LOGIN@VENIKA CLUB : [เวนิก้า คลับ]
บนชั้นลอยภายในโซน VIP สุดหรูของ VENIKA CLUB ร่างสูงของเวกัสนั่งเอนหลังพิงกับโซฟาตัวยาวในท่วงท่าสบาย ๆ มือหนาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ทว่าไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบดูว่างเปล่าและเหม่อลอย ราวกับมีเรื่องต้องให้คิดมากมาย
ในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบเหมือนดวงตาที่ดูว่างเปล่า แต่ก็ไม่ได้ถูกรบกวนด้วยเสียงดังกระหึ่มของเพลงที่เปิดในผับ ทว่าเสียงนั้นกลับเป็นเสียงครวญครางแหบแผ่วของเธอคนนั้น ที่ดังก้องหูซ้ำ ๆ ในความทรงจำอันน่าขนลุก
เสียงนั้นรบกวนสมาธิของเขาจนแทบหายใจไม่เป็นจังหวะ นอนหลับไม่เต็มตาเลยสักวัน จนต้องพาตัวเองออกมาระบายความอัดอั้นและกลบมันด้วยเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มเช่นตอนนี้
“เป็นอะไรไป? ทำหน้าอย่างกับคนกำลังอกหัก...”
นิกา หรือ ชานิกา พิบูลไกรศร สาวสวยเซ็กซี่ในชุดเดรสคัตเอาต์สีแดงสด เอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างเวกัส แค่เห็นเขาแวะเวียนเข้ามาที่ผับเธอก็แปลกใจมากแล้ว แต่อาการเหม่อลอยของเขากลับทำให้นิกาแปลกใจยิ่งกว่า
เวกัสตวัดสายตาดุใส่เธอเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมา อย่างไม่สบอารมณ์
“คนอย่างเรา ไม่เคยได้ใช้คำนั่นหรอก...” เวกัสตอบ ก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมด นั่นยิ่งทำให้เพื่อนที่สนิทและรักกันมานานอย่างชานิกาเกิดข้อสงสัย ว่าอะไรหรือใครกัน? ที่ทำให้เพื่อนของเธอตกอยู่ในอาการหัวร้อนได้ขนาดนี้
“จริงเหรอ...แต่อาการมันฟ้องนะ ดูตาของเวตอนนี้สิ มันดูล่อกแล่กผิดปกตินะ” ชานิกาเอนตัวเข้ามาใกล้เขา ด้วย สายตาอยากรู้เต็มที
“นิกา!” เวกัสทำเสียงดุ จนชานิกาต้องทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา พลางหัวเราะชอบใจที่ได้ยั่วโมโหเขา
“นิกาก็แค่สงสัย...ปกติตัวแรงอย่างเวไม่เคยอยู่ในโหมดเหม่อลอยแบบนี้นี่...มันต้องมีอะไรสักอย่างสิน่า พอจะบอกได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
“นาน ๆ เราจะมาที่ผับครั้ง แทนที่นิกาจะพูดถึงเรื่องผลกำไร แต่มานั่งสอบสวนเรายังกับตำรวจ บางที่เราก็คิดนะ...ว่าการถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วน อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี” เวกัสโพล่งขึ้นอย่างหัวเสีย
