หวนคืนอีกคราสตรีร้ายขอกลับใจ

หวนคืนอีกคราสตรีร้ายขอกลับใจ

last updateآخر تحديث : 2025-08-02
بواسطة:  Tuk Kungمكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
10
11 تقييمات. 11 المراجعات
255فصول
47.9Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

1.หวนคืนอีกคราสตรีร้ายขอกลับใจ คำโปรย:อันหนิงสตรีขี้อิจฉาโมโหร้ายทั้งร้ายกาจในคนเดียวกัน นางมีปมในใจมากมายในวัยเด็กจึงเติบโตมาอย่างบิดเบี้ยว ยิ่งเห็นน้องสาวถูกพ่อแม่รวมไปถึงคนที่นางแอบชอบคอยแต่เอาใจปลอบประโลมมากเท่าไร อันหนิงก็ยิ่งรู้สึกเกลียดชังอันเล่อผู้เป็นน้องสาวมากขึ้นทวีคูณ 2.เพราะอดีตข้าเคยโง่งม คำโปรย:เสวียนหนี่ได้รับโอกาสย้อนกลับมาแก้ไขเรื่องราวความผิดพลาดในอดีต เพียงเพราะต้องการความรักและการยอมรับจากครอบครัว กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลงเชื่อคำลวงโดยหลงลืมไปว่าคนที่มีความรักให้นางอย่างแท้จริง ชาติที่แล้วข้าละเลยคำรักของท่านกับลูก ชาตินี้ข้าจะเป็นคนให้ความรักพวกท่านมากยิ่งกว่า 3.สาวใช้ตัวน้อยของท่านอ๋องทรราช คำโปรย:จากคุณหนูเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ชีวิตกลับเปลี่ยนผันในชั่วข้ามคืน แม้มีทางให้เลือกเดิน ซินอ้ายกลับเลือกทำตามหัวใจ จุดหมายคือตำหนักอ๋องทรราชผู้นั้น 4.หลิวเสี่ยวถิงยอดหญิงพลังหญิง คำโปรย:เมื่อนักเขียนนิยายฝึกหัดหัวใจติ่งดันมาหัวใจวายตายฉับพลัน เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งกลับกลายเป็นคนที่จ๊นจนในต่างโลก *ซีรีส์คลั่งรัก 4 เรื่อง*

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 คิดได้ก็สายไป [1]

新居の内装工事が終わった日、マスターベッドルームの壁に掛けてあった桜の絵が掛け替えられているのに気づいた。代わりに飾られているのは、ひまわりの絵だ。

藤原景吾(ふじわら けいご)に尋ねると、彼はあっけらかんと答える。

「知花がこれがいいって言うから、ついでに変えておいたんだ。

どうせお前、こういうのよく分からないだろ」

だけど、あの桜の絵は、亡き母が私・林莉桜(はやし りお)のために描いてくれたものだ。桜の絵がなくなった壁を見つめたまま、しばらく言葉が出ない。

また泣き出すとでも思ったのか、景吾は苛立ったような声を出す。

「たかが絵一枚で、大げさに騒ぐなよ。

知花は内装の手伝いをしてくれてるだけだ。お前よりセンスがいいしな」

後になって知った。変えられていたのは、あの絵だけじゃなかった。

ウォークインクローゼットの棚は、景吾の幼なじみ・逢坂知花(おうさか ともか)の身長に合わせて高さを調整されていたし、キッチンの色も、彼女のお気に入りのミルキーホワイトになっていた。

