LOGINเสียงเพลงภายในผับยังคงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง จนสั่นสะเทือนยันพื้นห้อง ในขณะที่สองสาวกลับมานั่งลงข้าง ๆ ใบหยกหลังจากออกไปโยกย้ายจนได้เหงื่อกันพอใจแล้ว
“เพลงสนุกมากเลย ระบบเสียงโคตรดี” วิเวียนเริ่มรีวิวให้คะแนนความหรูหราของผับ สมกับที่เธออยากพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวตั้งแต่แรก
“อาหารก็อร่อยนะ เครื่องดื่มก็ของดีทั้งนั้นเลย...เต็มสิบไม่หักเลย” มินตราที่ค่อนข้างซีเรียสเรื่องอาหาร ยังยอมรับว่าอาหารของที่นี่ดีเยี่ยมจริงๆ
“จริง...ดีงามมาก” และใบหยกก็เห็นด้วยเช่นกัน
“เอ้า! ดื่มฉลองวันเกิดฉันหน่อย” วิเวียนชวนเพื่อน ๆ ชนแก้วกันเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดของเธอ ใบหยกเองก็ยื่นแก้วนมปั่นของเธอชนกับเพื่อน ๆ แม้ทั้งสามสาวจะคนละไลฟ์สไตล์ แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้อย่างลงตัว
ขณะที่ทั้งสามสาวนั่งคุยกันพลางฉลองกันอย่างคึกคัก พลันสายตาของใบหยกก็เหลือบไปเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม พลางทอดสายตาที่เต็มไปด้วยนัยชัดเจนว่าสนใจเธอ มองมาที่เธอพร้อมส่งรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์มาให้เธอ
ใบหยกเห็นเช่นนั้นก็พยายามฝืนยิ้มตอบอย่างสุภาพ แต่มือเรียวกุมแก้วนมปั่นแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
และใบหยกก็ไม่คิดเลยว่า เพียงแค่การยิ้มตอบด้วยมารยาทนั้น จะทำให้เขารีบลุกเดินมาหาเธอทันทีแบบนี้
“สวัสดี...เราชื่อเบียร์นะ เธอชื่ออะไรเหรอ?” และเขาก็เอ่ยขึ้นอย่างจู่โจมด้วยสิ
“......” ใบหยกไม่ได้ตอบ แต่เอื้อมมือไปดึงแขนของมินตราที่อยู่ข้าง ๆ จนทั้งมินตราและวิเวียนที่เอาแต่สนใจนักร้องบนเวที รีบหันกลับมาสนใจเธอ
“ว่าไงครับ...เธอยังไม่ได้บอกชื่อเราเลยนะ”
พอวิเวียนเห็นเช่นนั้นก็ดึงใบหยกมาหลบด้านหลังทันที เพราะเธอรู้ว่าคนแบบนี้ใบหยกเพื่อนของเธอไม่ต้องการเสวนาด้วยหรอก
“ขอโทษนะ พวกเราไม่ต้องการเพื่อนร่วมโต๊ะเพิ่ม เราชอบการเป็นส่วนตัว...ที่แปลว่ามีแค่เราสามคน” วิเวียนตอกกลับชายคนนั้นจนเกือบหน้าหงาย
แต่ชายคนนั้นก็ยังไม่ยอมถอย แถมก้มตัวโน้มเข้ามาใกล้พวกเธอมากขึ้น จนกลิ่นเหล้าคลุ้งตลบไปหมด
“เราแค่อยากรู้จักพวกเธอ ให้เรานั่งร่วมโต๊ะสักวันนะ...เรามาคนเดียวโคตรเหงาเลย อยากมีเพื่อนดื่มด้วยก็แค่นั้น...เดี๋ยววันนี้เราเลี้ยงเอง”
“ไม่ต้องเลี้ยงหรอก พอดีพ่อเรารวย เผื่อนายไม่รู้” วิเวียนยังคงตึงใส่
“แล้ว...เธอคนนั้นล่ะ พอจะใจดียอมให้เราเลี้ยงไหม?”
