หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก

หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-22
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
59Bab
2.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

'หานเชี่ยนหนิง' บุตรสาวคนโตของหานลู่ เจ้าเมืองอันหยาง นางเป็นหญิงสาวผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่บนหลักของเหตุผลและความเป็นจริง ชีวิตนางเรียบง่ายและไร้ความวุ่นวาย กระทั่งการย้ายมาของหัวหน้ามือปราบ 'หยางอวี่' ชะตาชีวิตของนางก็เปลี่ยนไป หญิงสาวไหนเลยจะคาดคิดว่านางก็คือเหตุผล ให้ชายหนุ่มหลบเร้นออกมาจากความวุ่นวายของวังหลวงและราชสำนัก

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

เมืองอันหยาง ราชวงศ์ซาง รัชสมัยฮ่องเต้อี้หลง

ทุกหัวมุมในเมืองอันหยางยามนี้ เรื่องที่ชาวบ้านต่างก็กำลังให้ความสนใจ ล้วนหนีไม่พ้นใต้เท้าหานลู่ ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมาประจำการ

ข่าวลือบอกต่อกันมาว่าใต้เท้าหานผู้นี้เป็นคนที่ท่านเสนาบดีเสิ่นชื่นชมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคนซื่อสัตย์เถรตรง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ชาวบ้านเมืองอันหยางต่างก็พากันตื่นเต้นยิ่งนัก

เมืองอันหยางห่างไกลจากเมืองยินที่เป็นเมืองหลวง ใต้เท้าเจ้าเมืองคนเดิมเป็นขุนนางกังฉิน ชาวบ้านต่างก็เดือดร้อนจนกระทั่งทนไม่ไหวจนร้องเรียนไปยังเมืองหลวง กระทั่งมีการส่งผู้ตรวจการมาอย่างลับๆ จึงสามารถหาหลักฐานเอาผิดเจ้าเมืองผู้นั้นได้

หลังจากเล็งเห็นแล้วว่าจวนสำหรับเจ้าเมือง อยู่ภายในที่ว่าการเมืองอันหยาง หานลู่ก็ตัดสินใจซื้อคฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เพราะเขาไม่ต้องการให้ฮูหยินและบุตรสาวทั้งสองต้องเข้าไปอยู่ในเรือนรับรองของเจ้าเมือง

เขาตั้งใจแล้วว่าจะลงหลักปักฐานที่เมืองอันหยางแห่งนี้ หลังจากที่เขาเกษียณจากการเป็นขุนนาง เนื่องจากตอนนี้น้องชายของเขาแต่งฮูหยิน เขาจึงหมดห่วงเรื่องคนดูแลบิดาและมารดา

ความจริงเขาอยากได้คฤหาสน์หลังที่อยู่ติดกัน แต่เพราะขนาดที่ใหญ่กว่าราคาจึงสูงเกินที่เขาจะสามารถจ่ายได้ ดังนั้นจึงได้แต่ลดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นลง

จวนว่าการเมืองอันหยางครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการกวาดล้างก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากนอกจากท่านเจ้าเมืองแล้ว ท่านเสนาบดียังส่งมือปราบจากเมืองยินถึงสี่คน ทั้งนี้ก็เพื่อให้มาช่วยงานหานลู่โดยเฉพาะ

แต่เพราะเรื่องนี้เพิ่งมีการตัดสินใจ หานลู่จึงมาถึงก่อนมือปราบทั้งสี่คน

“เช่นนั้นเรือนรับรองก็ยกให้มือปราบทั้งสี่ที่จะย้ายมาก็แล้วกัน”

หานลู่ตัดสินใจหลังจากได้รับคำสั่งจากเมืองหลวง เขาให้เจ้าหน้าที่ในจวนว่าการเก็บกวาดและเตรียมการ ในขณะที่ตัวเขาและกุนซือที่ติดตามมากลับเข้าไปจัดการงานที่คั่งค้างอยู่ เนื่องจากเจ้าเมืองคนที่แล้วแทบจะไม่ได้หยิบจับอะไรเลย

“ใต้เท้า” ถงหลี่ผู้ซึ่งเป็นกุนซือขมวดคิ้ว เมื่อกวาดสายตาไปยังรายชื่อของมือปราบทั้งสี่คน ซึ่งท่านเสนาบดีเป็นคนคัดเลือกด้วยตัวเอง