ベッドサイドのランプも、「明るすぎると眠れない」という彼女の一言で、景吾がわざわざ取り替えたものだ。

ここは、私と景吾の新居になるはずだったのに。結局、私はただ住まわせてもらっているだけだ。

手のひらにある新居の鍵をじっと見つめている私に気づいて、景吾が眉をひそめる。「また何か文句があるのか?」

静かに首を振る。窓の外では、桜が満開に咲き誇っている。ふと、花が散る時は何の音もしないのだと思い出す。

私が彼への想いを手放す時と、同じように。

鍵をバッグにしまおうとした時、景吾が手を伸ばして、私の手首をぐっと押さえた。

手首の骨に押し当てられた彼の指は、ひどく冷たい。そして、聞き分けのない子供を宥めるような口調で言う。

「莉桜、内装はもうすぐ終わるんだぞ。今さらごねて業者をやり直させる必要はないだろ」

ひまわりの絵を見つめたまま返す。「やり直すなんて言ってないわ」

景吾がふっと力を緩める。私が物分かりよく引き下がったと満足したかのようだ。

「ならいい。知花も何度も確認してくれたんだ。この絵をここに飾ったほうが、部屋が明るくなるって言ってた」

「それは、ずいぶんと気を遣ってもらったのね」と、私は薄く笑う。

「あいつはデザイナーだし、昔からこういうの詳しいからな」景吾はスマホを取り出すと、慣れた手つきでメッセージを返し始める。

「お前と違って、いつまでも古いものに執着したりしない」

古いもの……母が残してくれた絵は、彼に言わせれば、いつでも取り替えられる「古いもの」に過ぎないのだ。

そばで聞いていて気まずくなったのか、内装会社の担当デザイナーがタブレットを抱えながら小声で尋ねてくる。

「その……主寝室のベッドカバーにつきましては、逢坂様がお選びになったベージュのもので確定ということでよろしいでしょうか?」

景吾は顔も上げずに答える。「あぁ。彼女は眠りが浅いから、あまりキツい色は選ばないでくれ」

デザイナーは一瞬ハッとして、慌てて私の方をちらりと見る。

その視線でようやく自分の失言に気づいたらしい。景吾はかすかに眉をひそめたが、すぐにまた平静を装う。

「照明のテストを手伝ってもらっただけだ。アドバイスも悪くなかったし、変な勘違いはするなよ」

「してないわ」

私のあまりの落ち着きぶりに毒気を抜かれたのか、景吾はじっと私の顔を見つめる。

「お前、今日なんか変だぞ」

何も答えず、背を向けてウォークインクローゼットへと向かう。棚の位置は低く下げられて、ハンガーラックも、知花がよく着るロングワンピースの丈に合わせた高さに変えられている。