ชายคนนั้นยังคงพยายามโฟกัสที่ใบหยก แต่สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มไม่รู้เลยก็คือ...ใบหยกไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเข้าหาได้ง่าย ๆ แบบผู้หญิงคนอื่น ๆ ยิ่งสายตาส่อถึงจุดประสงค์ชัดเจนแบบนี้ เธอยิ่งปิดกั้นสุดฤทธิ์ และวิเวียนกับมินตราก็กำลังรอดูการแผลงฤทธิ์ของใบหยกอยู่
“โทษที...พอดีเราไม่ดื่ม...” ใบหยกตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบนิ่ง
“ไม่เป็นไร...เราดื่มคนเดียวได้ แค่เธอยอมให้เรานั่งด้วยก็พอ” ชายคนนั้นยังคงตื๊อไม่เลิก
“นายต้องการอะไร?” ใบหยกทอดสายตาดุจ้องใบหน้าที่ค่อนข้างดูดีของเขาคนนั้น ด้วยความรู้สึกที่ทั้งอึดอัดและรำคาญ
“เราไม่ได้ต้องการอะไร...แค่อยากนั่งกับเธอ”
“เราชอบโจทย์ที่มีเพียงคำตอบเดียว ไม่ต้องอ้อมค้อม และไม่ต้องแสดงวิธีทำ เพราะอะไรที่มันต้องสาธยายมาก ๆ มันโคตรน่ารำคาญ”
เมื่อใบหยกพูดจูบ เสียงหัวเราะคิกคักของมินตรากับวิเวียนก็ดังขึ้น ราวกับพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน ยังคงเดินหน้าตอแยเธออยู่
“โห...ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม สเปกมากอะ...”
ใบหยกถึงกับชักสีหน้าพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเธอเจอพวกหัวแข็งเข้าให้แล้ว
“ตรง ๆ เลยนะ เราชอบเธออะ...แลกไลน์กันนะ เราอยากจีบเธอ หน้าเหวี่ยง ๆ ตาดุ ๆ ดูร้อนแรง น่าเร้าใจแบบนี้...เราชอบ”
“นี่! เกินไปไหมฮะ คุกคามทางเพศเหรอ?” มินตราตวาดลั่น กับความหน้าด้านของเขา
“มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย พวกเราไม่อยากรู้จักคนอย่างนาย” วิเวียนออกปากไล่เขา
“ถ้าอยากให้เราไป ก็บอกเพื่อนเธอให้เบอร์เราก่อนดิ”
ชายคนนั้นมองหน้าใบหยกด้วยแววตาที่แสดงถึงความยียวน แต่ใบหยกกลับยื่นนิ่งจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“อย่าให้นะใบหยก...” วิเวียนเอ่ย
“ชื่อใบหยกเหรอ...ชื่อน่ารักนะ ถ้าเธอคบกับเรา...เราจะเปลี่ยนชื่อเป็นกิ่งทอง จะได้คู่กับใบหยกไง”
“ใครอยากคู่กับนายไม่ทราบ...” มินตราเริ่มเหลืออด
ในขณะที่ทั้งสามสาวกำลังรำคาญใจกับชายหนุ่มตรงหน้า ทันใดนั้น...ร่างสูงของการ์ดชุดดำก็โผล่มาทันเวลาพอดี แต่การตรงมาหาพวกเธอครั้งนี้ กลับเป็นความตั้งใจจนพวกเธอมองด้วยสายตางุนงง
“มีอะไรเหรอคะ?” วิเวียนเอ่ยถาม เมื่อการ์ดทั้งสามคนเดินมาหยุดยืนตรงหน้าพวกเธอ
“คืนนี้คุณลูกค้าเป็นผู้โชคดี ของหนึ่งในคนที่มีวันเกิดตรงกับวันนี้ เราได้จับฉลากเพื่อหาผู้โชคดี เพื่อที่จะได้ขึ้นไปนั่งที่โซนVIP ฟรี! โดยคุณลูกค้าจะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ รวมถึงอาหารกับเครื่องดื่มก็ฟรีตลอดทั้งคืนครับ”
“ฟรี! ทุกอย่างเลยเหรอ” มินตราดูจะถูกใจกับรางวัลนี้มาก ในขณะที่ใบหยกกลับรู้สึกว่ามันดูแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เอาไงดีพวกเรา” วิเวียนเอ่ยถามอย่างลังเลใจ
สามสาวหันไปมองหน้ากันงง ๆ ก่อนจะตัดสินใจยอมเดินตามการ์ดของผับไป โดยไม่รู้เลยว่า...นี่เป็นคำสั่งการของใครคนหนึ่ง ที่ต้องการดึงพวกเธอออกไปจากพวกผู้ชายขี้หลีในโซนนี้
