปงามไว้แน่น มือซ้ายก็โอบอีกคนไว้พลางหัวเราะงอหาย หนึ่งคนช่วยนวดไหล่ให้นาง อีกคนคุกเข่านวดขาอยู่ข้างเก้าอี้ ซ้ายมืออีกคนรินสุราไม่หยุด ส่วนคนขวาป้อนเนื้อเป็ดย่างหอมกรุ่นเข้าปากทีละคำเยว่จือยกจอกสุราขึ้นเหนือศีรษะ เสียงหัวเราะของนางดังก้องไปทั่วหอ “พี่สาวน้องสาวทุกท่าน และหนุ่มหล่อทุกคน ไม่เมาไม่กลับ ไม่หลับไม่เลิกดื่ม วันนี้ดื่มกินเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเยว่จือมาด้วยตัวเอง ถึงเงินจะน้อยแต่น้ำใจล้นหลาม”เสียงโห่ฮาดังลั่นทันที “ไม่เมาไม่กลับไม่หลับไม่เลิกดื่ม”ดื่ม ดื่ม” สุ
last updateLast Updated : 2025-12-05
Read more
ตอนที่2ไม่ต้องกังวล
“ใช่ๆ นี่ฝ่าบาทถึงกับส่งหัวหน้าองครักษ์มาตามเชียว”หยวนเซียวได้ยินทุกถ้อยคำ จึงถอนหายใจสั้นๆ แล้วพูดเสียงเข้ม “นำตัวพระสนมกลับไป”องครักษ์สองคนเดินเข้ามาขนาบข้างเยว่จือ พยายามประคองนางให้เดิน แต่นางกลับสะบัดมือออกแรงพอควร “อย่ามาจับข้านะ ข้ายังไม่ได้จ่ายเงินเลย เดี๋ยวข้าต้องชำระกับเถ้าแก่ฉินก่อน ไม่งั้นเขาจะคิดว่าข้าโกง ปล่อย ปล่อยสิ”องครักษ์พยายามกล่อม “พระสนมพ่ะย่ะค่ะ โปรดอยู่ในความสงบและกลับวังก่อนเถิด...”“ไม่ ข้ายังไม่ได้กินปลานึ่งที่เพิ่งมา แล้วนั่นใครกินเนื้อเป็ดของข้าไปฮึ” เยว่จือชี้นิ้วไปทั่วก่อนจะหันมาจ้องหยวนเซียวตาแป๋ว “ท่านน่ะ ท่านกินหรือเปล่า”หยวนเซียวขมวดคิ้วแน่น พูดไม่ออกสักคำถอนหายใจรัวๆ เหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบข้างเริ่มหันหน้าหนีเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่“ปล่อยนะ ข้ายังไม่ได้รินให้พวกเจ้าดื่มเลย” เยว่จือโวยลั่นพลางดีดมือไปมาอย่างไร้ทิศทาง “ข้าเป็นคนใจกว้าง ดื่มกับข้าก่อนสิ สุรานี่ดีมากเลยนะ ข้าเลือกเอง”องครักษ์สองคนเริ่มเอาไม่อยู่ทั้งอ้วนและเแรงเยอะ จึงมีอีกสามคนเข้ามาช่วยรวบแขนอีกข้างหนึ่งไว้ คนหนึ่งพยายามอุ้ม แต่เยว่จือดิ้นสุดแรง ขาเตะโต๊ะจนจอกสุราและอาหารปลิ
last updateLast Updated : 2025-12-05
Read more
ตอนที่3เป็นที่โปรดปราน
“เขาบอกว่าพระสนมใจกล้าใจป้ำประกาศกลางถนนเลยเพคะ องครักษ์มาเต็มหอเชิญท่านกลับแบบหามเลยนะเพคะเมื่อคืน”เยว่จือกุมขมับ “โอย… ปวดหัว…รำคาญจริง ใครสนกันเล่าใครจะพูดก็พูดไปมาปลุกข้าทำไม”เหมยจิ้งแทบร้องไห้ “ฝ่าบาทเพคะฝ่าบาท หากท่านไม่รีบไป ฝ่าบาทจะโกรธจริง ๆ นะเพคะ หยวนเซียวรออยู่หน้าห้องแล้ว”เยว่จือสะดุ้งทันทีราวกับถูกน้ำราด “หือ หยวนเซียวมาด้วยเหรอ”เหมยจิ้งรีบพยักหน้า “เจ้าค่ะ รีบลุกเร็วๆ เถอะเจ้าค่ะ”เยว่จือค่อย ๆ ดันตัวขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ผมยุ่งเป็นรังนก ยังไม่สร่างเมาอย่างเห้นได้ชัด ร่างอ้วนแกว่งไปมาราวกับจะล้มเหมยจิ้งต้องรีบเข้าไปประคอง