私は冬物のコートが多いから、高めの収納スペースを一つ残しておいてほしいと、以前頼んでいたはずだ。

あの時、景吾は「倉庫じゃないんだから、必要なものだけ残せばいい」と吐き捨てた。

それなのに、知花が「ワンピースをきれいに掛けたい」と一言こぼせば、クローゼットはいとも簡単に彼女の思い通りに作り替えられてしまう。

引き出しを開けると、中にはミルキーホワイトの鹿のオブジェが入っている。私の持ち物ではない。

後ろから近づいてきた景吾がそれを見て、一瞬だけ目を見開いた。そして、何事もなかったかのようにそれを取り上げる。

「あぁ、知花の忘れ物だ。今度来た時にでも返しておくよ」

「彼女、何回来てるの?」

「内装のチェックなんだから、そりゃ何度か来るだろ」彼の口調が少し冷たくなる。

「お前はこういうのよく分からないだろ。だから知花に任せたほうが手間が省けると思った」

「彼女に合鍵を渡したの?」

そこでようやく、彼は私の目をまともに見て、鼻で笑う。

「どうしていつもそうやって嫌味ばかり言うんだ?知花は手伝いに来てくれているだけで、泥棒じゃないぞ」

彼をじっと見つめ返す。「合鍵を持っているかどうかを聞いただけなんだけど」

その時、玄関から鍵を開ける音が響いた。スイーツの紙袋を提げた知花が、まるで自分の家に帰ってきたかのように、当然といった様子で入ってくる。

「景吾の好きなモンブラン買ってきたわよ。ついでに莉桜の分もね」

私と目が合っても、彼女の笑顔は一切崩れない。「あら、私、お邪魔だったかしら?」

景吾はごく自然に彼女の手から紙袋を受け取る。「いや。こいつもさっき、お前に気を遣わせて悪かったなって話していたところだ」

知花は目を細めて笑う。「遠慮しないでね。大切な二人の新居なんだから、私もちゃんと手伝いたいの」

ふと彼女の足元にあるスリッパに目が留まる。靴箱の奥にしまわれている、唯一の新しいスリッパだ。淡い黄色で、私のサイズよりも一回り小さい。

私の視線を追った景吾の口調に、とうとう隠しきれない苛立ちが混じる。

「ただのスリッパだろ。出入りが多いから、置いてあるだけだ」

知花は困ったように軽く唇を噛んだ。「やっぱり持って帰るわ。莉桜、気にするかもしれないし」

「かまわん」景吾が彼女の言葉を遮って、勝手に決断を下す。「こいつはそんなに心の狭い女じゃない」

うつむいたままバッグから鍵を取り出して、玄関の棚の上に置いた。「じゃあ、この鍵もここに置いておくね」

鍵を見た景吾の顔が、少し険しくなる。「どういう意味だ?」

「あなたたちのほうが必要だと思うから」

景吾はじっと私を見つめる。私が本気で怒っているのか、それとも単に気を引こうとわがままを言っているだけなのか、見極めようとするかのように。

知花が先に口を開く。

「莉桜、誤解しないでね。私と景吾は昔からこういう関係なの。今さら変えられない家族みたいなものだけど、本当にただの幼なじみだから」

すかさず景吾が言葉を継ぐ。「聞いたか?みっともない真似はやめろ。知花が手伝いに来づらくなるだろ」

私はバッグを持ち直す。「そうね」

再び、景吾は私の手首を掴んだ。先ほどよりも力がこもっている。

「運転手に送らせるから。俺はこれから仕事がある。帰っても母さんに余計なことは言うなよ」

顔を上げて、真っ直ぐに彼を見据える。「余計なことってなに?」

「お前は話を盛りがちだからな」彼は私の耳元で声を潜める。「結婚式まであと3ヶ月だ。両家の顔に泥を塗るような真似はするなよ」

3ヶ月、か。彼と婚約して2年。ようやく結婚式の日取りが決まったあの日、私は嬉しくて嬉しくて、カレンダーのその日付に、赤ペンで何度も丸をつけた。

なのに今、あの日思い描いていた新居には、至るところに知花の痕跡が残されている。

道具を片付けて帰ろうとしていた担当デザイナーが、私のそばを通り過ぎた時、そのタブレットの画面がふと明るくなる。

プロジェクト名の欄に記された内容が私の目に飛び込んでくる。

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعاتأكثر

Doungjai
Doungjai
สนุกดี แต่อ่านไป 1 เรื่อง
2026-04-17 09:10:33
0
0
Kanokwan tukky
Kanokwan tukky
สนุกดีนะคะ
2025-10-23 22:39:25
0
0
อัญชลี
อัญชลี
สนุกดีค่ะอ่านเพลินมาก
2025-10-12 19:43:24
0
0
Thxnya
Thxnya
น่าติดตามต่อค่ะ สนุกดี อ่านเพลิน
2025-10-04 11:34:38
0
0
น้ำ' ดี้
น้ำ' ดี้
สนุกมากเลยค่ะ แต่อยากรู้ว่ากี่ตอนจบ ...
2025-09-04 02:55:17
1
1
255 فصول
บทที่ 1 คิดได้ก็สายไป [1]
