เข้าสู่ระบบภายในรถตู้หรู สายตาคู่คมเหม่อลอยไร้จุดโฟกัสด้วยมีเรื่องให้ต้องขบคิด หัวใจแกร่งว้าวุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอคนนั้นจะยังรออยู่ไหม จู่ๆ ความกลัวก็เกาะกินใจ กลัวว่ากลับไปจะเจอเพียงความว่างเปล่า
แสงไฟตามทางเท้าค่อยๆ ถูกเปิดขึ้นเป็นระยะ แล้วสายตาก็ปะทะกับร่างเล็กบอบบาง แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้า แต่เขาก็จำได้ดี
“หยุดรถ!!”
เอี๊ยด!!
เสียงเบรคดังสนั่น ทันทีที่ประตูเลื่อนเปิด อคิณก็ก้าวลงจากรถทันที
“อคิณ นายจะไปไหน นายจะลงจากรถแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวแฟนคลับก็แห่กันมาหรอก อะ...อุ๊บ!” กาอินตกใจต่อการกระทำของอคิณ ในเวลานี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แล้วศิลปินในความดูแลลงจากรถไปเช่นนี้ หวั่นจะเกิดความโกลาหลจากแฟนคลับ และกลายเป็นข่าวใหญ่
“เพราะเสียงพี่กาอินนั่นละจะทำให้แฟนคลับรู้” ไดชิปิดปากพร้อมรั้งคนโวยวายที่เตรียมพุ่งตัวตามอคิณไปเข้าหาตัว ทำให้ตอนนี้กาอินอยู่บนตักของเขา
“นี่ก็ขยันเสี่ยงชีวิตจริงๆ” อาแจ๊กซ์ส่ายหน้าอย่างปลงๆ กับสิ่งที่น้องเล็กของวงจะต้องเจอ
“ทรี ทู วัน” เดวิดยกมือขึ้นมานับเวลาถอยหลัง
“โอ๊ยยยย” ไดชิร้องลั่นเพราะคมเขี้ยวของกาอินที่ฝากฝังลงบนมือของเขา
“ไดชิ!!” เป็นอิสระได้ สองมือก็ขยุ้มผมของศิลปินในความดูแล
“โอ๊ยๆ” หัวของไดชิโยกคลอนไปตามแรงมือร้ายกาจของผู้จัดการวง
แจยุน อินซู แบคฮยอน อาแจ๊กซ์ และเดวิด พากันส่ายหน้าเอือมระอาผู้จัดการกับน้องเล็กของวง ก่อนทุกสายตาจะหันไปมองอคิณที่วิ่งข้ามถนนฝ่าฝูงชนไปหาหญิงสาวที่ทุกคนก็จำได้ อยากรู้ว่าเพื่อนร่วมวงจะทำอะไร
ขณะเดินดุ่มๆ ไปยังร่างเล็กบอบบาง อคิณล้วงแมสก์ในกระเป๋าเสื้อออกมาใส่ เสื้อฮู้ดที่ใส่มีประโยชน์ช่วยคลุมศีรษะปกปิดใบหน้าได้อีกทาง
“อคิณ โอนิกซ์ หรือเปล่า”
“เป็นไปไม่ได้หรอกที่อคิณจะมาเดินแถวนี้”
“นั่นอคิณ โอนิกซ์ ใช่ไหม”
“คนหน้าคล้ายหรือเปล่า”
เสียงสงสัย เสียงไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ดังขึ้นให้ได้ยินเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่มีเสียงใดหยุดยั้งร่างสูงที่มุ่งเดินหาเป้าหมาย เขาต้องใช้ความรวดเร็วในการพาเธอกลับไปที่รถ
อคิณไม่รีรอที่จะคว้าแขนเรียวเล็กฉุดรั้งไว้ ไม่รู้เพราะเขาออกแรงมากเกินไป หรือเป็นเธอที่ตัวเล็กอ้อนแอ้น ร่างนั้นจึงปะทะกับร่างของเขา
“ฉันบอกให้เธอรอ ทำไมเธอถึงไม่รอฉัน กันตา” ดวงตาคู่งามเบิกกว้างชะงักค้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อตัวเธอลอยละลิ่วขึ้นไปอยู่บนบ่ากว้าง
“ฉลาม!!”