นวดแขน นวดไหล่ พูดปลอบเหมือนเด็ก “ลุกนะเพคะ ลุกก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมานอนใหม่ก็ได้ค่ะเพคะ ลุกเพื่อตัวท่านเองนะเพคะ…”เยว่จือบ่นงึมงำ “ถ้าฝ่าบาทจะดุจริง ๆ ข้าขอกลับมานอนก่อน…”“ไม่ได้เพคะ” เหมยจิ้งแทบจะอุ้มเจ้านายแล้ว “ไปเถอะค่ะเพคะ ไปเถิด ฮืออออ…”สุดท้ายเหมยจิ้งทั้งดัน ทั้งดึง ทั้งประคอง ทั้งงัดข้อศอกเยว่จือ จนร่างอวบ ๆ ถูกพาออกจากเตียงอย่างทุลักทุเลเมื่อเปิดประตูออกไป หยวนเซียวมองภาพเยว่จือยืนโงนเงนอยู่ในอ้อมแขนสาวใช้แล้วถึงกับยกมือขึ้นกุม
last updateLast Updated : 2025-12-05
Read more
ตอนที่4ก่อนนั้น
หยงชิงก้าวลงจากบัลลังก์ ทุกสายตาต่างก้มต่ำ ไม่กล้ามองใบหน้าของฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ เว้นก็แต่เยว่จือที่ยังนั่งหอบหายใจ มือหนึ่งเกาะแขนเหมยจิ้ง อีกมือยังจับขอบเสื้อไว้แน่น“มีคนกล่าวโทษว่าข้าไม่เหลียวแลนางอย่างนั้นหรือ”เสียงทุ้มนิ่งแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้าๆ เย็นยะเยือกจนคนฟังขนลุกเยว่จือเหลือบมองขึ้น ตาแดงก่ำแต่ยังมีแววไม่ยอม “ฮึ ข้าเอง ข้าเอง ข้าเป็นคนพูด” ยกมือขึ้นสูงแบบท้าทาย สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดรวดเดียว “อยากลงทัณฑ์ก็เชิญ แต่ให้ตายข้าก็ไม่ผิดข้าพูดความจริงทั้งนั้นเป็นสนมที่ฝ่าบาทไม่โปรดปรานมันเจ็บปวดแค่ไหนรู้ไหม ฝ่าบาทนอนกับสนมไม่ซ้ำหน้าจนแทบจะไม่ไหวส่วนข้ากับสนมหลายคนแห้งเหี่ยวเฉาตาย ข้าอ้วนเพราะฝ่าบาท ข้าตรอมใจเพราะฝ่าบาท ข้าไปหอโคมเขียวก็เพราะฝ่าบาท ข้าร่ำสุราเมามายก็เพราะฝ่าบาท เช่นนั้น… ทุกอย่างเป็นเพราะฝ่าบาททั้งหมด ฝ่าบาทก็ต้องจ่ายเงินค่าสุราอาหารแทนข้าสิ และเงินนั่นก็คือเงินของฝ่าบาท แบ่งให้ข้าในฐานะเมียก็ไม่ผิดดีกว่าให้เหล่าขุนนางชั่วยักยอกไปซื้อนางคณิกามาเชยชม” ไทเฮาถอนหายใจยาว“พอได้แล้วสนมอันดับที่87” ไทเฮาส่งเสียงปรามเบาๆเสียงหัวเราะหอบหายใจของนางดังขึ้นในความเงียบ
last updateLast Updated : 2025-12-05
Read more
ตอนที่5อย่าคร่ำควรญถึงเรื่องในอดีต
แตะรอยแดงบนคอเบาๆ แล้วถอนหายใจยาว"อืม…ก็สมเหตุสมผลดีนะ สำหรับคนที่ถูกปล่อยให้เดียวดายในที่แบบนี้…แต่ตอนนี้…"จือเยว่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยในห้องที่ยังคงเงียบ"ข้าไม่ใช่นางคนนั้นอีกแล้วล่ะ"แม้คำพูดจะแผ่วเบา แต่ในหัวใจของนางกลับเหมือนมีแสงริบหรี่จุดขึ้นตรงปลายทางอับแสงนั้น…ไม่สิอย่าบอกว่าริบหรี่ต้องสว่างวาบเลยเชียวเยว่จื่อค่อยๆ ลูบชุดที่สวมอยู่ ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อผ้าอวบหนานุ่มของฮั่นฟูสีหม่น ก้มลงมองแล้วแอบยิ้มออกมาเบาๆ เหมือนคนเพิ่งพบแจ็คพอตในชีวิตใหม่ในหัวของหญิงวัยสี่สิบห้าฟุ้งขึ้นทันทีราวดอกไม้ไฟ"นี่มันชุดฮั่นฟูนี่นา… งั้นก็จีนโบราณสิ จีนโบราณก็ต้องมีจอมยุทธ์ ฮ่าาา แบบนี้ฉันต้องได้เจอพระเอกหน้าใสผิวดี สูงเท่าต้นไผ่ หล่อขั้นเทพเซียนแน่ๆ"ดวงตาเจ้าของร่างใหม่เป็นประกายวาววับเหมือนลูกแมวตื่นเต้นกับของเล่นใหม่ เธอยกมือขึ้นดีดนิ้วเบาๆ ราวประกาศความหวังอันยิ่งใหญ่ "แย่แล้ว ฉันหยุดความคิดนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ด้วย ไหนๆ ก็มาทั้งที ถ้าไม่เจอเทพเซียนหรือจอมยุทธ์ หรือจอมมารผู้งามหยดกว่าน้ำค้าง…จะถือว่ามาไม่ถึงที่นี่"เหมยจิ้งที่ยืนอยู่ไม่ไกลสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนถอยหลังหนึ่งก้าว ใบหน้าซีดลงนิดๆ เพรา
last updateLast Updated : 2025-12-12
Read more
ตอนที่6ไม่ใช่บิดาข้า555
"พระสนมเจ้าคะ! นี่… นายท่านหลินซื่อหาน บิดาท่านเจ้าค่ะ ปกติท่านเรียกว่า ท่านพ่อ…"เหมยจิ้งอธิบายอย่างรู้งานหลินซื่อหานเดินสับเท้าเร็ว ร่างสูงใหญ่ของเขาดูผ่านลมหนาวมาอย่างอ่อนล้า แต่สายตาเมื่อเห็นลูกสาวกลับสว่างขึ้นทันที"โถ่วว เยว่จื่อ… เจ้าก็ไม่น่าเลย…"เขารีบถลาเข้าไปคว้าตัวนาง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงจนสั่น เยวาจือรีบกลั่นหายใจเบือนหน้าหนีเสีย"แค่เจ้าอยากร่ำสุรา…ก็อดใจอีกนิดสิลูกเอ๊ย บอกพ่อก็ได้ พ่อจะหามาให้"มือใหญ่ยกขึ้นตบแขนเยว่จือเบาๆ แบบดุๆ แต่เอ็นดู ไม่กล้าตีจริงสักนิด ได้แค่ทำท่าตีด้วยความรักเยว่จื่อหัวเราะเบาๆ คว้ามือพ่อไว้เหมือนปลอบกลับ"ท่านพ่อ… สบายใจได้เถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นอะไรสักหน่อย จะเขียนจดหมายมาหาท่านบ่อยๆ นะ"เยว่จือหัวเราะจนพุงกระเพื่อม"ข้าเก่งจะตาย เรื่องแค่นี้สบายมาก ตอนนี้ข้ารู้จักความลำบากแล้ว ไม่ใช่คุณหนูอย่างแต่ก่อนหรอกท่านพ่อวางใจเถอะ"หลินซื่อหานได้ยินก็ยิ่งน้ำตาคลอ "เยว่จื่อ… เจ้าไม่รู้อะไรเลย…" เขาส่ายหัวอย่างเจ็บปวด "เมืองอี้นั้นลำบากแค่ไหน ต่อให้เจ้าเป็นขอทานอยู่เมืองหลวง… เจ้ายังอยู่ดีกินดีกว่าที่นั่นเสียอีก ที่นั่นไม่มีอะไรดีเลยแม้แต่นิด ห
last updateLast Updated : 2025-12-12
Read more
ตอนที่7ใครควรชดใช้
พลันหลินซื่อหานกลับชะงักเสียงฝีเท้าหนักเบาไม่เป็นจังหวะดังขึ้นจากนอกตำหนักเย็น ก่อนร่างอรชรในอาภรณ์งดงามจะก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ บรรยากาศที่เพิ่งอบอุ่นจากการร่ำลาของพ่อลูกพลันสลาย เยว่จื่อเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาเห็นกลุ่มสตรีหลายคนเดินเรียงตามกันเข้ามา นำหน้าด้วยสตรีผู้หนึ่ง งดงาม หยิ่งผยอง และแววตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง นางคือสนมเอกตัวจริง ผู้ครองอำนาจในฝ่ายใน"โอ้ นี่หรือ สนมต้องโทษที่กำลังจะถูกเนรเทศไปชายแดน ห๊ะสนมอ้วนเจ้าเองหรือ ฮะฮ่าาาอ้วนเพียงนี้ยังกล้าหือกับฝ่าบาทกล้าหือกับบิดาข้าใต้เท้ากรมคลังวันนี้ข้าจะช่วยสั่งสอนเจ้าเอง"เสียงนั้นนุ่ม แต่แฝงคมมีดหลินซื่อหานรีบประสานมือ“ถวายพระพรพระสนม”เหมยจิ้งย่อกายลง เยว่จื่อเองก็ย่อกายตามอย่างสงบ นิ่ง และเงียบ"ถวายบังคมพระสนมเอกเพคะ"สนมเอกปรายตามองเยว่จื่อจากศีรษะจรดเท้า ก่อนหัวเราะเบาๆ อย่างดูแคลน"ช่างน่าสงสารจริงๆ ส่งลูกสาวเข้าวัง หวังจะไต่เต้า สุดท้ายกลับถูกไล่ไปอยู่เมืองอี้ร้างๆ ป่านนี้คงไม่มีแม้แต่หลังคาดีๆ ให้ซุกหัวนอน"สนมและนางกำนัลด้านหลังหัวเราะคิกคักตาม บางคนยกแขนเสื้อปิดปาก บางคนมองเยว่จื่อราวกับสิ่งสกปรก"ได้ยินว่าที่เมืองอ
last updateLast Updated : 2025-12-13
Read more
ตอนที่8เริ่มต้นใหม่ของจือจื่อ
เสียงฟาดของไม้กระหน่ำลงบนแผ่นหลังของเยว่จื่อดังสนั่น แรงของการตีทำให้ร่างอ้วนๆ ของนางสะท้านไปทั้งตัว แต่เยว่จื่อยังคงตั้งท่าหยัดยืน มือกุมที่แผ่นหลังที่กำลังเจ็บปวด ทว่าไม่ยอมร้องเสียงดัง ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอที่ทุกคนหวังจะได้เห็น แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งตัวก็ตาม"ฮึก... อึก…" เสียงหอบแห้งของนางดังขึ้น เฉพาะในใจที่เผชิญกับความเจ็บปวดจนแทบจะไม่สามารถทนได้ แต่ทุกคำพูดที่ออกจากปากกลับเป็นเสียงด่าทอ"พวกคนสารเลวข้าไม่มีทางอภัยให้พวกเจ้า" เยว่จื่อกัดฟันกรอดร่างของนางสะเทือนจากไม้ที่ฟาดลงอย่างแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้ว่าอับจนหนทางแล้วรอยยิ้มระรื่นก่อนหน้านั้นมลายหายไปบุรุษกำยำที่ยืนคอยจับตัวหากว่าจะหนี ขณะที่กลุ่มสนมเอกและพวกที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย เหมยจิ้งที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงฟาดไม้สะท้านไปทั่วตำหนักแต่ก็ไม่สามารถหยุดการกระทำของกลุ่มคนที่อยู่รอบข้างได้ หลินซื่อหานยืนอยู่ข้างๆ ไม่กล้าขยับตัวไปไหน แม้จะรู้สึกเจ็บปวดกับการเห็นลูกสาวของตัวเองโดนทำร้ายเช่นนี้"พระสนมได้โปรด... ข้าขอร้องเถิด" หลินซื่อหานร้องตะโกนออกไป สีหน้าของเขามืดมนไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวด แต่อีกด้านห
last updateLast Updated : 2025-12-15
Read more
ตอนที่9ตำหนักร้างที่เมืองอี้