[เรื่อง: หวนคืนอีกครานางร้ายขอกลับใจ]อันหนิงสตรีขี้อิจฉาโมโหร้ายทั้งร้ายกาจในคนเดียวกัน นางมีปมในใจมากมายในวัยเด็กจึงเติบโตมาอย่างบิดเบี้ยว บิดา มารดาให้ความรักความสนใจน้องสาวตัวน้อยมากมาย นางผู้เป็นพี่สาวกลับถูกทิ้งขว้างไร้การโอบกอด บิดาก็เอาแต่ตำหนิต่อว่า ซ้ำร้ายถูกลงโทษด้วยการตี ยิ่งเห็นน้องสาวถูกพ่อแม่เอาใจปลอบประโลมมากเท่าไร อันหนิงก็ยิ่งรู้สึกเกลียดชังอันเล่อผู้เป็นน้องสาวมากขึ้นทวีคูณทุกครั้งที่อันเล่อได้ความรักจากผู้อื่น อันหนิงก็มักจะจับจ้องอยากครอบครองสิ่งเดียวกัน โดยเฉพาะความสนใจที่ได้จากบุรุษนามว่าหวังเหล่ย อันหนิงก็มักจะแอบอิจฉาริษยาที่น้องสาวได้รับความรักจากเด็กชายตรงหน้า มากกว่าการที่ตนถูกมองและปฏิบัติด้วยความเห็นใจ“อันเล่อตุ๊กตาผ้าพี่ให้” เด็กชายวัยสิบขวบปียื่นตุ๊กตาผ้าที่ได้จากแดนไกลให้เด็กสาวตรงหน้า ทั้งสองครอบครัวทำการค้าร่วมกันมานาน จึงค่อนข้างจะสนิทสนมกัน ยามบิดากลับมาจากตรวจร้านสาขาก็มักจะมีของเล่นแปลก ๆ ติดไม้ติดมือมาเสมอ เขาจึงเผื่อแผ่ของสิ่งนั้นมาให้น้องสาวด้วยเช่นกัน“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่เหล่ย” เด็กสาววัยสี่ขวบรับมากอดไว้แน่น อันเล่อส่งยิ้มแฉ่งกลับไปให้พร้อมกั
اقرأ المزيد
บทที่ 2 คิดได้ก็สายไป [2]
“ฮือออ ตุ๊กตาของลูก”ผู้เป็นมารดารู้ได้ในทันทีว่านั่นคือฝีมือผู้ใด หลี่ฟางเหนียงรีบให้คนจับแยกตัวบุตรสาวคนเล็กออกไป ด้วยกลัวว่าอาการป่วยด้วยโรคหอบหืดของอันเล่อจะกำเริบ จากนั้นจึงได้หันกลับมาต่อว่าบุตรสาวคนโตเป็นการใหญ่ “อันหนิง นั่นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่” ฮูหยินหลี่หันขวับมองบุตรสาวคนโตด้วยสายตาตำหนิ เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แม้จะทำโทษอย่างไรบุตรสาวก็ไม่เคยหลาบจำ ยังคงกระทำอยู่เรื่อยมาทั้งนางและสามีก็จนใจ ไม่รู้จะดัดนิสัยร้าย ๆ นี่ได้อย่างไรเด็กสาวนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ ครั้งนี้นางก็เป็นคนทำจริง ๆ จึงไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำแก้ตัวอย่างไรเสียนางจะผิดหรือไม่ผิดท่านแม่ก็ตีอยู่ดี สายตาเด็กน้อยมีเพียงความว่างเปล่าไม่หลงเหลือความรู้สึกใด ๆ สภาพแวดล้อมมันสอนให้นางนึกถึงแต่ตนเอง ไม่สนวิธีการหากนางอยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ ร่างเล็กถูกมารดาดึงให้ไปยืนหันหน้าเข้ามุม ก่อนที่ฮูหยินหลี่จะใช้ไม้เรียวในมือฟาดไปที่ก้นเด็กน้อยเพื่อหวังสั่งสอนให้หลาบจำทุกวันในวัยเด็กต่างผ่านพ้นไปด้วยความเจ็บแค้น อันหนิงกลายเป็นสตรีสาวสวยวัยสะพรั่งอายุยี่สิบปี ต่างกันกับอันเล่อที่นับวันยิ่งผ่ายผอมตัวซีดเ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 คิดได้ก็สายไป [3]
