تسجيل الدخولแม้ว่าครั้งนี้ต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ฉันต้องทำให้ครอบครัวลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ขอบคุณโชคชะตาที่ทำใหฉันได้มีโอกาสกลับมาอยู่กับทุกคน ฉันจะใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าเพื่อครอบครัวที่รออยู่
عرض المزيدเสิ่นซานเฉียวกำลังยืนมองแปลงผักในไร่ของเธอด้วยรอยยิ้ม แต่งงานกันมาหลายเดือนเสิ่นตงหยางทำหน้าที่สามีคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งคู่เป็นไปอย่างราบรื่น ซานเฉียวได้มีเวลาให้กับไร่มากขึ้น ช่วยเหลือพี่ชายและดูแลบ้านเรือนไปพร้อม ๆ กันส่วนเสิ่นตงหยางก็แบ่งเวลาทำงานและเวลาอยู่กับครอบครัวได้อย่างลงตัว ยกเว้นในกรณีที่ต้องทำงานเร่งด่วน เขาก็จะพาลูกน้องมาทำงานที่บ้าน เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ กับซานเฉียวมากที่สุด"ทำอะไรอยู่ครับ"ร่างอรชรถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยแขนแกร่งของผู้เป็นสามี ช่วงนี้ตงหยางโชคดีหน่อยที่เพื่อน ๆ ของลูกชายแวะเวียนมาที่ไร่ตลอด ทำให้เจ้าหนูตัวป่วนต้องกลายเป็นไกด์นำเที่ยวจนไม่มีเวลามาเฝ้าหม่าม๊าของเขา"อยากกินมะม่วงดองค่ะ ถ้าได้กินอะไรเปรี้ยว ๆ คงจะสดชื่นขึ้น"มีบางอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ซานเฉียวเริ่มรู้สึกอยากกินอาหารรสเปรี้ยวเป็นพิเศษ อารมณ์ของเธอก็แปรปรวนง่าย เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวเสียใจ และมักจะหงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อย ร่างกายของเธอดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"เปลี่ยนเป็นมะม่วงสดดีกว่า พี่ไม่อยากให้หนูกินของดอง เดี๋ยวพี่ให้คนไปเก็บที่หลังตึกมาให้""ขอบคุณค
หนึ่งเดือนต่อมา งานแต่งงานของเสิ่นตงหยางและซานเฉียวก็ได้จัดขึ้นเล็ก ๆ ณ บ้านสกุลเสิ่น ซึ่งตั้งอยู่ติดกับไร่องุ่นของซานเฉียว บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น บ่าวสาวอยู่ในชุดแต่งงานสีแดง ทั้งคู่กำลังเข้าพิธีคำนับฟ้าดินตามประเพณี"คำนับฟ้าดิน""คำนับพ่อแม่""คำนับกันและกัน""ยกน้ำชา"คู่บ่าวสาวเริ่มยกน้ำชาให้กับปู่ย่าตายายรวมไปถึงพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่าง ๆ ก็ถึงเวลาของงานเลี้ยงฉลอง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดนตรี ทุกคนต่างก็มีความสุขที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของทั้งคู่"ดีใจด้วยนะซานเฉียว ในที่สุดเธอก็จะได้รู้ว่าการมีสามีมันดียังไง"ยังคงเป็นคุณแม่สุดแซ่บที่แซวซานเฉียวไม่หยุดหย่อน จนใบหน้านวลขึ้นสีแดงเรื่องจนเห็นได้ชัด"เธอไปแซวซานเฉียวแบบนั้นได้ยังไงเฉิงฮวน นี่เป็นของขวัญวันแต่งงานที่ฉันกับเฉิงฮวนเตรียมมาให้เธอนะซานเฉียว สัญญากับพวกเรามาก่อนว่าวันนี้เธอต้องใช้มัน อย่าลืมอ่านคู่มือที่ฉันให้ไปด้วยล่ะ"กล่องสีแดงขนาดเท่าครึ่งหน้าสมุดถูกยื่นเข้ามาในมือของซานเฉียว เพื่อนสาวทั้งสองยังคงย้ำนักย้ำหนาว่ายังไงเธอก็ต้องใช้ภายในวันนี้ มัน
1 ปีผ่านไปเรื่องยุ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านมาได้ปีกว่าแล้ว ตอนนี้การเรียนของซานสปาเกตตีเข้าสู่โค้งสุดท้าย อีกไม่กี่วันเธอก็จะได้เข้ารับปริญญาบัตรในระดับบัณฑิตตามที่เธอใฝ่ฝันเอาไว้ แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวต่างก็ภูมิใจในตัวของลูกสาวคนนี้ทางด้านฮั่วซานหลางเองก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำครอบครัวที่ดีไม่แพ้ผู้เป็นน้องสาว ตลอดหลายปีซานหลางทุ่มเทให้กับครอบครัวซ้ำยังเป็นกำลังหลักในการผลักดันให้ไร่องุ่นสกุลฮั่วเติบโตมาจนถึงวันนี้ โดยมีหวังห้าวเฉิงคนรักของเขาคอยเป็นกำลังใจให้ตอนนี้กู้เฉิงฮวนคลอดลูกคนที่ 2 