"ข้าจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้..." เยว่จื่อพูดในใจ รู้สึกถึงความหนักหน่วงที่กำลังจะมาถึง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นเหมยจิ้งจับมือของเยว่จื่อแน่นขึ้น รู้ดีว่าการสนับสนุนจากใครสักคนคือสิ่งเดียวที่สามารถทำให้เยว่จื่อผ่านพ้นจากความยากลำบากนี้ไปได้"เจ้าค่ะ นายหญิงจือจื่อ" ในยามที่ร่างกายอ่อนล้า ใจของเยว่จื่อยังคงแข็งแกร่งไม่แพ้ใครเยว่จื่อพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเริ่มหลับตาลง ทุกอย่างมันเหมือนกับภาพลวงตาแต่อย่างน้อย ร่างนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่...หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากการถูกเนรเทศมาที่ตำหนักร้างนั้น เต็มไปด้วยความเหน็บหนาวและความอดอยาก ตำหนักที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงศักดิ์ตอนนี้กลับกลายเป็นที่รกร้าง เต็มไปด้วยเถาวัลย์และฝุ่นเก่าทึม จนแทบไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาใกล้ รถม้านำทั้งสองคนมาทิ้งไว้ที่นี่"ไม่มีอะไรกินได้เลยเจ้าค่ะ... โธ่...นายหญิงของเหมยจิ้งต้องหิวมากๆ เลยใช่ไหมเจ้าค่ะ..." เสียงของเหมยจิ้งแผ่วเบาด้วยความห่วงใยจือจื่อลองยืนมองรอบๆ ตำหนักที่ถูกทิ้งร้าง บรรยากาศรอบๆ มืดมัวและเงียบสงัด เหมือนกับว่าไม่มีอะไรที่น่าพึงพอใจเยว่จื่อหรือจือจื่อหันมองไปที่เหมยจิ้งอย่างเหนื่อยล้าและท้อแท้ ร่
last updateLast Updated : 2025-12-15
Read more
ตอนที่10ที่ซุกหัว
จือจื่อเดินตามเหมยจิ้งเข้าไปด้วย ในจวนใหญ่รกร้างนั่นนับว่าคนขับรถม้าใจดีไม่น้อยอย่างน้อยอากาศหนาวๆ แบบนี้ทั้งสองก็ยังพอมีที่ซุกหัวนอนความเงียบงันของตำหนักร้างทำให้ทุกก้าวที่เหยียบลงไปเหมือนเหยียบลงบนหัวใจตัวเอง จือจื่อกวาดสายตามองซ้ายมองขวา ผนังไม้ผุพัง เถาวัลย์เลื้อยพันรั้ว เดินทะลุผ่านโถงด้านในไปจนถึงด้านหลังที่ถูกกั้นไว้เหมือนสวนร้าง หญ้าขึ้นรกสูงเกือบถึงเข่า กลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นควันจางๆ ลอยมากระทบจมูกดวงตาของจือจื่อเบิกกว้าง เมื่อเห็นควันไฟลอยออกมาจากห้องเก็บฟืนเก่าด้านหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก"แย่แล้วเหมยจิ้ง ใครมาเผาบ้าน รีบมาช่วยกันดับไฟเร็ววววว"เสียงตะโกนของนางดังลั่นจนเหมยจิ้งสะดุ้ง จือจื่อไม่รอช้า วิ่งพรวดเข้าไปผลักประตูห้องเก็บฟืนอย่างแรง ประตูไม้ผุส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ก่อนจะเปิดออกพร้อมควันขาวลอยคลุ้งภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางชะงัก บุรุษหนุ่มสองคน อายุราวสิบห้าปี หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะจากพิมพ์เดียวกัน เสื้อผ้าขาดรุ่ย เนื้อตัวมอมแมม นั่งยองๆ อยู่ข้างกองไฟเล็กๆ ที่ก่อจากเศษไม้แห้งทั้งสองอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลง ก่อนจะหงายหลังล้มผงะออกจากกองไฟด้วยความตกใจ"อ๊าก"
last updateLast Updated : 2025-12-17
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status