Mag-log in![สยบรักวิศวะตัวแรง[ ENGINEER'S SECRET ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
“อะ…อื้มมม…เวกัส…”
เสียงครางหวานหูปนแหบพร่าดังสะท้อนในความมืดเป็นระลอก สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เหมือนสายฝนที่กำลังซัดกระหน่ำลงมาไม่หยุดในตอนนี้
ในขณะที่ร่างกำยำของชายหนุ่มก็กำลังกระแทกความแข็งแกร่งอย่างหนักหน่วงใส่ร่างบาง ที่นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
“อาส์...ฮึ่ม...” ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามก้อง พลางขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เขาต้องอดทนและอดกลั้นความต้องการให้ถึงที่สุด เพื่อที่จะไม่เผลอทำให้เธอเจ็บตัว
“อ๊า...เวกัส! เราเจ็บ...นายอย่าเร่งได้ไหม เราไม่ไหวแล้ว...อื้อ...”
และแม้ตอนนี้ร่างกายจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอารมณ์ปรารถนา แต่จิตใต้สำนึกกลับบอกชายหนุ่มว่า...นั่นไม่ใช่เสียงที่ควรจะขานชื่อเขาออกมาอย่างอ่อนแรงเพราะความซาบซ่านที่เขามอบให้
เพราะนั่นคือเสียงของ ใบหยก...ยัยประธานสภานักศึกษาผู้หัวแข็ง ที่เดินลากเสียงสั่งลงโทษคนของเขาแทบจะทุกครั้งที่เจอ ราวกับเธอจงใจ ที่จะกวาดล้างสมาชิกในแก๊งของเขา
เธอคือคน...ที่เขาควรจะเกลียดเข้าไส้ที่สุดในตอนนี้มากกว่า...
และเธอก็คือผู้หญิงที่เขาเคยป่าวประกาศว่า...
“ถ้ามีแค่ยัยนี่คนเดียวในโลก กูยอมไปบวชตลอดชีวิต...ยังจะดีกว่า”
แต่ทว่าตอนนี้...เธอกลับกำลังเปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างของเขา ขาเรียวสองข้างพันเกี่ยวที่เอวสอบ มือสองข้างจิกเกร็งที่บ่ากว้าง และส่งเสียงครางหวานหูเล็ดลอดริมฝีปากแดงระเรื่อออกมาเป็นระยะ ชวนให้เสียวซ่านจนชายหนุ่มตื่นไปทั้งตัว
ดวงตาคมเฉี่ยวที่เคยจ้องเขาอย่างเย็นชา ตอนนี้กำลังหลับพริ้มและหวานหยาดเยิ้ม แม้ขอบตาจะแดงก่ำและมีน้ำตาซึมออกมาตรงหางตาเพราะความหวาดหวั่นใจลึก ๆ ที่เธอยอมมอบใจมอบกายให้เขาเชยชม แต่การตอบสนองของเธอในทุกท่วงท่า ก็ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มจนหยุดการกระทำนี้ ไม่ได้จริง ๆ
เขาโน้มตัวลงไปจูบเธอ ก่อนจะส่งปลายลิ้นชุ่มเกี่ยวตวัดรูดไล้ไปทั่วโพรงปากอุ่น มือเรียวของเธอเลื่อนลูบบนแผ่นหลังของเขา พร้อมเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบาข้าง ๆ ใบหู
“ขยับอีกสิ…แฮ่ก ๆ ๆ อย่าหยุด…”
เสียงนั้นทั้งสั่นพร่าและปลุกเร้า ทำเอาสติสุดท้ายของเขาหลุดหาย จนต้องกระแทกสะโพกเข้าใส่เธอถี่ยิบ ความแน่นกระชับและร้อนฉ่าทำให้เขาแทบจะลืมหายใจ
“อ๊ะ...ฮื่อ...เวกัส! อ๊าาา!” ใบหยกร้องครางเสียงหลง ลมหายใจติดขัดทุกจังหวะ ยามที่เขาฝังตัวลงมาจนสุดลึก ร่างน้อยก็แทบจะขาดใจตายตรงนั้น
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เกิดจากการเร่งรีบ สะท้อนชัดในความเงียบ มันทั้งเร่าร้อน รุนแรง ดุดัน สลับกับอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน จนใบหยกแทบจะแยกสัมผัสเหล่านั้นไม่ถูกเลย
เขาโอบกอดเธอแน่นราวกับหวงแหน เธอจึงกระซิบใกล้หูเขาอีกครั้ง…
“เวกัส…ที่รัก…ได้โปรด...อ๊าา”
ความกังวลต่าง ๆ ที่เขาตามหาเหตุผล พลันหายไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงแค่ร่างเปลือยเปล่าสองร่าง ที่สอดผสานกันแนบแน่นอยู่บนเตียงกว้าง และโรมรันใส่กันด้วยจังหวะถี่รัว
“อื้มมม…ใบหยก…อ่าส์...” เสียงชายหนุ่มเริ่มครางต่ำในลำคอ ด้วยความเสียวซ่านที่ยากจะทนไหว
เขายังคงเดินหน้ากระแทกลำกายเข้าในตัวเธอไม่หยุด ยิ่งเธอตอบสนองด้วยเสียงครวญครางที่ดังลั่นราวจะขาดใจ เวกัสก็ยิ่งเร่งใส่ด้วยจังหวะถี่ยิบ
“งื้ออออ...เวกัส...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า!”
