Masuk@VENIKA CLUB : [เวนิก้า คลับ]
บนชั้นลอยภายในโซน VIP สุดหรูของ VENIKA CLUB ร่างสูงของเวกัสนั่งเอนหลังพิงกับโซฟาตัวยาวในท่วงท่าสบาย ๆ มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ทว่าไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบดูว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับมีเรื่องต้องให้คิดมากมาย
ในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบเหมือนดวงตาที่ดูว่างเปล่า แต่ก็ไม่ได้ถูกรบกวนด้วยเสียงดังกระหึ่มของเพลงที่เปิดในผับ ทว่าเสียงนั้นกลับเป็นเสียงครวญครางแหบแผ่วของเธอคนนั้น ที่ดังก้องหูซ้ำ ๆ ในความทรงจำอันน่าขนลุก
เสียงนั้นรบกวนสมาธิของเขาจนแทบหายใจไม่เป็นจังหวะ นอนหลับไม่เต็มตาเลยสักวัน จนต้องพาตัวเองออกมาระบายความอัดอั้นและกลบมันด้วยเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มเช่นตอนนี้
“เป็นอะไรไป? ทำหน้าอย่างกับคนกำลังอกหัก...”
นิกา หรือ ชานิกา พิบูลไกรศร สาวสวยเซ็กซี่ในชุดเดรสคัตเอาต์สีแดงสด เอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างเวกัส แค่เห็นเขาแวะเวียนเข้ามาที่ผับเธอก็แปลกใจมากแล้ว แต่อาการเหม่อลอยของเขากลับทำให้นิกาแปลกใจยิ่งกว่า
เวกัสตวัดสายตาดุใส่เธอเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมา อย่างไม่สบอารมณ์
“คนอย่างเรา ไม่เคยได้ใช้คำนั่นหรอก...” เวกัสตอบ ก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมด นั่นยิ่งทำให้เพื่อนที่สนิทและรักกันมานานอย่างชานิกาเกิดข้อสงสัย ว่าอะไรหรือใครกัน? ที่ทำให้เพื่อนของเธอตกอยู่ในอาการหัวร้อนได้ขนาดนี้
“จริงเหรอ...แต่อาการมันฟ้องนะ ดูตาของเวตอนนี้สิ มันดูล่อกแล่กผิดปกตินะ” ชานิกาเอนตัวเข้ามาใกล้เขา ด้วย สายตาอยากรู้เต็มที
“นิกา!” เวกัสทำเสียงดุ จนชานิกาต้องทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา พลางหัวเราะชอบใจที่ได้ยั่วโมโหเขา
“นิกาก็แค่สงสัย...ปกติตัวแรงอย่างเวไม่เคยอยู่ในโหมดเหม่อลอยแบบนี้นี่...มันต้องมีอะไรสักอย่างสิน่า พอจะบอกได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
“นาน ๆ เราจะมาที่ผับครั้ง แทนที่นิกาจะพูดถึงเรื่องผลกำไร แต่มานั่งสอบสวนเรายังกับตำรวจ บางที่เราก็คิดนะ...ว่าการถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วน อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี” เวกัสโพล่งขึ้นอย่างหัวเสีย
“เฮ้! นิกายังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ นิกาก็แค่เป็นห่วง เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เวมีเรื่องไม่สบายใจทำไมนิกาจะดูไม่ออก อยู่ ๆ มาหัวร้อนพาลใส่นิกาได้ไง ถ้าเวยังคิดถึงความเป็นเพื่อนก็ควรจะแบ่งทุกข์แบ่งสุขกัน ไม่ใช่ปล่อยให้นิกาเป็นห่วงอยู่ฝ่ายเดียว แต่ถ้าไม่เห็นนิกาเป็นเพื่อน...เวก็ไม่ต้องพูดก็ได้”
ชานิกาเองก็เริ่มงอน เมื่อเวกัสแสดงออกถึงอาการที่เขาไม่เคยเป็นใส่เธอ เขาไม่เคยหัวร้อนใส่เธอแบบนี้มาก่อน แม้เธอจะยั่วให้เขาโกรธมากแค่ไหน เวกัสก็ไม่เคยอารมณ์เสียใส่เธอแบบนี้
แม้ตอนนี้ชานิกาจะงอนเขา แต่พ่อตัวแรงของเธอก็ไม่ยอมตอบหรือบอกอะไร จนชานิกาแทบจะถอดใจไม่เซ้าซี้
“เฮ้อ! รำคาญคนคนหนึ่ง ใจก็อยากจับมาหักคอให้ตาย ที่เราหงุดหงิดจนนอนไม่หลับ ก็เพราะกำลังคิดวิธีจัดการกับยัยโหดนั่นอยู่ คิดว่าจะทำยังไงให้ยัยนั่นคลานมาสยบแทบเท้าเรา และขอร้องให้เรายอมยกโทษให้”
พอชานิกาทำเป็นงอนก็เข้าตามสูตร เวกัสจะอ่อนข้อทันที เพราะชานิการู้ว่าเขาไม่เคยปล่อยให้ชานิกาโกรธได้นาน มีแค่เธอคนนี้...ที่ตัวแรงอย่างเวกัสจะยอมใจอ่อนและตามง้อ ถ้าไม่ใช่...ก็อย่าหวังว่าเขาจะยอม
