LOGINเยว่จือ หรือชื่อใหม่ในร่างของ จือจื่อ คือสนมอันดับที่ 87 ที่ถูกทิ้งให้ลำบากในตำหนักห่างไกล ความห่างเหินจากฮ่องเต้ทำให้ไม่มีวันได้เข้าใกล้ฮ่องเต้ จนกระทั่งตรอมใจ เยว่จือปล่อยตัวเองให้กลายเป็นผู้หญิงอ้วนที่ใช้ชีวิตไปวันๆกับการกินและนอนจนถูกผูกรังแกและถูกบีบบังคับให้จบชีวิต แต่ทว่าผู้ที่มาเข้าร่างแทนกลับเป็นจือจื่อคนใหม่ หญิงวัย45ปีที่เคยประสบความสำเร็จในธุรกิจทุกด้าน แต่กลับล้มเหลวในความรัก เพราะหาผู้ชายที่คู่ควรไม่ได้สักที เมื่อเธอมาอยู่ในร่างนี้จึงมุ่งหน้าแสวงหาความรุ่งเรืองและอำนาจและไม่แคร์เรื่องรักอีกต่อไป สองปีผ่านไป ทั่วทั้งดินแดนเริ่มได้ยินเรื่องราวของหญิงงามผู้นำเมืองอี้ที่ไม่เพียงแต่มีความงามโดดเด่น แต่ยังมีความสามารถที่ยิ่งใหญ่ ความร่ำรวย ความรู้ และสินค้าที่แปลกใหม่ที่มาจากความคิดของนาง ทำให้เมืองอี้กลายเป็นที่รู้จักในด้านต่างๆ ทั่วทั้งแผ่นดิน เมื่อฮ่องเต้หยงชิงผู้ที่ไม่ยอมให้สนมถวายตัวเพราะคิดว่าพวกนางสนมทั้งหลายรักเพียงฐานะฮ่องเต้และทั้งชีวิตของหยงชิงไม่เคยรักใครทว่าตามหารักแท้รู้ว่า และเมื่อรู้ว่านางคือสนมที่ถูกเนรเทศ ฮ่องเต้ต้องหาทางพิชิตใจหญิงงามที่ไม่แคร์เรื่องรัก แต่มีมาตรฐานบุรุษราวเทพเซียน นางจะยอมเปิดใจให้กับฮ่องเต้หยงชิงหรือไม่
View Moreหอโคมเขียวเทียนสรวงยามนี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงนับร้อยดวง เสียงดนตรีคึกคักดังผสมเสียงหัวเราะและกลิ่นสุราแรงโชยไปทั่ว บนโต๊ะไม้กลมใหญ่ตรงกลางหอ เต็มแน่นด้วยอาหารนานาชนิด ทั้งเป็ดย่าง หมูกรอบ ปลานึ่งซีอิ๊ว และสุราหอมแรงที่ล้นขอบจอก
ทุกคนรอบโต๊ะหน้าแดงก่ำด้วยความเมา แต่ไม่มีใครสู้หญิงตัวอ้วนในชุดแพรสีชมพูอ่อนที่กำลังหัวเราะเสียงดังลั่นได้เลย
“ฮ่าๆๆๆๆ ไหลๆๆๆๆๆ สุราดีสุราดีดนตรีเพราะ”
เยว่จือสนมอันดับที่ 87 ในวังหลวง กำลังอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่า
เมาไม่รู้เหนือรู้ใต้ นางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสำราญ มือขวากอดหนุ่มรูปงามไว้แน่น มือซ้ายก็โอบอีกคนไว้พลางหัวเราะงอหาย หนึ่งคนช่วยนวดไหล่ให้นาง อีกคนคุกเข่านวดขาอยู่ข้างเก้าอี้ ซ้ายมืออีกคนรินสุราไม่หยุด ส่วนคนขวาป้อนเนื้อเป็ดย่างหอมกรุ่นเข้าปากทีละคำ
เยว่จือยกจอกสุราขึ้นเหนือศีรษะ เสียงหัวเราะของนางดังก้องไปทั่วหอ
“พี่สาวน้องสาวทุกท่าน และหนุ่มหล่อทุกคน ไม่เมาไม่กลับ ไม่หลับไม่เลิกดื่ม วันนี้ดื่มกินเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเยว่จือมาด้วยตัวเอง ถึงเงินจะน้อยแต่น้ำใจล้นหลาม”