“เฮ้! นิกายังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ นิกาก็แค่เป็นห่วง เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เวมีเรื่องไม่สบายใจทำไมนิกาจะดูไม่ออก อยู่ ๆ มาหัวร้อนพาลใส่นิกาได้ไง ถ้าเวยังคิดถึงความเป็นเพื่อนก็ควรจะแบ่งทุกข์แบ่งสุขกัน ไม่ใช่ปล่อยให้นิกาเป็นห่วงอยู่ฝ่ายเดียว แต่ถ้าไม่เห็นนิกาเป็นเพื่อน...เวก็ไม่ต้องพูดก็ได้”
ชานิกาเองก็เริ่มงอน เมื่อเวกัสแสดงออกถึงอาการที่เขาไม่เคยเป็นใส่เธอ เขาไม่เคยหัวร้อนใส่เธอแบบนี้มาก่อน แม้เธอจะยั่วให้เขาโกรธมากแค่ไหน เวกัสก็ไม่เคยอารมณ์เสียใส่เธอแบบนี้
แม้ตอนนี้ชานิกาจะงอนเขา แต่พ่อตัวแรงของเธอก็ไม่ยอมตอบหรือบอกอะไร จนชานิกาแทบจะถอดใจไม่เซ้าซี้
“เฮ้อ! รำคาญคนคนหนึ่ง ใจก็อยากจับมาหักคอให้ตาย ที่เราหงุดหงิดจนนอนไม่หลับ ก็เพราะกำลังคิดวิธีจัดการกับยัยโหดนั่นอยู่ คิดว่าจะทำยังไงให้ยัยนั่นคลานมาสยบแทบเท้าเรา และขอร้องให้เรายอมยกโทษให้”
พอชานิกาทำเป็นงอนก็เข้าตามสูตร เวกัสจะอ่อนข้อทันที เพราะชานิการู้ว่าเขาไม่เคยปล่อยให้ชานิกาโกรธได้นาน มีแค่เธอคนนี้...ที่ตัวแรงอย่างเวกัสจะยอมใจอ่อนและตามง้อ ถ้าไม่ใช่...ก็อย่าหวังว่าเขาจะยอม
“ผู้หญิงเหรอ? ฟังดูโกรธแค้นจัง” ชานิกาสังเกตจากน้ำเสียง
“ถ้าฆ่าได้...ก็อยากจะฆ่า” เวกัสสบถออกมาอย่างหนักแน่น
“ปกติเวไม่ค่อยมีเรื่องกับผู้หญิงเชิงพยาบาทแบบนี้ ส่วนมากจะมีเรื่องในเชิงพิศวาสมากกว่า”
ชานิกาถามราวกับสงสัย ปกติเวกัสไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องกับผู้หญิงในเชิงอาฆาตแค้นแบบนี้ เธอเห็นแต่เขาหิวผู้หญิงเข้าม่านรูด ก็ไม่เคยได้ยินว่าจะปาดคอหั่นศพอย่างตอนนี้เลย
“อย่าพูดให้ชวนอ้วก...”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ ถามจริง...สวยไหม?” ชานิกาถาม
“อย่างยัยโหดนั่น ไม่คู่ควรกับคำนี้” เวกัสว่า พลางกลอกตาจนชานิกานึกหมั่นไส้
“ที่พูดถึงน่ะ คนหรืออะไร ฟังดูไม่มีข้อดีเลย...เขาทำอะไรให้เวไม่พอใจขนาดนั้น”
“อย่างยัยนั่น...แค่เกิดมาแย่งอากาศคนอื่นหายใจก็ผิดแล้ว”
“ดูโกรธแค้นนะเราน่ะ หาสวย ๆ แถวนี้เยียวยาไหม?” ชานิกาเอ่ยขึ้นอย่างรู้ใจ คนอย่างเวกัสเวลาอารมณ์บูดต้องใช้สาวสวยเยียวยา
“เป็นความคิดที่ดี...หามาให้สูบวิญญาณสักคนดิ ถ้าดีขึ้นจะคืนปันผลหุ้นให้สักสิบเปอร์เซ็นต์”
“จริงนะ...เดี๋ยวจัดให้เลย”
ชานิกายยิ้มให้เวกัสเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนและหันหน้าออกไปยังระเบียงชั้นลอยมองผ่านกระจกใสที่กลั้นกลางความเป็นส่วนตัวให้กับโซน VIP เพียงแค่มองออกไปตามความลึกของร้าน สายตาก็เหลือบไปเจอความสดใสน่ารักน่าขยี้ ตรงตามแบบที่เพื่อนรักของเธอต้องการ กำลงนั่งอยู่ตรงมุมห้องอีกฟากฝั่งเพียงลำพัง
“ตรงมุมห้องฝั่งนั้นน่าสนนะ...เฮียเวนึกอยากหิ้วกลับไปทานที่บ้านไหม?”
