Partager

บทที่ 5 ออกอาการหวง

last update Date de publication: 2025-02-02 17:37:12

          วันฉูชี (วันส่งท้ายปี) ซึ่งจัดขึ้นในวันสุดท้ายของเดือน 12 เป็นวันที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า และร่วมรับประทานอาหารกันตั้งแต่เย็น ร่ำสุราไปจนถึงเช้า เป็นค่ำคืนที่สนุกสนาน

          “พี่สะใภ้ใหญ่สวยราวกับเทพธิดา” อาเจิงถึงกับตาค้างที่เห็นไป๋หลานสวมชุดสีชมพูสะอาดหน้าใบที่แต่งแต้มจนสวยงาม

          “ขอบใจเจ้ามาก” ไป๋หลานเตรียมตัวที่จะไปเฉลิมฉลองวันฉูชีวันนี้จะมีเหล่าชนเผ่าออกมาร่ำสุรากันอย่างมากมายทั้งหมูบ้านประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากสีสันมองไปทางไหนก็ทำให้ผ่อนคลายไม่น้อย

          “ท่านน้าเจ้าคะ” ไป๋หลานเดินเข้ามาหาเจ๋อหรานในกระโจมแต่เห็นนางนั่งมองสร้อยเส้นหนึ่งที่อยู่ในมือแม้จะเรียกเสียงแค่ไหนนางก็ไม่ตอบสนอง

          “ท่านน้า!”

          “เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไร” เจ๋อหรานรีบเก็บสร้อยเส้นนั้นลงไปไว้ที่กล่องเก่าๆ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของไป๋หลานสร้อยที่ประดับด้วยเพชรพลอยคงจะเป็นของราชวงศ์ชั้นสูง

          “สร้อยเส้นนั้น...”

          “เจ้ารู้หรือว่าคืออะไร” เจ๋อหรานไม่แปลกใจเท่าไรเวลานี้นางยอมที่จะให้ทั้งสองแต่งงานกันตามความต้องการของเฟิ่งหวงเพราะนางไม่อยากเห็นลูกต้องเสียใจ

          “เจ้าบอกข้าได้หรือไม่เจ้าเป็นใคร” นางรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ได้ความจำเสื่อมอย่างที่ทุกคนเข้าใจเพราะตอนที่เจ๋อหรานคือสร้อยให้นางเห็นแววตาบางอย่างจากไป๋หลาน

          “ท่านน้ารู้หรือ...”

          “ข้าผ่านโลกมาก่อนเจ้า นั่งลงเถิดข้าจะเล่าอะไรให้”

          ไป๋หลานนั่งลงที่ข้างกายของเจ๋อหรานแววตาที่แสนเจ็บปวดของเจ๋อหรานทำให้นางเริ่มแปลกใจ

          “ตอนที่ข้าเจอกับพ่อของหวงเอ่อร์ เขาก็ถูกทำร้ายมาและแสร้งว่าจำอะไรไม่ได้ จนข้ารักและยอมตามมาด้วยถึงได้รู้ความจริงว่าพ่อของเขาหลอกข้ามาโดยตลอดพ่อของหวงเอ๋อร์มีสนมมากมายและสุดท้ายข้าเองที่ต้องเจ็บปวด”

          ไป๋หลานฟังเจ๋อหรานเล่านั้นแปลว่าเฟิ่งหวงไม่ใช่คนธรรมดาอาจจะเป็นตระกูลสูงส่ง แต่นางก็ไม่กล้าถามอะไรออกมา

          “เจ้าบอกข้าได้หรือยังว่าเจ้าเป็นใคร”

          “ข้า ข้า...”

          “ข้าจะเก็บความลับเจ้าไว้เช่นเดียวกับที่เจ้าจะเก็บความลับของข้า”

          “ข้าคือองค์หญิงไป๋หลาน เป็นธิดาองค์เดียวของฮ่องเต้จางเหวินเซียวแห่งแคว้นเป่ยเฟิง ข้าถูกทำร้ายและหนีตายข้ากระโดดส่งที่หน้าผาจนมาเจอกับเฟิ่งหวงที่ช่วยข้า” ไป๋หลานไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังอีกแล้ว

          “เจ้ารักหวงเอ๋อร์หรือไม่”

          “ข้ารักเฟิ่งหวง รักแรกและจะเป็นรักเดียวตลอดไปท่านจะเกลียดข้าหรือไม่ เพราะข้ามีสัญญาหมั้นหมายกับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหวางป๋อ”

          เจ๋อหรานตกใจกับสิ่งที่นางเล่ามาหวางเทียนเวิ่นมีองค์รัชทายาทสืบบัลลังก์ด้วยหรือที่นางได้ยินมาแม้แต่สนมก็ไม่สามารถมีลูกให้ได้ และฮองเฮายังมาสวรรคตตั้งแต่อายุยังน้อย

          “องค์รัชทายาทหรือ?”

          “องค์เต้หวางเทียนเวิ่นไม่มีองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ”

          “แล้วใครจะได้สืบบัลลังก์ต่อไป”

          “องค์รัชทายาทหวางหลานซวนเจ้าค่ะ เป็นหลานคนโต”

          เจ๋อหรานกำลังมองเห็นความยางยากที่กำลังจะตามมาในอีกไม่ช้าตอนนี้เฟิ่งหวงไม่มียศบรรดาศักดิ์ที่จะไปสู้องค์รัชทายาทได้หากไป๋หลานต้องกลับไปเกรงว่าเฟิ่งหวงจะช้ำใจหนัก

          “แล้วเจ้าจะทำอย่างไรหวงเอ่อร์เป็นแค่คนธรรมดาไม่มีอะไรไปสู้องค์รัชทายาท”

          “ข้าคงจะแต่งงานกับใครไม่ได้อีกแล้ว สองแคว้นคงมิวายโกรธเคืองกัน” ไป๋หลานยังไม่เห็นหนทางที่จะกราบทูลเสด็จพ่อว่านางนั้นมีบุรุษที่รักอยู่แล้ว

          “หวงเอ๋อร์ของข้าคงจะเสียใจไม่น้อย”

          “เจ้าอยู่นี้เองข้าตามหาเสียนาน” เฟิ่งหวงเดินเข้ามาในกระโจมเห็นท่านแม่กับไป๋หลานนั่งคุยกันแต่ใบหน้าที่เป็นกังวลทำให้เขาต้องรีบเอ่ยถาม

          “ท่านแม่ทำอะไรนาง”

          “เจ้าเด็กน้อยข้าแค่จะคุยกับลูกสะใภ้ของข้าไม่ได้เชียวหรือ” เจ๋อหรานเอ็ดลูกชายที่ดูจะเข้าข้างไป๋หลานเกินกว่าเหตุนางคงต้องปล่อยในเฟิ่งหวงได้เรียนรู้ความเจ็บปวดด้วยตัวเอง

          “แม่มีอะไรจะให้ลูกด้วย รับไว้เสียและมอบให้กับนางในดวงใจของลูก” ไป๋หลานหยิบสร้อยข้อมือขึ้นมาและมอบให้เฟิ่งหวงซึ่งเป็นสร้อยข้อมือของพ่อเฟิ่งหวงที่เคยมอบให้เจ๋อหราน

          “ลูกอยากจะพานางไปไหนก็ไปเถิด”

          “ขอบใจท่านแม่ขอรับ” เฟิ่งหวงพาไป๋หลานออกไปและพามาที่แม่น้ำที่เขาเจอนางครั้งแรก

          “เจ้าพาข้ามาทำอะไรที่แห่งนี้”

          “ข้าจะมอบสร้อยเส้นนี้ให้เจ้าหากวันไหนที่เจ้ากับข้าห่างกันเจ้าจะได้อุ่นใจว่ามีข้าอยู่ใกล้ๆ” เฟิ่งหวงสวมสร้อยข้อมือให้แก่นาง ปากหนากำลังจะจูบนางแต่ได้ยินเสียงตะโกนมาแต่ไกล

          “ท่านพี่ ท่านพี่” อาเจิงวิ่งเข้ามาโดยไม่ดูอะไร

          “เจ้ามีอันใด”

          “ท่านพ่อให้มาตามท่านไปช่วยที่คอกม้า”

          “เจ้าไปเถอะข้าจะไปรอที่กระโจม” ไป๋หลานมองเฟิ่งหวงที่เดินไปพร้อมกับอาเจิง เมื่อกำลังจะหมุนตัวกลับก็เจอเข้ากับซินอี้

          “อย่าคิดว่าเจ้าจะชนะข้าได้” ซินอี้มองใบหน้าของไป๋หลานอย่างโกรธเคืองนางแอบรักเฟิ่งหวงมาตั้งนานใยนางถึงไม่ได้ความรักตอบแทน