เสียงโห่ฮาดังลั่นทันที
“ไม่เมาไม่กลับไม่หลับไม่เลิกดื่ม”
ดื่ม ดื่ม” สุราไหลรินเป็นสายน้ำ ทุกคนเฮฮากันสุดเสียงราวกับวันนี้เป็นวันปีใหม่
ท่ามกลางเสียงครึกครื้น เถ้าแก่ฉิน เจ้าของหอโคมเขียวร่างท้วมหน้ากลมเต็มไปด้วยเหงื่อ เดินวนไปวนมาหลายรอบก่อนจะรวบรวมความกล้าเข้าไปใกล้โต๊ะใหญ่ เขามองอาหารและสุราที่พร่องไปแล้วมากกว่าครึ่ง ด้านข้างยังมีคนทยอยเข้ามาอีกเรื่อย ๆ ใจนึกหวาดหวั่นกลัวว่าวันนี้จะไม่มีใครจ่าย
“คุณหนู...เอ่อ ท่านหญิง...คือ...” เถ้าแก่ฉินยกมือขยี้ผ้าเช็ดหน้าด้วยความลำบากใจ
เยว่จือหันมามองตาปรือ ใบหน้าแดงก่ำยิ้มกว้าง
“อ้อ เถ้าแก่ฉิน ท่านไม่ต้องห่วงน่าา คนอย่างข้า สนมของฮ่องเต้ลำดับที่ 87 ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย...”
เถ้าแก่ฉินถึงกับสะดุ้งเฮือก
“อะไรนะขอรับ โถ่พระสนมเห็นใจข้าน้อยเถอะ”
เยว่จือรีบพูดต่อ ประโยคยังไม่จบดี
“...นั่นไม่ใช่ข้าคนอย่างข้าไม่มีก็ขายของจ่าย และไม่มีหนี ท่านอยากพบข้าก็เชิญที่วังหลวงได้ทุกโมงยาม ลงบัญชีวังหลวงไว้ได้เลยถ้าข้าไปมาจ่าย”
เสียงรอบโต๊ะเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกันอีกระลอก เยว่จือหัวเราะลั่นกอดคอหนุ่มทั้งสองข้างแน่น
“พวกเจ้าสุดหล่อของข้า สั่งอาหารเพิ่มอีกไหม เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจข้า ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ”
เถ้าแก่ฉินรีบพยักหน้าหงึกหงักส่งซิกให้เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ สองคนวิ่งปรู๊ดออกไปทางหน้าหอ ก่อนจะตะโกนเสียงลั่นถนน
“วันนี้ หอโคมเขียวเทียนสรวงของเรามีสนมเอกที่ฝ่าบาทโปรดปรานใจป้ำเลี้ยงสุราอาหาร เชิญทุกท่านเข้ามากินฟรี วันนี้พระสนมเลี้ยงไม่อั้นไหลๆๆๆ เร่เข้ามาเร่เข้ามา”
เสียงนั้นดังไปจนถึงหัวถนน คนที่เดินผ่านไปมาพากันหันขวับ บางคนเบิกตาโตด้วยความตกใจ บางคนตาเป็นประกายด้วยความดีใจ
“กินฟรีสนมเอกของฝ่าบาทมาเองเลยเหรอ”
ไม่นานนักหอโคมเขียวก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ทั้งชายหญิง วัยหนุ่มสาวและเฒ่าชรา ต่างแย่งกันเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ สุรารินไม่หยุด อาหารออกจากครัวจนควันคลุ้งราวกับตลาดยามเช้า
บางคนกระซิบกับเพื่อนเสียงเบา
“สนมเอกที่ฝ่าบาทโปรดปราน ทำไมถึงมาหอโคมเขียวแบบนี้กันนะ...”
