บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้

บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้

last updateHuling Na-update : 2026-03-04
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
403Mga Kabanata
3.0Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

'ไป๋เยว่' บรรพชนจิ้งจอกเก้าหาง ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองตั้งท้องแฝดสามหลังคืนที่เมามายจำความไม่ได้! นางพยายามตามหาพ่อของเด็กแทบพลิกแผ่นดิน โดยหารู้ไม่ว่า... เจ้า 'เสี่ยวฮวา' จิ้งจอกน้อยแสนเชื่องที่นางกอดนอนทุกคืน แท้จริงคือ 'จอมมารม่อซาง' พ่อทูนหัวตัวจริงที่กำลังปิดบังตัวตนสุดชีวิต! เมื่อความลับแตก สวรรค์สั่งล่า! จอมมารผู้โหดเหี้ยมจึงต้องสลัดคราบสัตว์เลี้ยง คืนร่างปกป้องเมียและลูกน้อย... ปฏิบัติการง้อเมียฉบับจอมมารและแก๊งก้อนแป้งแฝดสามที่จะมาป่วนสวรรค์ให้พังพินาศจึงเริ่มขึ้น!

view more

Kabanata 1

บทที่ 1 : ดาวหายนะ... หรือวาสนาหล่นทับ?

Amidst the fierce snow storm, Alessia's bloody leather boots were buried in the thick snow at every step. Her open wounds were freezing just as much as she is despite her layers and layers of garments. Her teeth bared through the cold storm, determined to reach the palace and report her mission to His Majesty.

"Argh!" She grunted as the snowstorm in the meadows threw her to a nearby tree, rocking the birds and letting snow fall to her.  How is all the misfortune suddenly dumping on her? She begrudgingly rose back to her feet after huffing a heavy amount of snow that fell on her. The visibility was nearing zero around her because of the raging storm nearby which made it more difficult for her to return, and having the dozen men that came with her when she started this mission, she felt the responsibility of completing this mission heavier than the amount of snow on her back. She must return, for her men to be recognized for dying a heroic death. 

Finally, after the grueling torture of hell commonly called the woods, she reached the grand gates of the royal palace. With a limping right foot and hand over her bleeding left shoulder, she locked eyes with the guards and delivered a stare that shot right through their spine. 

Despite being unrecognizable with the amount of white snow that fell on her and the gross bloody clothes, her stare was enough of an introduction. 

"Open the gates! It's the King's Assassin!" 

Even at her state, none of the men had the guts to help her. She was a woman of great honor, and maybe greater pride, so the men around her didn't move an inch. All they did was open doors for her. Even the royal helpers that passed by her had the guts to shoot her a disgusted look. 

As the throne room's double doors opened, Alessia hung her head low for appearing in front of His Majesty in such a horrible state. But it was protocol that she report to him first after returning. 

"Your Majesty," she bowed with utmost respect. Her chocolate brown locks sticky with blood retained its mild glow as the sun rays met her hair. "Forgive me for the mess. The mercenary was a tricky target. He trapped us in multiple dangerous traps, every one of which deteriorated my troops. I apologize for only being able to return myself."

The King, clad in his formidable golden mantle while seated on his high-backed velvet chair and arm rest with a golden frame in the middle of the elevated platform as the flag of his kingdom — Caelum — was hung elegantly, nodded calmly. As if he expected it to happen. 

"Were they a burden to you?" His low, calm yet domineering voice reigned on all four corners. Alessia unconsciously gulped the lump in her throat. The men were kind and dedicated men, but they were a heavy baggage to carry around. They couldn't move unless ordered, they couldn't formulate their own strategies of combat, nor could they figure out teamwork. They were nice men, but hindered her from executing the mercenary cleaner than usual. She was an assassin, not a leader for soldiers. 

"Yes, Your Majesty." 

"Hmm. That was a test I tried and it failed." He nodded repeatedly and chuckled. Alessia's eyes slightly rose to him. "Make haste in healing yourself and embark on your next mission quickly. I assume this will take time in finishing." 

Her head rose but her eyes remained down. "Pardon me, Your Highness, but what mission am I to face next?"