“ผู้หญิงเหรอ? ฟังดูโกรธแค้นจัง” ชานิกาสังเกตจากน้ำเสียง
“ถ้าฆ่าได้...ก็อยากจะฆ่า” เวกัสสบถออกมาอย่างหนักแน่น
“ปกติเวไม่ค่อยมีเรื่องกับผู้หญิงเชิงพยาบาทแบบนี้ ส่วนมากจะมีเรื่องในเชิงพิศวาสมากกว่า”
ชานิกาถามราวกับสงสัย ปกติเวกัสไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องกับผู้หญิงในเชิงอาฆาตแค้นแบบนี้ เธอเห็นแต่เขาหิวผู้หญิงเข้าม่านรูด ก็ไม่เคยได้ยินว่าจะปาดคอหั่นศพอย่างตอนนี้เลย
“อย่าพูดให้ชวนอ้วก...”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ ถามจริง...สวยไหม?” ชานิกาถาม
“อย่างยัยโหดนั่น ไม่คู่ควรกับคำนี้” เวกัสว่า พลางกลอกตาจนชานิกานึกหมั่นไส้
“ที่พูดถึงน่ะ คนหรืออะไร ฟังดูไม่มีข้อดีเลย...เขาทำอะไรให้เวไม่พอใจขนาดนั้น”
“อย่างยัยนั่น...แค่เกิดมาแย่งอากาศคนอื่นหายใจก็ผิดแล้ว”
“ดูโกรธแค้นนะเราน่ะ หาสวย ๆ แถวนี้เยียวยาไหม?” ชานิกาเอ่ยขึ้นอย่างรู้ใจ คนอย่างเวกัสเวลาอารมณ์บูดต้องใช้สาวสวยเยียวยา
“เป็นความคิดที่ดี...หามาให้สูบวิญญาณสักคนดิ ถ้าดีขึ้นจะคืนปันผลหุ้นให้สักสิบเปอร์เซ็นต์”
“จริงนะ...เดี๋ยวจัดให้เลย”
ชานิกายยิ้มให้เวกัสเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนและหันหน้าออกไปยังระเบียงชั้นลอยมองผ่านกระจกใสที่กลั้นกลางความเป็นส่วนตัวให้กับโซน VIP เพียงแค่มองออกไปตามความลึกของร้าน สายตาก็เหลือบไปเจอความสดใสน่ารักน่าขยี้ ตรงตามแบบที่เพื่อนรักของเธอต้องการ กำลงนั่งอยู่ตรงมุมห้องอีกฟากฝั่งเพียงลำพัง
“ตรงมุมห้องฝั่งนั้นน่าสนนะ...เฮียเวนึกอยากหิ้วกลับไปทานที่บ้านไหม?”
ชานิกานำเสนอมาก จนเวกัสยกยิ้มพอใจ ก่อนจะสาดวิสกี้อึกสุดท้ายเข้าคอ แล้วลุกขึ้นเดินมาดูทันที
แต่แล้วหัวใจของเขาก็เหมือนหยุดเต้นไปชั่ววินาที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างบางในชุดเดรสสีครีมอ่อน นั่งยิ้มอยู่ตรงมุมห้องนั้น
“ใบหยก...” เวกัสเอ่ยชื่อเธอราวกระซิบ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความไม่เชื่อสายตา
ภาพของเธอตอนนี้แตกต่างจากสิ่งที่เขาเห็นที่มหาลัยทุกวัน ราวกับคนละคน ร่างเพรียวบางในชุดเดรสโทนสีสดใส ที่ตัดกับผิวขาวผ่องจนออร่า ใบหน้าที่เคยดุดันฉาบเคลือบไปด้วยรอยยิ้มน่ารัก สลับกับการหัวเราะจนเห็นคมฟันซี่เล็กๆ แหลม ๆ อย่างมีเสน่ห์ เธอไม่ได้เต้นอย่างคนอื่น เพียงแค่นั่งดูเพื่อน ๆ เต้นและยกแก้วนมปั่นขึ้นมาจิบเป็นครั้งคราว แต่ภาพนั้นกลับดึงดูดสายตาเขาให้นิ่งมองจนไม่สามารถละสายตาหนีไปที่อื่นได้
ชานิกามองตามสายตาของเวกัสแล้วก็หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ เพราะตอนนี้เพื่อนรักของเธอทำราวกับโดนมนต์เสน่ห์ของน้องนมปั่นคนนี้เข้าแล้ว
“ชอบแบบนี้นี่เอง…ชอบนมปั่น ฮ่า ๆ”
เวกัสถึงกบเลื่อนสายตากลับมาโฟกัสที่แก้วในมือ แล้วก็ยกขึ้นมาดื่มแก้เก้อ ทั้งที่เขาพึ่งจะดื่มมันหมดไปเมื่อกี๊ ทำให้ชานิกายิ่งหัวเราะแรงขึ้นไปอีก
“ประสาท...จืดชืดไร้อารมณ์ขนาดนั้น” เวกัสกลบเกลื่อนความรู้สึก เพราะกลัวว่าชานิกาจะรู้ว่ายัยนั่นคือคนคนเดียวกันกับยัยประธานโหดที่เขาอยากจะบีบคอให้ตาย
“แหม...แต่เวมองแบบตาไม่กะพริบเลยนะ...เอาไลน์ไหม?” ชานิกายังไม่เลิกล้อ
“ไม่ได้อยากได้เลย...” เวกัสหันหลังให้กับภาพของเธอคนนั้น เพราะยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม
“เฮ้! เห็นไหม...เวมัวแต่ชักช้าโดนไอ้หน้าตี๋นั่นปาดหน้าให้แล้ว”
คำพูดของชานิกาทำให้เวกัสหันกลับไปมอง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาหันหลังให้เธอ จะมีผู้ชายร่างสูงก้าวเข้าไปนั่งข้างเธอ แล้วโน้มตัวลงไปพูดใกล้ ๆ หูของเธอจนเกินสิ่งที่คนเพิ่งรู้จักกันควรทำ