“ฉันอายุมากกว่าเธอ” เสียงนั้นกราดเกรี้ยว เมื่อคืนเขาถือวิสาสะเปิดกระเป๋าของเธอ บัตรประชาชนบ่งบอกว่าเธออายุ 18 ปีเท่านั้น แน่นอนว่าเขาอายุมากกว่าเธอ 5 ปี
ร่างสูงเดินอาดๆ กลับไปที่รถ ไม่รู้ทำไมเข้าถึงต้องโกรธเธอมากขนาดนี้ ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่มองด้วยความเคลือบแคลง
“ว๊าย!!” ร่างเล็กถูกวางบนเบาะอย่างไม่เบามือนัก ร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ทำให้เธอต้องรีบขยับกายชิดด้านในสุด
“ออกรถ” อคิณสั่งเสียงเข้ม สลัดแมสก์ออกจากใบหน้า ตามด้วยหมวกฮู้ดออกจากศีรษะ อารมณ์ของเขายังคงคุกรุ่น
“นะ...” เสียงของกันตาถูกกลืนหาย เม้มริมฝีปากแน่น เพราะสายตาคมกริบทั้งหกคู่ที่มองมาที่เธอ และสายตาของแต่ละคนก็แสดงอารมณ์ต่างกันไป บ้างก็ฉายแววปนทะเล้น บ่งบอกว่าเป็นคนขี้เล่น บ้างก็แสดงความเป็นมิตรออกมาอย่างไม่ปิดบัง บ้างก็เรียบเฉยจนไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร แต่ก็ไม่ได้แสดงความน่ากลัวออกมาให้เห็นเช่นสายตาน่ากลัวๆ ของคนที่อุ้มเธอขึ้นมาบนรถ และยังมีสายตาเป็นกังวลจากผู้หญิงอีกคน
“แล้วพี่กาอินจะนั่งตักไดชิอีกนานไหม” แจยุนเอ่ยถาม เพราะดูเหมือนว่ากาอินจะหลงลืมว่ากำลังนั่งอยู่บนตักไดชิ
“เด็กบ้า” กาอินหันไปมองหน้าเจ้าเด็กญี่ปุ่น เอ่ยว่ากลบเกลือนความลืมตัวของตน รีบลุกไปนั่งยังเบาะว่าง แก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของผู้จัดการวงทำไดชิกระตุกยิ้มเบาๆ
ภายในรถตู้คันหรูตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั่งถึงอพาร์ทเมนต์ และทำให้กันตารู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นนักโทษ
“จะบอกได้หรือยังว่าทำไมถึงไม่รอฉัน”
“อคิณอย่ามีความลับ” เพราะอคิณพูดกับกันตาด้วยภาษาไทย ทำให้อาแจ๊กซ์ไม่เข้าใจความหมาย และอยากรู้ว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน
“อาแจ๊กซ์มานี่เลย ให้อคิณจัดการ” แบคฮยอนดึงคอเสื้อด้านหลังของอาแจ็กซ์ให้ออกห่างอคิณกับกันตา
“หลังประชุมเสร็จบอกว่าอยากอาบน้ำแล้วพักผ่อนกันไม่ใช่เหรอ ไปสิ” อคิณพูดกับเพื่อนร่วมวงเป็นภาษาอังกฤษ