From the tension in the room, she could already expect it'd be something about the entire kingdom's well-being again. He trusted her that much. If her shallow breathing isn't enough, her heart also starts to race. The corner of the King's mouth curled. 

"The Prince of the Dragon-borns is looming in the dark and will soon attempt to spark terror at the towns. Silence him, Alessia." 

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
403 Kabanata
บทที่ 1 : ดาวหายนะ... หรือวาสนาหล่นทับ?
ท้องนภาเหนือแดนสวรรค์ชั้นเก้ามิได้เป็นสีครามสดใสเฉกเช่นกาลก่อน หากแต่ถูกย้อมด้วยสีชาดราวกับโลหิตที่สาดกระเซ็นลงบนผืนนภาอันเวิ้งว้าง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นไหม้ของอสนีบาตที่เกิดจากการปะทะกันของพลังวัตรสะเทือนเลื่อนลั่น'ม่อซาง' จอมมารโลหิตผู้เป็นดั่งฝันร้ายของสามภพ บัดนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจเรียกได้ว่า 'สิ้นไร้ไม้ตอก'ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬที่เคยงดงามวิจิตร บัดนี้ฉีกขาดวิ่นจนเผยให้เห็นบาดแผลเหวอะหวะ ลึกถึงกระดูก เลือดสีดำสนิทหยดลงสู่ปุยเมฆเบื้องล่าง หยดแล้วหยดเล่า เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างสีทองอร่ามสามสาย... สามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของชาวสวรรค์ มาร่วมมือกันสังหารจอมมารเพียงผู้เดียว"พวกเทพจอมปลอม... ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"ม่อซางขบกรามแน่น รสฝาดเฝื่อนของโลหิตแผ่ซ่านในปาก ลมหายใจของเขาขาดห้วง ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกขุนเขาไท่ซานกดทับ เส้นลมปราณภายในบอบช้ำสาหัสไปแล้วเจ็ดส่วน หากยังดึงดันรั้งอยู่ที่นี่ ร่างกายนี้คงแหลกสลายกลายเป็นธุลี มิเหลือแม้แต่วิญญาณให้กลับไปล้างแค้น"ยอมจำนนเสียเถอะจอมมาร!" เสียงกัมปนาทจากหนึ่งในเงาสีทองดังก้องฟ้า พร้อมกับฝ่ามื
Magbasa pa
บทที่ 2 : ศักดิ์ศรีจอมมารที่ป่นปี้
แสงตะวันยามสายสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างศิลาหยก กระทบเข้ากับเปลือกตาที่หนักอึ้งของร่างหนึ่งบนตั่งเตียง สติสัมปชัญญะของม่อซางค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาท่ามกลางความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับถูกรถศึกนับพันเล่มบดขยี้จนแหลกเหลวความทรงจำสุดท้ายคือการร่วงหล่นจากฟากฟ้า... และการถูก 'ของนุ่มนิ่ม' บางอย่างกระแทกหน้าจนภาพตัดไปจอมมารโลหิตพยายามขยับแขนขาตามสัญชาตญาณนักรบเพื่อตั้งท่าป้องกันตัว ทว่า... ร่างกายกลับแข็งทื่อขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว! มิใช่เพราะอาการบาดเจ็บสาหัส