Masuk“กังวานให้อภัยคุณค่ะ ถ้าคุณจะรีบหาย แล้วแข็งแรงไว ๆ” เธอยิ้มให้เขา โล่งใจที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก“เธอท้องจริง ๆ เหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยท่าทีตื่นเต้น นี่ถือว่าเป็นข่าวดีของครอบครัว ถ้ามารดายังอยู่ก็คงจะดีใจเหมือนเขา“จริงๆ ค่ะ” เธอจับมือของเขามากดที่หน้าท้องของเธอ“ในนี้มีลูกของเราอยู่นะคะ เรากำลังจะมีลูกด้วยกันค่ะ” เธอบอกเขาด้วยรอยยิ้ม“ฉันดีใจที่เธอให้อภัยฉัน”“กังวานให้อภัยคุณได้เสมอค่ะ ถึงแม้ว่าคุณจะร้ายกับกังวานมากแค่ไหน แต่ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน คุณกลับกระโดดมารับทางปืนเพื่อปกป้องกังวานเอาไว้ เท่ากับกังวานเป็นหนี้ชีวิตของคุณ ถ้าไม่มีคุณกังวานกับลูกก็คงตายไปแล้ว เรื่องที่มันผ่านไปแล้ว ก็ขอให้ผ่านไปเถอะค่ะ” เธออยากปลดล็อกความเสียใจ ความทุกข์ออกไปจากใจให้หมด ไม่อยากเก็บอะไรเอาไว้อีกแล้วพันทัพออกจากโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นอยู่กับบ้าน เขาหาฤกษ์ยามที่จะแต่งงานได้แล้ว จึงประกาศแต่งงานกับเธอในทันทีเพื่อนๆ ของพันทัพต่างอึ้งไปตามๆ กัน ยกเว้นดลชาติที่หัวเราะชอบใจ เขาคิดเอาไว้แล้วเชียวว่าต้องมีอะไรในกอไผ่ เพราะสังเกตตลอดว่าสายตาที่เพื่อนมองเด็กในบ้านมันไม่ได้ปกติเหมือนชาวบ้านเขาทำกัน“แกหัวเราะอะไ
ภาพนั้นเป็นภาพสัมพันธ์สวาทระหว่างเลอทศกับกนกวดี และภาพที่กนกวดีมีความสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายมากหน้าหลายตา และเคยเป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยเล็กเสี่ยใหญ่ทั่วฟ้าเมืองไทย“นี่แหละครับ เบื้องหลังของดาราดังคนนี้ เธอไม่ได้มีผมคนเดียว แต่มีไปทั่ว หลอกผู้ชายไปทั่ว” เลอทศได้ทีก็แฉอดีตคนรักที่หลอกเขาจนหมดตัว แถมยังคิดจะฆ่าเขาอีก“อย่าถ่ายนะ อย่าถ่าย ไอ้บ้า! แกมันไอ้คนเฮงซวย ฉันจะฆ่าแกซะ” กนกวดีกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ชื่อเสียงของเธอที่สั่งสมมาต้องมาจบลงเพราะไอ้ผู้ชายที่กำลังเกาะเธอเหมือนแมงดา เธอหลอกเขาน่ะใช่ แต่พอเธอดัง เขาก็เอารูปความสัมพันธ์และคลิปลับของเธอกับเขามาแบล็กเมล์ เรียกเงินเธอเหมือนกัน เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเธอนักหรอกกนกวดีหยิบปืนออกมาจากกระเป๋า ยิงขู่ทุกคนที่กล้าถ่ายคลิปของเธอ เธออยากจะจัดการกับเลอทศ จัดการกับพันทัพและกังวานที่กล้าทำให้เธอเสียใจขนาดนี้ทุกคนรีบหลบ ในขณะที่พันทัพพยายามห้ามปรามอดีตคนรักให้ใจเย็นๆ เอาไว้“วดีใจเย็นๆ ก่อนนะ ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันก่อน วดีทำแบบนี้มีแต่จะเสียกับเสียนะ”“วดีไม่มีอะไรจะเสียแล้วค่ะ ในเมื่อทุกคนรวมหัวกันทำร้ายวดีให้เจ็บช้ำน้ำใจและเสื่อมเสียชื่อเสียงขนาด
