Mag-log inเขาคือคนแปลกหน้า แต่กันตาสามารถเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองให้เขาฟังด้วยความสนิทใจ ในขณะที่เขาก็ตั้งใจฟัง
สายตาคมจับจ้องดวงหน้าหม่นเศร้ายามบอกเล่าชีวิตอันโดดเดี่ยว เขาเชื่อ เชื่อทุกอย่างที่ออกมาจากปากของเธอ
“ฉลาม...คุณ...” ยามต้องเอ่ยเรียกกลับทำให้กันตารู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าจะต้องเรียกอย่างไรเพื่อทำให้เขาพอใจ เธอรู้สึกว่าเขาเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต หรืออาจเพราะเขาพูดภาษาเดียวกันกับเธอ เธอจึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
“ฉันอายุมากกว่ากันตา” อคิณเน้นย้ำ เสียงของเขาขรึมลงเล็กน้อย เช่นเดียวกับสายตาของเขา
“พะ...พี่ฉลาม” แม้จะขัดเขิน แต่ก็ทำให้รู้สึกสนิทใจมากขึ้น
“ยังอยากเรียนอยู่หรือเปล่า”
“กันตาไม่เก่งภาษา” จบมัธยมปลายมาได้เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเพราะอุปสรรคด้านภาษา
“ฉันถามว่ายังอยากเรียนอยู่ไหม” กันตารู้สึกว่าเขามีความเผด็จการแฝงอยู่ในตัว
“อยากค่ะ”
“ปีนี้ก็ดร็อปเรียนไปก่อน ระหว่างนี้ก็เรียนภาษา ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเธอเอง มาอยู่กับฉันที่นี่”
“ทำไมพี่ฉลามถึงดีกับกันตา ทั้งที่เราเพิ่งเจอกัน”
“แล้วกันตาละทำไมถึงยอมเล่าเรื่องตัวเองให้คนที่เพิ่งเจอกันฟัง”
“พี่ฉลามยังไม่ได้ตอบกันตาเลย”
“ตอบมา” น้ำเสียงของอคิณเผด็จการไม่น้อย
...ไม่ใช่แค่รู้สึกไปเอง เขาเป็นคนเผด็จการเลยละ
อคิณเห็นความดื้อรันในดวงตาคู่สวย แม้จะแค่ชั่วพริบตา แต่กลับทำให้เขายิ่งเอ็นดูผู้หญิงคนนี้
“กันตา” คนเผด็จการเร่งเร้า
“เพราะพี่ฉลามใจดีกับกันตา”
“รู้ได้ยังว่าฉันใจดี”
“ก็พี่ฉลามให้กันตาอยู่ด้วย”
“ฉันอาจจะหลอกกันตาอยู่ก็ได้ หลอกกันตามาทำมิดีมิร้าย”
“ถ้าพี่ฉลามจะทำแบบนั้น พี่ฉลามคงทำไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
“ฉันกำลังทำให้กันตาตายใจอยู่ต่างหาก”
“พี่ฉลามไม่ทำแบบนั้นหรอก ถ้าพี่ฉลามจะทำจริงๆ กันตาก็สู้แรงพี่ฉลามไม่ได้อยู่แล้ว จะมาเสียเวลาทำให้กันตาตายใจทำไม”
“เด็กโง่” มือใหญ่วางบนศีรษะมน โยกคลอนเบาๆ
“พี่ฉลามให้กันตาอยู่ด้วยจริงๆ ใช่ไหม”
“ถ้าแม่ของกันตาอนุญาต แล้วตอนนี้เขาก็คงกำลังร้อนใจที่ลูกสาวหายไป”
“แม่ไม่สนใจกันตาหรอก ถ้าเลือกได้ แม่ก็คงไม่พากันตามาอยู่ที่นี่ให้เป็นภาระ” นี่เป็นสิ่งที่อคิณยังไม่รู้ เหตุใดคนที่เป็นแม่ถึงไม่สนใจไยดีลูก ทำไมถึงมองลูกเป็นภาระ แต่ก็ยังไม่ทันได้ถาม
