Masukเธอตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่หายไปสี่ปี... จำไม่ได้ว่าใครคือคนรัก ใครคือศัตรู และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยมีคนพยายามฆ่าเธอ "นพภริน" ดาราสาวชื่อดัง รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถตกเหวอย่างปาฏิหาริย์ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะมีคนตัดสายเบรก และคนคนนั้นอาจเป็นผู้ชายที่เธอเคยรักที่สุด เพื่อปกป้องเธอจากอันตราย ครอบครัวจึงส่งเธอไปซ่อนตัวที่ไร่ผลไม้แห่งหนึ่ง พร้อมโกหกว่า "ชลศรัณ" เจ้าของไร่หนุ่มผู้แสนอบอุ่น คือคู่หมั้นของเธอ จากคำโกหกเพื่อความปลอดภัย กลับกลายเป็นความรักที่ค่อย ๆ เติบโตในหัวใจ แต่ยิ่งความทรงจำหวนคืน ความจริงอันน่ากลัวก็ยิ่งเปิดเผย เมื่อคนรักเก่ากำลังตามล่าเธอ หลักฐานบางอย่างอาจส่งคนหลายคนเข้าคุก และชีวิตของเธอกำลังเดิมพันอยู่บนเส้นทางระหว่างความรักกับความตาย ขณะที่ "อภิริน" น้องชายจอมกวนของเธอ ก็ต้องมาปะทะหัวใจกับ "ปณิชา" สาวบ้านนาปากกล้า จากคู่กัดกลายเป็นคู่รักที่สร้างทั้งรอยยิ้มและความวุ่นวายไม่แพ้กัน เมื่อคนที่เคยบอกรัก อาจเป็นคนที่อยากให้เธอตาย แต่คนที่เริ่มต้นจากคำโกหก กลับเป็นคนเดียวที่พร้อมปกป้องเธอด้วยชีวิต...
Lihat lebih banyak“แซนด์จ๋า พี่น้ำเป็นคู่หมั้นคู่หมายของหนูไงจ๊ะ” คำพูดของน้าสาวทำให้นพภรินหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
“พี่น้ำคือคนที่หนูลืม”
“แซนด์จำพี่ไม่ได้” ชลศรัณรีบรับสมอ้างด้วยดวงตาเศร้าเรียกคะแนนสงสาร
“ไม่จริงค่ะ ไม่จริงใจ ทำไมแซนด์ไม่เห็นรู้จักเขาเลย จำหน้าไม่ได้ด้วย น้านงคะอย่ามาพูดเล่นอย่างนี้ แซนด์… เอ่อ…”
“พี่เป็นคู่หมั้นของแซนด์ เป็นเรื่องจริงล้านเปอร์เซ็นต์” สายตาเว้าวอนออดอ้อนของชลศรัณทำให้เธอถึงกับพูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป ยามที่ชลศรัณโน้มตัวคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับเธออย่างใกล้ชิดทำให้หญิงสาวตัวเกร็ง อย่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“น้ำขับรถดี ๆ นะไปถึงแล้ว ให้โทร. มาบอกน้าด้วย”
“ครับ สวัสดีครับน้านง” เขารีบยกมือไหว้ แล้วกดกระจกขึ้น หลังจากนั้นเขาก็ใส่เกียร์รถออกไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปครู่ใหญ่ สติของนพภรินกลับคืนมา
“นี่คุณจอดรถเดี๋ยวนี้นะคะ แซนด์ก็บอกแล้วว่า แซนด์ไม่ไป แซนด์ไม่ได้รู้จักคุณ อย่ามาขี้ตู่ว่าเป็นคู่หมั้นของแซนด์นะ ไม่จริง ไม่จริง…”
“ไม่จริงยังไง หรือจะให้ผมพิสูจน์!” สายตากรุ้มกริ่มฉายแววที่ทำให้เธอขนลุก ระแวงแปลกๆ
“พิสูจน์! คุณจะพิสูจน์ยังไง...”
ชลศรัณกดยิ้มมุมปาก ไม่ตอบ...
++++++++
อุบัติเหตุ
เอี๊ยด... โครม... ปึง...
ฝุ่นตลบกลบรถคันใหญ่จนไม่เห็นเลย ชิ้นส่วนของเหล็กที่ประกอบเป็นรถยนต์หรูราคาแพงปลิดปลิวแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว กระจัดกระจายอยู่ตรงบริเวณนั้น กลุ่มควันลอยพวยพุ่งออกมาจากกระโปรงหน้ารถ พร้อมกับไอความร้อน เสียงอึกทึกครึกโครม ตามมาด้วยเสียงผู้คนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” พวกเขาตะโกนดังเรียกไทยมุง
“ใครเป็นอะไรหรือเปล่า เข้าไปดูสิ”
“ตายไหมหนอ ไม่เหลือชิ้นดีแบบนี้นะ”
“ปากดีนักนะ แช่งเขาทำไม”
“ก็พี่เข้าไปดูสิ”
“แกโทร. เรียกรถกู้ภัยเลย อย่าชักช้าน่า คนในรถอาจจะตายได้นะ”
“จ้ะพี่” สีหน้าของคนที่อยู่ตรงนั้นซีดเผือดไปหมด หัวใจสั่นเต้นแรง ใบหน้าลุ้นว่าคนที่ติดอยู่ในซากรถนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง เพียงไม่นานเสียงหวอของรถกู้ภัย และตามมาด้วยรถพยาบาลก็วิ่งมายังที่เกิดเหตุ และได้ช่วยร่างที่ไร้สติของผู้ขับขี่รายนี้ออกมาจากซากรถ รีบพาตัวส่งไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ที่โรงพยาบาลเอกชนศิลป์แพทย์ นอกเขต กทม.
“พ่อครับ แม่ครับ พี่แซนด์เป็นอย่างไงบ้าง” อภิรินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาพ่อกับแม่ คุณแม่พอจิตมีน้ำตาคลอเบ้า ยกมือขึ้นป้ายเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“พี่แซนด์ยังอยู่ข้างในห้องไอซียูนะลูก”
“หมอยังไม่ออกมาเลยหรือครับ”
“ยัง... แม่กับพ่อก็รอกันอยู่นี่ อยากรู้อาการของยายแซนด์เหลือเกิน”
“สภาพพี่แซนด์เป็นอย่างไรครับ ตอนที่กู้ภัยไปเจอ”
“ไม่เป็นอะไรเลย”
“หา!” อภิรินอุทานออกมา คุณทรงคุณผู้เป็นพ่อรีบหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เอารูปถ่ายที่ทางกู้ภัยส่งให้ท่านเปิดให้อภิรินดู
“แม่กลัวว่า ยายแซนด์จะช้ำอยู่ข้างในนะสิ ดูสภาพรถแล้ว คนไม่น่าจะเหลือรอดด้วยซ้ำไป” มารดาอดที่จะพูดออกมาไม่ได้
“คงจะเป็นปาฏิหาริย์นะครับแม่”
“แม่ละก็ อย่าคิดมากสิ” พ่อกระชับแขนที่โอบกอดภรรยาให้แน่นขึ้น คุณพอจิตมุดหน้าลงไปร้องไห้ตัวโยนได้แต่ภาวนาอยู่ในใจให้ลูกสาวคนเดียวของท่านปลอดภัย
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ผมจะลองไปคุยกับตำรวจ” ผู้เป็นน้องชายสีหน้าเคร่งเครียดหัวคิ้วขมวดเป็นปม
“แซงค์ได้ข่าวจากตำรวจว่าอย่างไร กลับมาบอกพ่อด้วยนะ”
“ครับ” อภิรินรีบเดินออกไปจากที่นั่นทันที เขาต้องรู้สาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ให้ได้
หน้าจอโทรทัศน์เกือบทุกช่อง ได้เสนอข่าวที่ตรงกัน พร้อมกับฉายภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ ภาพอาจจะไม่ชัด แต่ก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
(“เมื่อเวลาสองนาฬิกาของวันนี้ นางสาวนพภริน หรือว่า คุณแซนด์ นักแสดงสาวดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการบันเทิงบ้านเรา ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอขับรถเพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างไม่คาดฝัน สภาพที่เกิดเหตุ และรถยนต์คันเกิดเหตุยับเยินจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