แต่เป็นเพราะพันธนาการปริศนาที่รัดแน่นจนเนื้อตัวแทบปริแตกม่อซางเบิกตาโพลง ก้มมองสภาพตนเองแล้วเส้นเลือดข้างขมับก็เต้นตุบๆ ด้วยโทสะสภาพของจอมมารผู้เกรียงไกร บัดนี้ถูกมัดรวบแขนขาติดกับลำตัวในท่า 'ดักแด้ไหมฟ้า' ประหนึ่งหมูที่ถูกมัดเตรียมหามขึ้นเขียงบูชายัญ! พันธนาการสีขาวมุกที่รัดรึงร่างจิ้งจอกแดงของเขาอยู่นั้น มิใช่เชือกป่านธรรมดา แต่มันคือ 'แพรไหมพันธนาการ' ศาสตราวุธระดับเซียนที่มีฤทธิ์สะกดการเคลื่อนไหวของเผ่ามาร!"ตื่นแล้วหรือ... เจ้าก้อนขน?"น้ำเสียงหวานใสปนงัวเงียดังกังวานขึ้นเหนือเศียร ม่อซางแหงนหน้าขึ้นมองด้วยสายตาอา
Magbasa pa
บทที่ 3 : แผนลอบสังหาร
รัตติกาลมาเยือนถ้ำเมฆาหยก ความมืดมิดกลืนกินแสงสว่างจนเหลือเพียงประกายสลัวจากไข่มุกราตรีที่ประดับอยู่ตามผนังถ้ำ แสงนวลตาส่องกระทบม่านมุ้งไหมโปร่งบางที่พลิ้วไหวตามแรงลมแผ่วเบา บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกอยู่นอกถ้ำบนตั่งหยกเย็นอันกว้างขวางปานมหาสมุทร ร่างระหงของไป๋เยว่นอนหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ผิวกายขาวผ่องภายใต้แสงจันทร์ดูราวกับหยกเนื้อดีที่แกะสลักอย่างประณีต ลำคอระหงที่ไร้เครื่องประดับใดๆ เผยให้เห็นเส้นชีพจรที่เต้นตุบๆ อย่างเชื่องช้าและเปราะบางทว่า ในความสงบเงียบนั้น กลับมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากก้อนขนสีแดงที่นอนนิ่งอยู่ข้างหมอนม่อซางในสภาพที่สะอาดสะอ้านจนน่าโมโห ขนสีแดงเพลิงที่เคยกระด้างเพราะคราบเลือด บัดนี้ฟูฟ่องนุ่มลื่นดุจแพรไหม แถมยังมีกลิ่นหอมเอียนๆ ของสมุนไพรดอกท้อติดตัวจนฉุนจมูก จอมมารโลหิตนอนหมอบนิ่ง ดวงตาอำพันหรี่ลงจนเหลือเพียงขีดเล็กๆ จ้องมองสตรีข้างกายด้วยแววตาของเพชฌฆาตที่กำลังประเมินจุดตาย'นางประมาทเกินไปแล้ว'ในสมองของอดีตผู้ปกครองแดนมารกำลังกางแผนผังยุทธการ เขาคำนวณระยะทางจากจุดที่หมอบอยู่ไปยังเป้าหมายซึ่งก็คือลำคอของไป๋เยว่ ระย
Magbasa pa
บทที่ 4 : อาหารเม็ดรสเลิศ
รุ่งอรุณสาดแสงสีเงินยวงผ่านม่านเมฆหนาทึบเหนือยอดเขาคุนหลุน ปลุกให้สรรพชีวิตตื่นจากนิทรา แสงแรกแห่งวันส่องกระทบเปลือกตาของจิ้งจอกแดงที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงหยกม่อซางสะดุ้งตื่นขึ้นทันที ความหิวโหยที่รุนแรงดุจไฟเผาผลาญกัดกินกระเพาะจนแสบไส้ พลังมารในกายแห้งขอดจนแทบไม่เหลือหลอ'ข้าต้องไปจากที่นี่... ขืนอยู่ต่อคงอดตาย หรือไม่ก็ถูกยัยสตรีสติเฟื่องนี่จับอาบน้ำจนเปื่อยยุ่ย'ม่อซางค่อยๆ ย่องลงจากเตียงด้วยฝีเท้าเงียบกริบ สายตาจ้องมองไปทางปากถ้ำ หมายมาดว่าจะหนีไปหาเหยื่อมนุษย์สักคนเพื่อดูดเลือดเติมพลัง"จะรีบไปไหนเจ้าก้อนขน?"