“บะหมี่เสร็จแล้ว” เสียงตะโกนของกาอิน ดังพอให้ทุกคนที่อยู่ในห้องส่วนตัวได้ยิน
“ช่วงนี้ต้องเตรียมโปรโมต ออกรายการโชว์ตัว ถ่าย MV ไหนจะเตรียมทัวร์คอนเสิร์ต พี่กาอินต้องมีผู้ช่วยแล้วละ” อคิณเลียบๆ เคียงๆ กันตามองด้วยความสงสัยเพราะเขาพูดภาษาเกาหลี
“ไม่ต้อง ฉันทำได้ ต่อให้มีทัวร์คอนเสิร์ตยาวข้ามปี ฉันก็ดูแลพวกนายได้ แล้วทำคนเดียวก็คล่องตัวอยู่แล้ว เดี๋ยวนะ พูดแบบนี้หมายความว่าไง” กาอินเริ่มตะหงิดใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นศิลปินในความดูแลพูดเรื่องนี้
“ผมจะให้เธออยู่ที่นี่” อคิณไม่รีรอที่จะเข้าเรื่อง
“ไม่ได้นะอคิณ ถ้าต้นสังกัดหรือแม้แต่นักข่าวรู้ว่านายพาผู้หญิงเข้ามาอยู่ในห้อง มันจะเป็นเรื่องใหญ่ ฉันไม่ควรปล่อยให้นายพาผู้หญิงคนนี้กลับมาที่นี่เลยจริงๆ ไม่ๆ อันที่จริงฉันไม่ควรให้เธออยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก” กาอินเริ่มโวยวายด้วยเป็นกังวลภาพพจน์ศิลปิน จนนึกโทษตัวเอง
“ผมถึงอยากให้เธอเป็นผู้ช่วยพี่กาอิน”
“ฉันขอเหตุผล”
“เพราะเธอทำให้ผมถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ เหมือนอย่างวันนี้”
“...” กาอินไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันวันเดียวจะมีอิทธิพลต่อการถ่ายทอดอารมณ์ของอคิณ
“ถ้าไม่มีเธอ วันนี้ผมก็ทำไม่ได้”
“นายชอบเธอ?”
“ผมชอบเธอ”
“แต่นายมีแฟนไม่ได้ มันเป็นกฎ” กาอินแผดเสียงย้ำเตือนหนึ่งในกฎข้อห้ามของการเป็นศิลปิน คนอื่นๆ ต่างหน้าตาตื่นออกมาจากห้อง ทั้งที่ยังแต่งตัวกันไม่เรียบร้อย
“ผมถึงขอให้เธอเป็นผู้ช่วยพี่กาอิน”
“ไม่”
“ผมจะพาเธอกลับไทย”
“นายกำลังขู่ฉันนะอคิณ” ผู้จัดการวงวางมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะอาหาร ราวกับต้องการหาหลักพยุงตัวเอง แต่แววตากลับแข็งกร้าวขึ้นมา
“ผมไม่ได้ขู่ ค่าปรับผิดสัญญาไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของผมเลย พี่กาอินก็รู้”
“เพราะฉันรู้ไง ฉันถึงได้บอกอยู่นี่ว่านายกำลังขู่ฉันอยู่” ฐานะครอบครัวของอคิณเงินไม่กี่สิบล้านบาทก็ไม่ต่างจากเศษเงิน ต่อให้ร้อยล้านบาทเขาก็ยังสามารถจ่ายได้สบาย
“พี่ฉลาม กันตาไม่อยู่ที่นี่แล้ว” แม้จะไม่เข้าใจบนสนทนา แต่ท่าทางของอคิณกับกาอินก็ทำให้รู้ได้ และปัญหาของการโต้เถียงใหญ่โตก็ต้องเป็นเรื่องของเธอ
“ไม่ใช่เวลาที่กันตาต้องพูด” เสียงทุ้มพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
“แต่...” กันตาเม้มริมฝีปากเมื่อเจอสายตาดุๆ
“นายจะเห็นแก่ตัวทิ้งทุกคนไปเพราะผู้หญิงที่นายเพิ่งเจอเมื่อวานจริงๆ เหรออคิน”