“ท่านเห็นรายชื่อแล้วหรือขอรับ”

“เห็นแล้ว” หานลู่ถอนหายใจ

“หยางอวี่ผู้นี้มิใช่...” ถงหลี่พูดยังไม่จบหานลู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“เขาเป็นคนดีมีฝีมือผู้หนึ่ง”

“แต่เหตุใดท่านเสนาบดีจึงเลือกที่จะส่งมาให้ท่าน คนผู้นี้คือเผือกร้อนหัวหนึ่ง หาได้มีใครอยากจะได้มาไว้ในมือ”

“ส่งเขามาที่นี่น่าจะเลวร้ายน้อยกว่าที่อื่น จะอย่างไรก็ดีกว่าให้เขาอยู่ที่เมืองหลวง ให้เขามาที่นี่นับว่ามีประโยชน์มาก ที่นี่ขาดคนดีมีฝีมือ เขาจะช่วยเราได้มากกว่ามือปราบคนอื่นๆ ที่ถูกส่งตัวมา”

ถงหลี่ถอนหายใจอีกครั้ง “ดูเหมือนท่านเสนาบดีจะเอาแต่ใจเกินไปแล้ว หากฮ่องเต้และองค์หญิงหมิงจูทรงทราบนี่มิเท่ากับหาเรื่องให้ท่านหรอกหรือขอรับ”

“เจ้าคิดว่าฮ่องเต้ไม่ทรงทราบหรือ แต่ไหนแต่ไรมีเรื่องใดรอดพ้นพระเนตรพระกรรณบ้าง ถึงนี่จะเป็นคำสั่งท่านเสนาบดี แต่การย้ายหยางอวี่มาเป็นมือปราบเล็กๆ ที่เมืองอันหยาง ไม่มีทางที่จะไม่ทรงทราบ”

จากองครักษ์ขั้นสี่กลับกลายมาเป็นมือปราบต่ำต้อย กระนั้นชายหนุ่มกลับยืดอกรับอย่างเต็มใจ แทนตำแหน่งราชบุตรเขยที่ฮ่องเต้ทรงเสนอให้

แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว แต่ถึงจะกริ้วอย่างไรก็เพียงมีราชโองการให้ส่งตัวไปขังคุกเท่านั้น การที่เสนาบดีส่งเขาออกมาจากเมืองหลวงเช่นนี้ ฮ่องเต้ไหนเลยจะไม่ทรงทราบ ดีไม่ดีเรื่องนี้อาจจะทรงเป็นราชโองการจากฮ่องเต้ก็เป็นได้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
59 Bab
บทที่ 1
เมืองอันหยาง ราชวงศ์ซาง รัชสมัยฮ่องเต้อี้หลงทุกหัวมุมในเมืองอันหยางยามนี้ เรื่องที่ชาวบ้านต่างก็กำลังให้ความสนใจ ล้วนหนีไม่พ้นใต้เท้าหานลู่ ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมาประจำการข่าวลือบอกต่อกันมาว่าใต้เท้าหานผู้นี้เป็นคนที่ท่านเสนาบดีเสิ่นชื่นชมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคนซื่อสัตย์เถรตรง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ชาวบ้านเมืองอันหยางต่างก็พากันตื่นเต้นยิ่งนักเมืองอันหยางห่างไกลจากเมืองยินที่เป็นเมืองหลวง ใต้เท้าเจ้าเมืองคนเดิมเป็นขุนนางกังฉิน ชาวบ้านต่างก็เดือดร้อนจนกระทั่งทนไม่ไหวจนร้องเรียนไปยังเมืองหลวง กระทั่งมีการส่งผู้ตรวจการมาอย่างลับๆ จึงสามารถหาหลักฐานเอาผิดเจ้าเมืองผู้นั้นได้หลังจากเล็งเห็นแล้วว่าจวนสำหรับเจ้าเมือง อยู่ภายในที่ว่าการเมืองอันหยาง หานลู่ก็ตัดสินใจซื้อคฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เพราะเขาไม่ต้องการให้ฮูหยินและบุตรสาวทั้งสองต้องเข้าไปอยู่ในเรือนรับรองของเจ้าเมืองเขาตั้งใจแล้วว่าจะลงหลักปักฐานที่เมืองอันหยางแห่งนี้ หลังจากที่เขาเกษียณจากการเป็นขุนนาง เนื่องจากตอนนี้น้องชายของเขาแต่งฮูหยิน เขาจึงหมดห่วงเรื่องคนดูแลบิดาและมารดาความจริงเขาอยากได้ค
Baca selengkapnya
บทที่ 2
“ขณะที่เมืองหลวงกำลังเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสขององค์หญิงหมิงจู ท่านเสนาบดีกลับส่งตัวเขาออกมาจากเมืองหลวง นี่นับเป็นการแก้ปัญหาที่ชาญฉลาด เขาเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน แต่ถึงอย่างนั้นใครจะคิดว่าเขาจะกล้าปฏิเสธ เฮ้อ!”“แต่ข้าน้อยว่าเขาอาจคิดถูก เป็นขุนนางยังมีวันเกษียณออกมาจากราชสำนัก หากแต่การเป็นราชบุตรเขยนั้นต้องใช้ชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นใครจะคิดว่าเขาจะกล้าปฏิเสธฮ่องเต้ นั่นมิเท่ากับรนหาที่หรอกหรือ เอ...หรือเขาคิดว่าเป็นที่โปรดปรานแล้วฮ่องเต้คงไม่...”หานลู่ส่ายหน้า “ข้าเคยพบเขาสองครั้ง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนหนักแน่นมั่นคง คิดว่าเขาคงยอมรับโดยดีหากฮ่องเต้ทรงพระราชทานโทษตายให้”ถงหลี่ขมวดคิ้ว “ท่านคิดเช่นนั้นหรือขอรับ”“เอาไว้เจ้าพบเขาเจ้าจะรู้”มองดูใต้เท้าของตนมั่นอกมั่นใจปานนั้น ถงหลี่ไหนเลยจะกล้ากล่าวอะไรออกมาอีก เขาได้แต่หวังว่าเมืองอันหยางคงไม่วุ่นวายจนรับมือไม่ได้เรื่องคดีความต่างๆ นั้นเขามั่นใจว่ารับมือได้ แต่องค์หญิงหมิงจูผู้นั้น เขาไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะตามหยางอวี่มาหรือไม่ข่าวลือที่องค์หญิงหมิงจูชื่นชมในตัวหยางอวี่ แน่นอนมีขุนนางใ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