“วดีเคยเป็นคนที่พี่คบหาดูใจด้วย” เขาเลี่ยงคำว่ารัก เพราะเขารู้ใจตัวเองว่าไม่ได้รักเธอ“แล้วพี่พาวดีมาดูชุดแต่งงานทำไม”“เธอเป็นคนชวน รบเร้าจะมาดูชุดแต่งงาน พี่ก็พามาแล้วไง”“นี่พี่พัน พูดแบบนี้ได้ยังไงกัน!”“เธอรบเร้าจะไปดูแหวนเพชร บอกว่าอยากซื้อเพชร พี่ก็พาไปดูแล้วไง เธอจะเอาอะไรอีก”“ไอ้คนสารเลว ทำไมต้องมาหลอกให้วดีรักด้วย”เธอเกรี้ยวกราด โมโหที่เขากำลังจะทิ้งเธอไปคว้าเด็กในบ้านที่เขาบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนามายกย่องเชิดชู“เธอรักพี่จริงๆ เหรอวดี”พันทัพเอ่ยถามอย่างจริงจัง เขาไม่เคยเห็นความรักใคร่ไยดีในตัวของกนกวดีที่มีให้แก่เขาเลย เขาเห็นแต่สิ่งที่เธออยากได้จากเขา ปรารถนาจากเขา แต่ไม่เคยดูแลใส่ใจอะไรเขาเลย เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่เคย แตกต่างจากผู้หญิงอีกคนที่ทำอะไรๆ ให้เขาหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนถึงเรื่องสำคัญในชีวิต เขาจำได้ว่าเคยลืมเอกสารสำคัญเอาไว้ที่บ้าน คนที่นั่งมอเตอร์ไซค์ฝ่าไฟแดงเอาไปให้เขาเพราะกลัวจะประชุมไม่ทันก็คือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมีย คือเด็กในบ้านที่เขาตั้งป้อมรังเกียจอย่างกังวาน “รักสิคะ ทำไมวดีถึงจะไม่รักพี่ พี่รักมันไง พี่รักนังเด็กนั่น พี่เลยมองไม่เห็น
พันทัพผู้เป็นสามีรับประทานอาหารค่ำที่เธอจัดเตรียมให้อย่างเอร็ดอร่อย กังวานมองเขานิ่ง อยากเก็บภาพเช่นนี้เอาไว้ในหัวใจของเธอตลอดไป เพราะต่อจากนี้ไป เธอกับเขาจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก รุ่งเช้าของวันใหม่ พันทัพไม่เห็นคนที่นอนเคียงข้างมาตลอดค่ำคืน เขาคิดว่าเธอไปทำงาน แต่ความแปลกใจของเขามันเกิดขึ้นเมื่อเห็นว่าบ้านเงียบกริบ“เห็นคุณกังวานไหม” เขาจึงเอ่ยถามสาวใช้“ไม่เห็นนะคะ” ถามใครๆ ก็ไม่มีใครเห็นเธอเลยพันทัพวิ่งขึ้นไปดูบนห้อง ปรากฏว่าเธอไปแล้ว กระเป๋าเสื้อผ้าที่เขายัดเอาไว้ในตู้ เธอก็นำมันไปด้วย เหลือไว้แค่กลิ่นกายและความทรงจำที่ยังวนเวียนอยู่ในห้องนอนกว้างแห่งนี้ชุดเครื่องเพชรและใบทะเบียนสมรสที่เขาอยากจะขยำมันทิ้ง ถูกวางเอาไว้ให้เขาได้เห็นอีกครั้ง บ่งบอกว่าเธอยังยืนยันคำเดิมที่จะไปจากเขาเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเสียงโทรศัพท์จากกนกวดีโทร. เข้ามาหา เขาตัดสายทิ้งอย่างแสนรำคาญ ในเวลานี้เขาอยากเจอเมียไม่อยากเจอกนกวดีกนกวดีมองโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดใจ เธอเดินทางไปที่บ้านของพันทัพ สาวใช้บอกว่าเขาเพิ่งออกไป เธอครุ่นคิดและตามเขาไปที่ห้องเสื้อชื่อดังที่กังวานทำงานอยู่ มั่นใจว่าเขาจะต้องไปที่นั่น
แท้ที่จริงแล้วกนกวดีแค่ชวนพันทัพมาเลือกแหวนเพชร เพราะอยากได้วงใหม่ โดยการซื้อเพชรในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการแต่งงานใดๆ ทั้งสิ้น แต่นักข่าวที่แอบมาถ่ายรูปได้รับแจ้งมาอีกที เลยตามมาทำข่าว ในความคิดของกังวาน การไม่อยากเจอใครแต่ต้องเจอมันช่างอึดอัด“โลกช่างกลมอะไรแบบนี้” วิรัญญาเบ้หน้า ก่อนจะดึงมือเพื่อนรักเขาไปในร้าน แล้วก็ตามคาด เพื่อนรักของเธอนั่งเขี่ยอาหารไปมาสีหน้าอมทุกข์ แม้ต่อหน้าใครๆ จะปั้นยิ้มเพียงใดก็ตาม แต่เธอรู้ว่าภายในใจของกังวานนั้นเจ็บปวดเพียงใดกลับไปในเย็นนั้น กังวานตัดสินใจเซ็นใบหย่าให้สามี เพื่อให้เขาได้ไปอยู่กับคนรักของเขาโดยไม่มีปัญหาและอุปสรรคอะไรอีกก่อนที่กังวานจะนำเครื่องเพชรที่มารดาของเขาให้ไปคืน เธอจัดกระเป๋าใบเล็กๆ ของตัวเองอย่าเงียบเชียบ กังวานไม่ได้เอาสิ่งใดนอกเหนือจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวที่มีมาแต่ดั้งเดิมของเธอ“โอ๊ย!” กังวานร้องอย่างตกใจเมื่อโดนสามีกระชากแขนขึ้น ในขณะที่เธอพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างเหม่อลอย“คุณพันมีอะไรคะ ทำไมต้องทำรุนแรงแบบนี้ด้วย”เธอเอ่ยถาม เห็นสายตาและสีหน้าขึ้งโกรธของเขาอย่างชัดเจน“เธอกำลังทำอะไรของเธออยู่” พันทัพเอ่ยถาม“กังวานกำล