แต่โชคดีเหลือเกินว่า คุณนพภรินเธอไม่เป็นอะไรเลย มีเพียงร่องรอยบาดแผลนิดหน่อยเท่านั้นเองจากคำบอกเล่าของกู้ภัย และพยาบาลที่เข้าไปช่วยเหลือ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปาฏิหาริย์เหลือเกิน ร่างกายของคุณนพภรินแทบจะไร้รอยขีดข่วนใด ๆ ทั้งสิ้น กระนั้นก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ขณะนี้เธอได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนศิลป์แพทย์ เนื่องจากคุณนพภรินเธอสลบไปตอนที่เกิดอุบัติเหตุ
อย่างไรก็ตาม พวกเราขอส่งกำลังใจไปให้เธอนะครับ ขอให้คุณพระคุณเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง และหายวันหายคืน หากมีความคืบหน้าประการใด ทางเราจะนำเสนอข่าวคราว และการรักษาตัวของคุณนพภรินมาบอกเล่ากับทุกท่านนะครับ”)
“ยายนั่นมันยังไม่ตาย” เสียงหวานนุ่มหูเอ่ยขึ้นมาอย่างเค้นคำ ในน้ำเสียงนั้นรู้สึกผิดหวังเป็นอันมาก
“แล้วอีนั่น มันจะปากโป้งเรื่องของเราไหมคะ”
“ไม่รู้ ผมไม่รู้” ชายหนุ่มยังคงกำหมัดแน่น มองไปยังหน้าจอทีวีนั้นด้วยหัวใจที่ร้อนรน
“ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับแม่”“แม่ฝากน้องวิวดูแลพี่แซงค์ด้วยนะ ถ้าพี่แซงค์ดื้อก็ตีได้เลย” แล้วท่านก็หัวเราะ“พ่อขอหลานเลยนะ พ่ออยากมีหลานปู่”“พ่อครับ ผมจัดให้แล้วครับ”ปณิชานั่งเอียงอาย ในตอนนั้นเองปณิชาก็มีอาการพะอืดพะอมขึ้นมา ทำท่าเหมือนจะอ้วก“เป็นอะไรไปนะวิว พ่อเห็นวิวไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้วนะ” พ่อผู้ใหญ่รู้สึกเป็นห่วง“วิวสารภาพก็ได้ค่ะ วิวเอ่อ...”“เป็นอะไรลูก”สายตาทุกคนอยากรู้“วิวท้องค่ะ”“หา!” ทุกคนทำเสียงตกใจขึ้นมาพร้อม ๆ กัน“ผมบอกแล้วนี่ครับ ว่าผมทำได้” อภิรินยกนิ้วโป้งของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะโอบกอดสาวน้อยให้มาซบที่อก“ถ้าอย่างนั้น วิวก็พักผ่อน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องออกไป เดี๋ยวพ่อจะบอกทุกคนเองว่าลูกไม่ค่อยสบาย”“แซงค์ดูแลน้องนะลูก”“ครับคุณแม่”ทั้งสามคนพากันออกไปแล้ว ตรงนั้นมีเพียงเขาและเธออยู่กันตามลำพังรถแห่เปิดเพลงเสียงดังสนั่นดังมาจนถึงที่กระท่อมกลางน้ำอภิรินพาเธอลุกขึ้นไปนั่งที่เตียง“วิวเป็นยังไง” อภิรินมองหน้าเธอเห็นเหงื่อซึม เขารีบหยิบรีโมตมาเร่งแอร์ให้แรงขึ้น“วิวจ๊ะ พี่ว่าถอดเสื้อชุดนี้ออกเถอะ วิวจะได้หายใจสะดวก”“ใช่ค่ะ วิวหายใจแทบไม่ออกแล้ว”“มะพี่ช่วย”“มันรู้ส
บ้านผู้ใหญ่โด้พี่สาวยืนกุมมือน้องสาว โดยมีพี่ศรียนต์ กับพี่หลีคอยดูแลใกล้ชิด“มือเย็นเชียว ตื่นเต้นละสิ”“ค่ะ ใครจะไม่ตื่นเต้นบ้าง”“พี่ก็อยากจะแต่งงานแบบนี้จัง ว่าไหมพี่หลี”“โอ๊ย! ศรียนต์พี่ว่าอย่าคิดแต่งเลย อายุป่านนี้แล้ว อยู่คนเดียวสบายตัวกว่าเยอะ”“สบายตัวไม่ว่า พี่สบายใจมากกว่าด้วย”“จ้า”“วิวก็กลัวการแต่งงานเหมือนกันนะคะ อีกอย่างกลัวจะมีลูก”“มีลูกก็ดี วิวจะได้ไม่ไปก่อเรื่องวุ่นวาย”“อ้าว ไหงพี่ศรียนต์พูดอย่างนี้ล่ะจ๊ะ เดี๋ยวมีเฮ” สาว ๆ พากันหัวเราะ“มีเถอะ พี่หลีช่วยเลี้ยงเอง ย่าก็บ่นอยากให้วิวมีลูกเลย ย่าทวดอยากอุ้มหลาน”“วันนี้ย่ามาไหม”“มา