อีกคนรีบยกจอกขึ้นหัวเราะ
“ช่างเถอะ เจ้าจะสงสัยไปทำไม เห็นไหมต้องโปรดปรานอย่างแน่ๆ จึงวกินอิ่มนอนหลับตัวอ้วนตุ๊บแล้วยังมีเงินมาเลี้ยงดูพวกเราอีก พระสนมมีจิตใจเมตตาอยากเลี้ยงสุราอาหาร เจ้าก็รับน้ำใจไว้เถอะ ไปๆๆ อย่าช้า เดี๋ยวจะไม่ทันเขา”
เสียงหัวเราะ เสียงจอกสุราเคาะกันดังระงม จนหอโคมเขียวเทียนสรวงในค่ำคืนนั้นแทบกลายเป็นงานรื่นเริงใหญ่ประจำเมือง
ในขณะที่เยว่จือยังคงหัวเราะเริงร่า นั่งกอดหนุ่มซ้ายขวาอย่างสำราญใจ โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องที่คิดว่าเล็กๆ ที่ก่อขึ้นคืนนี้...กำลังลามไปถึงหูของฝ่าบาท
ภายในหอโคมเขียวเทียนสรวง เสียงหัวเราะที่เมื่อครู่ยังครึกครื้นหายไปราวกับนัดไว้ เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างแรง เสียง โครม ดังสนั่นสะเทือนพื้นไม้ ผู้คนที่ยังคงถือจอกสุราในมือชะงักงันไปทั้งหอ
บัดนั้นเหล่าขบวนองครักษ์ในชุดเกราะดำเงาวับจากวังหลวงเดินเรียงแถวเข้ามาเป็นระเบียบ ความน่าเกรงขามกลบกลิ่นสุราทั้งห้องในพริบตา ทุกคนที่เมื่อครู่ยังหัวเราะดื่มกินกันอย่างสำราญต่างรีบหลีกทางจนเกิดช่องว่างกว้างกลางหอ เหล่าสาวงามและหนุ่มรูปงามต่างก้มหน้าหลบสายตาหนุ่มรูปงามข้างการเยว่จือรีบถอยห่างสนมคนโปรดของฝ่าบาท
หยวนเซียว หัวหน้าองครักษ์ผู้เคร่งขรึมในชุดดำขลิบทอง เดินออกมายืนตรงหน้าฝูงชน แววตาคมเฉียบจับไปที่หญิงร่างอวบในชุดแพรสีชมพูที่ยังคงยืนโงนเงนอยู่ข้างโต๊ะอาหารที่เละเทะเต็มไปด้วยกระดูกเป็ดและจอกสุรา
เขาประสานมือคารวะแล้วเปล่งเสียงดังชัดเจน
“ข้าน้อยหยวนเซียว รับบัญชาฝ่าบาทมา เชิญพระสนมอันดับที่ 87 เพื่อ……” คำพูดสะดุดลงแค่นั้นเยว่จือยกมือขึ้นห้าม พลางหัวเราะเสียงดัง ตาแดงก่ำปรือจนแทบจะปิด
“เดี๋ยว ช้าก่อน ฮ่า ๆ ๆ”
“ท่านนี่เก่งจริง ๆ จำได้แม้กระทั่ง อันดับสนม ของข้า ฮ่า ๆๆๆ ...87ๆ ป่านนี้คงเพิ่มมา คงมาอีกสักคนสองคน แล้วล่ะใช่ไหม.. อาจจะอยู่ที่อันดับ 90 กว่าๆ แล้วใช่ไหมล่ะ"
ขันทีข้างกายฮ่องเต้แอบอมยิ้มจากคำพูดที่ไม่มีมารยาทของเยว่จื่อพลางพึมพำเบาๆ
"อันดับที่ 130 แล้วต่างหาก” องครักษ์อีกคนที่ยืนข้างๆ หยวนเซียวพูดขึ้นเบาๆ
“ต้ายแล้วววว130เชียวหรือฮ่าาาาใครสน”
เสียงหัวเราะของนางเรียกเสียงซุบซิบรอบหอให้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่หยวนเซียวไม่ได้รับมุก เขายังคงยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย
“เชิญพระสนมกลับไปกับพวกเราเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
เยว่จือยกจอกสุรา เดินโซซัดโซเซเข้าหาเขาอย่างคนเมาหนัก
“หืออออ ท่านอย่าเครียดนักเลย มาๆ ข้าเลี้ยงเอง ถึงท่านจะเป็นหัวหน้าองครักษ์ได้เงินเดือนเยอะกว่าข้า แต่ข้าก็ดูแลท่านได้นะ อย่าเกรงใจไปเลย ฮ่าๆๆๆ มามะให้ข้าดูแลท่านเอง”
เสียงหัวเราะของนางดังลั่นหออีกครั้ง ขณะที่ทุกคนรอบข้างเริ่มพูดคุยกันเสียงระงม
“พระสนมถูกจับได้เสียแล้ว”