          “ข้าชนะเจ้าแล้วอย่างไรแพ้แล้วอย่างไรเพราะข้าไม่เคยไปลงแข่งกับเจ้า” ไป๋หลานจ้องใบหน้าของนางอย่างจะเตือนสติเรื่องความรักไม่มีมาบังคับให้ใคร

          “จองหวง”

          “ต่อให้ไม่มีข้าเพิ่งหวงก็ไม่มีวันรักเจ้า” ไป๋หลานไม่ยอมแพ้เช่นกันนางไม่ได้แย่งคนรักของใครและเฟิ่งหวงเป็นคนเลือกนางเอง

          เพียะ!

          “โทษฐานที่เจ้าบังอาจมาต่อปากต่อคำกับข้า”

          ซินอี้ใช้จังหวะทีเผลอตบเข้าที่ใบหน้างามจนแก้มเกิดรอยแดงขึ้นมาไป๋หลานจับใบหน้าตัวเองไว้แล้วจ้องมองไปที่นางอย่างพร้อมจะมีเรื่อง

          “กรี๊ดดดดด” ซินอี้ล้มไปกองอยู่ที่พื้นทำให้ชุดของนางเปื้อนไปด้วยดินและกรีดร้องออกมายามเห็นใบหน้าของไป๋หลานยิ้มเยาะเย้ยซินอี้บนริมฝีปากแน่นห้อเลือดแค้นใจสุดแสน

          “เฟิงซาว (แรดยั่วยวน)” ซินอี้กำหมัดไว้แน่นและเตรียมจะลุกขึ้นมาจัดการนางแต่ก็โดนป็หลานตบเข้าไปแก้มงามหนึ่งครั้ง ซินอี้ตอนนี้ในอกมีเปลวไฟลุกโชนกองหนึ่งแผดเผาอยู่

          “พวกเจ้าทั้งสองทำอะไรกัน!” อี้หรานเดินเข้ามาพยุงลูกสาวขึ้นมองไปที่แก้มงามมีรอยแดงขึ้นมา และหันมาคาดคั้นเอาคำตอบกับลูกสาวตัวเอง

          “มันตบข้าเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ต้องจัดการมัน”

          “ท่านน้าเชื่อนางหรือเจ้าคะ” ไป๋หลานใยอมเช่นกันจนอี้หรานได้แต่อ่อนใจนางมั่นใจว่าลูกสาวต้องไปทำร้ายไป๋หลานก่อน นางเองที่เลี้ยงลูกได้ไม่ดี

          “น้าขอโทษแทนซินอี้ด้วย แม่นางอย่างถือโทษโกรธนางเลย” อี้หรานเดินมาก้มหัวขอโทษจนไป๋หลานรับห้ามไว้

          “อย่าทำอย่างนั้นเจ้าค่ะ ท่านน้าไม่ได้ทำอันใดผิดไปเลยแต่คนผิดกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”  ไป๋หลานเดินจากไปทำให้ซินอี้โวยวายอยู่ต่อหน้าท่านแม่ตัวเอง

          ยามอิ่วตอนนี้ผู้คนเริ่มออกมาฉลองและนั่งดื่มเหล้าอาหารมากมายถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะอาหารและมีเหล่านักดนตรีในชนเผ่าบรรเลงเพลงอย่างสนุกสนาน

          “ซินอี้ไปไหนหรืออี้หราน”

          “นางบอกว่าไม่ค่อยสบายเจ้าค่ะเลยจะขอนอนพัก” เจ๋อหรานจึงไม่ถามอะไรต่อและนั่งทานข้าวพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

          “เจ้ากินเยอะๆ อาเจิงข้าขอเหล้าหน่อย” เฟิ่งหวงหันไปสั่งให้อาเจิงนำเหล้าที่มักไว้มาให้และดื่มจนหมดเพราะคืนนี้ตั้งใจไว้ว่าจะเมา

          “แม่นางไยเจ้าถึงงามอย่างนี้”

          ไป๋หลานกำลังจะเดินผ่านบุรุษที่นั่งอยู่แต่โดนทักขึ้นมาพยายามจะเดินหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ

          “หลีกไปข้าจะกลับ”

          “สวยหยาดเยิ้มเสียดายเฟิ่งหวงคงไม่ได้เรื่องเท่าข้า...โอ๊ยยยย”