เสียงงัวเงียดังดักหน้าไว้ไป๋เยว่บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบ นางปรือตามอง สุนัขน้อยที่กำลังทำท่าลับๆ ล่อๆ อยู่ปลายเตียง"ตื่นเช้ามาก็วุ่นวายเชียว... หิวแล้วสินะ?"นางอ้าปากหาวหวอดใหญ่ มือเรียวควานเข้าไปในอากาศธาตุ หยิบขวดหยกเก่าคร่ำครึออกมาใบหนึ่ง ดึงจุกไม้ออกแล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในลงใส่ชามดินเผาบิ่นๆ ที่วางอยู่ข้างเตียงอย่างไม่ไยดีเคร้ง! เคร้ง!เม็ดยาสีทองอร่ามสามเม็ดร่วงกราวลงสู่ชามข้าวสุนัข!ม่อซางชะงักกึก หันขวับมามองด้วยสายตาดูแคลน'คิดจะเอาเศษยาเหลือทิ้งมาให้จอมมารกินร
Magbasa pa
บทที่ 5 : อย่าแตะต้องสัตว์เลี้ยงของข้า!
บรรยากาศหน้าถ้ำเมฆาหยกบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง มวลอากาศถูกฉีกกระชากด้วยคมศาสตราและหอกยาวนับร้อยเล่มที่พุ่งปะทะม่านพลังป้องกันถ้ำ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนหินผารอบด้านเริ่มแตกร้าว เสียงกัมปนาทจากการโจมตีดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มดินทลายภายในถ้ำม่อซางในร่างจิ้งจอกแดงยืนตัวสั่นเทาอยู่หลังตั่งหยก ขนสีเพลิงลุกชันมิใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กำลังกรีดร้องเตือนภัยถึงขีดสุด'พวกมันมาแล้ว... หน่วยล่าสังหารระดับสูง!'กลิ่นอายคาวเลือดและเจตนาฆ่าฟันที่เข้มข้นขนาดนี้ มีเพียง 'กองพันทวารบาลสวรรค์' เท่านั้น จอมมารโลหิตขบกรามแน่น ประเมินสถานการณ์ด้วยความสิ้นหวัง พลังของเขาเพิ่งฟื้นคืนมาได้เพียงเศษเสี้ยว การจะฝ่าวงล้อมออกไปในสภาพลูกสุนัขเช่นนี้ มีค่าเท่ากับเอาไข่ไปกระทบศิลาเขาหันไปมองสตรีเพียงคนเดียวในถ้ำ หวังลึกๆ ว่านางจะมีทางหนีทีไล่แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาความหวังของเขาดับวูบไป๋เยว่ยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยท่าทางอ่อนระทวย เกศายุ่งเหยิงปรกหน้า ดวงตาปรือปรอยเต็มไปด้วยความง่วงงุน นางยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดใหญ่ น้ำตาเล็ดซึมที่หางตา"ฮ้าววว... หนวกหูจริง"นางบ่นพึมพำเส
Magbasa pa
บทที่ 6 : ข่าวลือสะท้านภพ
เสียงกัมปนาทจากการระเบิดทำลายล้างเมื่อครู่ มิได้เพียงบดขยี้หินผาให้กลายเป็นจุณ หากแต่แรงสั่นสะเทือนนั้นยังส่งผลกระทบลูกโซ่ไปทั่วทั้งสามภพ ราวกับมีหัตถ์เทวะที่มองไม่เห็นกระชากผืนฟ้าให้สั่นไหวนกพิราบสื่อสารนับหมื่นตัวถูกปล่อยออกจากสำนักเซียนต่างๆ จนท้องนภาที่เคยว่างเปล่ามืดมิดไปด้วยปีกสีขาว ยันต์สื่อสารข้ามมิติถูกจุดเผาจนควันโขมง บรรยากาศในยุทธภพที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เดือดพล่านยิ่งกว่าน้ำในกระทะทองแดง ณ โรงเตี๊ยมใต้ตีนเขาคุนหลุน เหล่าจอมยุทธ์และเซียนพเนจรต่างจับกลุ่มมุงดูยอดเขาที่แหว่งหายไปครึ่งซีกด้วยแววตาตื่นตระหนก"เจ้าเห็นหรือไม่! ยอดเขาฝั่งตะวันออก... หายไปแล้ว!" ชายชุดเขียวชี้มือไม้สั่นระริก "เมื่อครู่ข้าเห็นเพียงแสงสีขาววูบเดียว จากนั้นภูเขาทั้งลูกก็ระเหยกลายเป็นไอ!""นั่นมันทิศทางของถ้ำเมฆาหยก..." นักเล่านิทานผู้เฒ่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ข่าวลือเป็นจริง... บรรพชนจิ้งจอกเก้าหางตื่นจากจำศีลแล้ว!"เรื่องราวถูกใส่สีตีไข่จนวิจิตรพิสดารยิ่งกว