“ใช่ พวกนายทุกคนควรไปอาบน้ำ อีกเดี๋ยวอาหารก็มาส่ง กินเสร็จจะได้พักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องไปถ่ายรายการแต่เช้า และถ่ายทำตลอดทั้งวัน จะต้องให้บอกไหมว่ามีรายการอะไรบ้างที่พวกนายต้องไปออก”
“No No พี่กาอินบอกพวกเราตั้งแต่ออกจาก Sol แล้ว ผมไม่อยากฟังแม่บ่นอีกแล้ว” อาแจ๊กซ์รีบห้าม ทุกครั้งที่กาอินพูด เหมือนฟังแม่บ่นอย่างไรอย่างนั้น
“สามรอบที่พี่กาอินบอกทำผมจำได้ขึ้นใจ” เดวิดจำตารางงานของวันพรุ่งนี้ได้ขึ้นใจ เพราะผู้จัดการสาวเน้นย้ำถึง 3 ครั้ง
“ผมอยากกินบะหมี่” ไดชิบอกหน้าตาเฉย กาอินค่อยๆ หันมองหน้าเด็กญี่ปุ่นอย่างเอือมๆ
“มีข้าวจะกินบะหมี่”
“ไม่ได้เหรอ”
“ได้ มีใครจะเอาอีกไหม”
“เอา”
“สรุปเอาทุกคน แล้วเธอล่ะจะเอาด้วยไหม ฉันจะได้ทำทีเดียว”
“คะ?” กันตารับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับตัวเอง เพราะสายตาที่มองมา แต่ฟังที่กาอินพูดไม่ทัน เธอพูดเร็ว มิหนำซ้ำยังเป็นภาษาเกาหลี
“พี่กาอินถามว่ากันตาจะเอาบะหมี่ด้วยไหม”
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”
“พี่กาอินช่วยทำเผื่อเธอด้วย” อคิณรู้ว่ากันตาปฏิเสธเพราะเกรงใจ วันนี้ทั้งวันเธอคงกินแค่ข้าวผัดกะเพราไข่ดาวที่เขาทำไว้ให้
“อือ พวกนายก็ไปอาบน้ำกันสิ” กาอินตอบแบบขอไปที ก่อนจะแผดเสียงใส่หนุ่มหล่ออีก 6 คน ที่ยังนั่งมองหญิงสาวแปลกหน้า
“ครับแม่” 6 หนุ่มหล่อประชดประชนด้วยความทะเล้น ก่อนจะแยกย้ายไปยังห้องของตัวเอง
“ภายนอกอาจจะดูดุ ขี้โวยวาย แต่จริงๆ แล้วพี่กาอินใจดีมากๆ”
“ค่ะ”
“คราวนี้จะบอกฉันได้หรือยังว่าทำไมไม่รอฉันกลับมา หรือไม่เห็นโน้ต”
“เห็นค่ะ”
“เห็นแล้วทำไมไม่รอ”
“ก็...”
“งั้นฉันถามกันตาใหม่ กันตากำลังจะไปไหน”
“...” กันตาไม่สามารถตอบได้ เพราะเธอเดินไปอย่างไร้จุดหมาย
“กลับบ้าน?”
“...” อคิณเห็นแววตาที่หม่นเศร้าลงของกันตาเมื่อเขาพูดถึงบ้าน
“ถ้าไม่กลับบ้าน ไม่รู้จะไปไหน กันตาอยู่ที่นี่ไหม” อคิณไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงอยากให้ผู้หญิงตรงหน้าอยู่ด้วยกันที่นี่ ทั้งที่ยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของเธอ
“กันตาอยู่ที่นี่ได้เหรอคะ” ไม่รู้ทำไมถึงดีใจมากที่ผู้ชายตรงหน้าให้เธออยู่ที่นี่ด้วย ทั้งที่เขากับเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกัน
“ได้สิ แต่ฉันต้องรู้เรื่องของเธอ”
“กันตา...”
