Mag-log inเสียงเพลงภายในผับยังคงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง จนสั่นสะเทือนยันพื้นห้อง ในขณะที่สองสาวกลับมานั่งลงข้าง ๆ ใบหยกหลังจากออกไปโยกย้ายจนได้เหงื่อกันพอใจแล้ว
“เพลงสนุกมากเลย ระบบเสียงโคตรดี” วิเวียนเริ่มรีวิวให้คะแนนความหรูหราของผับ สมกับที่เธออยากพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวตั้งแต่แรก
“อาหารก็อร่อยนะ เครื่องดื่มก็ของดีทั้งนั้นเลย...เต็มสิบไม่หักเลย” มินตราที่ค่อนข้างซีเรียสเรื่องอาหาร ยังยอมรับว่าอาหารของที่นี่ดีเยี่ยมจริงๆ
“จริง...ดีงามมาก” และใบหยกก็เห็นด้วยเช่นกัน
“เอ้า! ดื่มฉลองวันเกิดฉันหน่อย” วิเวียนชวนเพื่อน ๆ ชนแก้วกันเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดของเธอ ใบหยกเองก็ยื่นแก้วนมปั่นของเธอชนกับเพื่อน ๆ แม้ทั้งสามสาวจะคนละไลฟ์สไตล์ แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้อย่างลงตัว
ขณะที่ทั้งสามสาวนั่งคุยกันพลางฉลองกันอย่างคึกคัก พลันสายตาของใบหยกก็เหลือบไปเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม พลางทอดสายตาที่เต็มไปด้วยนัยชัดเจนว่าสนใจเธอ มองมาที่เธอพร้อมส่งรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์มาให้เธอ
ใบหยกเห็นเช่นนั้นก็พยายามฝืนยิ้มตอบอย่างสุภาพ แต่มือเรียวกุมแก้วนมปั่นแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
และใบหยกก็ไม่คิดเลยว่า เพียงแค่การยิ้มตอบด้วยมารยาทนั้น จะทำให้เขารีบลุกเดินมาหาเธอทันทีแบบนี้
“สวัสดี...เราชื่อเบียร์นะ เธอชื่ออะไรเหรอ?” และเขาก็เอ่ยขึ้นอย่างจู่โจมด้วยสิ
“......” ใบหยกไม่ได้ตอบ แต่เอื้อมมือไปดึงแขนของมินตราที่อยู่ข้าง ๆ จนทั้งมินตราและวิเวียนที่เอาแต่สนใจนักร้องบนเวที รีบหันกลับมาสนใจเธอ
“ว่าไงครับ...เธอยังไม่ได้บอกชื่อเราเลยนะ”
พอวิเวียนเห็นเช่นนั้นก็ดึงใบหยกมาหลบด้านหลังทันที เพราะเธอรู้ว่าคนแบบนี้ใบหยกเพื่อนของเธอไม่ต้องการเสวนาด้วยหรอก
“ขอโทษนะ พวกเราไม่ต้องการเพื่อนร่วมโต๊ะเพิ่ม เราชอบการเป็นส่วนตัว...ที่แปลว่ามีแค่เราสามคน” วิเวียนตอกกลับชายคนนั้นจนเกือบหน้าหงาย
แต่ชายคนนั้นก็ยังไม่ยอมถอย แถมก้มตัวโน้มเข้ามาใกล้พวกเธอมากขึ้น จนกลิ่นเหล้าคลุ้งตลบไปหมด
“เราแค่อยากรู้จักพวกเธอ ให้เรานั่งร่วมโต๊ะสักวันนะ...เรามาคนเดียวโคตรเหงาเลย อยากมีเพื่อนดื่มด้วยก็แค่นั้น...เดี๋ยววันนี้เราเลี้ยงเอง”
“ไม่ต้องเลี้ยงหรอก พอดีพ่อเรารวย เผื่อนายไม่รู้” วิเวียนยังคงตึงใส่
“แล้ว...เธอคนนั้นล่ะ พอจะใจดียอมให้เราเลี้ยงไหม?”
ชายคนนั้นยังคงพยายามโฟกัสที่ใบหยก แต่สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มไม่รู้เลยก็คือ...ใบหยกไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเข้าหาได้ง่าย ๆ แบบผู้หญิงคนอื่น ๆ ยิ่งสายตาส่อถึงจุดประสงค์ชัดเจนแบบนี้ เธอยิ่งปิดกั้นสุดฤทธิ์ และวิเวียนกับมินตราก็กำลังรอดูการแผลงฤทธิ์ของใบหยกอยู่
“โทษที...พอดีเราไม่ดื่ม...” ใบหยกตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบนิ่ง
“ไม่เป็นไร...เราดื่มคนเดียวได้ แค่เธอยอมให้เรานั่งด้วยก็พอ” ชายคนนั้นยังคงตื๊อไม่เลิก
“นายต้องการอะไร?” ใบหยกทอดสายตาดุจ้องใบหน้าที่ค่อนข้างดูดีของเขาคนนั้น ด้วยความรู้สึกที่ทั้งอึดอัดและรำคาญ
“เราไม่ได้ต้องการอะไร...แค่อยากนั่งกับเธอ”
“เราชอบโจทย์ที่มีเพียงคำตอบเดียว ไม่ต้องอ้อมค้อม และไม่ต้องแสดงวิธีทำ เพราะอะไรที่มันต้องสาธยายมาก ๆ มันโคตรน่ารำคาญ”
เมื่อใบหยกพูดจูบ เสียงหัวเราะคิกคักของมินตรากับวิเวียนก็ดังขึ้น ราวกับพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน ยังคงเดินหน้าตอแยเธออยู่
“โห...ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม สเปกมากอะ...”
