Masuk“เหตุใดท่านจึงเลือกเฝิ่นกงกง?” เจียงอวี้เฉิงเลิกคิ้วถาม
“หยางเอ๋อร์มีสองขันทีใหญ่ข้างกายคือเฉียนกงกงและเฝิ่นกงกง ทั้งสองคนต่างเป็นขันทีที่เคยรับใช้เสด็จพ่อมาก่อน พวกข้าเคยไว้ใจทั้งสองคนนี้มาก จนกระทั่งในฝันร้าย ข้าจึงได้รู้ว่าเฝิ่นกงกงได้ทรยศและให้ความร่วมมือกับตระกูลจวงมานานแล้ว”
“ในฝันร้ายนั้น ยามที่ข้ากำลังปรึกษากับหยางเอ๋อร์ว่าควรจะเลือกผู้ใดเป็นพระสวามีดี เฝิ่นกงกงก็มักจะเยินยอจวงหมิงรุ่ย เอ่ยชื่นชมความสามารถของเขาต่าง ๆ นานา พวกข้าที่ยังเยาว์วัยย่อมเชื่อฟังคนของบิดา ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะลอบแทงข้างหลังพวกข้าเช่นนั้น”
“การที่พวกท่านจะเชื่อเฝิ่นกงกง แล้วเลือกจวงหมิงรุ่ยก็ไม่แปลกอันใด ด้วยชาติตระกูลและตำแหน่งจอหงวนที่เขาครองอยู่ ก็ย่อมคู่ควรกับองค์หญิงใหญ่อย่างท่านอยู่แล้ว นับว่าเขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ท่านไม่ต้องนึกเสียใจไปหรอก” เจียงอวี้เฉิงเอ่ยปลอบ
“ลำบากท่านใส่ใจข้าแล้ว” รอยยิ้มของชิงหว่านซินประดับจาง ๆ ก่อนจะอธิบายต่อ “สาเหตุที่ต้องกำจัดเฝิ่นกงกงก่อน เพราะหนึ่ง เขาอยู่ใกล้หยาง
ฟู่หม่าเจียง? สนมขององค์หญิงใหญ่?เสียงอุทานของสององครักษ์ข้างกาย ทำให้เฝิ่นกงกงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เมื่อเห็นจ้าวเจิ้งและสวีอี้หันกลับมามองหน้าตนอย่างต้องการคำสั่งเพิ่มเติมเฝิ่นกงกงจึงได้สาวเท้าเข้าไปในห้องพักทันที โดยมีซูหมิงตามหลังเข้าไป จ้าวเจิ้งและสวีอี้ต่างหลีกทางให้เขาได้ตรวจสอบความถูกต้องของคนที่นอนอยู่ตรงหน้าอีกครั้งดวงตาสูงวัยของเฝิ่นกงกงจับจ้องไปที่ร่างบุรุษหนุ่มของเจียงอวี้เฉิงอย่างครุ่นคิด ก่อนที่เขาจะมองเห็นสิ่งหนึ่งที่ข้อมือของฟู่หม่าเจียงมือของเฝิ่นกงกงจับข้อมือของเจียงอวี้เฉิงยกขึ้นมาดูในทันที โดยที่สวีอี้ช่วยยกเชิงเทียนมาให้ใกล้ ๆ จึงได้เห็นว่ามีเชือกสีน้ำตาลเส้นหนึ่งปรากฏอยู่ โดยผูกรอบข้อมือของฟู่หม่าเจียงเฝิ่นกงกงเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ก่อนจะหันไปสั่งซูหมิงที่เก่งกาจเรื่องวิชาตัวเบา “เจ้าจงไปสังเกตการณ์ที่ตำหนักฉางหนิงที่องค์หญิงใหญ่และฟู่หม่าเจียงประทับซิว่าเกิดเรื่องราวใด ๆ ขึ้นหรือไม่?”ซูหมิงก้มหน้ารับคำ โดยไม่มีความคลางแคลงใจใด ๆ ในทุกคำสั่งที่ออกจากปากของเฝิ่นกงกง เพราะพวกเขาเป็นคนที่เฝิ่
“เอาล่ะ ฝ่าบาทเสด็จบรรทมเรียบร้อยแล้ว” เฉียนกงกงแง้มประตูตำหนักหงเต๋อปิดลงอย่างแผ่วเบา แล้วจึงไปบอกแก่เฝิ่นกงกงที่ยืนรออยู่ด้านหลัง “นี่ก็ต้นยามซวีแล้ว ประเดี๋ยวคืนนี้ ข้าจะอยู่เฝ้าฝ่าบาทเอง เจ้าก็ไปพักผ่อนเสียเถอะ”“ขอรับ” เฝิ่นกงกงขานรับ ก่อนจะล่าถอยออกมา ปล่อยให้เฉียนกงกงยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าตำหนักหงเต๋อเช่นนั้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา เฝิ่นกงกงเดินไปตามทางเดินเพื่อกลับจวนหัวหน้าขันทีของเขา แต่พริบตาเดียวเงาสีดำสามสายก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเฝิ่นกงกง“วันนี้ ทุกอย่างยังเป็นปกติดีขอรับ” เสียงของจ้าวเจิ้ง หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรรายงานตามปกติ“ดีแล้ว คืนนี้จงเฝ้าระวังให้ดี เพราะองค์หญิงใหญ่และฟู่หม่าเจียงก็ร่วมประทับอยู่ในวังหลวงด้วย จะผิดพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด” เฝิ่นกงกงสั่งเสียงเรียบ “เอาล่ะ วันนี้พวกเจ้าทุกคนไปพักได้”“ขอรับ เฝิ่นกงกง” บรรดาองครักษ์เสื้อแพรที่เดินตามอยู่ด้านหลังก้มศีรษะเคารพเฝิ่นกงกงอย่างนอบน้อม เมื่อพากันเดินมาส่งถึงหน้าจวนหัวหน้าขันทีของเขา
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีอันเคร่งครัด ฮ่องเต้ชิงหยางไม่ได้ปล่อยให้องค์หญิงใหญ่และฟู่หม่าเจียงกลับตำหนักจงเย่ในทันที แต่กลับตรัสเรียกให้ทั้งสองตามเสด็จไปยังห้องทรงงานส่วนพระองค์แทนแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง โต๊ะไม้แกะสลักวางเอกสารราชกิจกองพะเนินบ่งบอกถึงความวุ่นวายของงานแผ่นดินที่พระองค์ต้องดูแล“เชิญพี่หญิงและพี่เขยนั่งก่อนเถิด” ฮ่องเต้ชิงหยางตรัสด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้นมาก เมื่ออยู่กันตามลำพังเมื่อมีแต่คนในครอบครัว พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องสวมหัวโขนอีกต่อไป “ไม่ต้องกังวลเรื่องพิธีการใด ๆ แล้ว”ชิงหว่านซินถอนหายใจอย่างโล่งอก นางเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้างโต๊ะน้ำชา ขณะที่เจียงอวี้เฉิงก็เลือกที่นั่งตรงข้ามอย่างสงบเสงี่ยม“น้องชายตัวดี วันนี้ทำให้พี่ต้องปวดเมื่อยไปหมด” ชิงหว่านซินแสร้งบ่นเบา ๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นมีแววเอ็นดู ด้วยน้ำหนักของชุดพิธีการที่ต้องสวมใส่ การยืนรอเข้าเฝ้าเป็นชั่วยาม ยังมิต้องกล่าวถึงว่าเมื่อคืนเจียงอวี้เฉิงเคี่ยวกรำศึกบนตัวนางอย่างมิได้พักจนรุ่งสางอีกฮ่องเต้ชิงหยางยิ้มบาง &
แสงสีเงินของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกรองแสงเข้ามาในห้องหอ เรือนหย่งเซิ่งที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผายามค่ำคืน บัดนี้กลับกำลังคึกคักด้วยนางกำนัลและบ่าวรับใช้ชิงหว่านซินในชุดพิธีการสีแดงปักลายหงส์เพลิงทองคำที่หนักอึ้ง แต่ท่วงท่ายังคงสง่างาม นางเดินเคียงคู่ไปกับเจียงอวี้เฉิง ผู้เป็นฟู่หม่าในชุดขุนนางชั้นหนึ่งปักลายนกกระเรียนที่ดูภูมิฐานและองอาจทั้งสองออกจากตำหนักจงเย่ ขึ้นรถม้าตรงไปยังวังหลวง เพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้ชิงหยางตามธรรมเนียมในเช้าหลังวันอภิเษกสมรสเสียงฝีเท้าที่ก้องกังวานในความเงียบยามเช้าตรู่ของวังหลวง ชิงหว่านซินชายตามองใบหน้าคมสันของสวามีข้างกาย