เสียงดนตรีที่ดังลั่นเหมือนจะหายออกไปจากโสตประสาทในทันที เวกัสวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะด้วยแรงโทสะ จนทำให้แก้วกระแทกกับโต๊ะไม้ราคาแพงเสียงดัง และเกิดรอยร้าวที่ก้นแก้วในทันที
“หึ...ยัยโหด...ที่แท้ก็แรดตัวแม่แบบที่เขาว่าจริง ๆ”
ชานิกาขมวดคิ้วงุนงง กับใบหน้าที่แทบจะฆ่าคนได้ของเวกัสตอนนี้
“เว...อย่าบอกนะว่า...” เธอพยายามเดาสุ่ม แต่กลับถูกสายตาของเขาตวัดจ้องจนดูน่ากลัว
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ...ไม่ต้องอยากรู้...”
เขาตวาดเธอเสียงดังอย่างไม่เคยทำมาก่อน แต่แววตาคมเข้มเริ่มดุดันมากขึ้น จนดูอันตราย สันกามข้างแก้มนูนจนขึ้นสัน ราวกับว่าเขากำลังกัดฟันแน่นและอดทนกับอะไรสักอย่าง
“ใจเย็น...” ชานิกาพยายามเอาน้ำลูบใจ เพราะคนอย่างเวกัส เวลาโกรธหรือโมโหไม่ได้น่ารักเลยสักนิด คนที่อยู่รอบข้างพร้อมชะตาขาดได้ทุกเมื่อ และเธอก็ไม่อยากเสี่ยงเป็นคนคนนั้น...
แหม...พ่อตัวแรง ปากแซ่บนะพ่อนะ ว่าแต่...โกรธอะไรก๊อนนนน ใบหยกหนีไปลูกกกก
ใบหยกร้องด้วยความตกใจ รีบคว้าบ่าเขาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลัก ก่อนจะหันมาทุบไหล่หนาของเขาอย่างโมโห“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! นายบ้าไปแล้วหรือไง!”“หยุดดิ้น!”“ฉันบอกให้ปล่อย!”“ถ้าไม่อยากให้คนทั้งร้านหันมามอง ก็อยู่นิ่ง ๆ”คำขู่ทำให้ใบหยกชะงักไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน จึงทำได้เพียงจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องเวกัสอาศัยจังหวะนั้นอุ้มเธอเดินตรงไปตามทางเดินด้านใน ผ่านประตูที่มีเพียงพนักงานและผู้บริหารเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้า ก่อนจะผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองเปิดออกปัง!เสียงประตูปิดลงด้านหลังทำให้ใบหยกสะดุ้งเล็กน้อย ยังไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่า ชายหนุ่มก็วางเธอลงบนพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“นี่นายจะทำอะไร...”ใบหยกรีบถอยห่างทันที แต่เวกัสกลับก้าวตามเข้ามาใกล้ จนเธอต้องถอยหลังไปอีกก้าว กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับขอบโต๊ะทำงาน“นายเป็นบ้าอะไรของนาย!”เธอเงยหน้าขึ้นตวาด ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ตอบในทันทีเวกัสวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ ขนาบตัวเธอไว้โดยไม่แตะต้องร่างกาย ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงน้อยนิด ลมหา
แต่ความจริงแล้ว... ก่อนจะถึงเวลานัด ลมหนาวได้โทรศัพท์คุยกับชานิกาเรียบร้อยแล้ว และแผนการของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เวกัสได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทแล้วลมหนาว: คืนนี้ว่างไหม มาฉลองโปรเจกต์ด้วยกันหน่อยเวกัสอ่านข้อความนั้นขณะนั่งอยู่ในห้องทำงาน ก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนักเวกัส: ที่ไหน?