Mag-log in"ไม่เจอกันนาน... เนี่ยนะเหรอชีวิตที่เธอต้องการนักหนา? สังคมที่เธออ้างว่าคู่ควรกับเธอ คือการมานุ่งน้อยห่มน้อย ให้ผู้ชายจับนู่นจับนี่ตามใจชอบแบบนี้เหรอ..."
view moreกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำมันสกัดจากกานพลูและไม้หอมระเหยลอยอบอวลไปทั่วบริเวณล็อบบี้ของ "ศิรินทรา สปา" สถานที่พักผ่อนระดับไฮเอนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการนวดบำบัดแบบไทยประยุกต์ใจกลางเมืองหลวง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับกลิ่นอุ่น ๆ ของเทียนหอมที่จุดทิ้งไว้ตามมุมห้อง ช่วยสร้างบรรยากาศให้แขกที่ก้าวเท้าเข้ามาพ้นจากความวุ่นวายข้างนอกรู้สึกเหมือนได้ตัดขาดจากโลกอันเร่งรีบ
พลอยชมพู หรือ พลอย หญิงสาววัย 27 ปี กำลังจุดเทียนหอมอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน เธอสวมชุดยูนิฟอร์มสีดำขลิบทอง ใบหน้าหวานดูนิ่งสงบ แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววอ่อนล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน แต่ริมฝีปากก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มละมุนตามแบบฉบับพนักงานบริการที่ดี พลอยชมพูทำงานที่นี่มาเกือบสามปีแล้ว อาชีพหมอนวดสำหรับคนอื่นอาจมองว่าเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายอย่างหนัก แต่สำหรับเธอมันคือมรดกทางวิชาชีพที่แม่เคยพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็ก แม่ของเธอเป็นครูนวดแผนไทยที่เก่ง เป็นคนคอยปูพื้นฐานให้เธอซึมซับศิลปะการบำบัดนี้จนเข้าเส้นเลือด หลังจากเรียนจบพลอยชมพูจึงไม่ลังเลที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ เพราะเธอเชื่อมั่นว่านี่คืออาชีพสุจริตที่มีเกียรติและสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก...เมื่อสองปีก่อน อุบัติเหตุทางรถยนต์ได้พรากชีวิตทั้งพ่อและแม่ไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้พลอยชมพูต้องกลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน แบกรับภาระดูแล มุกดาน้องสาววัย 15 ปีที่มีอายุห่างกันเกือบสิบปี ภาระนั้นยิ่งหนักขึ้นไปอีก เมื่อมุกดามีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ ที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาและค่ายาจำนวนมหาศาล พลอยชมพูจึงต้องทำงานหนักเพื่อโอกาสทางการศึกษาของน้องสาวเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ "พลอย... มานี่หน่อยสิ" เสียงของ พนิดา แอดมินรุ่นพี่ประจำร้านเรียกข้ามเคาน์เตอร์ พลอยชมพูละมือจากเทียนหอมที่เพิ่งจุดเสร็จ แล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปหา พนิดาซึ่งมีอายุมากกว่าเธอสามปีและสนิทสนมกันพอสมควร "ช่วงบ่ายมีตารางของพลอยนะสี่ชั่วโมงรวดเลยเริ่มตอนบ่ายโมง" "กี่คนคะพี่นิ" พลอยชมพูถามพลางเช็กความพร้อมของตัวเอง "คนเดียวจ๊ะ" "หืม เขานวดคนเดียวสี่ชั่วโมงเลยเหรอคะพี่นิ" พลอยเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ เพราะปกติลูกค้าทั่วไปมักจะนวดแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเท่านั้น "จ๊ะ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจ ลูกน้องเขาน่ะโทรมาจองคิวไว้นะ บอกว่าเจ้านายเขาเหนื่อย ๆ เลยอยากพักผ่อนแบบยาว ๆ ไม่อยากให้ใครรบกวนเลยเจาะจงขอห้องวีไอพี" พนิดาอธิบายพลางคีย์ข้อมูลลงระบบ "พลอยรีบไปกินข้าวเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะถึงเวลาแล้ว" "โอเคค่ะพี่นิ งั้นพลอยขอตัวไปทานข้าวนะ เดี๋ยวบ่ายโมงจะได้เริ่มทำงานเลย" เธอพยักหน้ารับคำอย่างกระฉับกระเฉง ก่อนจะปลีกตัวไปเตรียมความพร้อม สี่ชั่วโมงสำหรับคนนวดคนเดียวถือเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิและแรงกายอย่างมาก แต่สำหรับพลอยชมพูที่ฝึกฝนมาอย่างดีตามแบบฉบับที่มารดาเคยสอน เธอถือว่านี่คือโอกาสที่จะได้ใช้ศาสตร์การรักษาอย่างเต็มที่ เวลาเที่ยงห้าสิบนาที