“ถ้าไม่มีเธอ ผมก็เป็นแค่ตัวถ่วงของทุกคน พี่กาอินก็เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ผมทำไม่ได้ ผมก็ต้องถอนตัว โปรเจกต์นี้มีแค่แจยุน อาแจ็กซ์ อินซู เดวิด แบคฮยอน ไดชิ ก็สามารถไปต่อได้”
“ไม่ได้นะอคิณ” ทุกคนที่อคิณเอ่ยชื่อไม่เห็นด้วยหากเขาต้องถอนตัวออกจากโปรเจกต์นี้
“แล้วฉันเลือกอะไรได้บ้าง” กาอินทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ของโต๊ะอาหาร หนักใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“อคิณ กันตาจะไปแล้ว” อาแจ็กซ์หันไปเห็นกันตาค่อยๆ ปลีกตัวออกไป รีบร้องบอกก่อนเธอจะถึงประตู
“กันตาหยุดอยู่ตรงนั้น” อคิณบอกเสียงกร้าว หัวใจของเขาบอกว่าจะไม่ยอมให้เธอจากไป
“อย่าให้กันตาเป็นตัวภาระที่สร้างปัญหาให้พี่ฉลามเลยนะ” กันตาค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้าอคิณ เสียงนั้นสั่นเครือ
“ฉันจะพาเธอกลับไทย เธอจะไม่โดดเดี่ยว เธอจะเป็นครอบครัวของฉัน”
แม้จะไม่รู้ว่าอคิณพูดอะไรกับกันตา แต่คำว่า ไทย ก็ทำให้กาอินเดาได้ไม่ยาก
“ตกลง ฉันจะให้เธอเป็นผู้ช่วยผู้จัดการวงโอนิกซ์” กาอินตัดสินใจยอมให้กันตาเป็นผู้ช่วยของเธอตามที่อคิณต้องการ แม้จะหนักใจอยู่มากที่ต้องเข้าไปคุยกับต้นสังกัดในวันพรุ่งนี้
ทุกคนพร้อมเพียงที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าหล่อเหลาของแจยุน อาแจ็กซ์ อินซู เดวิด แบคฮยอน และไดชิ อยู่ห่างจากใบหน้าจิ้มลิ้มเพียงหนึ่งฟุต จนได้กลิ่นหอมของครีมอาบน้ำตามรสนิยมของแต่ละคนที่อบอวลจนไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นอะไร ยิ่งถูกรายล้อมด้วยคนหล่อ กันตาก็ยิ่งรู้สึกประหม่า
“พวกนายถอยออกไป ห่างๆ” เสียงเย็นยะเยือกของอคิณ เน้นย้ำให้ออกห่างหญิงสาวที่นั่งตัวลีบอยู่นี้ เพื่อนร่วมวงรับรู้ได้ถึงความหวงแหน
“พวกเรารู้จักกันตา แต่กันตายังไม่รู้จักพวกเราเลย”
“ทรี ทู” ทันทีที่อคิณนับถึงสอง ทุกคนก็ถอยออกไปนั่งประจำที่ของตัวเอง
เจ้าของเบ้าหน้าฟ้าประทานทั้ง 6 คนแนะนำตัวต่อผู้ช่วยผู้จัดการวง ความเป็นกันเองของทุกคน ทำให้กันตาค่อยๆ คลายความประหม่า แต่ไม่ใช่กับกาอิน
“กินสิ จะได้ไปพักผ่อน พรุ่งนี้เธอต้องเรียนรู้งาน” กันตาเอาแต่มองชามบะหมี่ตรงหน้า กาอินถอนหายใจหนักๆ เพื่อปรับอารมณ์ ไหนๆ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับ และอยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้จะมีส่วนช่วยให้อคิณถ่ายทอดเสน่ห์อันเย้ายวนออกมาได้จริงไหม