แต่วันสองวันนี้ไม่ค่อยดี พี่เลยให้กินยานอนล่ะ”“เพลงมันดังด้วยเนอะ”“ถ้าไม่ไหว แกคงจะให้คนไปส่งกลับบ้าน แค่มาเห็นบรรยากาศ ได้เห็นวิวใส่ชุดนี้ แกก็ปลื้มแล้ว”“ได้ถ่ายรูปกับย่าหรือยัง”“ถ่ายแล้วจ้า” ปณิชาหน้าซีด ๆ หายใจไม่ทั่วท้อง สาวน้อยได้แต่คิดถึงประจำเดือนของเธอไม่มาร่วมสองเดือนกว่าแล้ว ไม่ต้องสงสัยจะท้อง ปณิชาตั้งครรภ์อ่อน ๆ อย่างแน่นอน ทว่าเธอยังไม่ได้บอกใคร“เอิ้ก...” ลมในท้องตีกัน แน่นจุกขึ้นมาที่อก ปณิชารู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา“พี่
ปณิชาเสียวเจียนใจจะขาด จับขยุ้มเส้นผมสีดำของเขาแล้วดึงทึ้งเพื่อระบายความเสียวซ่าน ริมฝีปากบางเปล่งเสียงหวานออกมาอย่างต่อเนื่อง อภิรินกดตัวเองเข้าไปในช่องทางคับแคบของเธอแบบช้า ๆ ปณิชารีบอ้าขากว้างอย่างอัตโนมัติ ทั้งคู่พ่นลมหายใจออกมาแรง ๆเขาทิ้งน้ำหนักตัวส่งท่อนใหญ่กระแทกแรงพรวด...“โอ๊ย... ซี้ด...” ปณิชาจิกปลายเล็บลากยาวลงไปบนเนื้อหลังของเขา พลางเกาะเกี่ยวยึดเอาร่างหนาของเขาเอาไว้“โอ้ว... วิว รัด แน่นมาก พี่จะขยับเร็วเลยนะ”“ค่ะ” เธอกลั้นลมหายใจ และแอ่นร่างรับการบดกระแทกของอภิรินที่ตอกอัดลงมาเมื่อจบคำ ทั้งสองคนครางเสียงอื้ออ้าผสานกับเสียงอัดกระทบของเนื้อหนังมังสาดังลั่นไปทั้งกระท่อมช่องทางน้อย ๆ นั้นบีบอัดท่อนใหญ่ของเขาจนแทบระเบิด สีหน้าของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความสุขหฤหรรษ์อภิรินทั้งขยับโยกบดควง และช่องทางของสาวน้อยก็ตอบรับการบดเสียวอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน มีแต่ความสุขอภิรินผละร่างของเธอออก แล้วจับร่างของเธอยกขึ้น ปณิชารู้ว่าเขาต้องการอะไร สาวน้อยรีบคลานเข่า บทเรียนรักที่เขาเคยสอน เด็กสาวก็จำได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจับท่อนแข็งจ้วงแทง โดยมีร่างของสาวน้อยให้ความร่วมมือพอทุกอย่างเข้
“ใช่ค่ะ เพราะว่าเป็นการเดินทางมาไกลสักหน่อย เพื่อนฝูงก็อยู่แถวทางกรุงเทพฯ คงจะมีคนมาร่วมงานน้อย”“ใช่ บางคนอาจจะกลัวไม่มีที่พัก”“ผมพอจะช่วยจัดหาให้ได้นะครับ” พี่ชุมแพเอ่ยขึ้น“ถ้าใครต้องการที่พักก็ให้ทักถามผมมา จะจัดหาให้ครับ”“ถ้าไม่มี ก็นอนศาลาวัดได้นะครับ ผมจะเรียนท่านเจ้าอาวาสให้” ลุงสมัครเสนอมาแบบนั้น ทุกคนก็พากันหัวเราะ“แถวนี้มีทั้งโฮมสเตย์ รีสอร์ต โรงแรม ไม่น่าจะลำบากแบบนั้นครับ” อภิรินบอกให้พ่อแม่คลายใจ“ถ้าใครต้องการห้องพัก ก็ประสานกับผมมาได้ ผมจะช่วยเต็มที่ครับ” น้าชุมแพสำทับอีกที“จิตจะไปโฆษณากับเพื่อน ๆ ว่าที่นี่สวยจริง ๆ ค่ะ”“ถ้าเราสองครอบครัวได้เกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้ว คงได้แวะมาที่นี่อีก”“ยินดีครับ ผมตั้งใจว่าสมบัติที่ผมมีจะแบ่งให้ลูกสาวสองคน คนละครึ่ง หากพวกเธออยากจะทำอะไรก็ให้ทำได้เลย ผมก็แก่แล้ว จะคอยอยู่ข้าง ๆ ให้คำแนะนำก็พอ อีกอย่างถ้าแซงค์มีความรู้ความสามารถเป็นแรงหนุนให้กับน้องได้ จะทำอะไรก็ทำ”“ครับคุณพ่อ ผมจะพัฒนาที่นี่ให้น่าอยู่และดีขึ้นครับ”“ไปกินข้าวเถอะครับ ผมได้กล้วยมาแค่สองลูกตอนนี้ดูเหมือนจะละลายหมดแล้ว”“เอ้า... เชิญ ๆ เชิญทุกคนเลยครับ”ทุกคนลุกขึ้