ใบหยกถึงกับชักสีหน้าพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเธอเจอพวกหัวแข็งเข้าให้แล้ว
“ตรง ๆ เลยนะ เราชอบเธออะ...แลกไลน์กันนะ เราอยากจีบเธอ หน้าเหวี่ยง ๆ ตาดุ ๆ ดูร้อนแรง น่าเร้าใจแบบนี้...เราชอบ”
“นี่! เกินไปไหมฮะ คุกคามทางเพศเหรอ?” มินตราตวาดลั่น กับความหน้าด้านของเขา
“มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย พวกเราไม่อยากรู้จักคนอย่างนาย” วิเวียนออกปากไล่เขา
“ถ้าอยากให้เราไป ก็บอกเพื่อนเธอให้เบอร์เราก่อนดิ”
ชายคนนั้นมองหน้าใบหยกด้วยแววตาที่แสดงถึงความยียวน แต่ใบหยกกลับยื่นนิ่งจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“อย่าให้นะใบหยก...” วิเวียนเอ่ย
“ชื่อใบหยกเหรอ...ชื่อน่ารักนะ ถ้าเธอคบกับเรา...เราจะเปลี่ยนชื่อเป็นกิ่งทอง จะได้คู่กับใบหยกไง”
“ใครอยากคู่กับนายไม่ทราบ...” มินตราเริ่มเหลืออด
ในขณะที่ทั้งสามสาวกำลังรำคาญใจกับชายหนุ่มตรงหน้า ทันใดนั้น...ร่างสูงของการ์ดชุดดำก็โผล่มาทันเวลาพอดี แต่การตรงมาหาพวกเธอครั้งนี้ กลับเป็นความตั้งใจจนพวกเธอมองด้วยสายตางุนงง
“มีอะไรเหรอคะ?” วิเวียนเอ่ยถาม เมื่อการ์ดทั้งสามคนเดินมาหยุดยืนตรงหน้าพวกเธอ
“คืนนี้คุณลูกค้าเป็นผู้โชคดี ของหนึ่งในคนที่มีวันเกิดตรงกับวันนี้ เราได้จับฉลากเพื่อหาผู้โชคดี เพื่อที่จะได้ขึ้นไปนั่งที่โซนVIP ฟรี! โดยคุณลูกค้าจะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ รวมถึงอาหารกับเครื่องดื่มก็ฟรีตลอดทั้งคืนครับ”
“ฟรี! ทุกอย่างเลยเหรอ” มินตราดูจะถูกใจกับรางวัลนี้มาก ในขณะที่ใบหยกกลับรู้สึกว่ามันดูแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เอาไงดีพวกเรา” วิเวียนเอ่ยถามอย่างลังเลใจ
สามสาวหันไปมองหน้ากันงง ๆ ก่อนจะตัดสินใจยอมเดินตามการ์ดของผับไป โดยไม่รู้เลยว่า...นี่เป็นคำสั่งการของใครคนหนึ่ง ที่ต้องการดึงพวกเธอออกไปจากพวกผู้ชายขี้หลีในโซนนี้
ตับ! ตับ! ตับ!“อื้อ... นิกา อื้ออ... นิดา...อาส์”ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัวความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก“อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...”ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน“ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์”“งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ”ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ!“อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นและกระตุกถี่
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
ชานิกาเดินออกจากห้องของทำงานของเวกัสด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง คำพูดของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุด‘แฟนเก่านิกาไง? ไอ้หนาว’‘มันขอยัยนั่นเป็นแฟนแล้ว’ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปตามโถงทางเดินของ VENIKA CLUB มันเหมือนกับว่าเรี่ยวแรงของเธอกำลังจะหมดลงทุกที เธอเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอสำหรับเรื่องความรัก ก่อนนี้เธอยอมรักว่ารักลมหนาวมาก และเธอก็แอบรักเขามาตลอดแต่ความรักของเธอที่มีต่อเขา เป็นความรักที่ไม่ต้องการเรียกร้องสิ่งใด ขอเพียงแค่เธอได้รัก... แม้มันจะเป็นเพียงความรู้สึกฝ่ายเดียว ชานิกาก็ยอม...แต่มาวันนี้... เธอเพิ่งรู้ว่าเธอกำลังหลอกตัวเองมาตลอด เพียงแค่เธอได้ยินสิ่งที่เวกัสบอกหัวใจที่เคยเข้มแข็งของเธอก็ราวกับกำลังแตกสลายสมองของเธอคิดแต่เรื่องของลมหนาวจนตีรวนไปหมด ความอดทนอดกลั้นที่เธอพยายามมองข้ามมันมาตลอด กำลังปะทุขึ้นมาในเวลาเดียวกัน เธอเดินมาถึงหน้าห้องพักส่วนตัวของตัวเองภายในคอนโดหรู ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างเหม่อลอยปัง!กริ๊ก!แต่ทว่าขณะที่เธอกำลังจะดึงประตูปิดเข้าไป ร่างสูงของใครบางคนกลับแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดลง และเสียงล็อกก็ดังตามมาติด ๆ ชาน