“เปิดกางประชุมใหญ่เบิ้ม” แฝดสามประสานเสียง เมื่อได้เวลาเปิดการประชุม และครั้งนี้เป็นการประชุมสำคัญที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ“อูนิคัมแบ็ค...” มาลิคเปิดหัวข้อการประชุม แต่ก็ส่อแววว่าการประชุมจะล่มตั้งแต่เริ่มต้น“โอนิกซ์!!” มายากับนายาบอกพร้อมเพียง และยังทำหน้าเอือมระอาน้องชายฝาแฝดที่เรียกชื่อวงของอาปากับบรรดาลุงๆ ผิด“มาหยิกหิวแน่เยย” มายามองค้อน คิดว่ามาลิคน่าจะกำลังหิว เพราะอูนิ คือ ไข่หอยเม่น ที่คนส่วนใหญ่เรียก ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันคืออวัยวะเพศหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของหอยเม่น อาหารอันโอชะแห่งท้องทะเล นับว่าเป็นวัตถุดิบพรีเมียม ที่หาทานได้ค่อนข้างยาก พบได้ในแหล่งน้ำเย็นที่สะอาด มีรสชาติที่เฉพาะตัวและโดดเด่นมาก ไข่หอยเม่นที่สดใหม่มีรสชาติหวานและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม เค็มนิด สดชื่น มีกลิ่นของทะเล ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ชอบรับประทานอาหารทะเลแบบญี่ปุ่น“มาหยิกเพิ่งกิงบะหมี่ชามเบิ้มเองนะ หิวอีกแย้วหยอ” นายาจำได้ว่าก่อนเรียกประชุม มาลิคกำลังกินบะหมีชามใหญ่อยู่กับอาปา“มาหยิกไม่หิว อิ่มแย้ว” มาลิคไม่ได้รู้สึกหิว แอ่นพุงให้พี่สาวฝาแฝดดูว่าตนนั้นอิ่มแปล้มากแค่ไหน“พูดใหม่” มายากับนายาใ
กระเช้าลอยฟ้าพาทุกคนลงจอดที่บริเวณ Zootopia ที่นี่มีสัตว์ตัวน้อยใหญ่มากมายอย่าง สิงโต เสือ หมีขาว เพนกวิ้น สิงโตทะเล เต่ายักษ์ สล๊อต ลิง เเรคคูน งู ฯลฯ“ฉวงฉัดพี่ชี พี่แชง มีเต่าเบิ้มเยอะ” มายาจำได้ ตอนไปบ้านอาปาที่ภูเก็ต สวนสัตว์ของพี่ซีกับพี่แซนด์ ลูกชายฝาแฝดของอาวาฬกับอาพริก ก็มีเจ้าเต่ายักษ์ตั้งหลายตัว“นายาคิดถึงพี่ชี พี่แชง คิดถึงพี่ยังตา พี่อังดา ด้วย” พอมายาพูดถึงลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ประเทศไทยก็ทำให้นายาคิดถึงพี่ซีกับพี่แซนด์ รวมถึงพี่ลันตากับพี่อันดาด้วย“มาหยิกคิดถึงพี่มายิง คิดถึงพี่มิยา คิดถึงพี่วิกฉะเตอร์ด้วย” มาลิคก็พลอยคิดถึงพี่มาริน พี่มิรา และพี่วิคเตอร์ด้วย“แล้วถ้าทุกคนมาอยู่ด้วยที่นี่ มายา นายา มาลิค จะดีใจมากไหมครับ”“ดีใจฉุดๆ เยยค่ะ // ดีใจฉุดๆ เยยค่ะ // ดีใจฉุดๆ เยยฮับ” แน่นอนว่ามายา นายา และมาลิค ต้องดีใจมากที่สุด ถ้าพี่ๆ ทุกคนอยู่ด้วยกันที่นี่“จ๊ะเอ๋!!”“ตกใจหมดเยย” แฝดสามโผกอดกันกลมด้วยความตกใจที่จู่ๆ ลูกพี่ลูกน้องจากภูเก็ตก็มาปรากฏตัวตรงหน้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไหนบอกถ้าเจอพวกพี่แล้วจะดีใจไง” มารินกับน้องๆ ต่างแปลกใจที่แฝดสามไม่เข้ามากอดหรือกระโดดโลดเต้นแสดงค