ชานิกานำเสนอมาก จนเวกัสยกยิ้มพอใจ ก่อนจะสาดวิสกี้อึกสุดท้ายเข้าคอ แล้วลุกขึ้นเดินมาดูทันที
แต่แล้วหัวใจของเขาก็เหมือนหยุดเต้นไปชั่ววินาที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างบางในชุดเดรสสีครีมอ่อน นั่งยิ้มอยู่ตรงมุมห้องนั้น
“ใบหยก...” เวกัสเอ่ยชื่อเธอราวกระซิบ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความไม่เชื่อสายตา
ภาพของเธอตอนนี้แตกต่างจากสิ่งที่เขาเห็นที่มหาลัยทุกวัน ราวกับคนละคน ร่างเพรียวบางในชุดเดรสโทนสีสดใส ที่ตัดกับผิวขาวผ่องจนออร่า ใบหน้าที่เคยดุดันฉาบเคลือบไปด้วยรอยยิ้มน่ารัก สลับกับการหัวเราะจนเห็นคมฟันซี่เล็กๆ แหลม ๆ อย่างมีเสน่ห์ เธอไม่ได้เต้นอย่างคนอื่น เพียงแค่นั่งดูเพื่อน ๆ เต้นและยกแก้วนมปั่นขึ้นมาจิบเป็นครั้งคราว แต่ภาพนั้นกลับดึงดูดสายตาเขาให้นิ่งมองจนไม่สามารถละสายตาหนีไปที่อื่นได้
ชานิกามองตามสายตาของเวกัสแล้วก็หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ เพราะตอนนี้เพื่อนรักของเธอทำราวกับโดนมนต์เสน่ห์ของน้องนมปั่นคนนี้เข้าแล้ว
“ชอบแบบนี้นี่เอง…ชอบนมปั่น ฮ่า ๆ”
เวกัสถึงกบเลื่อนสายตากลับมาโฟกัสที่แก้วในมือ แล้วก็ยกขึ้นมาดื่มแก้เก้อ ทั้งที่เขาพึ่งจะดื่มมันหมดไปเมื่อกี๊ ทำให้ชานิกายิ่งหัวเราะแรงขึ้นไปอีก
“ประสาท...จืดชืดไร้อารมณ์ขนาดนั้น” เวกัสกลบเกลื่อนความรู้สึก เพราะกลัวว่าชานิกาจะรู้ว่ายัยนั่นคือคนคนเดียวกันกับยัยประธานโหดที่เขาอยากจะบีบคอให้ตาย
“แหม...แต่เวมองแบบตาไม่กะพริบเลยนะ...เอาไลน์ไหม?” ชานิกายังไม่เลิกล้อ
“ไม่ได้อยากได้เลย...” เวกัสหันหลังให้กับภาพของเธอคนนั้น เพราะยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิม
“เฮ้! เห็นไหม...เวมัวแต่ชักช้าโดนไอ้หน้าตี๋นั่นปาดหน้าให้แล้ว”
คำพูดของชานิกาทำให้เวกัสหันกลับไปมอง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาหันหลังให้เธอ จะมีผู้ชายร่างสูงก้าวเข้าไปนั่งข้างเธอ แล้วโน้มตัวลงไปพูดใกล้ ๆ หูของเธอจนเกินสิ่งที่คนเพิ่งรู้จักกันควรทำ
เสียงดนตรีที่ดังลั่นเหมือนจะหายออกไปจากโสตประสาทในทันที เวกัสวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะด้วยแรงโทสะ จนทำให้แก้วกระแทกกับโต๊ะไม้ราคาแพงเสียงดัง และเกิดรอยร้าวที่ก้นแก้วในทันที
“หึ...ยัยโหด...ที่แท้ก็แรดตัวแม่แบบที่เขาว่าจริง ๆ”
ชานิกาขมวดคิ้วงุนงง กับใบหน้าที่แทบจะฆ่าคนได้ของเวกัสตอนนี้
“เว...อย่าบอกนะว่า...” เธอพยายามเดาสุ่ม แต่กลับถูกสายตาของเขาตวัดจ้องจนดูน่ากลัว
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ...ไม่ต้องอยากรู้...”