จวบจนจังหวะสุดท้ายที่เขาสอดลึกเข้าไปในร่องรักที่ตอดแน่น ทำให้เขาถึงกับแตกซ่านอยู่ภายใน ความสุขสมปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับระเบิดเวลาที่รอวันแตกกระจาย
กล้ามเนื้อแน่นหนั่นสั่นเกร็งไปทั้งตัว หัวใจก็เต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกมาจากอก และในวินาทีนั้นเอง...
กริ๊งงงงงงงงง!!!
เสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงก็ดังกระแทกใส่หูของเวกัสให้สะดุ้งจนต้องลุกพรวดขึ้นมาจากห้วงฝัน ดวงตาคมปรือเปิดขึ้นพร้อมลมหายใจที่ยังไม่ทันปรับจังหวะ หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับเพิ่งวิ่งหนีอะไรมาสักอย่าง
“แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...”
แม้ตอนนี้จะตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงแล้ว แต่กลิ่นกายสาวจากในฝันยังคงวนเวียนในโพรงจมูกของเขาไม่จางหาย
ตามมาด้วยความผิดปกติ ที่ทำให้เขาต้องก้มลงไปมองที่ผ้าห่ม ถึงได้รู้ตัวว่าตรงเป้าของตนตอนนี้เปียกชื้นชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธความเป็นจริงได้ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ความเปียกแฉะของเหงื่อบนตัวแน่ ๆ แต่มันคือน้ำรักสีขุ่นที่เขาหลั่งออกมาจริง ๆ แถมยังหลั่งออกมาอย่างหนัก จนมันเปียกทะลุผ้าห่มยันผ้าปูที่นอน
“เชี่ย…” เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอ พลางล้มตัวนอนหงาย มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองด้วยความอดสูใจ
“ทำไมต้องฝันถึงยัยนั่นแบบนี้วะ...แม่งเอ๊ย!”
เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย ทว่าภาพของร่างบางที่ครางชื่อเขาอย่างรัญจวนใจภายใต้ร่างของเขา ยังชัดเจนอยู่ในหัว จนสิ่งที่พาดอยู่กลางลำตัวกระตุกเกร็งขึ้นอีกครั้งอย่างน่าอาย
“เชี่ยเอ๊ย! ตามมาหลอกหลอนกูยันในฝัน ยัยโหดมหาประลัย...กูฝันเหี้ยอะไรวะเนี่ย...บ้าฉิบ! เอากับยัยนั่นเนี่ยนะ...”
เวกัสนั่งนึกถึงภาพความฝัน ที่เขาพึ่งผ่านมันมาเมื่อครู่อย่างใจจดจ่อ
ภาพของร่างเปลือยเปล่าสองร่างพันเกี่ยวรวมกันราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกันและกัน ริมฝีปากนุ่มของเขาที่แนบลงบนกลีบปากเรียวบางของเธอ พลางไล้ไปตามแนวสันกรามเบา ๆ เล่นเอาเวกัสต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะร่างกายของเขาตอนนี้ตื่นเต็มขีดจำกัด จนพร้อมจะหลั่งธารรักรอบใหม่อีกครั้ง เพียงแค่นึกถึงใบหน้าดุ ๆ ของเธอ
“แค่คิดก็ขนลุก...” เวกัสสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปจากสมอง ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะชอบผู้หญิงคนนั้นได้
สิ่งเดียวที่เขารู้สึกกับเธอได้ก็คือ...ความเกลียดชังเท่านั้น...