ครอบครัว ONYX พาทายาททั้งห้าคนตะลุยเที่ยวที่สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่และดีที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์เกาหลี และจัดเป็นหนึ่งในสี่สวนสนุกยอดนิยมของโลกอีกด้วยการปรากฏตัวของ ONYX ยังคงสร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยว กาลเวลาไม่อาจทำให้ความหล่อเหลาของสมาชิกทั้งเจ็ดคนลดน้อยลงไปเลย“The Triplet Boom” ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่ ONYX ที่มีแฟนคลับมากรี๊ดกร๊าด การปรากฏตัวของ The Triplet Boom ของแฝดสามก็เป็นที่ฮือฮาของเหล่าแฟนคลับตัวน้อย ที่ชักชวนให้ผู้ปกครองพาเข้ามาขอถ่ายรูปกับทั้งสามคน รวมทั้งเร็นกับเซย์กิที่มีแฟนคลับตั้งแต่สมัยติดตามผู้เป็นพ่อทัวร์คอนเสิร์ต“ซุปตาร์น้อยของออมมากันตา นี่แค่ปล่อยไปซิงเกิลเดียวนะ ยังมีแฟนคลับแล้ว ถ้าปล่อยซิงเกิลที่สองแฟนคลับจะเยอะขนาดไหน” กาอินเอ่ยแซว“เร็นกับเซย์กิก็ฮอตไม่แพ้พี่ไดชิเลยนะคะ”“วัดรอยเท้ากันเลยแหละ ส่วนเราสองคนก็เป้นผู้จัดการซุปตาร์ตลอดไป”“จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศคอนเสิร์ตนะคะ” กันตาคิดถึงวันวาน การได้เห็นคนที่รักยื่นอยู่บนเวทีมันช่างเบิกบานใจ และเป็นปลื้มทุกครั้ง“คิดถึงบรรยากาศคอนเสิร
เรื่องการแต่งตัวของมายา นายา และมาลิค กันตาจะให้ทั้งสามคนได้เลือกเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับด้วยตัวเอง เพราะเป็นการช่วยส่งเสริมความเป็นอิสระ ความมั่นใจในตนเอง และทักษะการตัดสินใจ โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิด“ชุดนี้ฉวย” มายาหยิบชุดสวยออกมาจากตู้แล้วหันไปหานายาราวกับขอความเห็น และจะใส่ชุดนี้“ชุดนี้ก็ฉวยนะ” นายาก็หยิบชุดสวยออกมาเช่นกัน ชุดนี้ก็สวยมากในความรู้สึก และเลือกใส่ชุดนี้“มายาติดกิ๊บฉีพู” เมื่อได้ชุดแล้ว มายาก็ไปเลือกเครื่องประดับ เลือกกิ๊บสีชมพู สีเดียวกับชุด“นายาติดกิ๊บฉีฉ้ม” นายาเลือกกิ๊บสีส้ม ที่เหมาะกับชุดลายตารางสีส้มขาว“ชุดนี้หย่อมาก ใฉ่หมวกเท่ด้วย” มาลิคเลือกชุดเสื้อยืด แจ็คเก็ต กางเกงยีน และหมวกแก๊ปเข้าชุดสุดเท่“ผู้หญิงไม่หย่อ ผู้หญิงจะฉวย” มายาส่ายหน้า ผู้หญิงไม่หล่อ ผู้หญิงจะสวยกัน“มาหยิกหย่อคงเดียวนะ” นายายื่นมือไปแตะที่ไหล่ของน้องชายฝาแฝด ให้มาลิคหล่อคนเดียว“มาหยิกหย่อเดียวได้” มาลิคเชิดหน้าพูด เดินถือชุดไปให้พี่เลี้ยงช่วยใส่ เมื่อไม่มีใครใส่ชุดหล่อ ตนหล่อคนเดียวก็ได้ ในขณะที่สองสาวน้อยคุยกระหนุงกระหนิงช่วยกันเลือกเครื่องประดับแฝดสามตามพ่อกับแม่เข