เจียงอวี้เฉิงเองก็รู้ตัวว่าถูกลอบมอง จึงได้หันหน้ามาสบดวงตาเมล็ดซิ่งคู่นั้น ทั้งสองต่างส่งรอยยิ้มให้แก่กัน สร้างบรรยากาศหวานชื่นจนแม้แต่เฉียนกงกงที่เดินนำทางยังอดยิ้มไปด้วยไม่ได้เมื่อมาถึงท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองและภาพวาดภูมิทัศน์อันวิจิตรตระการตา เหล่าขุนนางชั้นสูงที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีต่างยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางความเงียบงัน บัลลังก์มังก
ชิงหว่านซินกลอกตามองไปทางด้านบน เพื่อนึกทบทวนความทรงจำ “เงินทอง กาน้ำชา ดอกไม้... ข้ารู้เพียงเท่านี้”“ข้าว่าไม่น่าจะมีเพียงเท่านั้นหรอกนะ” เจียงอวี้เฉิงบอกเสียงสูงในวันจัดพิธีคัดเลือกพระราชสวามี เขาได้สังเกตเห็นเฝิ่นกงกงด้วยเช่นกัน รูปร่างระหง อ้อนแอ้น เป็นเพราะเขาถูกตอนเข้าวังเป็นขันทีตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้เฝิ่นกงกงมีรูปร่างเล็กบอบบาง เสียงสูงคล้ายอิสตรีมากกว่าเฉียนกงกงจากสายตาของคนยุคสมัยใหม่อย่างเขา เจียงอวี้เฉิงพอจะคาดเดาในใจได้ว่าเฝิ่นกงกงชอบอะไร“ท่านรู้สิ่งใดมา บอกข้ามาประเดี๋ยวนี้นะ” แม่นางน้อยตรงหน้าของเขาก็ส่งเสียงสูงด้วยเช่นกัน ใบหน้าเล็กงอง้ำ เพราะคิดว่าเขาแอบปิดบังบางสิ่งเอาไว้ไม่ให้นางรู้“ท่านอยากรู้หรือ?” เจียงอวี้เฉิงแกล้งถาม พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นบุปผาจากกายนางโชยออกมา“ท่านต้องการสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยน?”เจียงอวี้เฉิงอมยิ้มกับคำถามที่รู้ทันนั้นของคนตรงหน้าดูถูกนางไม่ได้เลยเชียว แม้ว่านางจะเป็นองค์หญิงตกอับที่ฮ่องเต้ไม่โปรดปราน แต่ความรู้
“เหตุใดท่านจึงเลือกเฝิ่นกงกง?” เจียงอวี้เฉิงเลิกคิ้วถาม“หยางเอ๋อร์มีสองขันทีใหญ่ข้างกายคือเฉียนกงกงและเฝิ่นกงกง ทั้งสองคนต่างเป็นขันทีที่เคยรับใช้เสด็จพ่อมาก่อน พวกข้าเคยไว้ใจทั้งสองคนนี้มาก จนกระทั่งในฝันร้าย ข้าจึงได้รู้ว่าเฝิ่นกงกงได้ทรยศและให้ความร่วมมือกับตระกูลจวงมานานแล้ว”“ในฝันร้ายนั้น ยามที่ข้ากำลังปรึกษากับหยางเอ๋อร์ว่าควรจะเลือกผู้ใดเป็นพระสวามีดี เฝิ่นกงกงก็มักจะเยินยอจวงหมิงรุ่ย เอ่ยชื่นชมความสามารถของเขาต่าง ๆ นานา พวกข้าที่ยังเยาว์วัยย่อมเชื่อฟังคนของบิดา ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะลอบแทงข้างหลังพวกข้าเช่นนั้น”“การที่พวกท่านจะเชื่อเฝิ่นกงกง แล้วเลือกจวงหมิงรุ่ยก็ไม่แปลกอันใด ด้วยชาติตระกูลและตำแหน่งจอหงวนที่เขาครองอยู่ ก็ย่อมคู่ควรกับองค์หญิงใหญ่อย่างท่านอยู่แล้ว นับว่าเขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ท่านไม่ต้องนึกเสียใจไปหรอก” เจียงอวี้เฉิงเอ่ยปลอบ“ลำบากท่านใส่ใจข้าแล้ว” รอยยิ้มของชิงหว่านซินประดับจาง ๆ ก่อนจะอธิบายต่อ “สาเหตุที่ต้องกำจัดเฝิ่นกงกงก่อน เพราะหนึ่ง เขาอยู่ใกล้หยาง