“เปิดกางประชุมใหญ่เบิ้ม” แฝดสามประสานเสียง เมื่อได้เวลาเปิดการประชุม และครั้งนี้เป็นการประชุมสำคัญที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ“อูนิคัมแบ็ค...” มาลิคเปิดหัวข้อการประชุม แต่ก็ส่อแววว่าการประชุมจะล่มตั้งแต่เริ่มต้น“โอนิกซ์!!” มายากับนายาบอกพร้อมเพียง และยังทำหน้าเอือมระอาน้องชายฝาแฝดที่เรียกชื่อวงของอาปากับบรรดาลุงๆ ผิด“มาหยิกหิวแน่เยย” มายามองค้อน คิดว่ามาลิคน่าจะกำลังหิว เพราะอูนิ คือ ไข่หอยเม่น ที่คนส่วนใหญ่เรียก ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันคืออวัยวะเพศหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของหอยเม่น อาหารอันโอชะแห่งท้องทะเล นับว่าเป็นวัตถุดิบพรีเมียม ที่หาทานได้ค่อนข้างยาก พบได้ในแหล่งน้ำเย็นที่สะอาด มีรสชาติที่เฉพาะตัวและโดดเด่นมาก ไข่หอยเม่นที่สดใหม่มีรสชาติหวานและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม เค็มนิด สดชื่น มีกลิ่นของทะเล ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ชอบรับประทานอาหารทะเลแบบญี่ปุ่น“มาหยิกเพิ่งกิงบะหมี่ชามเบิ้มเองนะ หิวอีกแย้วหยอ” นายาจำได้ว่าก่อนเรียกประชุม มาลิคกำลังกินบะหมีชามใหญ่อยู่กับอาปา“มาหยิกไม่หิว อิ่มแย้ว” มาลิคไม่ได้รู้สึกหิว แอ่นพุงให้พี่สาวฝาแฝดดูว่าตนนั้นอิ่มแปล้มากแค่ไหน“พูดใหม่” มายากับนายาใ
กระเช้าลอยฟ้าพาทุกคนลงจอดที่บริเวณ Zootopia ที่นี่มีสัตว์ตัวน้อยใหญ่มากมายอย่าง สิงโต เสือ หมีขาว เพนกวิ้น สิงโตทะเล เต่ายักษ์ สล๊อต ลิง เเรคคูน งู ฯลฯ“ฉวงฉัดพี่ชี พี่แชง มีเต่าเบิ้มเยอะ” มายาจำได้ ตอนไปบ้านอาปาที่ภูเก็ต สวนสัตว์ของพี่ซีกับพี่แซนด์ ลูกชายฝาแฝดของอาวาฬกับอาพริก ก็มีเจ้าเต่ายักษ์ตั้งหลายตัว“นายาคิดถึงพี่ชี พี่แชง คิดถึงพี่ยังตา พี่อังดา ด้วย” พอมายาพูดถึงลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ประเทศไทยก็ทำให้นายาคิดถึงพี่ซีกับพี่แซนด์ รวมถึงพี่ลันตากับพี่อันดาด้วย“มาหยิกคิดถึงพี่มายิง คิดถึงพี่มิยา คิดถึงพี่วิกฉะเตอร์ด้วย” มาลิคก็พลอยคิดถึงพี่มาริน พี่มิรา และพี่วิคเตอร์ด้วย“แล้วถ้าทุกคนมาอยู่ด้วยที่นี่ มายา นายา มาลิค จะดีใจมากไหมครับ”“ดีใจฉุดๆ เยยค่ะ // ดีใจฉุดๆ เยยค่ะ // ดีใจฉุดๆ เยยฮับ” แน่นอนว่ามายา นายา และมาลิค ต้องดีใจมากที่สุด ถ้าพี่ๆ ทุกคนอยู่ด้วยกันที่นี่“จ๊ะเอ๋!!”“ตกใจหมดเยย” แฝดสามโผกอดกันกลมด้วยความตกใจที่จู่ๆ ลูกพี่ลูกน้องจากภูเก็ตก็มาปรากฏตัวตรงหน้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไหนบอกถ้าเจอพวกพี่แล้วจะดีใจไง” มารินกับน้องๆ ต่างแปลกใจที่แฝดสามไม่เข้ามากอดหรือกระโดดโลดเต้นแสดงค