ใบหยกร้องด้วยความตกใจ รีบคว้าบ่าเขาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลัก ก่อนจะหันมาทุบไหล่หนาของเขาอย่างโมโห“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! นายบ้าไปแล้วหรือไง!”“หยุดดิ้น!”“ฉันบอกให้ปล่อย!”“ถ้าไม่อยากให้คนทั้งร้านหันมามอง ก็อยู่นิ่ง ๆ”คำขู่ทำให้ใบหยกชะงักไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน จึงทำได้เพียงจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องเวกัสอาศัยจังหวะนั้นอุ้มเธอเดินตรงไปตามทางเดินด้านใน ผ่านประตูที่มีเพียงพนักงานและผู้บริหารเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้า ก่อนจะผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองเปิดออกปัง!เสียงประตูปิดลงด้านหลังทำให้ใบหยกสะดุ้งเล็กน้อย ยังไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่า ชายหนุ่มก็วางเธอลงบนพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“นี่นายจะทำอะไร...”ใบหยกรีบถอยห่างทันที แต่เวกัสกลับก้าวตามเข้ามาใกล้ จนเธอต้องถอยหลังไปอีกก้าว กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับขอบโต๊ะทำงาน“นายเป็นบ้าอะไรของนาย!”เธอเงยหน้าขึ้นตวาด ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ตอบในทันทีเวกัสวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ ขนาบตัวเธอไว้โดยไม่แตะต้องร่างกาย ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงน้อยนิด ลมหา
แต่ความจริงแล้ว... ก่อนจะถึงเวลานัด ลมหนาวได้โทรศัพท์คุยกับชานิกาเรียบร้อยแล้ว และแผนการของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เวกัสได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทแล้วลมหนาว: คืนนี้ว่างไหม มาฉลองโปรเจกต์ด้วยกันหน่อยเวกัสอ่านข้อความนั้นขณะนั่งอยู่ในห้องทำงาน ก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนักเวกัส: ที่ไหน?ลมหนาว: VENIKA CLUB ห้อง VIP ลงมาดิเวกัส: เออ... ถ้าว่างจะลงไปเขาตอบเพียงเท่านั้นแล้ววางโทรศัพท์ลง ตอนแรกเวกัสไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ การไปฉลองกับเพื่อนหลังจากงานใหญ่เสร็จสิ้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่เขาเพียงไม่รู้ว่า... การฉลองครั้งนี้ ไม่ใช่การฉลองเพียงแค่กลุ่มของเขาเช่นวันธรรมดา แต่ลมหนาวเล่นใหญ่เชิญมาทั้งโปรเจกต์เลยอีกด้านหนึ่ง ภายในห้อง VIP ใบหยกกำลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ อย่างออกรส หลังจากได้ดื่มเครื่องดื่มแก้วแรกไปเล็กน้อย ความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันเริ่มคลายลงทีละน้อยลมหนาวนั่งอยู่ข้างเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ได้มากนัก เพราะโซฟาตัวเดียวกันมีเพื่อนนั่งอยู่หลายคน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีล้ำเส้น เขาเพียงคอยถามไถ่เรื่องทั่วไปและร่วมบทสนทนาเป็นครั้งคราว“งานเสร็จแล้ว ยังเหนื่