จนเจ้าหนูเวินตงตงมีอายุได้ 1 ขวบ ส่วนชางหนิงซินก็คลอดลูกคนที่ 2 ได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว เหลือเพียงเจ้าหนูตัวป่วนเสิ่นหาวห่าวเท่านั้นที่พร่ำขอให้หม่าม๊ามีน้องให้เขาสักทีซานเฉียวเลือกที่จะทำวิทยานิพนธ์จากข้อมูลในไร่ของเธอเอง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือบริการจากลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เช่น ความต้องการ ความคิดเห็น ความพึงพอใจ ทัศนคติ ภาพลักษณ์ ที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายมีต่อไร่ของเธอการเปรียบเทียบสินค้าและบริการของเธอกับคู่แข่งขัน พฤติกรรมการซื้อสินค้า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดส
ชายสูงวัยในชุดฮั่นฝูแบบโบราณ แต่เนื้อผ้ากลับเป็นแบบที่ชาวบ้านสวมใส่เดินเข้ามาพร้อมกับหลานชายวัยแรกรุ่น ทั้งคู่จ้องมองดูซานเฉียวที่หมดสติอยู่ในอ้อมกอดของตงหยาง ก่อนที่มือของผู้เฒ่าจะหยิบสร้อยคอที่ซานเฉียวสวมใส่ขึ้นมาดู"หากเจ้าต้องการช่วยชีวิตนางก็รีบพานางตามข้ามา""ผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ใช่คนของเฮียฮ้อ"ชายชราไม่ตอบกลับแต่เขาเดินนำหน้าเข้าไปในถ้ำทันที เด็กหนุ่มที่ตามมาด้วยจึงเป็นคนตอบคำถามแทนผู้เป็นปู่"พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วง เพราะสร้อยคอเส้นนั้นพวกพี่ถึงได้รับการช่วยเหลือจากหมู่บ้านของเรา ตามมาเร็วเข้า ไม่มีเวลาแล้ว"ตงหยางก้มมองดูใบหน้าซีดเซียวของซานเฉียว สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจตามทั้งคู่เข้าไปในถ้ำ โดยที่มีเด็กหนุ่มคอยถือไฟฉายส่องทางให้เส้นทางในถ้ำสลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกตและยังมีหลายทางให้เลือกเดิน หากไม่ชำนาญทางมีหวังคงต้องเดินวนอยู่ในถ้ำใหญ่แห่งนี้ไปจนตาย ใช้เวลาเกือบ 15 นาที ในที่สุดตงหยางก็เดินมาจนถึงปากทางออกอีกด้านหนึ่งของถ้ำแสงแดดส่งลอดผ่านม่านหมอกและเครือไม้ที่บดบังทิวทัศน์ตรงหน้า ภาพทุกอย่างค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นเมื่อตงหยางเดินห่างออกจากตัวถ้ำไปเรื่อย ๆ "ตามมาทางนี้เร็วเข้าพี
กว่าสามคนพ่อลูกจะกลับมาถึงหมู่บ้านก็เป็นช่วงเวลาเกือบเที่ยงวันแล้ว พอมาถึงทุกคนก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อรู้ว่าซานเฉียวเตรียมตัวจะไปซื้อตั๋วรถไฟเดินทางไปปักกิ่งในวันพรุ่งนี้"งั้นแม่กับย่าจะช่วยกันทำเนื้อแห้งเองนะลูก""พ่อกับเจ้าใหญ่กับปู่จะช่วยกันปลูกข้าวให้ได้อีกซัก 3 ไร่ เสร็จแล้วจะไปส
รุ่งเช้าวันต่อมาทุกคนในบ้านฮั่วตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะได้ออกมานอนพักก็กินเวลาเกือบเที่ยงคืนกว่าจะซ่อมเกวียนเสร็จให้พร้อมกลับมาใช้งานได้อย่างแข็งแรงและทนทานอีกครั้ง นางฮั่วเจินผู้เป็นแม่รีบลุกมาหุงข้าวและอุ่นกับข้าวที่เหลืออยู่ตั้งแต่ตี 3 จากนั้นซานเฉียวก็พาทุกคนเข้าไปในมิติแ
พอพ่อเฒ่ากับภรรยารวมไปถึงลูกสะใภ้ที่รออยู่ที่บ้านได้เห็นสิ่งของที่ 3 คนพ่อลูกนำกลับมา ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปรอยยิ้มแห่งความยินดีและตื่นเต้น แต่ก็มิวายจะมีคำถามมากมายตามไม่หยุดเมื่อเป็นเช่นนั้นฮั่วซานถังผู้เป็นพ่อจึงปรึกษากับลูก ๆ และตัดสินใจบอกเรื่องมิติให้กับคนในครอบครัวรู้ อย่างไรเสียทุกคนก็ต้อ
สองคนพี่น้องเดินขึ้นไปตามเชิงเขาจนซานเฉียวเห็นว่าพ้นจากสายตาของทุกคนแล้ว เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องสำคัญให้พี่ชายฟัง"พี่ใหญ่ เรื่องนี้มันอาจจะเหลือเชื่อไปหน่อย แต่พี่ต้องเชื่อฉันนะ ฉันไม่มีเวลาอธิบายมากเท่าไหร่ แต่ฉันอยากให้พี่เห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง""น้องหมายความว่ายังไงอาเฉียว?"ซานหลางเริ่มแปล


















المراجعات