ก่อนจะถึงงานพิธีไม่กี่วัน อันหนิงได้กระทำเรื่องราวใหญ่โตขึ้นจนได้ นางวางแผนยัดเยียดสตรีอื่นให้หวังเหล่ยว่าที่น้องเขย หวังสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้อันเล่อ ทว่ากลับกลายเป็นตัวนางเองที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงกับหวังเหล่ย มันมิใช่เพียงแค่การจัดฉาก ร่องรอยและความรู้สึกเจ็บแปลบบอกได้ถึงค่ำคืนที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี จากนั้นเรื่องราวกลับตาลปัตรจากน้องสาวกลายเป็นพี่สาวต้องแต่งออกใช่ว่าชีวิตหลังแต่งงานอันหนิงจะสงบสุข มันกลับยิ่งกลายเป็นทุกข์แสนสาหัสเพราะการกระทำของตัวนางเองไม่ได้คบชู้ก็เหมือนคบชู้ แม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางร่างกายแต่ก็ได้มอบใจหลงมัวเมาไปกับคำป้อยอ โจวเชินไอ้ผู้ชายสารเลวนั่น มาหลอกให้รักให้หลง ใช้นางเป็นเครื่องมือทำลายชีวิตของสามีจนป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี ครอบครัวพังลงตรงหน้า หวังเหล่ยสิ้นเนื้อประดาตัวไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนขณะเดียวกันอันหนิงก็เพิ่งได้รู้ว่าการที่น้องสาวถูกประคบประหงมราวกับไข่ในหินนั้น เกิดจากร่างกายอ่อนแอไม่เหมือนใครตั้งแต่กำเนิด หลายครั้งผลจากการกระทำของตนก็เกือบทำให้น้องสาวต้องตาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมท่านพ่อจึงส่งนางไปอยู่กับท่านตา เพื่อแยกให้ห่างจากอันเล่อชั่วร
اقرأ المزيد
บทที่ 4 บุรุษปากหมา [1]
“เฮือก!”ร่างบางสะดุ้งเฮือกราวกับคนขาดอากาศหายใจไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะรีบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าอันหนิงกวาดตามองสิ่งรอบกายก่อนจะยิ้มออกมาราวกับคนบ้า พร้อมกับหยิกไปตามเนื้อตัวตนเอง เพื่อพิสูจน์ว่าตอนนี้นางมิได้ฝันไปสวรรค์ ท่านให้โอกาสข้า“คิดถึงชู้รักเจ้าอยู่หรืออย่างไร ถึงได้เอาแต่นอนยิ้มไม่พูดไม่จา หน้าตาก็ช่างน่าเกลียดนักหุบยิ้มเถอะข้ากลัว”“ท่าน... เหตุใดไม่สวมเสื้อผ้า เดินโทง ๆ เช่นนั้นไม่อายผีสางบ้างหรือไร” อันหนิงหุบยิ้มหันขวับตามเสียง พร้อมกับต่อว่าคนข้างกายที่ไม่รู้จักอาย ลงจากเตียงไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สวมใส่อะไรเลยได้อย่างไรอันหนิงรีบดึงผ้าแพรขึ้นปิดหน้า แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามรับกับเอวสอบได้เป็นอย่างดี มองทีไรก็พานทำให้ใจสั่นไหว ทว่าสิ่งที่น่าอายก็คือรอยข่วนเต็มแผ่นหลังนั่น มันเกิดมาจากผู้ใดนางย่อมรู้อยู่แก่ใจดีสวรรค์ท่านให้โอกาสข้าแก้ตัวก็จริง แต่ท่านส่งข้ามาผิดเวลาหรือไม่ เหตุใดไม่ส่งข้าไปก่อนแต่งงานเล่า“เจ้าเองก็นอนเปลือยมาทั้งคืนเหมือนกันมิใช่หรือ แค่นี้ทำเป็นมองไม่ได้ คิดว่าข้าพิศวาสมากกระมัง” หวังเหล่ยไม่ได้สนใจภรรยา เขาคว้าเ
اقرأ المزيد
บทที่ 5 บุรุษปากหมา [2]