ครอบครัว ONYX พาทายาททั้งห้าคนตะลุยเที่ยวที่สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่และดีที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์เกาหลี และจัดเป็นหนึ่งในสี่สวนสนุกยอดนิยมของโลกอีกด้วยการปรากฏตัวของ ONYX ยังคงสร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยว กาลเวลาไม่อาจทำให้ความหล่อเหลาของสมาชิกทั้งเจ็ดคนลดน้อยลงไปเลย“The Triplet Boom” ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่ ONYX ที่มีแฟนคลับมากรี๊ดกร๊าด การปรากฏตัวของ The Triplet Boom ของแฝดสามก็เป็นที่ฮือฮาของเหล่าแฟนคลับตัวน้อย ที่ชักชวนให้ผู้ปกครองพาเข้ามาขอถ่ายรูปกับทั้งสามคน รวมทั้งเร็นกับเซย์กิที่มีแฟนคลับตั้งแต่สมัยติดตามผู้เป็นพ่อทัวร์คอนเสิร์ต“ซุปตาร์น้อยของออมมากันตา นี่แค่ปล่อยไปซิงเกิลเดียวนะ ยังมีแฟนคลับแล้ว ถ้าปล่อยซิงเกิลที่สองแฟนคลับจะเยอะขนาดไหน” กาอินเอ่ยแซว“เร็นกับเซย์กิก็ฮอตไม่แพ้พี่ไดชิเลยนะคะ”“วัดรอยเท้ากันเลยแหละ ส่วนเราสองคนก็เป้นผู้จัดการซุปตาร์ตลอดไป”“จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศคอนเสิร์ตนะคะ” กันตาคิดถึงวันวาน การได้เห็นคนที่รักยื่นอยู่บนเวทีมันช่างเบิกบานใจ และเป็นปลื้มทุกครั้ง“คิดถึงบรรยากาศคอนเสิร
เรื่องการแต่งตัวของมายา นายา และมาลิค กันตาจะให้ทั้งสามคนได้เลือกเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับด้วยตัวเอง เพราะเป็นการช่วยส่งเสริมความเป็นอิสระ ความมั่นใจในตนเอง และทักษะการตัดสินใจ โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิด“ชุดนี้ฉวย” มายาหยิบชุดสวยออกมาจากตู้แล้วหันไปหานายาราวกับขอความเห็น และจะใส่ชุดนี้“ชุดนี้ก็ฉวยนะ” นายาก็หยิบชุดสวยออกมาเช่นกัน ชุดนี้ก็สวยมากในความรู้สึก และเลือกใส่ชุดนี้“มายาติดกิ๊บฉีพู” เมื่อได้ชุดแล้ว มายาก็ไปเลือกเครื่องประดับ เลือกกิ๊บสีชมพู สีเดียวกับชุด“นายาติดกิ๊บฉีฉ้ม” นายาเลือกกิ๊บสีส้ม ที่เหมาะกับชุดลายตารางสีส้มขาว“ชุดนี้หย่อมาก ใฉ่หมวกเท่ด้วย” มาลิคเลือกชุดเสื้อยืด แจ็คเก็ต กางเกงยีน และหมวกแก๊ปเข้าชุดสุดเท่“ผู้หญิงไม่หย่อ ผู้หญิงจะฉวย” มายาส่ายหน้า ผู้หญิงไม่หล่อ ผู้หญิงจะสวยกัน“มาหยิกหย่อคงเดียวนะ” นายายื่นมือไปแตะที่ไหล่ของน้องชายฝาแฝด ให้มาลิคหล่อคนเดียว“มาหยิกหย่อเดียวได้” มาลิคเชิดหน้าพูด เดินถือชุดไปให้พี่เลี้ยงช่วยใส่ เมื่อไม่มีใครใส่ชุดหล่อ ตนหล่อคนเดียวก็ได้ ในขณะที่สองสาวน้อยคุยกระหนุงกระหนิงช่วยกันเลือกเครื่องประดับแฝดสามตามพ่อกับแม่เข