“หรงเอ๋อร์เจ้ามานี้สิ” หานเชี่ยนหนิงกวักมือเรียกน้องสาว “วันนี้ท่านพ่อบ้านเบิกเงินไปจ่ายค่าทำสวนเรือนท่านแม่ แต่ในนี้ไม่มีลงบันทึก”“ข้าลืมไปเลย!” หานเยี่ยนหรงอุทานออกมาทันที “พี่ใหญ่ข้าผิดเอง ท่านคงไม่ได้ตำหนิท่านพ่อบ้านนะเจ้าคะ”“ยัง แต่ครั้งหน้าระวังด้วย บัญชีต่างๆ ต้องรอบคอบกว่านี้”หานเยี่ยนหรงกอดแขนผู้เป็นพี่สาวก่อนซบใบหน้าเข้าหาอย่างออดอ้อน “ข้าไหนเลยจะละเอียดรอบคอบเท่าพี่ใหญ่ เรื่องบัญชีข้าไม่ถนัดแม้แต่น้อย”“ไม่ถนัดไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ เจ้าเรียนรู้เอาไว้ให้มาก ต่อไปในอนาคตย่อมทำได้ดีขึ้น บัญชีรายรับรายจ่ายหากไม่ระวังเกิดปัญหาขึ้นมาจะยุ่งไปกันใหญ่”“ข้าทราบแล้ว แต่ว่า...” ใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มมองผู้เป็นพี่สาว “ข้าไม่อยากให้พี่ใหญ่ออกเรือนเลย ทำไมตระกูลหานของเราต้องมีกฎนี้ด้วย มีอย่างหรือบุตรคนโตต้องเป็นฝ่ายแยกเรือนออกไป ไม่ยุติธรรมสักนิด”หานเชี่ยนหนิงยิ้มกว้าง “ไม่ยุติธรรมต่อใครเล่า”“ข้าอย่างไรเล่าเจ้าคะ!” หานเยี่ยนหรงตอบอย่างมั่นใจ “ทั้งท่านและข้าอยู่แบบนี้ ออกเรือนแล้วยังอยู่ด้วยกันไม่ได้หรือ ข้าไม่อยากแยกจากท่านเลยสักนิด”“ไม่อยากแยกจากพี่ใหญ่ หรือเพราะเจ้าขี
Baca selengkapnya
บทที่ 4
นางมองสาวใช้ของตนด้วยสายตาคาดคั้น เคยได้ยินข่าวลือเรื่องน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามายังเมืองอันหยาง นางไหนเลยจะไม่รู้เท่าทัน เพราะทันทีที่มารดาล่วงรู้ก็ดวงตาเป็นประกาย“คือ...” เสี่ยวจิ่นยิ้มแหย “ฮูหยินบอกว่าไม่เชื่อก็ไม่สมควรลบหลู่ ดังนั้น...”หานเชี่ยนหนิงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง มองสาวใช้ตัวน้อยของตนที่แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ยังร่วมมือกับมารดาของนางเป็นอย่างดีแล้ว หญิงสาวก็ได้แต่จนใจนางรู้ว่ามารดาและคนในบ้านหวังดี แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดว่าทุกคนจะกังวลเรื่องนางถึงเพียงนี้ “ท่านแม่ให้เจ้าทำเช่นไร”“หลอกล่อให้ท่านไปไหว้พระเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นก็ไปเถิด ไปรอท่านแม่กับหรงเอ๋อร์ที่นั่นก็แล้วกัน”“เจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่นกระวีกระวาดเข้ามาพยุงผู้เป็นนายเห็นท่าทีเช่นนั้นหญิงสาวก็อดที่จะค้อนให้อีกฝ่ายไม่ได้ “ดีใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“โธ่ คุณหนูใหญ่ เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือกันในเมืองหยางอัน หากไม่มีมูลจะมีคนพูดถึงหรือเจ้าคะ ไม่แน่ว่าน้ำพุนั่นอาจศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ก็ได้นะเจ้าคะ”“เจ้าเองก็อยากให้ข้าออกเรือนถึงเพียงนี้เลยหรือ”“มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ เพียงแต่หากได้พบคนดีๆ ก็นับเป็นเรื่องดีมิใช่หรือ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
คนในครอบครัวของนางมักจะเรียกนางว่า ‘เชี่ยนเชี่ยน’ คนนอกและบ่าวไพร่เรียกนางอย่างให้เกียรติว่า ‘คุณหนูใหญ่’ ไม่มีใครเรียกนางว่า ‘หนิงเอ๋อร์’ มาก่อนถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่ได้กล่าวอะไร เพียงฟังบทสนทนาที่หญิงสาวกลุ่มนี้ชี้ชวนให้นางสนใจ กระทั่งมารดาและน้องสาวมาถึง หานเชี่ยนหนิงเพียงแนะนำให้ทุกคนรู้จักพอเป็นมารยาท จากนั้นจึงขอตัวกลับ โดยอ้างว่ามารดาสุขภาพไม่ใคร่จะดีจูเซวี่ยถิงรู้นิสัยของบุตรสาวทั้งสองคนดี ดังนั้นนางจึงอือออเป็นอย่างดีก่อนแยกตัวออกมาจากสตรีกลุ่มนั้น“นี่มันอะไรกันหรือพี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงมองพี่สาวที่กำลังพยุงมารดาอยู่อีกฝั่งนางอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองกลุ่มคนด้านหลัง