Magbasa pa
บทที่ 7 : องค์ชายมังกร
กลิ่นอายคาวเลือดจากศึกหน้าถ้ำยังมิทันจางหาย ความสงบสุขของถ้ำเมฆาหยกก็ถูกทำลายลงอีกคราหมู่เมฆสีขาวบริสุทธิ์เหนือยอดเขาคุนหลุนถูกแหวกออกด้วยรัศมีเจ็ดสีบาดตา เสียงดนตรีทิพย์ดังก้องกังวานประหนึ่งขบวนเสด็จขององค์มหาเทพ ขบวนเมฆมงคลขนาดมหึมาลอยต่ำลงมาจอดเทียบหน้าปากถ้ำอย่างถือดี แรงลมจากการลงจอดพัดพาใบไม้แห้งปลิวว่อน ฝุ่นตลบอบอวลจนทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่ามัวบนก้อนเมฆที่ประดับประดาด้วยแพรพรรณหลากสี ปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ ปักลวดลายมังกรทองดิ้นเงินระยิบระยับล้อแสงตะวัน ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากคลี่รอยยิ้มที่มั่นใจว่าสามารถสั่นคลอนหัวใจสตรีทั่วหล้าได้ในพริบตาเบื้องหลังของเขามีเหล่าบริวารแบกหีบสมบัติเรียงรายเป็นทิวแถว ราวกับจะยกมาทั้งท้องพระคลัง"ไป๋เยว่... ยอดดวงใจของข้า! พี่ 'ไป๋หลง' มาหาเจ้าแล้ว!"น้ำเสียงที่ดัดจนหวานหยดย้อยนั้นเสียดแทงแก้วหูยิ่งก
Magbasa pa
บทที่ 8 : มังกรเสียท่า
ความเงียบงันกลับคืนสู่โถงถ้ำเมฆาหยกชั่วคราวเมื่อไป๋เยว่เดินหายเข้าไปด้านในเพื่อหาสมุนไพรมาทาแผลให้เสี่ยวฮวา ทิ้งให้องค์ชายมังกรผู้บาดเจ็บยืนขบกรามแน่นอยู่เพียงลำพังกับคู่กรณีความเจ็บปวดแสบร้อนบริเวณหน้าขาแล่นพล่านขึ้นมาเป็นระลอก ผสมปนเปกับความอับอายที่ถูกสุนัขจิ้งจอกชั้นต่ำทำร้ายจนเสียกิริยาต่อหน้าหญิงงาม ไป๋หลงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มกลั้นโทสะที่ปะทุเดือดดาลดั่งภูเขาไฟใต้สมุทรดวงตามังกรหรี่ลง จ้องเขม็งไปยังก้อนขนสีแดงที่นั่งเลียอุ้งเท้าอยู่อย่างสบายอารมณ์ริมระเบียงหิน ใกล้กับปากเหวที่มองลงไปเห็นเมฆหมอกไหลเอื่อยโอกาสทองมาถึงแล้ว... ไร้เงาของไป๋เยว่ ไร้สายตาจับจ้องจากนางมุมปากขององค์ชายมังกรกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม รัศมีกดดันของเผ่าพันธุ์สัตว์เทพแผ่ออกมาจากร่างทีละน้อย เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวจ้อยอย่างเงียบเชียบ รองเท้าหุ้มข้อบดขยี้ฝุ่นผงบนพื้นหินจนเกิดเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูคล้ายเสียงมัจจุราชย่างสามขุมในใจหมายมาดว่าเจ้าเดรัจฉานชั้นต่ำตนนี้บังอาจทำองค์ชายรัชทายาทเช่นเขาขายหน้า มันสมควรตาย!ไป๋หลงรวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายเท้