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
ชานิกาเดินออกจากห้องของทำงานของเวกัสด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง คำพูดของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุด‘แฟนเก่านิกาไง? ไอ้หนาว’‘มันขอยัยนั่นเป็นแฟนแล้ว’ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปตามโถงทางเดินของ VENIKA CLUB มันเหมือนกับว่าเรี่ยวแรงของเธอกำลังจะหมดลงทุกที เธอเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอสำหรับเรื่องความรัก ก่อนนี้เธอยอมรักว่ารักลมหนาวมาก และเธอก็แอบรักเขามาตลอดแต่ความรักของเธอที่มีต่อเขา เป็นความรักที่ไม่ต้องการเรียกร้องสิ่งใด ขอเพียงแค่เธอได้รัก... แม้มันจะเป็นเพียงความรู้สึกฝ่ายเดียว ชานิกาก็ยอม...แต่มาวันนี้... เธอเพิ่งรู้ว่าเธอกำลังหลอกตัวเองมาตลอด เพียงแค่เธอได้ยินสิ่งที่เวกัสบอกหัวใจที่เคยเข้มแข็งของเธอก็ราวกับกำลังแตกสลายสมองของเธอคิดแต่เรื่องของลมหนาวจนตีรวนไปหมด ความอดทนอดกลั้นที่เธอพยายามมองข้ามมันมาตลอด กำลังปะทุขึ้นมาในเวลาเดียวกัน เธอเดินมาถึงหน้าห้องพักส่วนตัวของตัวเองภายในคอนโดหรู ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างเหม่อลอยปัง!กริ๊ก!แต่ทว่าขณะที่เธอกำลังจะดึงประตูปิดเข้าไป ร่างสูงของใครบางคนกลับแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดลง และเสียงล็อกก็ดังตามมาติด ๆ ชาน
“เป้าหมายบรรลุแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องดีใจสิ แต่ทำไมหน้าเวถึงดูไม่ค่อยพอใจเลย”เสียงของชานิกาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง VIP หญิงสาวนั่งพิงพนักโซฟา มองเพื่อนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ หอนาฬิกาสร้างเสร็จแล้ว เวกัสสามารถกู้โปรเจกต์กลับมาได้ตามที่ตั้งใจ และเขายังสามารถทำตามข้อเสนอที่ยื่นต่อ ดร.เจนภพ จนชื่อของตัวเองถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อนักศึกษาฝึกงานของบริษัท VVIT GROUP ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวตัวเองได้สำเร็จอีกด้วยทุกอย่างควรเป็นไปตามแผน แต่คนที่ควรจะเป็นฝ่ายยิ้มอย่างผู้ชนะกลับนั่งเงียบ ดวงตาคมทอดมองแก้วเครื่องดื่มในมือราวกับในนั้นมีคำตอบของเรื่องบางอย่างซ่อนอยู่ ก็ไม่แปลกที่ชานิกาจะเกิดข้อสงสัย เวกัสหมุนแก้วไปมาอย่างช้า ๆ ก่อนตอบคำถามของเธอ“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก”“อะไรยังไม่จบ?” ชานิกาขมวดคิ้วเวกัสเงียบไปครู่หนึ่ง พลางนึกไปถึงภาพของใบหยก ตอนที่ยืนดีใจอยู่หน้าป้ายประกาศรายชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือกที่จะได้ไปฝึกงานในบริษัทของพ่อเขา สีหน้าของเธอในตอนนั้น ไม่ใช่สีหน้าของนักศึกษาที่ดีใจเพราะกำลังจะได้ประสบการณ์ทำงานกับบริษัทใหญ่ แต่มันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังดีใจกับสิ่
@วาสุปาร์ค คอนโดแฟ้มบันทึกรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุภายในโรงงานถึงเปิดดูทีละหน้าด้วยมือของเวกัส รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับประกัน บันทึกการเยียวยา รายชื่อของพนักงานที่อยู่ในโรงงานวันนั้น และรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินชดเชยเขาไล่ดูมันทีละรายการ บางข้อมูลหายไปอย่างแบบงง ๆ ราวกับไม่มีการบันทึกข้อมูล บางเอกสารถูกแก้ไขภายหลัง และยิ่งค้นก็ยิ่งมีหลายอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเรื่องของเงินประกันและเงินชดเชยในแต่ละเคสเวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความในเอกสารอย่างเคร่งเครียดคุณเฉลิม ผู้จัดการฝ่ายบริหารโรงงาน...คุณปิยะพงษ์ หัวหน้างานฝ่ายผลิต...สองชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารแทบจะทุกฉบับ แต่กลับมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ตรงกัน เวกัสเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนจะขมวดคิ้ว“เหมือนมีอะไรสักอย่างที่ไม่ปกติ...”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเปิดแฟ้มอีกชุดขึ้นมา และในแฟ้มนั้น... มีชื่อของบริษัทประกันที่เคยรับผิดชอบคดีเมื่อห้าปีก่อน รวมถึงรายชื่อบุคคลที่เป็นผู้ติดต่อดำเนินการเรื่องเงินชดเชย เวกัสจ้องมันอยู่นาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“ช่วยหาข้อมูลของสองคนนี้ให้ละเอียดที่สุด” เขาส