กระทั่งกวาดสายตามองการแต่งกายงดงามของแต่ละคนด้วยความประหลาดใจ“พวกนางรู้จักท่านได้อย่างไร”“เห็นชัดว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้ข่าวสารช่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่ง”หานเชี่ยนหนิงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ระหว่างที่นางกับผู้เป็นน้องสาวพยุงมารดาเดินลงบันไดมานั้น ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มกำลังเดินขึ้นไปไหว้พระขอพรเช่นกันจูเซวี่ยถิงตามองตามคนกลุ่มนั้น แต่หูยังคงฟังบทสนทนาของบุตรสาวทั้งสองคน กระทั่งหานเยี่ยนหรงสังเกตเห็น “ท่านแม่ มีอะ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
จวนว่าการเมืองอันหยางในเวลานี้ครึกครื้นยิ่ง เนื่องจากสี่มือปราบจากเมืองหลวงเพิ่งเดินทางมาถึง หานลู่ผู้เป็นเจ้าเมืองไม่ได้รีบร้อนให้คนทั้งสี่ปฏิบัติหน้าที่ในทันที เนื่องจากตามกำหนดการแล้ว ยังเหลือเวลาอีกสามวันจึงจะถึงวันรายงานตัว“อย่างไรเสียก็ใช้เวลาอีกสามวันที่เหลือสำรวจเมืองอันหยางให้ทั่ว ทำความคุ้นเคยเอาไว้”“ขอบคุณใต้เท้า” หยางอวี่รับคำจากนั้นก็พาคนของตนทั้งสามออกไปจากห้องไม่ถาม และไม่สงสัยว่าเหตุใดจวนท่านเจ้าเมืองจึงถูกปรับปรุงให้เป็นเรือนพำนักของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากรู้มาก่อนแล้วว่าหานลู่ใช้เงินของตนซื้อคฤหาสน์หลังใหม่เอาไว้ในเมืองอันหยาง ทั้งยังตั้งใจจะลงหลักปักฐานในเมืองนี้อย่างถาวรหลังเกษียณ“ใต้เท้า” ถงหลี่ที่เอาแต่ยืนเงียบกระซิบ ทั้งที่มือปราบทั้งสี่เดินออกไปแล้วครั้งนี้เขานับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ คนผู้หนึ่งกลับยังสามารถข่มขวัญผู้อื่นได้ เพียงแค่ก้าวเข้ามายืนนิ่งๆ และเอ่ยเพียงไม่กี่ประโยคใบหน้าของหยางอวี่แม้หล่อเหลาโดดเด่น แต่กลิ่นอายรอบตัว กลับทำให้รู้สึกกริ่งเกรงและกีดกันผู้คนไม่ให้เข้าใกล้ เป็นกลิ่นอายแห่งความน่ากลัว ซึ่งแม่แต่เขาที่ไม่ได้สนทนากับอีกฝ่ายโดยตรงยั
Baca selengkapnya
บทที่ 7
นิ่งไปเล็กน้อยหูพานกลับยิ้มออกมาที่มุมปาก “ที่ข้าศรัทธาคือท่านและพี่น้องของเราหาใช่ราชสำนัก”“กลับไปพักผ่อนเถิด” หยางอวี่ยิ้มบางๆ ก่อนตอบออกมาแล้วปิดประตูมองดูประตูที่ค่อยๆ ปิดลงหูพานได้แต่ถอนหายใจ เขาจำนนในคำพูดเมื่อครู่ของหยางอวี่ ‘ไม่มีคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม มีแค่สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว’“เอาเถิด ข้าเชื่อใจท่านมาจนถึงวันนี้ เช่นนั้นข้าก็จะเชื่อต่อไป”มองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เรื่องสะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดินที่หยางอวี่และเสนาบดีเสิ่นวางแผนร่วมกัน เขาให้ตื่นตะลึงระคนเลื่อมใสยิ่งนักจะมีผู้ใดปราดเปรื่องไปกว่านี้อีก หูพานไม่อาจให้คำตอบได้จริงๆ การปฏิเสธฮ่องเต้นับว่าไม่ง่าย เพราะองค์หญิงหมิงจูนั้น นับเป็นยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจของราชวงศ์ ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่กล้าล่วงเกินอีกทั้งฮ่องเต้เองก็ทรงรักใคร่ ทะนุถนอมและตามใจนางยิ่งกว่าองค์รัชทายาท แน่นอนว่าเรื่องที่ต้องพระทัยหยางอวี่นั้น คนทั้งเมืองหลวงย่อมตระหนัก และต่างก็มั่นใจว่าหยางอวี่ไม่มีทางหลุดรอดไปได้หากมิใช่ว่าเผิงอ๋องผู้เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ฮ่องเต้คิดก่อกบฏ แม้สามารถจับกุมได้ครั้งหนึ่ง แต่กลับยังคงหนีออกมาได้โดยมีขุนนางบางส่วนให้ความช่วยเหล