อันหนิงหอบร่างสะบักสะบอมลงเตียงเพื่อชำระล้างร่างกาย ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยร่องรอยการร่วมรัก จะบอกร่วมรักก็คงไม่เต็มปากในเมื่อระหว่างนางและเขามิได้มีความรักต่อกัน รอยบนตัวพวกนี้หวังเหล่ยก็แค่ระบายมันลงไปกับร่างกายนางก็เท่านั้นหญิงสาวใช้เวลาในการแช่น้ำนานพอสมควรเพื่อหลีกเลี่ยงการพบหน้าสามี ตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะพูดอะไรกับเขาทั้งสิ้น อยากจะขอเวลาปรับตัวสักนิด การที่อยู่ ๆ ตนเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ว่าใครก็คงจะหลีกหนีและถอยห่าง ไม่พ้นคิดว่านางมีแผนกระทำไม่ดีอีกเป็นแน่แค่หวังเหล่ยก็รับมือด้วยยากแล้ว หากไม่เตรียมตัวให้ดีเผลอทำตัวหน้าไม่อายเหมือนเดิมคงไม่ได้รับการให้อภัยง่าย ๆ ฉะนั้นนางจะต้องเข้าหาพวกเขาอย่างจริงใจ มิเช่นนั้นโอกาสที่ได้ย้อนกลับมาแก้ไขจะมีประโยชน์อันใดอันหนิงถึงกับต้องนวดขมับปัญหาที่ตนก่อช่างน่าปวดหัวเหลือเกิน ครั้นจะตัดพ้อฟ้าดินที่ส่งมาผิดที่ผิดเวลาก็มิได้ ทุกอย่างนี้ก็ล้วนเป็นฝีมือตนสร้างขึ้นมาทั้งนั้น ดีแค่ไหนแล้วที่ได้กลับมาแก้ไขให้ทุกอย่างอยู่ในที่ถูกที่ควรเวลาเดียวกันสาวใช้ที่ได้รับสั่งจากหวังเหล่ยให้ดูแลฮูหยินเข้ามาพอดี ทว่าพวกนางกลับมิได้ทำตามคำสั่ง ทำ
اقرأ المزيد
บทที่ 6 แค่คนเคยชอบ [1]
อันหนิงเดินออกมาจากฉากกั้นก็พบว่าสาวใช้คนหนึ่งยังอยู่ที่เดิม กระนั้นก็อดรู้สึกเคอะเขินเสียมิได้ ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยจูบรอยกัดนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น“นายท่านให้บ่าวมาปรนนิบัติฮูหยินเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่กลางห้อง กลัวฮูหยินตบตีก็กลัว ทว่านางกลัวถูกไล่ออกมากกว่าจึงกลั้นใจหยิบผ้าสำหรับซับผมเดินตามฮูหยินต้อย ๆ“อืม... เจ้าชื่ออะไร” อันหนิงนั่งหลังตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะเอ่ยถามนามเรียกขานบ่าวรับใช้คนใหม่ พยายามปรับสีหน้าให้ดูน่ากลัวน้อยลง ไม่เช่นนั้นสาวใช้ผู้นี้ก็คงเอาแต่ยืนตัวสั่นงันงกไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี“เสี่ยวชุ่ยเจ้าค่ะ” สาวน้อยเสี่ยวชุ่ยเห็นว่าฮูหยินมิได้มีท่าทีดุด่าหรือไม่พอใจ เจ้าตัวจึงกล้าที่จะขยับเข้าใกล้พร้อมกับใช้ผ้าซับผมเปียกชุ่มให้นายสาวอย่างเบามือ หลังจากซับผมให้แห้งเด็กสาวจึงได้เกล้าผมจัดทรงใหม่ ปรนนิบัติได้อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่องแต่ประการใด“เสี่ยวชุ่ยข้าไม่อยากให้เจ้ามีปัญหากับคนอื่น ถ้าฝืนใจก็ไม่ต้องมาคอยรับใช้ข้า เอาเป็นว่าข้าเข้าใจและจะไม่บอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้นายท่านรู้ก็แล้วกัน” อย่างไรเสียนางก็จะอยู่ที่
اقرأ المزيد
บทที่ 7 แค่คนเคยชอบ [2]