          “อย่าคิดจะทำอะไรนาง” เฟิ่งหวงเดินเข้ามาบิดข้อมือของชายผู้นั้นจนสุดแรง จนเขาร้องขอชีวิตขึ้นมาไป๋หลานจึงเข้าไปห้ามเฟิ่งหวง

          “เจ้าปล่อยเขาเถอะข้าง่วงแล้ว” ตั้งแต่นางดื่มเหล้าเข้าไปก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ และเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่จะอยู่ถึงเช้ากับคนอื่นก็คงไม่ได้

          “เจ้าห้ามอยู่ใกล้บุรุษคนไหนนอกจากข้า” เฟิ่งหวงฉายแววตาความหึงหวงออกมาจนเห็นได้ชัดและอุ้มนางกลับกระโจม

          “เจ้าเป็นอะไรเหม่ยเหม่ย”

          “ขะ ข้าร้อนเหลือเกินเจ้าค่ะ”

          มือไม้ของนางเริ่มลูบไล้ไปทั้งแผ่นอกของเฟิ่งหวงอย่างต้องการจนเขาต้องแปลกใจว่าทำไมนางถึงมีอาการแบบนั้น

          “ไปกินอะไรมา”

          “เหล้าเจ้าค่ะ ช่วยข้าด้วยข้าร้อน”

          ไป๋หลานจูบปากเขาอย่างร้อนแรงแม้ตัวจะสูงเพียงหน้าอกของเขาแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค เฟิ่งหวงไม่ปฏิเสธนางปล่อยให้ไป๋หลานได้ทำตามใจตัวเอง

          “หรือในเหล้าจะมีคนแอบเอายาปลุกกำหนัดใส่ไว้ พรุ่งนี้เช้าค่อยหาความจริง”

          เฟิ่งหวงรีบอุ้มนางไปวางที่เตียงและจ้องใบหน้าของไป๋หลานที่แดงก่ำเพราะความต้องการด้วยฤกษ์ยา ไป๋หลานเริ่มไม่ได้สติ

          “ใครมันกล้าทำแบบนั้น”

          “ข้า ข้าอยาก...”

          “เจ้าไม่ต้องห่วง”

          “อื้ออออ”      

เฟิ่งหวงจูบปากนางอย่างหิวกระหายมือหนาเลือนเข้าไปในสาบเสื้อจนสัมผัสเข้ากับยอดปทุมถันที่ชูชันพร้อมให้เขาได้สัมผัสร่างบางยกขาขึ้นมาเกี่ยวตวัดรัดเอวเขาไว้แน่น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทส่งท้าย ดวงใจ

    ชนเผ่าอวิ่น ฮ่องเต้เฟิ่งหวงพาฮองเฮากลับมาเยี่ยมบ้านเกิดและองค์รัชทายาทตงหยางพร้อมกับองค์หญิงอ้ายเสิน ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก “ซินอี้” “ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ” ซินอี้ก้มลงเพื่อทำความเคารพฮองเฮาที่ครั้งหนึ่งนางเคยคิดจะกำจัด “ตอนนี้อยู่นอกวังเจ้าไม่ต้องมีพิธีอะไรมาก เจ้าสบายดีหรือไม่” ไป๋หลานไม่คิดโกรธเคืองนางเลยสักนิดเวลาผ่านไปคนเราก็สามารถเปลี่ยนกันได้ “หม่อมฉันสบายดีเจ้าค่ะ” “ไทเฮาบอกว่าเจ้ากำลังจะมีลูกน้อย” “เพคะหม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์” ซินอี้แต่งงานกับคุณชายแซ่เหลียงและได้ออกไปเปิดโรงน้ำชาด้วยกันจนมีพยานรักที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของนาง “ข้ายินดีกับเจ้าด้วยอดีตผ่านไปแล้วเจ้าก็ได้บทเรียนแล้ว เราแค่ลืมและเดินหน้าต่อไป” “หม่อมฉันขออภัยในครั้งนั้นด้วยเพค่ะ” “ข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าหรอก” ไป๋หลานไม่ใช่คนที่เจ้าคิดเจ้าแคว้นในวันนี้นางคิดได้แล้ว ก็ต่างคนต่างมีชีวิตและเดินตามเส้นทางของตัวเอง “หม่อมฉันขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ” ไป๋หลานเดินกลับมาและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เฟิ่งหวงที่นั่งดูลูกๆ วิ่ง