“แล้วนางจะถูกลงโทษไหม”
“ไม่สิ นางคือสนมเอกคนโปรดนะ จะถูกลงโทษได้หรือ”
“ข้าว่านางโม้ อย่างนางเนี้ยนะสนมเอกคนโปรด ฝ่าบาทจะโปรดนางได้ลงหรืออ้วนเหมือนหมู คอก็อ่อนหญิงงามข้างกายจะต้องงดงามอ่อนหวานเป็นสหายดื่มสุราที่ดีแต่ดูนางสิเมาเลอะเทอะตั้งแต่สามจอกแรก”
“ไม่หรอก เจ้าดูสิ นางคนโปรดนั่นแหละ ถูกเอาใจเลี้ยงดูอย่างดีถึงอวบอั๋นเช่นนี้”
ประตูไม้หนาถูกผลักเปิดอย่างแรงก่อนที่ร่างของจือจื่อจะถูกทหารโยนเข้าไปด้านใน ห้องสี่เหลี่ยมแคบปิดทึบแทบไม่มีหน้าต่าง มีเพียงตะเกียงดวงเล็กแขวนอยู่บนผนังให้แสงสลัวประตูปิดดังปังทันทีเสียงกลอนเหล็กด้านนอกขยับดังกรึบจือจื่อถอนหายใจ องครักษ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูไม่ห่างจือจื่อลุกขึ้นนั่งช้าๆ ปัดฝุ่นบนแขนเสื้อก่อนจะมองสำรวจห้องเงียบๆ สีหน้าไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อยก็ดีกว่าที่คิดไว้อย่างน้อยก็ไม่ถูกประหารตรงนั้นถูกขังแบบนี้ยังมีโอกาสหนี เพียงแค่รอคนขจองเมืองอี้กับโจวชวีและชูอวี่ นำระเบิดที่ขนมาเพื่อเปิดทางให้จือจื่อและคนอื่นๆ ได้หนีในอีกด้านหนึ่งของตำหนัก หานเย่ถูกจับแยกไปคุมขังในห้องเล็กอีกห้อง กระบี่คู่ใจถูกยึดไปตั้งแต่ตอนถูกล้อมตัว เขายืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าเคร่งขรึม"ท่านองครักษ์ เราจะทำอย่างไรดี"เสียงของหรูหรันที่หวั่นใจกว่าใคร เอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ"ท่านลุงหนานซ่ง เราจะช่วยจือจื่อได้อย่างไร"หานเย่หันมองไปยังหนานซ่งที่นั่งอยู่ใกล้กำแพง สีหน้าของชายวัยกลางคนกลับสงบนิ่งอย่างประหลาดกระบี่ของเขาก็ถูกยึดไปแล้วเช่นกัน แต่ท่าทางยังคงมั่นคงหนานซ่งถอนหายใจเบาๆ"นายหญิงคาดการณ์ไว้อ
เช้าวันต่อมา ภายในตำหนักไทเฮาเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย ขันทีและคนงานจำนวนหนึ่งกำลังขนหีบไม้ ท่อดินเผา ชักโครก และเครื่องมือช่างเข้ามาอย่างระมัดระวังใต้เท้าหลินยืนประสานมืออยู่ด้านหน้า คอยกำกับการทำงานด้วยสีหน้าจริงจังขันทีชราที่ดูแลตำหนักไทเฮามองกองอุปกรณ์เหล่านั้นด้วยความสงสัย"ใต้เท้าหลิน สิ่งของเหล่านี้คืออะไรกัน"ใต้เท้าหลินยิ้มบางก่อนจะตอบอย่างสุภาพ"สิ่งที่เมืองอี้เรียกว่า ชักโครกขอรับ"ขันทีชราขมวดคิ้ว"ชัก… อะไรนะ"ใต้เท้าหลินจึงอธิบายช้าๆ"เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้การขับถ่ายสะดวกและสะอาดยิ่งขึ้น เพียงใช้น้ำชำระ ทุกอย่างก็จะไหลลงไปตามท่อ ไม่ต้องให้คนมาคอยขนของเสียออกจากตำหนักทุกวัน พระสนมเยว่จือบุตรีของข้านางตั้งใจส่งมอบสิ่งนี้เพื่อไทเฮาจะได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น"ขันทีหลายคนเบิกตากว้างทันทีหนึ่งในคนงานเปิดหีบไม้ เผยให้เห็นโถกระเบื้องขาวเรียบมันวาวอย่างประณีต"นี่หรือ"ขันทีชราก้มมองอย่างประหลาดใจใต้เท้าหลินพยักหน้า"ใช่แล้วบุตรีข้านางเป็นผู้คิดค้นมันขึ้นมาด้วยตัวเองตอนนี้หากใครผ่านไปที่เมืองอี้ก็จะได้ลองใช้ อ่อ /ที่จวนของข้าก็ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว หากอยากจะลองก็ไปลองที่จวนข