บทสนทนาระหว่างสามีภรรยาจบลงเพียงเท่านั้น ต่างคนก็ต่างกินไม่ได้สนใจกันและกันเหมือนดังเช่นเคยทำต่อกันอย่างที่ผ่านมา อันหนิงค่อย ๆ ละเลียดชิมไปทีละอย่างไม่เร่งรีบ ผิดกับอีกฝ่ายราวกับไปกินรังแตนที่ไหนมากันนะ ถึงได้ฉุนเฉียวอารมณ์ไม่ดีแต่เช้า“นายท่านเหล่ยข้าขอกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมได้หรือไม่” จวนตระกูลหลี่อยู่ไม่ไกลกันนัก ตระกูลหวังตั้งอยู่ในย่านการค้า ส่วนตระกูลหลี่อยู่ท้ายตลาดไปอีกสองตรอก เดิมทีไม่ต้องขออนุญาตสามีก็ได้ทว่าหากคิดจะทำตัวเสียใหม่ ควรเริ่มจากการไปไหนมาไหนบอกกล่าวเจ้าของจวนไว้ เจ้าทำดีมากอันหนิง นี่สิถึงจะสมกับที่เจ้าคิดจะกลับตัว“ไม่ได้ เอาไว้ข้าว่างเมื่อใดข้าจะเป็นคนพาไปเอง” ชายหนุ่มตอบปฏิเสธแทบจะทันที แม้เช้านี้อันหนิงจะดูแปลกไปมากก็ตาม แต่การที่นางไม่เหมือนทุกวันมันทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เจ้าตัวจะต้องวางแผนอะไรไว้สักอย่างเป็นแน่ ไม่อาจจะไว้วางใจได้ในทันที โดยเฉพาะการแอบนัดพบกับโจวเชินชู้รักของนาง ให้อยู่ในสายตาจะดีกว่าปล่อยให้ออกไปไหนมาไหนคนเดียว“บ้านเดิมข้าอยู่แค่นี้เอง ข้าขอไปไม่นาน หนึ่งชั่วยาม ข้าให้สัญญาข้าจะกลับมาภายในหนึ่งชั่วยามเจ้าค่ะ” ร่างบางวางตะเกียบลงทันที หวังเห
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ร้ายแค่ไหนข้าก็เลือก [1]
อันหนิงรอแล้วรอเล่าให้สามีว่างจากการทำงานแล้วพานางกลับบ้านเดิมบ้าง ทว่าตั้งแต่วันนั้นนางก็ไม่เคยได้พบหน้ากันจริง ๆ จัง ๆ สักที นอกจากตื่นนอนและกินข้าวเช้าด้วยกันทุกวันแล้ว ที่เหลือนางก็ไม่เคยเห็นได้เจอหวังเหล่ยอีกเลยนี่มันเดือนหนึ่งเต็ม ๆ แล้วที่ต้องมานั่งรออย่างไร้จุดหมาย คิดอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากเขาตั้งใจแกล้งพูดเพื่อตัดปัญหา ในเมื่อไม่มีเวลานักถ้าเช่นนั้นนางก็จะไปเองอันหนิงออกจากจวนไปโดยไม่บอกใคร เพราะถึงอย่างไรคนที่นี่ก็มิได้สนใจนางแต่แรกอยู่แล้ว บ้านเดิมอยู่ไม่ไกลจากบ้านสามีนัก แค่เดินเท้าเปล่าใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็ถึงแล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียกรถม้าแต่อย่างใดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลังหญิงสาวใช้ผ้าผืนบางปกปิดใบหน้าครึ่งล่าง เขาเคยพูดว่ารู้การเคลื่อนไหวทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนของหวังเหล่ยจับได้ว่านางแอบออกจากจวนโดยไม่ได้รับอนุญาต นางจึงไม่ทำตัวให้โดดเด่นสวมใส่ชุดที่แสนจะธรรมดา เดินปะปนไปกับชาวบ้านที่เดินทางสัญจรไปมาด้านนอกได้อย่างกลมกลืนแต่แล้วเมื่อมาถึงหน้าจวนตระกูลหลี่นางกลับก้าวขาไม่ออก ไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไรหากต้องเจอสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของคนในครอบครัว เกรงว่าพวกเขาจะไม่ต้อ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ร้ายแค่ไหนข้าก็เลือก [2]