ลมหนาว: VENIKA CLUB ห้อง VIP ลงมาดิเวกัส: เออ... ถ้าว่างจะลงไปเขาตอบเพียงเท่านั้นแล้ววางโทรศัพท์ลง ตอนแรกเวกัสไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ การไปฉลองกับเพื่อนหลังจากงานใหญ่เสร็จสิ้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่เขาเพียงไม่รู้ว่า... การฉลองครั้งนี้ ไม่ใช่การฉลองเพียงแค่กลุ่มของเขาเช่นวันธรรมดา แต่ลมหนาวเล่นใหญ่เชิญมาทั้งโปรเจกต์เลยอีกด้านหนึ่ง ภายในห้อง VIP ใบหยกกำลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ อย่างออกรส หลังจากได้ดื่มเครื่องดื่มแก้วแรกไปเล็กน้อย ความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันเริ่มคลายลงทีละน้อยลมหนาวนั่งอยู่ข้างเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ได้มากนัก เพราะโซฟาตัวเดียวกันมีเพื่อนนั่งอยู่หลายคน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีล้ำเส้น เขาเพียงคอยถามไถ่เรื่องทั่วไปและร่วมบทสนทนาเป็นครั้งคราว“งานเสร็จแล้ว ยังเหนื่
หลังจากโปรเจกต์ก่อสร้างหอนาฬิกาดำเนินมาจนสำเร็จลุล่วง ทุกคนต่างก็โล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับงานชิ้นนี้อย่างหนักหน่วง การได้เห็นผลงานที่ตัวเองร่วมกันสร้างขึ้นตั้งแต่วันแรกจนกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สมบูรณ์ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ และแน่นอนว่า... ความสำเร็จในครั้งนี้ย่อมต้องมีงานฉลอง“ใบหยก คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม?”เสียงของลมหนาวดังขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บเอกสารลงในกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นมองคนถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย เพราะช่วงหลังมานี้ลมหนาวไม่ค่อยชวนเธอออกไปไหนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ทั้งคู่จะพูดคุยกันเรื่องงาน หรือไม่ก็เรื่องทั่วไปผ่านแชตเท่านั้น“เที่ยวไหนเหรอ?”“ผับ” คำตอบของลมหนาว ทำให้ใบหยกชะงักไปนิดหนึ่ง“ผับเนี่ยนะ?” เธอถามเพื่อย้ำ ว่าเธอฟังไม่ผิด“อือ” ลมหนาวตอบสั้น ๆ ตามนิสัย ก่อนจะอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย“โปรเจกต์เสร็จแล้ว ก็ถือโอกาสฉลองกันหน่อย เราว่าจะชวนเพื่อน ๆ ไปด้วย ทั้งกลุ่มเรา กลุ่มเธอ วิเวียนกับมินตราก็ไปด้วยใช่ไหม?”“นายจะชวนทุกคนเลยเหรอ?”“ใช่” ลมหนาวยืนยัน“แล้วจะไปที่ไหน?
ตับ! ตับ! ตับ! “อื้อ... นิกา อื้ออ... นิกา...อาส์” ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัว ความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก “อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...” ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน “ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์” “งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ” ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ! “อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นแล
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
“อะ…อื้มมม…เวกัส…”เสียงครางหวานหูปนแหบพร่าดังสะท้อนในความมืดเป็นระลอก สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เหมือนสายฝนที่กำลังซัดกระหน่ำลงมาไม่หยุดในตอนนี้ในขณะที่ร่างกำยำของชายหนุ่มก็กำลังกระแทกความแข็งแกร่งอย่างหนักหน่วงใส่ร่างบาง ที่นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง“อาส์...ฮึ่ม...” ชายหน
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
ช่วงเช้าของวันใหม่...คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย เสียงฝีเท้านิสิตนักศึกษาดังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่วเบา พร้อมเสียงหัวเราะและการทักทายสลับกันไปทว่าภายในโถงล็อกเกอร์ของคณะกลับมีบางอย่างผิดปกติออกไป ทุกคนเหมือนจะมีจุดโฟกัสเดียวกันทั้งคณะ ตรงล็อกเกอร์หมายเลข 21 ซึ่งเป็นล็อกเกอร์ของประธานสภานั