เขาตวาดเธอเสียงดังอย่างไม่เคยทำมาก่อน แต่แววตาคมเข้มเริ่มดุดันมากขึ้น จนดูอันตราย สันกามข้างแก้มนูนจนขึ้นสัน ราวกับว่าเขากำลังกัดฟันแน่นและอดทนกับอะไรสักอย่าง
“ใจเย็น...” ชานิกาพยายามเอาน้ำลูบใจ เพราะคนอย่างเวกัส เวลาโกรธหรือโมโหไม่ได้น่ารักเลยสักนิด คนที่อยู่รอบข้างพร้อมชะตาขาดได้ทุกเมื่อ และเธอก็ไม่อยากเสี่ยงเป็นคนคนนั้น...
แหม...พ่อตัวแรง ปากแซ่บนะพ่อนะ ว่าแต่...โกรธอะไรก๊อนนนน ใบหยกหนีไปลูกกกก
ตับ! ตับ! ตับ!“อื้อ... นิกา อื้ออ... นิดา...อาส์”ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัวความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก“อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...”ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน“ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์”“งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ”ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ!“อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นและกระตุกถี่
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
ชานิกาเดินออกจากห้องของทำงานของเวกัสด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง คำพูดของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุด‘แฟนเก่านิกาไง? ไอ้หนาว’‘มันขอยัยนั่นเป็นแฟนแล้ว’ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปตามโถงทางเดินของ VENIKA CLUB มันเหมือนกับว่าเรี่ยวแรงของเธอกำลังจะหมดลงทุกที เธอเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอสำหรับเรื่องความรัก ก่อนนี้เธอยอมรักว่ารักลมหนาวมาก และเธอก็แอบรักเขามาตลอดแต่ความรักของเธอที่มีต่อเขา เป็นความรักที่ไม่ต้องการเรียกร้องสิ่งใด ขอเพียงแค่เธอได้รัก... แม้มันจะเป็นเพียงความรู้สึกฝ่ายเดียว ชานิกาก็ยอม...แต่มาวันนี้... เธอเพิ่งรู้ว่าเธอกำลังหลอกตัวเองมาตลอด เพียงแค่เธอได้ยินสิ่งที่เวกัสบอกหัวใจที่เคยเข้มแข็งของเธอก็ราวกับกำลังแตกสลายสมองของเธอคิดแต่เรื่องของลมหนาวจนตีรวนไปหมด ความอดทนอดกลั้นที่เธอพยายามมองข้ามมันมาตลอด กำลังปะทุขึ้นมาในเวลาเดียวกัน เธอเดินมาถึงหน้าห้องพักส่วนตัวของตัวเองภายในคอนโดหรู ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างเหม่อลอยปัง!กริ๊ก!แต่ทว่าขณะที่เธอกำลังจะดึงประตูปิดเข้าไป ร่างสูงของใครบางคนกลับแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดลง และเสียงล็อกก็ดังตามมาติด ๆ ชาน
“เป้าหมายบรรลุแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องดีใจสิ แต่ทำไมหน้าเวถึงดูไม่ค่อยพอใจเลย”เสียงของชานิกาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง VIP หญิงสาวนั่งพิงพนักโซฟา มองเพื่อนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ หอนาฬิกาสร้างเสร็จแล้ว เวกัสสามารถกู้โปรเจกต์กลับมาได้ตามที่ตั้งใจ และเขายังสามารถทำตามข้อเสนอที่ยื่นต่อ ดร.เจนภพ จนชื่อของตัวเองถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อนักศึกษาฝึกงานของบริษัท VVIT GROUP ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวตัวเองได้สำเร็จอีกด้วยทุกอย่างควรเป็นไปตามแผน แต่คนที่ควรจะเป็นฝ่ายยิ้มอย่างผู้ชนะกลับนั่งเงียบ ดวงตาคมทอดมองแก้วเครื่องดื่มในมือราวกับในนั้นมีคำตอบของเรื่องบางอย่างซ่อนอยู่ ก็ไม่แปลกที่ชานิกาจะเกิดข้อสงสัย เวกัสหมุนแก้วไปมาอย่างช้า ๆ ก่อนตอบคำถามของเธอ“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก”“อะไรยังไม่จบ?” ชานิกาขมวดคิ้วเวกัสเงียบไปครู่หนึ่ง พลางนึกไปถึงภาพของใบหยก ตอนที่ยืนดีใจอยู่หน้าป้ายประกาศรายชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือกที่จะได้ไปฝึกงานในบริษัทของพ่อเขา สีหน้าของเธอในตอนนั้น ไม่ใช่สีหน้าของนักศึกษาที่ดีใจเพราะกำลังจะได้ประสบการณ์ทำงานกับบริษัทใหญ่ แต่มันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังดีใจกับสิ่