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 24 ลูกน้อยของข้า

    วันเวลาผ่านไปจนครบเก้าเดือนองค์หญิงไป๋หลานได้ให้กำเนิดลูกฝาแฝดโอรสและธิดาสร้างความปีติยินดีให้กับทุกคนโดยเฉพาะเฟิ่งหวงที่เฝ้ารอพระชายาอยู่หน้าตำหนักไม่ยอมไปไหน “หวงเอ๋อร์พระชายาของลูกแค่หลับเพราะเหนื่อยอย่ากังวลไปนักเลย” “ลูกเป็นห่วงนาง” เฟิ่งหวงนั่งไม่อยู่กับที่เขาเดินไปเดินมาเพื่อรอว่าเมื่อไรนางจะฟื้นขึ้นมา ตอนที่เขาได้ยินเสียงกรีดร้องของนางใจเขาแทบขาด “หวงเอ่อร์ลูกจะให้โอรสและธิดาชื่อว่าอะไร” เฟิ่งหวงเดินเข้ามาใกล้ลูกทั้งสองและมองหน้ากันสลับไปมาลูกของเขาทั้งสองเกิดจากความรักของพ่อและแม่ “โอรสให้ชื่อตงหยาง ธิดาให้ชื่ออ้ายเสิน” “ดีๆ พ่อชอบชื่อนี้” ฝ่าบาททรงตามใจลูกในการตั้งชื่ออีกไม่นานเฟิ่งหวงจะต้องขึ้นครองบัลลังก์แทนฮ่องเต้ ไป๋หลานค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดสิ่งแรกที่นางนึกถึงคือลูกทั้งสองนางได้ยินเสียงร้องก่อนที่นางจะหมดสติไป ไป๋หลานพยายามที่จะขยับตัว “พระชายาอย่าเพิ่งลุกเพค่ะ” “น้องหญิงเป็นยังไงบ้าง” เฟิ่งหวงรีบเข้ามาดูอาการทันทีเมื่อเห็นว่านางปลอดภัยเขาก็หายห่วง “ลูกของน้อง...”

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 23 ความรักขององค์รัชทายาท

    “หม่อมฉันจะไปตามหมอมาให้เพคะ” “ไม่ต้องหรอกหวงเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร” จากที่นางได้ฟังเรื่องราวมาจากไป๋หลานและองครักษ์จึงพอจะเดาได้ว่าเฟิ่งหวงเป็นอะไรถึงได้ไม่สบายแบบนั้น “น้องหญิงแล้วหวงเอ่อร์ไยถึงไม่สบาย” ฮ่องเต้แปลกใจเฟิ่งหวงเกิดอาการแบบนี้มาหลายวันแล้วแต่ก็ไม่มีอาการดีขึ้น “หวงเอ่อร์แค่แพ้ท้องแทนไป๋หลาน คนท้องมักจะชอบกินของรสเปรี้ยวซึ่งหวงเอ่อร์ไม่ชอบและเกลียดส้มจะตาย” เจ๋อหรานรู้ว่าลูกชายชอบหรือเกลียดอะไร เฟิ่งหวงเป็นแบบนี้ก็เพราะแพ้ท้องแทนพระชายา “เฟิ่งหวงจะทรงหายหรือไม่เพคะ” “ไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานจึงอยู่ดูแลเฟิ่งหวงเมื่อคิดถึงคำพูดของเจ๋อหรานนางถึงกับหน้าแดงขึ้นมา เจ๋อหรานบอกว่าบุรุษที่แพ้ท้องแทนแม่ของลูกแสดงว่าเขานั้นรักนางมาก “อย่าดื้อกับเสด็จพ่อนะลูก” ไป๋หลานหันไปพูดกับลูกน้อยตอนนี้สีหน้าของเฟิ่งหวงดูซีดเซียวนางจึงคอยดูแลไม่ห่าง กำหนดการเดินทางกลับแคว้นนางคงจะต้องเลื่อนออกไป “น้องไป๋หลาน” “เสด็จพี่” “พี่จะกลับแคว้นแล้วน้องต้องดูแลตัวเอง” “ไยถึงเร็วแบบนั้นเพค่ะ” ไป๋หลานใจหายที่เสด็จพี่จ