กนกวดียังเอ่ยถามอย่างมีนัยแอบแฝง กังวานรับรู้ได้ถึงความเจ็บแปลบในหัวใจของเธอ เพราะสิ่งที่กนกวดีพูดนั้นมันคือชีวิตจริงของเธอที่ได้พบเจออยู่ในขณะนี้“เชิญคุณวดีกับคุณพันทัพเลือกชุดกันไปก่อนนะคะ ถ้าชอบชุดไหนเดี๋ยวทางร้านจะให้ลองสวมดูก่อน หากมีอะไรต้องแก้ไข ทางร้านจะจัดการให้ทุกอย่างเลยค่ะ ส่วนดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” กังวานพูดอย่างเป็นงานเป็นการ ก่อนจะเอ่ยขอตัว นั่นทำให้กนกวดีต้องรีบเรียกอีกฝ่ายเอาไว้“จะรีบไปไหนล่ะ จะปล่อยให้ลูกค้านั่งดูกันอยู่แค่สองคนอย่างนั้นเหรอ”“ดิฉันว่าให้คุณสองคนนั่งดูกันไปก่อนจะได้ช่วยกันตัดสินใจ ดิฉันอยู่ด้วยจะทำให้คุณไม่เป็นส่วนตัวกันเสียเปล่าๆ นะคะ” เธอแทนตัวเองด้วยท่าทีห่างเหิน ใบหน้าเย็นชาไว้ตัว“เธอต้องเป็นฝ่ายแนะนำสิ” กนกวดีไม่ยอม เธออยากให้กังวานนั่งดูเธอสวีตหวานกับพันทัพตรงนี้“ใช่ เธอเป็นพนักงานก็ต้องบริการลูกค้าให้ดี จะหนีลูกค้าได้ยังไง” พันทัพพูดขึ้นบ้าง หลังจากที่เขาเงียบมานาน“ดิฉันคงต้องขอตัวสักครู่จริงๆ ค่ะ เพราะดิฉันปวดฉี่จะไปเข้าห้องน้ำ หรือว่าจะให้ดิฉันฉี่ตรงนี้ให้คุณสองคนดู แต่อย่าเลยค่ะ” ประโยคนั้นทำเอาพันทัพกับกนกวดีหน้าแดง“แต่ถ้าพวกคุณอยากดูดิ
“คุณท่านพูดเหมือนจะไม่อยู่กับกังวานอีกเลย อย่าพูดเรื่องความเป็นความตายสิคะ กังวานใจคอไม่ดีเลย”กังวานเอ่ยออกมาอย่างตกใจ เข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนต้องตาย แต่เธอก็คงทำใจได้ยากหากผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตจะต้องมาจากไป“ความเป็นความตายมันห้ามกันไม่ได้หรอก สิ่งที่ฉันอยากจะขอเธอก็คืออยากให้เธอช่วยดูแลลูกชายฉัน
กังวานหลุดเสียงครางออกมาเป็นระยะ ยามที่เขาบดกายเข้าหาอย่างล้ำลึกมิดเม้น ขาของเธอแยกกว้างให้เขาทุ่มแทรกเข้าออกแรงๆ คล้ายเป็นเป้านิ่งให้เขาเสียบแทงได้อย่างถึงอกถึงใจร่างกายของเธอสะท้านหวั่นไหว กายสาวสั่นเทิ้มด้วยความเสียดเสียว เธอหลุดเสียงครวญครางออกมาสลับกับเสียงซี้ดปาดด้วยความเสียวซ่านเหมือนกินอาห
“ที่ฉันแต่งงานกับเธอ เพราะถูกคุณแม่บังคับหรอกนะ แต่ฉันจะขัดขวางทุกทางไม่ให้คนเห็นแก่เงินอย่างเธอเอาอะไรของคุณแม่ไปได้เด็ดขาด” เมื่อมารดาออกไปจากห้องแล้ว เขาก็หันมาเล่นงานคนข้างๆ ในทันที“กังวานไม่เคยคิดอยากได้ทรัพย์สมบัติของคุณท่านหรือคุณพันเลยนะคะ”“อย่ามาโกหกตาใส ฉันรู้เท่าทันคนอย่างเธอ ที่ฉันแต่
“พี่พันต้องแต่งงานกับนังเด็กนั่นจริงๆ เหรอคะ”กนกวดีรู้เข้าก็หงุดหงิดใจเป็นอันมาก“จริงครับ ไม่อย่างนั้นคุณแม่จะยกทรัพย์สมบัติให้กังวานทั้งหมด แล้วพี่จะไม่ได้อะไรเลย”“ทำไมคุณป้าทำแบบนั้นล่ะคะ ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย พี่พันเป็นลูกนะคะ ไม่ใช่นังเด็กนั่น หรือว่าเด็กนั่งออดอ้อนออเซาะคุณป้า แล้วก็ยุแยงตะ