หลังจากโปรเจกต์ก่อสร้างหอนาฬิกาดำเนินมาจนสำเร็จลุล่วง ทุกคนต่างก็โล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับงานชิ้นนี้อย่างหนักหน่วง การได้เห็นผลงานที่ตัวเองร่วมกันสร้างขึ้นตั้งแต่วันแรกจนกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สมบูรณ์ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ และแน่นอนว่า... ความสำเร็จในครั้งนี้ย่อมต้องมีงานฉลอง“ใบหยก คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม?”เสียงของลมหนาวดังขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บเอกสารลงในกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นมองคนถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย เพราะช่วงหลังมานี้ลมหนาวไม่ค่อยชวนเธอออกไปไหนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ทั้งคู่จะพูดคุยกันเรื่องงาน หรือไม่ก็เรื่องทั่วไปผ่านแชตเท่านั้น“เที่ยวไหนเหรอ?”“ผับ” คำตอบของลมหนาว ทำให้ใบหยกชะงักไปนิดหนึ่ง“ผับเนี่ยนะ?” เธอถามเพื่อย้ำ ว่าเธอฟังไม่ผิด“อือ” ลมหนาวตอบสั้น ๆ ตามนิสัย ก่อนจะอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย“โปรเจกต์เสร็จแล้ว ก็ถือโอกาสฉลองกันหน่อย เราว่าจะชวนเพื่อน ๆ ไปด้วย ทั้งกลุ่มเรา กลุ่มเธอ วิเวียนกับมินตราก็ไปด้วยใช่ไหม?”“นายจะชวนทุกคนเลยเหรอ?”“ใช่” ลมหนาวยืนยัน“แล้วจะไปที่ไหน?
ตับ! ตับ! ตับ! “อื้อ... นิกา อื้ออ... นิกา...อาส์” ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัว ความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก “อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...” ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน “ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์” “งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ” ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ! “อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นแล
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
(5ปีก่อน...)ภายในงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากการจับฉลากของขวัญของพนักงานทั้งบริษัท ชายคนหนึ่งได้รับของขวัญเป็นกล่องคุกกี้หอมหวานกับตุ๊กตาหมีขนฟูตัวใหญ่เป็นรางวัล แนบมากับซองเงินโบนัสของปีนี้ ซึ่งเขาจะได้ใช้จ่ายสำหรับค่าเล่าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้กับลูกสาว
เสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นไม้ของห้องใต้ดินภายในตึกวิศวกรรมเครื่องกลดังลั่น ท่ามกลางเสียงเงียบกริบที่ตึงเครียดกว่าสนามรบ สายตาทุกคู่จับจ้องร่างสูงที่เดินวนไปมาอยู่กลางห้อง พร้อมประกายความโกรธแค้นอันรุนแรง ที่ฉายชัดในดวงตาสีเข้มของเขา“แม่งเอ๊ย!!!” เวกัสสะบัดเสื้อช็อปออกจากร่าง ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอ
ช่วงเช้าของวันใหม่...คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย เสียงฝีเท้านิสิตนักศึกษาดังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่วเบา พร้อมเสียงหัวเราะและการทักทายสลับกันไปทว่าภายในโถงล็อกเกอร์ของคณะกลับมีบางอย่างผิดปกติออกไป ทุกคนเหมือนจะมีจุดโฟกัสเดียวกันทั้งคณะ ตรงล็อกเกอร์หมายเลข 21 ซึ่งเป็นล็อกเกอร์ของประธานสภานั
“อะ…อื้มมม…เวกัส…”เสียงครางหวานหูปนแหบพร่าดังสะท้อนในความมืดเป็นระลอก สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เหมือนสายฝนที่กำลังซัดกระหน่ำลงมาไม่หยุดในตอนนี้ในขณะที่ร่างกำยำของชายหนุ่มก็กำลังกระแทกความแข็งแกร่งอย่างหนักหน่วงใส่ร่างบาง ที่นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง“อาส์...ฮึ่ม...” ชายหน