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 22 ชาตินี้ไม่ขอพบเจอ

    เฟิ่งหวงกำลังจัดการงานต่างๆ ด้วยความยากลำบากเขาทรงงานอย่างหนักเพื่อจะรีบกลับไปหาไป๋หลานที่เขาคิดถึงคะนึงหา ฮ่องเต้ทิ้งให้องค์รัชทายาทต้องเผชิญกับปัญหาและปล่อยให้เขาจัดการกับคนร้าย “องค์รัชทายาทท่านพักผ่อนหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” โม่โฉวเห็นองค์รัชทายาทมุ่งหน้าทำแต่งานที่ประชาชนร้องเรียนมา อีกไม่นานองค์รัชทายาทก็จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ “ตอนนี้ท่านอาเป็นอย่างไรบ้าง” “ทุกคนยังคงไว้อาลัยให้องค์ชายหลานซวนพ่ะย่ะค่ะ” เฟิ่งงหวงหยักหน้าเขาเห็นใจหวางไห่เถิ่งที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และเรื่องที่หลานซวนก่อขึ้นมาทำให้วงศ์ตระกูลเสียหายโทษต้องกักขังไปยังญาติพี่น้องแต่เฟิ่งหวงก็ไม่ยอมเพราะหวางไห่เถิงไม่มีส่วนรู้เห็น “องค์รัชทายาท! ตามหมอหลวงเร็วเข้า” โม่โฉวหันไปเรียกกงกงเมื่อองค์รัชทายาททรงเป็นลมไป ทำให้ทั้งตำหนักวุ่นวายไปหมดใบหน้าซีดเผือดขององค์รัชทายาทนอนหลับอยู่บนเตียงกว้าง “องค์รัชทายาทน่าจะทรงงานหนักให้พักผ่อนสักหน่อยจะดีขึ้นเองขอรับ” “ท่านให้คนไปส่งหมอหลวง” “พระชายาไม่อยู่นั้นกระหม่อมจะดูแลท่านเอง” โม่

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 21 อย่าได้เห็นหน้ากันอีก

    “ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรเพคะ” ลู่เสียนเกรี้ยวกราดขึ้นมาเมื่อแม่ทัพหลิงหยุนมาบอกข่าวร้าย “องค์รัชทายาททรงส่งเจ้ากลับจวน” “กรี๊ดดดด องค์รัชทายาทจะทำแบบนั้นกับข้าไม่ได้” ลู่เสียนกับมาคิดดูแล้วสิ่งที่องค์รัชทายาททำไปก็แค่ใช้นางเป็นเครื่องมือและส่งองค์หญิงออกไปนอกวัง หลอกให้นางดีใจพอเรื่องราวจบก็ส่งนางกลับจวน “ลูกพ่อองค์รัชทายาทยกเลิกที่จะรับลูกเป็นสนม” หลิงยุนไม่มีสิทธิ์โต้แย้งเพราะคือคำขาดจากองค์รัชทายาทในอนาคตก็จะขึ้นครองบัลลังก์ “ลูกไม่ดีตรงไหนทำไมองค์รัชทายาทถึงหลงใหลมันนัก” “ลูก! เจ้าระวังคำพูดด้วย” ลู่เสียนโกรธและพร่ำเพ้อออกมานางเห็นใบหน้าขององค์รัชทายาทครั้งแรก ก็ตกหลุมรักหาวิธีที่จะได้เข้าใกล้และทรงขอร้องท่านพ่อให้เข้าไปกราบทูลฮ่องเต้ให้รับนางเป็นสนมขององค์รัชทายาท นางดีใจจนแทบบ้าที่ได้รับข่าวดี แต่พอมาวันนี้ทุกอย่างเป็นแค่แผนหลอกให้นางไปเสี่ยงตายแต่กับปกป้ององค์หญิงไป๋หลาน “องค์รัชทายาทตรัสไว้ชาตินี้จะไม่รับสนมจะมีแค่พระชายาคนเดียว” “ทำไมนางถึงไม่ตายตั้งแต่ตอนนั้น” ลู่เสียนโกรธแค้นที่สุดท้ายแล้วนาง