อันหนิงที่ได้ยินถ้อยคำห่วงใยจากปากผู้ให้กำเนิด ทำเอาน้ำตาเอ่อคลอด้วยความรู้สึกผิด หากเมื่อก่อนนางยอมฟังคนอื่นสักนิด หยุดคิดหาเหตุผลสักหน่อย ก็จะรู้ว่าพ่อกับแม่รักตนมากแค่ไหน เอาแต่อยากจะชนะน้องสาวโดยที่ไม่ลืมหูลืมตา กระทำแต่เรื่องผิด ๆนางรีบปาดน้ำตาทิ้งไป ก่อนจะเข้าไปหาบุพการีทั้งสอง พลางเรียกพวกเขาด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น ทำเอานายท่านหลี่และฮูหยินตกใจรีบอ้าแขนรับ กังวลใจไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปเจออะไรมา ถึงได้ร้องไห้วิ่งเข้าหาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ท่านพ่อ ท่านแม่”“อันหนิงเจ้ามาได้อย่างไร แล้วนั่นร้องไห้ทำไม” ฮูหยินหลี่รีบซับน้ำตาให้บุตรสาว สีหน้าของนางไม่สู้ดีนักเจ็บปวดใจทุกครั้งที่เห็นลูกทุกข์ใจ“ลูกไม่ได้เป็นอะไรเจ้าค่ะ แค่คิดถึงไม่ได้เจอนานก็เลยตื่นเต้นมากไปหน่อยเจ้าค่ะ” หญิงสาวปาดน้ำตาบนใบหน้า ดีเหลือเกินที่ได้กลับมาอีกครั้ง เสียใจที่ชาติก่อนทำให้พ่อแม่ต้องตรอมใจตายเพราะลูกไม่ได้เรื่องคนนี้“เจ้าคงไม่ได้ก่อเรื่องแล้วทะเลาะกับลูกเขยมาใช่หรือไม่ ทนสักหน่อยประเดี๋ยวพ่อคุยกับหวังเหล่ยให้เอง” นายท่านหลี่ถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกภรรยาใช้ศอกกระทุ้ง เผลอพูดเรื่องอ่อนไหวสำหรับบุตรสาวไปเสียได้“ไม่ใช่เ
اقرأ المزيد
บทที่ 10 ร้ายแค่ไหนข้าก็เลือก [3]
อันหนิงอยู่พูดคุยสัพเพเหระไม่นานก็ขอตัวกลับ ด้วยนางแอบออกมาคนเดียวไม่ได้บอกใคร หากหายไปนานก็จะเป็นที่สังเกตได้ ทว่าก่อนกลับก็อยากไปรำลึกความหลังในวัยเด็กสักหน่อย จึงได้ย้อนกลับเรือนนอน แต่ก็ต้องหยุดอยู่แค่หน้าประตู เมื่อเห็นว่าด้านในมีคนอยู่สิ่งที่นางเห็นคือตุ๊กตาผ้ามากมายถูกตกแต่งไว้เต็มเรือน ซึ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งที่นางเคยแย่งอันเล่อมาเพราะอยากได้ แต่ในตอนนั้นน้องสาวไม่ยอมจึงเกิดการทะเลาะกัน แล้วนางเองก็แอบทำลายมันเสียไม่มีชิ้นดีจนเกิดเรื่องใหญ่โต ถูกท่านแม่ตำหนิเสียยกใหญ่ ท่านพ่อกลับจวนมารู้เรื่องเข้านางก็ถูกตีไปเสียหลายครั้งในตอนนั้นนางจึงได้เห็นอันเล่อล้มลงนอนชักกับตา ทว่ากลับคิดว่านั่นคือการแกล้งเรียกร้องความสนใจ ไม่ได้รู้เลยว่ามันคืออาการป่วยของน้องสาว ยิ่งเห็นหวังเหล่ยรีบร้อนช้อนตัวอุ้มน้องสาวด้วยความเป็นห่วง นางก็ยิ่งเอาแต่กล่าวโทษอันเล่อว่าแย่งความรักผู้อื่นไปจนหมด ไม่เหลือเผื่อแผ่มาถึงตน ทั้งที่เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะทำตัวเองทั้งนั้น แล้วจะหวังให้ผู้อื่นรักได้อย่างไรดวงตาคมเฉี่ยวกวาดมองของทุกชิ้นในเรือนนอนเก่าของตน ทุกอย่างในที่นี้คงจะเป็นอันเล่อหามาสินะ มันล้วนแต่เป็
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status