@วาสุปาร์ค คอนโดแฟ้มบันทึกรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุภายในโรงงานถึงเปิดดูทีละหน้าด้วยมือของเวกัส รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับประกัน บันทึกการเยียวยา รายชื่อของพนักงานที่อยู่ในโรงงานวันนั้น และรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินชดเชยเขาไล่ดูมันทีละรายการ บางข้อมูลหายไปอย่างแบบงง ๆ ราวกับไม่มีการบันทึกข้อมูล บางเอกสารถูกแก้ไขภายหลัง และยิ่งค้นก็ยิ่งมีหลายอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเรื่องของเงินประกันและเงินชดเชยในแต่ละเคสเวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความในเอกสารอย่างเคร่งเครียดคุณเฉลิม ผู้จัดการฝ่ายบริหารโรงงาน...คุณปิยะพงษ์ หัวหน้างานฝ่ายผลิต...สองชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารแทบจะทุกฉบับ แต่กลับมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ตรงกัน เวกัสเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนจะขมวดคิ้ว“เหมือนมีอะไรสักอย่างที่ไม่ปกติ...”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเปิดแฟ้มอีกชุดขึ้นมา และในแฟ้มนั้น... มีชื่อของบริษัทประกันที่เคยรับผิดชอบคดีเมื่อห้าปีก่อน รวมถึงรายชื่อบุคคลที่เป็นผู้ติดต่อดำเนินการเรื่องเงินชดเชย เวกัสจ้องมันอยู่นาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“ช่วยหาข้อมูลของสองคนนี้ให้ละเอียดที่สุด” เขาส
“อย่าเฮีย! ผมยอมแล้วเฮีย...ผมยอมแล้ว...” ใบหยกถึงกับรีบถอยออกห่างจนชิดกำแพง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่คนเข้ามาช่วยคือ...เวกัส ตัวแรงตัวพ่อแห่งความเสเพล แต่ใบหยกกลับรู้สึกว่าเขาคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างแรง “ผู้หญิ
บนชั้น VIP ที่มีแสงไฟนุ่มสลัวเล็กน้อย เสียงเบสก็ไม่ได้ดังกระแทกจนหูชาเหมือนข้างล่าง วิเวียนกับมินตราขึ้นมาเจอฟลอร์เต้นรำก็กรี๊ดกร๊าดกันอย่างตื่นเต้น จนเผลอทิ้งใบหยกให้นั่งเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว เพื่อที่จะไปออกสเต็ปกันอย่างเมามันใบหยกถึงกับส่ายหัวให้กับความรักสนุกของเพื่อน ๆ ถึงเธอจะไม่ได้ออกไปแจมกับ
เสียงเพลงภายในผับยังคงดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง จนสั่นสะเทือนยันพื้นห้อง ในขณะที่สองสาวกลับมานั่งลงข้าง ๆ ใบหยกหลังจากออกไปโยกย้ายจนได้เหงื่อกันพอใจแล้ว“เพลงสนุกมากเลย ระบบเสียงโคตรดี” วิเวียนเริ่มรีวิวให้คะแนนความหรูหราของผับ สมกับที่เธออยากพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวตั้งแต่แรก“อาหารก็อร่อยนะ เครื่องดื่ม
ณ ห้องชมรมภายในศูนย์สาธิตวิทยาของสถาบัน EST ตอนช่วงเวลาบ่ายคล้อย ใบหยกยังคงนั่งก้มหน้าอยู่กับแบบแปลนชิ้นงานบนโต๊ะออกแบบอย่างเคร่งเครียด ดินสอไม้ด้ามยาวหมุนไปมาอยู่ระหว่างนิ้วเรียว ราวกับกำลังใช้ความคิดในหัวไม่หยุด“ใบหยกจ๋า!”เสียงหวานใสแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของวิเวียนดังขึ้นจากข้างหลัง เพื่อย้ำกั