Baca selengkapnya
บทที่ 8
ใบหน้าสลบไสลแม้มอมแมมไปบ้าง แต่กลับไม่อาจบดบังความงดงามทั้งภายในและภายนอกของนางเอาไว้ได้วันนั้นเขาจำได้ว่าเป็นคนช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาว แต่ก่อนที่นางจะฟื้นคืนสติ เขากลับตัดสินใจจากมาโดยหาได้รู้ไม่ว่านางเป็นบุตรสาวตระกูลใดนับจากเหตุการณ์ไฟไหม้ผ่านไปหลายเดือน ไม่คาดคิดว่าจะได้พบนางอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้เขาตัดสินใจในที่สุด จำได้ว่าเขากำลังขี่ม้าออกนอกเมืองกับหูพานกลับต้องชะงักด้านหน้าห่างออกไปจากถนนสายหลักของเมืองยิน ณ ป่าท้อซึ่งกำลังออกดอกบานสะพรั่งนั้น บนต้นท้อยังมีร่างของหนึ่งเด็กน้อยกับหนึ่งสาวงามนั่งอยู่เบื้องล่างมีเด็กน้อยอีกคน พร้อมกับสาวใช้เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเป็นกังวลเสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยทั้งสองประสานกันดังลั่น เสียงปลอบประโลมของหญิงสาวยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาคาดเดาเรื่องราวได้อย่างง่ายดายเด็กน้อยคงปีนป่ายต้นท้อขึ้นไปอย่างนึกสนุก จากนั้นจึงลงมาไม่ได้ ร้อนถึงหญิงสาวที่ผ่านมาพบเข้าจึงปีนขึ้นไปปลอบโยนและช่วยเหลือเพียงแต่...เขาเดาไม่ออกเลยว่าสตรีงดงาม ทั้งยังท่วงท่าเรียบร้อยเช่นนั้น จะกล้าปีนป่ายต้นไม้ อีกทั้งนางจะช่วยเด็กน้อยผู้นั้นให้ลงมาอย่างปลอด
Baca selengkapnya
บทที่ 9
นางกระแอมแก้ขัดเขิน จากนั้นจึงหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้สนทนากันมากกว่านั้น หญิงสาวพลันหันไปตามเสียงเรียก‘เชี่ยนเชี่ยน’มองไปยังอีกฝั่งของป่าดอกท้อ สตรีวัยกลางคนพร้อมกับเด็กสาวกำลังมองมายังจุดที่พวกเขาอยู่หยางอวี่มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่สายลมพัดพาเอาเส้นผมยาวสลวยปอยหนึ่งมาหาเขา มือใหญ่ยื่นออกไปอย่างเผลอไผล แต่ถึงอย่างนั้นกลับชะงักเมื่อสาวใช้นางนั้นเอ่ยขึ้นเสียก่อน‘ฮูหยินกับคุณหนูรองเรียกแล้ว เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ’‘เช่นนั้น...’หญิงสาวหันมาตั้งใจจะขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลือนางเอาไว้ แต่นางกลับพบว่าชายหนุ่มทั้งสองเดินจากไปแล้ว มองแผ่นหลังองอาจในชุดสีเขียวเข้ม จากนั้นจึงละสายตากลับมาเพราะมารดาเรียกอีกครั้ง‘เชี่ยนเชี่ยน เรากลับกันเถิด’‘เจ้าค่ะท่านแม่’เสียงตอบรับนั้นทำให้หยางอวี่หมุนกายกลับไปมองนางอีกครั้ง หูพานเองก็ไม่ต่าง เขาหันกลับไปก่อนมองหญิงสาวสลับกับหยางอวี่รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาที่มุมปาก‘นั่นมิใช่หานฮูหยินหรอกหรือ’‘หานฮูหยิน’ หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายเป็นเชิงถาม‘ใต้เท้าหาน หานลู่อย่างไรเล่า’หยางอวี่ส่งเสียงตอบรับก่อนกระโดดขึ้นไปบนหลั
Baca selengkapnya
บทที่ 10
ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนหานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนักแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้มจวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status