เฉินเปียวจ้องหน้าหญิงทั้งสองครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วค่อยๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายราวกับพูดเรื่องธรรมดา"ข้าเปลี่ยนใจแล้ว"ลานจัดเลี้ยงเงียบลงอีกครั้งเฉินเปียวกวาดสายตามองไปรอบโต๊ะ ก่อนจะหยุดที่หรูหรัน"ข้าไม่ถามแล้วว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่หรือไม่"มุมปากของเขายกขึ้นช้าๆ"แต่ข้าจะคุมตัวเจ้าไว้ที่นี่เสีย ไม่ให้กลับไปที่เมืองอี้"ขุนนางหลายคนก้มหน้าลงทันทีหรูหรันชะงักเล็กน้อย นางหันหน้ามองด้านหลังอย่างรวดเร็วจือจื่อที่ยืนอยู่ในคราบสาวใช้กลับยิ้มเย็นนางก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือของหรูหรันเบาๆ ราวกับกำลังช่วยจัดชายแขนเสื้อริมฝีปากของจือจื่อขยับเพียงเล็กน้อย"ไม่ต้องห่วง"เสียงกระซิบแผ่วจนมีเพียงหรูหรันที่ได้ยิน"เรามีแผนสอง ท่านมียาสลบในมือ หากเขาบังคับกดดันท่านก็แค่ใช้ยาสลบนั่นเสีย"จือจื่อยังคงก้มหน้าเหมือนกำลังรับคำสั่งนายหญิง"แล้วเราจะหนีออกไป ข้าส่งสัญญาณให้คนของเราเข้ามาช่วยในทันที ที่หานเย่ไม่กลับออกไปในค่ำคืนนี้"หรูหรันกระพริบตาเล็กน้อยก่อนกระซิบตอบ"เจ้าหมายความว่าอย่างไร"จือจื่อยังคงยิ้มบาง"ใจเย็นไว้พี่สาว"นางพูดแผ่วๆ"ข้าตกลงกับคนของเราไว้ หากหานเย่ไ
เสียงพูดคุยในลานจัดเลี้ยงค่อยๆ เบาลงเมื่อหนานซ่งก้าวออกมาด้านหน้า ชายวัยกลางคนประสานมือคารวะอย่างสุภาพต่อฮ่องเต้เฉินเปียว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงจริงจัง"สิ่งประดิษฐ์ทุกอย่างของเมืองอี้ ล้วนถูกจดจองแสดงความเป็นเจ้าของหมดแล้ว หากผู้ใดต้องการจะนำมาสร้างหรือผลิตขึ้นใช้ในบ้านเมืองของเขา จะต้องขออนุญาตหรือซื้อแบบร่างอย่างเป็นทางการ ""ไม่จำเป็นต้องให้นายหญิงมาที่นี่พ่ะย่ะค่ะแต่ห้ามลักลอบผลิตหรือทำขึ้นเลียนแบบทุกอย่างถ่ายทอดโดยไม่ใช้ตัวคน นายหญิงเป็นคนต้นคิดและคนเขียนแบบร่างขึ้นมาและคือเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมด"เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ สายตาของหนานซ่งยังคงสงบนิ่งขุนนางหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันเบาๆ บางคนขมวดคิ้ว บางคนทำสีหน้าประหลาดใจเฉินเปียวกลับนิ่งฟังจนจบก่อนที่จู่ๆ เขาจะหัวเราะเบาๆ แล้วปรบมือขึ้นสองสามครั้ง เสียงปรบมือดังชัดกลางลาน"ดี"เขาพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ดีมาก"เฉินเปียวมองหนานซ่งอย่างพินิจ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย"เมืองอี้ไม่เพียงมีสตรีที่เก่งกาจ ยังมีพ่อบ้านที่พูดจาฉลาดเช่นนี้อีก"เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากบางโต๊ะเฉินเปียวยังคงยิ้ม แต่แววตาบ่งบอกว่าไม่หวั่น






reviews