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 20 ภัยร้าย

    ไป๋หลานเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าตำหนักของเฟิ่งหวงนางกำนัลมาแจ้งข่าวว่าเขากำลังจะรับสนมเข้ามาในตำหนักวันนี้ ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อแต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากับทำในนางเจ็บปวดไม่น้อย “องค์หญิง” “เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรเฟิ่งหวง” ไป๋หลานมองไปที่องค์รัชทายาทด้วยแววตาที่แสนเจ็บปวดที่เห็นเขากำลังนั่งอยู่ใกล้นางสนมคนนั้น “ก็อย่างที่เจ้าเห็นข้าจะรับนางเป็นสนม” เฟิ่งหวงเห็นแววตาที่แสนเจ็บปวดนั้นก็หันใบหน้าหนีเขาใจไม่แข็งพอที่จะเห็นน้ำตาของนาง “หม่อมฉันเลี่ยงซูเพค่ะองค์หญิงไป๋หลาน” “ข้าไม่อยากรู้จักเจ้า! เจ้าตอบข้ามาคำว่ารักที่เจ้าพูดหรือมันแค่หลอกลวง” ไป๋หลานเจ็บปวดเหลือเกินที่เห็นเขาไม่แยแสนางหรือที่เขาทำเพื่อจะแก้แค้นนาง “เจ้าพูดเหมือนไม่เคยหลอกข้า ออกไปข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า” “เจ้าต้องการแก้แค้นข้าหรือ” ไป๋หลานปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเมื่อคิดว่าที่ผ่านมาเขาจะรักนางแต่ทุกอย่างกับไม่ใช่เขาแค่ต้องการแก้แค้นนาง “หรือหากเจ้ารับไม่ได้เจ้าก็กลับบ้านเมืองเจ้าไปเสียพิธีอภิเษกของเราถือว่ายกเลิก” เฟิ่งหวงพยายามที่จะกลั้นใจพูดออกมาเพื่อให้นางเกลียดเขา

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 6 ร่างกายหัวใจของเจ้าเป็นของข้า

    “เจ้าว่าอะไรนะ โง่” ซินอี้ถึงกับกรีดร้องออกมานางจ้างวานให้เฟยอินเอายาปลุกกำหนัดไปใส่ในเหล้าในเฟิ่งหวงดื่มและจะออกอุบายให้มาหานางแต่ผิดคาด “ข้าก็เอาไปให้แล้วแต่แม่นางเหม่ยเหม่ยเป็นคนกินเข้าไป เจ้าอย่าลืมค่าจ้างข้า” เขาถือว่าทำงานลุล่วงเพราะแค่น้ำยาไปใส่ให้เหล้าใครจะดื่ม

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 4 รักษาระยะห่าง

    สองวันมาแล้วที่ไป๋หลานหลบหน้าหลบตาเฟิ่งหวงจริงอย่างที่แม่ของเขาบอก สักวันนางต้องกลับบ้านเมืองของนางไม่สร้างความผูกพันกันไปมากกว่านี้ “เจ้าหลบหน้าข้าหรือเหม่ยเหม่ย”เฟิ่งหวงเดินเข้ามาใกล้นางเพราะสองวันที่ผ่านมานางไม่ยอมมาเจอหน้าเขาเลย จนทำให้เขาร้อนใจว่าเขาทำอะไรผิดไป “

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 1 ดอกเหมย

    ไป๋หลานลืมตาขึ้นมาด้วยอาการที่ปวดศีรษะอย่างรุนแรงนางยังไม่ตายอย่างนั้นหรือเพราะรอบกายมีกลิ่นหอมของดอกไม้และเสียงสัตว์ที่ร้องออกมา“เจ้าฟื้นแล้วหรือ” เจ๋อหรานเดินถือยาสมุนไพรเข้ามาพร้อมกับมองไปที่นางผู้นั้น“ทะ ท่านช่วยข้าไว้หรือข้าเป็นอะไรไป” ไป๋หลานกำลังเรียบเรียงเหตุการณ์ว่ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทนำ หวางป๋อ

    ฤดูเหมันต์ทำให้ทั้งเมืองมีหิมะสีขาวปกคลุมไปทั่วบริเวณรวมแคว้นหวางป๋อ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากมายสมกับชื่อของแคว้นมีบรรพบุรุษตระกูลหวางปกครองมาหลายร้อยปี ซึ่งคนที่มีอำนาจสูงสุดคือ หวางเทียนเวิ่น ที่ขึ้นปกครองเมืองได้ไม่นานเมื่อมีอำนาจอยู่ในมือทั่วหล้าก็แทบจะยกลูกสาวให้ทั้งเมืองโดยไม่ลังเลเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status