“อาปา ออมมา” เสียงของมายา นายา และมาลิค ดังลั่นบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที“แต่ละวัน” ฉลามยกมือขึ้นมานวดขมับเพียงแค่ได้ยินเสียงของแฝดสาม ไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องรับมือความป่วนอะไรบ้าง“เดี๋ยวพอไปโรงเรียนแล้วพี่ฉลามจะเหงา”“วันนี้พวกเยาจะช้อมเต้งค่ะ” มายาประกาศเสียงดังลั่น พร้อมสวมแว่นตาแฟชั่นอันใหญ่ และผูกโบว์สีสันสดใส หลังจากเรียนรู้งานเบื้องหลังกันมาแล้ว วันนี้จะทำงานเบื้องหน้ากันบ้างให้สมกับเป็นลูกของซุปเปอร์สตาร์“อาปาเปิดห้องช้อมให้หน่อยค่ะ” นายามาในชุดสไตล์ Hip Hop สุดเท่ “ห้องช้อมใหญ่ฉุดเยยนะฮับ” มาลิคก็เท่ไม่แพ้พี่สาวฝาแฝด เรียกร้องห้องซ้อมเต้นที่ใหญ่ที่สุด“นายาจะเป็งเช็งเตอร์” นายาจะเต้นในตำแหน่งเซ็นเตอร์“ไม่ได้นะ มายาต้องเต้งเปิด” มายาจะเต้นเปิดเป็นคนแรก“ขอมาหยิกอยู่ตรงกลาง แต่ไม่ต้องหมุงตัวได้ไหม เหนื่อย” มาลิคก็อยากอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งเซ็นเตอร์ แต่ขอไม่หมุนตัวเพราะเหนื่อย“ได้” พอเป็นมาลิค มายากับนายาก็ยินยอมสละตำแหน่งเต้นนี้ให้ เพราะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวย่อมโดดเด่น“แล้วจะเต้นเพลงอะไรกันคะ”“บิงชูตุ๊บป่อง เวอชั่งยีมิกคูงฉามฉะปีดค่ะออมมา” มายาบอกชื
“มาหยิกจะตายไหม มาหยิกน่าจะตาย...” มาลิคหน้าละห้อย ขาดขนมเหมือนจะขาดใจ คิดว่าตัวเองจะต้องตายแน่ๆ“ชีวิตจะขาดหวางไม่ได้” นายาจะไม่ยอมให้ชีวิตตัวเองต้องขาดความหวานจากขนม“เยาต้องทวงคืงช็อกแยต” มายาฮึกเหิมที่จะทวงคืนช็อกโกแลต“ทวงคืงช็อกแยต” นายากับมาลิคก็เห็นด้วยพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า โดยมือของมาลิควางทับมือของมายา ก่อนนายาจะวางมือไปบนมือของมาลิคพร้อมใจกันทวงคืนช็อกโกแลต “ทวงคืงช็อกแยตกัง”ไม่ทันข้ามวันของบทลงโทษงดขนมสิบวัน สามพี่น้องฝาแฝดก็วางแผนย่องเข้าห้องครัว โดยแต่ละคนถือตุ๊กตาที่ทำขึ้นมาโดยมีหน้าของตัวเองเป็นต้นแบบกันตาทำเป็นมองไม่เห็น และส่งซิกให้กับสามีทำเช่นเดียวกันกับเธอ พัฒนาทางด้าน IQ EQ จะดีเกินวัย เพราะรู้สึกว่าความแสบ ความซน ของลูกๆ จะมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดขึ้นทุกวันหนทางที่จะได้ช็อกโกแลตช่างปลอดโปร่งในความรู้สึกของแฝดสาม ประตูตู้เย็นที่ค่อยๆ เปิดออก ราวกับมีแสงสว่างเปล่งประกายเจิดจ้า ช็อกโกแลตในกล่องสีทองนั้นราวกับหีบสมบัติ“ว้าวๆ” มายา นายา และมาลิค ตาลุกวาวกับหนทางรอดชีวิตจากที่ร่างกายขาดความหวานมาร่วมสามชั่วโมง ยื่นมือไปหยิบช็อกโกแลต“หยุดเลย!” เสียงของ