“เป้าหมายบรรลุแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องดีใจสิ แต่ทำไมหน้าเวถึงดูไม่ค่อยพอใจเลย”เสียงของชานิกาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง VIP หญิงสาวนั่งพิงพนักโซฟา มองเพื่อนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ หอนาฬิกาสร้างเสร็จแล้ว เวกัสสามารถกู้โปรเจกต์กลับมาได้ตามที่ตั้งใจ และเขายังสามารถทำตามข้อเสนอที่ยื่นต่อ ดร.เจนภพ จนชื่อของตัวเองถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อนักศึกษาฝึกงานของบริษัท VVIT GROUP ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวตัวเองได้สำเร็จอีกด้วยทุกอย่างควรเป็นไปตามแผน แต่คนที่ควรจะเป็นฝ่ายยิ้มอย่างผู้ชนะกลับนั่งเงียบ ดวงตาคมทอดมองแก้วเครื่องดื่มในมือราวกับในนั้นมีคำตอบของเรื่องบางอย่างซ่อนอยู่ ก็ไม่แปลกที่ชานิกาจะเกิดข้อสงสัย เวกัสหมุนแก้วไปมาอย่างช้า ๆ ก่อนตอบคำถามของเธอ“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก”“อะไรยังไม่จบ?” ชานิกาขมวดคิ้วเวกัสเงียบไปครู่หนึ่ง พลางนึกไปถึงภาพของใบหยก ตอนที่ยืนดีใจอยู่หน้าป้ายประกาศรายชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือกที่จะได้ไปฝึกงานในบริษัทของพ่อเขา สีหน้าของเธอในตอนนั้น ไม่ใช่สีหน้าของนักศึกษาที่ดีใจเพราะกำลังจะได้ประสบการณ์ทำงานกับบริษัทใหญ่ แต่มันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังดีใจกับสิ่
@วาสุปาร์ค คอนโดแฟ้มบันทึกรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุภายในโรงงานถึงเปิดดูทีละหน้าด้วยมือของเวกัส รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับประกัน บันทึกการเยียวยา รายชื่อของพนักงานที่อยู่ในโรงงานวันนั้น และรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินชดเชยเขาไล่ดูมันทีละรายการ บางข้อมูลหายไปอย่างแบบงง ๆ ราวกับไม่มีการบันทึกข้อมูล บางเอกสารถูกแก้ไขภายหลัง และยิ่งค้นก็ยิ่งมีหลายอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเรื่องของเงินประกันและเงินชดเชยในแต่ละเคสเวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความในเอกสารอย่างเคร่งเครียดคุณเฉลิม ผู้จัดการฝ่ายบริหารโรงงาน...คุณปิยะพงษ์ หัวหน้างานฝ่ายผลิต...สองชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารแทบจะทุกฉบับ แต่กลับมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ตรงกัน เวกัสเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนจะขมวดคิ้ว“เหมือนมีอะไรสักอย่างที่ไม่ปกติ...”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเปิดแฟ้มอีกชุดขึ้นมา และในแฟ้มนั้น... มีชื่อของบริษัทประกันที่เคยรับผิดชอบคดีเมื่อห้าปีก่อน รวมถึงรายชื่อบุคคลที่เป็นผู้ติดต่อดำเนินการเรื่องเงินชดเชย เวกัสจ้องมันอยู่นาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“ช่วยหาข้อมูลของสองคนนี้ให้ละเอียดที่สุด” เขาส
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
@VENIKA CLUB : [เวนิก้า คลับ]บนชั้นลอยภายในโซน VIP สุดหรูของ VENIKA CLUB ร่างสูงของเวกัสนั่งเอนหลังพิงกับโซฟาตัวยาวในท่วงท่าสบาย ๆ มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ทว่าไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบดูว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับมีเรื่องต้องให้คิดมากมายในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบเหมือนดวงตาที่ดูว่างเปล่
ณ ห้องชมรมภายในศูนย์สาธิตวิทยาของสถาบัน EST ตอนช่วงเวลาบ่ายคล้อย ใบหยกยังคงนั่งก้มหน้าอยู่กับแบบแปลนชิ้นงานบนโต๊ะออกแบบอย่างเคร่งเครียด ดินสอไม้ด้ามยาวหมุนไปมาอยู่ระหว่างนิ้วเรียว ราวกับกำลังใช้ความคิดในหัวไม่หยุด“ใบหยกจ๋า!”เสียงหวานใสแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของวิเวียนดังขึ้นจากข้างหลัง เพื่อย้ำกั