หลังจากวันนั้น... เวกัสก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่กับใบหยก แต่เหมือนเขาเลือกตัดบางอย่างออกจากชีวิตตัวเองไปอย่างเด็ดขาด เขาไม่เคยเข้าไปถามใบหยกถึงเรื่องวันนั้นอีกเลย เขาไม่อยากรู้ว่าเธอตอบลมหนาวว่าอย่างไร และไม่เคยถามว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นแบบไหนและที่สำคัญที่สุด... เขาไม่เข้าใกล้เธออีกเลยนับจากนั้น เวลามีเรื่องเกี่ยวกับโปรเจกต์ เขาจะส่งหลุยส์ ริกเตอร์ หรือโชนมาจัดการแทน หากใบหยกต้องการแก้ไขรายละเอียดงาน เธอก็จะคุยกับเพื่อนของเขาหากมีปัญหาเรื่องวัสดุหรือแบบก่อสร้าง เธอก็จะได้รับคำตอบผ่านคนอื่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้... เวกัสแทบจะเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่เงาของเขาอยู่ตรงหน้า ราวกับคนสองคนที่เคยใกล้ชิดกันที่สุด กลับกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน“เวกัส วันนี้รายละเอียดโครงสร้างตรงฐานฝั่งตะวันตกมีปัญหานิดหน่อย แค่จุดนี้ก็น่าจะเสร็จแล้ว” หลุยส์เอ่ยขึ้น ชายหนุ่มที่กำลังตรวจแบบอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“ให้ริกเตอร์จัดการไป”“แล้วถ้าใบหยกถาม?”“ก็บอกตามนั้น” น้ำเสียงเรียบเฉยจนหลุยส์อดมองหน้าเพื่อนไม่ได้“นี่มึงจะไม่คุยกับใ
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ใบหยกพยายามทำให้ตัวเองกลับมาเป็นปกติ เธอยังคงทำงานตามเดิม ยังคงตรวจแบบแปลน คุมงาน และรับผิดชอบทุกอย่างในโปรเจกต์หอนาฬิกาอย่างเต็มที่และในช่วงเวลาที่หัวใจว้าวุ่นจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร... เธอก็ยังคงเปิดแชตของเพจ เมื่อลมหนาวมาเยือนเพียงแต่คืนนี้ต่างออกไป ใบหยกนอนคว่ำอยู่บนเตียง โทรศัพท์วางอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวเล็กกดพิมพ์ข้อความลงไปอย่างต่อเนื่องใบหยก: วันนี้ฉันเจอเขาอีกแล้วเธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ต่อใบหยก: ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นใบหยก: ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขายัง...ปลายนิ้วหยุดชะงัก ใบหยกเม้มริมฝีปาก ก่อนลบข้อความทั้งหมด แล้วเริ่มพิมพ์ใหม่ใบหยก: ฉันไม่ควรคิดถึงเขาเลยใช่ไหม?ไม่มีคำตอบ เธอจึงพิมพ์ต่ออย่างลืมตัวใบหยก: เวกัสเป็นคนที่น่าหงุดหงิดที่สุดในโลกเลยใบหยก: บางทีก็ทำเหมือนฉันสำคัญ บางทีก็ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนใบหยก: แล้ววันนี้ยังมากับผู้หญิงคนนั้นอีก...เธอหยุดอ่านสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ ก่อนจะพิมพ์ประโยคสุดท้ายออกไปอย่างเผลอไผลใบหยก: ฉันเกลียดตัวเองที่ต้องรู้สึกอะไรกับเขาด้วยทันทีที่ส่งออกไป... ใบหยกถึงกับชะงัก“ฉันพูดอ
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
เสียงเพลงภายในผับยังคงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง จนสั่นสะเทือนยันพื้นห้อง ในขณะที่สองสาวกลับมานั่งลงข้าง ๆ ใบหยกหลังจากออกไปโยกย้ายจนได้เหงื่อกันพอใจแล้ว“เพลงสนุกมากเลย ระบบเสียงโคตรดี” วิเวียนเริ่มรีวิวให้คะแนนความหรูหราของผับ สมกับที่เธออยากพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวตั้งแต่แรก“อาหารก็อร่อยนะ เครื่องดื่ม
@VENIKA CLUB : [เวนิก้า คลับ]บนชั้นลอยภายในโซน VIP สุดหรูของ VENIKA CLUB ร่างสูงของเวกัสนั่งเอนหลังพิงกับโซฟาตัวยาวในท่วงท่าสบาย ๆ มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ทว่าไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบดูว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับมีเรื่องต้องให้คิดมากมายในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบเหมือนดวงตาที่ดูว่างเปล่