พลอยชมพูเข้ามาจัดเตรียมอุปกรณ์ภายในห้องนวด "วีไอพี" กลิ่นน้ำมันอโรมาสูตรเฉพาะถูกอุ่นจนได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ ยาหม่องสมุนไพรสดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบหยิบจับง่าย ภายในห้องนวดหรูหราแห่งนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตรงมุมห้องเพื่อความปลอดภัยของทั้งพนักงานและลูกค้า ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของสปาระดับไฮเอนด์เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในที่ลับตาคน ในเวลาบ่ายโมงห้านาที พลอยชมพูเดินมาถึงหน้าห้องนวด เธอเว้นจังหวะให้แขกได้มีความเป็นส่วนตัวในการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดที่ทางร้านจัดเตรียมไว้สำหรับแขกทีีจะมานวดโดยเฉพาะ พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปรับจังหวะหัวใจให้นิ่ง แล้วยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งตามมารยาท ก่อนจะเอ่ยอนุญาตเข้าห้อง "ขออนุญาตเข้าไปดูแลนะคะ..." หญิงสาวเอ่ยอนุญาตตามมารยาทพร้อมกับค่อย ๆ ผลักบานประตูไม้เข้าไป ทว่าวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบจนเกือบจะลืมหายใจ ภาพตรงหน้าไม่ใช่ลูกค้าที่สวมชุดเรียบร้อยอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ แต่เป็นร่างสูงสง่าของแขกวีไอพีที่ยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายไม่เสร็จสรรพ ชายหนุ่มรูปร่างสูงยืนอยู่กลางห้องในสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่า อวดแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยเป็นลอนชัดเจนตามแบบฉบับคนดูแลตัวเองอย่างดี ผิวพรรณของเขาดูสะอาดสะอ้านแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งดั่งรูปสลัก ท่อนล่างมีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ แสงไฟสลัวจากโคมไฟอโรม่าที่ตกกระทบลงบนมัดกล้ามเนื้อและแผ่นหลังกว้าง ทำให้เขาดูโดดเด่นและมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจจนพลอยชมพูถึงกับหน้าร้อนผ่าว และเมื่อร่างสูงหันหน้ามา พลอยชมพูยิ่งตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด คิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบสีนิลที่จ้องมองมาอย่างนิ่งเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความดุดันและอำนาจ จมูกโด่งเป็นสันตรงรับกับริมฝีปากหยัก สันกรามคมชัดขับเน้นใบหน้าให้ดูแข็งกร้าวแต่กลับดูมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา เป็นความหล่อที่ดูอันตรายและน่าค้นหาไปพร้อม ๆ กัน "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ...ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณลูกค้า!" พลอยชมพูอุทานเสียงหลงพร้อมกับรีบก้มหน้าลงต่ำ มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ขอโทษยกใหญ่ด้วยความตกใจและทำตัวไม่ถูก ใบหน้าหวานแดงซ่านไปถึงใบหู เธอไม่รอให้เขาเอ่ยปากต่อว่าแม้แต่คำเดียว ร่างบางรีบหันหลังกลับแล้วถอยพรวดออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะงับประตูปิดลงตามหลัง หญิงสาวยืนพิงกำแพงหน้าห้อง พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา "ทำไมเขายังเปลี่ยนชุดไม่เสร็จนะบ้าจริง" พลอยชมพูได้แต่ยืนตำหนิตัวเองในใจพลางลูบแก้มที่ยังร้อนผ่าวไม่หาย ภาพแผ่นหลังกว้างและใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจของชายหนุ่มคนนั้นยังคงติดตา จนเธอต้องพยายามข่มตาลงเพื่อสลัดความประหม่าทิ้งไป ด้านในห้อง ปรินทร์ ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งหลังจากบานประตูปิดลง เขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง แต่กลับมีความรู้สึกชะงักงันไปชั่วอึดใจ ความจริงเขาควรจะเปลี่ยนชุดให้เสร็จภายในห้านาทีแรกตามกฎของร้าน แต่เพราะติดคุยโทรศัพท์เรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งวางสายไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ทำให้เขาเพิ่งจะได้เริ่มจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง เขาไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน... ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองชุดลำลองที่วางอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาไม่คุ้นชิน ถ้าไม่ใช่เพราะ นิธิศ ลูกน้องคนสนิทที่เป็นมือขวาของเขาบังคับแกมขอร้องว่า "เจ้านายพักบ้างเถอะครับ" แล้วจัดการจองคิวเพื่อให้เขาไปผ่อนคลายรวดเดียวสี่ชั่วโมง เขาคงไม่มีทางเอาตัวมานอนนิ่ง ๆ ให้ใครก็ไม่รู้มาแตะต้องตัวแบบนี้ ชายหนุ่มพลางนึกถึงใบหน้าหวานที่เพิ่งพรวดพราดเข้ามาเมื่อครู่ ผู้หญิงคนนั้นดูตกใจจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ท่าทางลนลานของเธอทำให้ความตึงเครียดในหัวของเขาคลายลงไปนิดหน่อยอย่างน่าประหลาด ปรินทร์จัดการสวมชุดที่ทางร้านจัดแจงไว้ให้ ก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟา เพื่อให้พนักงานคนเมื่อกี้เข้ามาทำหน้าที่ของเธอ ด้านนอกห้อง พลอยชมพูพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง เธอสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อย ๆ เคาะประตูอีกครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก "ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าแต่งตัวเสร็จหรือยังค่ะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด "ครับ เข้ามาได้" เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมาสั้น ๆ ทำให้พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งก่อนจะผลักประตูเข้าไป ภายในห้องรับรองสุดหรู ปรินทร์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ชุดที่เขาสวมใส่รับกับรูปร่างกำยำได้อย่างไร้ที่ติ แสงไฟสลัวในห้องยิ่งทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาจนน่าใจหาย เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอในทันที แต่กลับจ้องมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูราวกับกำลังนับถอยหลังรออะไรบางอย่าง "ดิฉันต้องขอประทานโทษด้วยนะคะที่เข้ามาโดยพลการ จนทำให้คุณลูกค้าต้อง..." "ไม่เป็นไรหรอกครับ" ปรินทร์เอ่ยแทรกขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับมีกังวานดึงดูดใจ เขาละสายตาจากนาฬิกาเรือนหรูแล้วเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าเม้มปากแน่นอยู่ไม่ไกล "ผมเองก็ผิดเหมือนกันที่ไม่จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อน...อย่าคิดมากเลย" คำตอบที่ดูใจดีผิดคาดทำให้พลอยชมพูค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความโล่งอกที่เขาไม่ได้ตำหนิหรือแสดงอาการโกรธเคืองอย่างที่เธอจินตนาการไว้ในตอนแรก "ขอบพระคุณมากนะคะที่คุณลูกค้าไม่ถือสา" เธอเอ่ยขอบคุณพร้อมกับพยายามระงับอาการมือสั่นขณะจัดเตรียมเครื่องหอม "ดิฉันจะตั้งใจดูแลคุณลูกค้าให้ดีที่สุดเป็นการไถ่โทษค่ะ" "ครับ" "ไม่ทราบว่าวันนี้คุณลูกค้าปวดเมื่อยตรงไหนเป็นพิเศษ หรืออยากให้เน้นจุดไหนบ้างไหมคะ" พลอยชมพูถามเสียงนุ่ม พยายามดึงความเป็นมืออาชีพออกมาข่มความตื่นเต้น ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตาเธอตรง ๆ "จริง ๆ ผมก็ไม่เคยนวดด้วยสิ... นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาลองอะไรแบบนี้ ผมเลยไม่รู้ว่าปกติต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน หรือต้องทำยังไงบ้าง" คำสารภาพซื่อ ๆ จากนักธุรกิจมาดเนี้ยบทำให้พลอยชมพูเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ความประหม่าที่เคยมีลดฮวบลงทันทีเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าก็ เกร็งไม่แพ้กัน "คุณลูกค้าจองคอร์สไว้ถึงสีีี่ ชั่วโมง ถ้าอย่างนั้นขั้นตอนแรก ดิฉันแนะนำให้เริ่มจากการนวดฝ่าเท้าเพื่อเปิดจุดผ่อนคลายดูก่อนดีไหมคะ" พลอยชมพูเสนอด้วยรอยยิ้มสุภาพ "คุณลูกค้ารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันไปเตรียมอ่างล้างเท้ามาให้ค่ะ" ปรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางก้มมองเท้าตัวเองแล้วเงยหน้ามองร่างบางที่กำลังจะหมุนตัวออกไป "ต้องล้างให้ด้วยเหรอครับ จริง ๆ ผมเกรงใจ..." "ไม่เป็นไรเลยค่ะ มันเป็นขั้นตอนมาตรฐานของที่นี่ เพื่อให้คุณลูกค้าได้เริ่มผ่อนคลายตั้งแต่เริ่มต้น" เธอตอบพลางยิ้มละไม "รอสักครู่นะคะ" ไม่นานนัก พลอยชมพูก็เดินกลับเข้ามาพร้อมอ่างไม้ใบย่อมที่มีกลีบดอกไม้ลอยกรุ่นอยู่เหนือน้ำอุ่น ควันจาง ๆ ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เธอค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้เล็กตรงหน้าชายหนุ่มอย่างสำรวม "ขออนุญาตนะคะคุณลูกค้า" มือเรียวเล็กยื่นไปแตะที่ข้อเท้าของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาเพื่อประคองเท้าลงในน้ำอุ่น สัมผัสจากปลายนิ้วที่อุ่นพอ ๆ กับน้ำในอ่างทำให้ปรินทร์เผลอกระตุกเท้าเล็กน้อยด้วยความไม่ชิน แต่ความรู้สึกเบาสบายที่ตามมากลับทำให้เขาค่อย ๆ พิงหลังกับโซฟาและหลับตาลง เขารู้สึกได้ถึงมือคู่เดิมที่เริ่มขัดถูฝ่าเท้าให้เขาอย่างเบามือและทะนุถนอม... ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงน้ำในอ่างจาง ๆ และกลิ่นกายสาวที่หอมอ่อน ๆ จนคนตัวโตเริ่มรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากล้างเท้าจนสะอาดหมดจด พลอยชมพูบรรจงใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับน้ำออกจากเท้าหนาอย่างแผ่วเบาจนแห้งสนิท เธอจัดวางเท้าของเขาลงบนหมอนรองนวดอย่างทะนุถนอม ก่อนจะป้ายครีมนวดลงบนฝ่ามือแล้ววอร์มให้ร้อนด้วยการถูไปมา "ดิฉันจะเริ่มนวดจากฝ่าเท้านะคะ หากลงน้ำหนักมือหนักเกินไป คุณลูกค้าแจ้งได้ทันทีเลยค่ะ" มือเล็กเริ่มกดลงบนจุดสำคัญบนฝ่าเท้าอย่างมีจังหวะ สัมผัสที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นทำให้ร่างสูงที่หลับตาอยู่ถึงกับลืมตาขึ้นมองร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ แสงไฟสลัวในห้องตกกระทบเสี้ยวหน้าหวาน เห็นเพียงแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เธอต้องออกแรงกดจุด ความเงียบรอบตัวทำให้เสียงหัวใจของใครบางคนเริ่มเต้นผิดจังหวะ ปรินทร์จ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่อาบไล้ด้วยแสงไฟสลัวจากมุมสูง ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาทั้งวันคล้ายจะมลายหายไปกับทุกจังหวะการลงน้ำหนักมือของเธอ ชายหนุ่มปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างบางเบื้องล่าง... ราวกับถูกมนต์สะกดด้วยความอ่อนโยนที่เธอหยิบยื่นให้ผ่านปลายนิ้วนั้นพลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที
เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ
สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ
เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ
พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน ม
เมื่อประตูห้อง VIP1 ถูกผลักเปิดออก พลอยชมพูและเพื่อนร่วมงานอีกสี่คนก็ก้าวเข้าไปด้านในอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหยุดยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ตรงหน้ากลุ่มชายหนุ่ม ที่ดูมีฐานะเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกคนที่ถูกใจไปนั่งดูแลข้างกาย"เด็ก ๆ มากันแล้วค่ะ เลือกกันได้ตามสบายเลยนะ คัดมาแต่ตัวท็อปทั้งนั้น" สุนิสาที่เ
ปรินทร์ก้าวออกจากห้องครัวตามคำสั่งแต่โดยดี เขาเดินกลับมาที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่มุกดานั่งทำการบ้านอยู่ ชายหนุ่มขยับเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามพลางลอบมองแผ่นหลังของคนในครัวผ่านช่องประตูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับกองสมุดของเด็กสาวตรงหน้าเพื่อฆ่าเวลาเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นห