“อาปา ออมมา” เสียงของมายา นายา และมาลิค ดังลั่นบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที“แต่ละวัน” ฉลามยกมือขึ้นมานวดขมับเพียงแค่ได้ยินเสียงของแฝดสาม ไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องรับมือความป่วนอะไรบ้าง“เดี๋ยวพอไปโรงเรียนแล้วพี่ฉลามจะเหงา”“วันนี้พวกเยาจะช้อมเต้งค่ะ” มายาประกาศเสียงดังลั่น พร้อมสวมแว่นตาแฟชั่นอันใหญ่ และผูกโบว์สีสันสดใส หลังจากเรียนรู้งานเบื้องหลังกันมาแล้ว วันนี้จะทำงานเบื้องหน้ากันบ้างให้สมกับเป็นลูกของซุปเปอร์สตาร์“อาปาเปิดห้องช้อมให้หน่อยค่ะ” นายามาในชุดสไตล์ Hip Hop สุดเท่ “ห้องช้อมใหญ่ฉุดเยยนะฮับ” มาลิคก็เท่ไม่แพ้พี่สาวฝาแฝด เรียกร้องห้องซ้อมเต้นที่ใหญ่ที่สุด“นายาจะเป็งเช็งเตอร์” นายาจะเต้นในตำแหน่งเซ็นเตอร์“ไม่ได้นะ มายาต้องเต้งเปิด” มายาจะเต้นเปิดเป็นคนแรก“ขอมาหยิกอยู่ตรงกลาง แต่ไม่ต้องหมุงตัวได้ไหม เหนื่อย” มาลิคก็อยากอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งเซ็นเตอร์ แต่ขอไม่หมุนตัวเพราะเหนื่อย“ได้” พอเป็นมาลิค มายากับนายาก็ยินยอมสละตำแหน่งเต้นนี้ให้ เพราะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวย่อมโดดเด่น“แล้วจะเต้นเพลงอะไรกันคะ”“บิงชูตุ๊บป่อง เวอชั่งยีมิกคูงฉามฉะปีดค่ะออมมา” มายาบอกชื
“มาหยิกจะตายไหม มาหยิกน่าจะตาย...” มาลิคหน้าละห้อย ขาดขนมเหมือนจะขาดใจ คิดว่าตัวเองจะต้องตายแน่ๆ“ชีวิตจะขาดหวางไม่ได้” นายาจะไม่ยอมให้ชีวิตตัวเองต้องขาดความหวานจากขนม“เยาต้องทวงคืงช็อกแยต” มายาฮึกเหิมที่จะทวงคืนช็อกโกแลต“ทวงคืงช็อกแยต” นายากับมาลิคก็เห็นด้วยพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า โดยมือของมาลิควางทับมือของมายา ก่อนนายาจะวางมือไปบนมือของมาลิคพร้อมใจกันทวงคืนช็อกโกแลต “ทวงคืงช็อกแยตกัง”ไม่ทันข้ามวันของบทลงโทษงดขนมสิบวัน สามพี่น้องฝาแฝดก็วางแผนย่องเข้าห้องครัว โดยแต่ละคนถือตุ๊กตาที่ทำขึ้นมาโดยมีหน้าของตัวเองเป็นต้นแบบกันตาทำเป็นมองไม่เห็น และส่งซิกให้กับสามีทำเช่นเดียวกันกับเธอ พัฒนาทางด้าน IQ EQ จะดีเกินวัย เพราะรู้สึกว่าความแสบ ความซน ของลูกๆ จะมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดขึ้นทุกวันหนทางที่จะได้ช็อกโกแลตช่างปลอดโปร่งในความรู้สึกของแฝดสาม ประตูตู้เย็นที่ค่อยๆ เปิดออก ราวกับมีแสงสว่างเปล่งประกายเจิดจ้า ช็อกโกแลตในกล่องสีทองนั้นราวกับหีบสมบัติ“ว้าวๆ” มายา นายา และมาลิค ตาลุกวาวกับหนทางรอดชีวิตจากที่ร่างกายขาดความหวานมาร่วมสามชั่วโมง ยื่นมือไปหยิบช็อกโกแลต“หยุดเลย!” เสียงของ