Magbasa pa
บทที่ 9 : รองเท้าอาบยาพิษ
ความเงียบงันกลับคืนสู่โถงถ้ำเมฆาหยกชั่วคราว ไป๋เยว่เดินหายเข้าไปด้านในเพื่อหาสมุนไพร ทิ้งให้ม่อซางนอนหมอบเฝ้าดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ หูของจิ้งจอกแดงกระดิกเบาๆ รับเสียงกุกกักที่ดังมาจากห้องรับรองแขกภายในห้องรับรอง ไป๋หลงยืนขบกรามแน่นอยู่หน้ากระจกทองแดง มือสั่นระริกจัดแต่งอาภรณ์ให้เข้าที่ แม้ความเจ็บปวดแสบร้อนบริเวณหน้าขาจะทุเลาลงด้วยฤทธิ์ยาแต่บาดแผลทางใจกลับเหวอะหวะเกินเยียวยา เขาที่เป็นถึงองค์ชายมังกรผู้เป็นที่รักของสวรรค์ กลับถูกสัตว์เลี้ยงชั้นต่ำข่มขู่จนหัวหดเสียงลอดไรฟันดังขึ้นพร้อมกับนัยน์ตามังกรที่หรี่ลงอย่างมาดร้าย ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในสมอง ยามเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรองเท้าเหยียบเมฆาของตนที่ถอดวางไว้หน้าธรณีประตูห้องรับรอง ตามธรรมเนียมการเข้าพักรองเท้าคู่นั้นถักทอจากเกล็ดมังกรวารีพันปี ทนทานต่อไฟบรรลัยกัลป์และคมศาสตรา ทั้งยังเป็นของรักของหวงที่เขาภูมิใจนักหนา แต่วันนี้มันจะเป็นเครื่องมือสังหารไป๋หลงรวบรวมลมปราณธาตุไฟไว้ที่ปลายนิ้ว ร่ายอักขระอำพรางเพลิงผลาญวิญญาณลงไปในรองเท้าทั้งสองข้างอย่างเงียบเชียบ กับดักนี้ไร้รูป ไร้กลิ่น หากมีสิ่งมีชีวิตใดบั
Magbasa pa
บทที่ 10 : รางวัลของเด็กดี
สายลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกผ่านหน้าปากถ้ำเมฆาหยก หอบเอากลิ่นไหม้ของหนังสัตว์ผสมปนเปกับกลิ่นฉุนเฉียวของ 'พิษมารกัดกร่อน' ให้ฟุ้งกระจายไปในอากาศซากรองเท้าเกล็ดมังกรที่เคยงดงามวิจิตรและประเมินค่ามิได้ บัดนี้แปรสภาพเป็นเพียงก้อนวัตถุสีดำตะปุ่มตะป่ำที่กำลังส่งเสียงดัง ฟู่ฟ่า... คล้ายเนื้อย่างบนเตาถ่านที่ถูกลืมทิ้งไว้จนไหม้เกรียมไป๋เยว่ยืนกอดอกมองผลงานศิลปะแห่งความวินาศสันตะโรตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านยาก ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับมามอง 'จำเลย' ตัวน้อยที่นั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ข้างระเบียงหินม่อซางในร่างจิ้งจอกแดงนั่งตัวตรง แสร้งทำเป็นมองนกมองไม้ ไม่รู้ไม่ชี้กับหายนะที่เกิดขึ้น ทว่าหูข้างซ้ายกลับกระดิกยิกๆ คอยดักฟังเสียงหัวใจของสตรีตรงหน้า'นางฉลาดเป็นกรด... กลิ่นอายปีศาจชัดขนาดนี้ นางต้องดูออกแน่'จอมมารลอบประเมินสถานการณ์ หากนางโกรธที่เขาทำร้ายแขกผู้สูงศักดิ์ หรือทำลายข้าวของ เขาคงต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่ หรือไม่ก็ต้องงัดมารยาบทที่หนึ่ง 'แกล้งป่วย' ออกมาใช้เพื่อเอาตัวรอด"เสี่ยวฮวา..."น
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status