...เมื่อเธอได้หายไปจากชีวิตของเขา เมื่อ 5 ปีก่อน ...และวันนี้เธอกลับมา...พร้อมกับบ่วงที่ติดมากับเธอ ...แล้วเขาจะทราบหรือไม่ ว่าบ่วงรักที่เขามอบให้เธอในวันนั้น คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง..
View MorePerintah seseorang yang menggema di seluruh lorong hotel, membuat para petugas keamanan segera bergerak ke arah Dania. Tanpa ragu, Dania melesat lari, meninggalkan orang-orang yang mengejarnya di belakang. Dia sudah menduga ini akan terjadi, tapi kali ini, ada satu kesalahan fatal yang ia buat.
Dania datang ke acara pertunangan mantan kekasihnya, Kevin dengan sahabatnya, Marsha. Mereka berdua berselingkuh di belakang Dania. Selama ini, Kevin berpacaran dengan Dania hanya karena Dania cerdas dan bisa membuat para klien Kevin kagum dengan kinerja Dania sebagai manager pemasaran di kantor Kevin.
Dania memang dengan sengaja ingin menghancurkan pesta pertunangan Kevin dan Marsha, akan tetapi rencananya sedikit meleset, karena Dania harus berhadapan dengan orang-orang suruhan Marsha untuk mengejarnya.
Dania masih terus berlari, ia merasakan merasakan jantungnya berdegup lebih kencang. Pikirannya berkecamuk, mencoba mengingat rencana pelariannya.
Dania memaki dirinya sendiri, ia mulai panik. Matanya menyapu sekitar, mencari tempat berlindung. Di tengah kebingungannya, pandangannya tertumbuk pada sebuah pintu kamar hotel yang sedikit terbuka di ujung koridor. Tanpa berpikir panjang, Dania berlari menuju pintu itu.
Ini pasti tempat yang aman! Pikirnya, dengan harapan bahwa para petugas keamanan tidak akan seberani itu untuk menerobos masuk. Namun, secepat ia berpikir demikian, Dania menyadari bahwa kamar yang ia masuki ternyata ada seseorang di dalam kamar mandi.
“Ah!” Dania hampir berteriak saat pria pemilik kamar hotel tersebut keluar dari dalam kamar mandi. Di hadapannya, seorang pria dengan handuk yang dililitkan di pinggang menatapnya terkejut.
“Siapa kau?!” kata pria itu dengan nada dingin.
Wajah Dania memerah, tapi tak ada waktu untuk merasa malu. Di luar, suara langkah kaki para pengejar semakin mendekat. Tanpa pikir panjang, Dania menutup pintu dan berlari ke arah pria itu untuk menutup mulutnya.
“Maafkan aku, tolong bantu aku!” desaknya masih menutup mulut pria tampan itu. Dia memegang kedua bahu pria itu, mendesaknya untuk tetap diam. “Aku sedang dikejar orang, dan aku butuh bersembunyi. Jika kau membantuku, aku akan melakukan apa saja!”
Pria itu menatapnya tajam, kemudian melepaskan tangan Dania yang berada di mulutnya. “Aku tidak butuh penawaranmu!” sahutnya dengan nada nada yang datar.
“Aku mohon! Aku akan benar-benar menuruti perintahmu,” ujar Dania dengan nada yang penuh dengan keputusasaan.
Pria tampan dengan tinggi semampai bernama Mark itu menatap Dania dengan tatapan yang sulit diartikan, alisnya terangkat seolah menilai situasi.
Dania mengangguk cepat, merasa putus asa. “S-selama itu bukan sesuatu yang tidak pantas,” tambahnya cepat, khawatir pria ini akan mengambil keuntungan dari situasi tersebut.
Pria itu menghela napas, lalu perlahan menjauh dari Dania. “Baiklah,” katanya dingin, “tapi kau harus mengikuti petunjukku.”
Dania mengangguk, meskipun tidak sepenuhnya mengerti maksud pria itu. Tanpa berkata apa-apa lagi, pria itu mendekat, menarik Dania lebih dekat ke tubuhnya. Sebelum Dania sempat protes, pria itu membuka kancing kemejanya, menampakkan dadanya yang bidang. Dania hanya bisa terdiam, wajahnya memerah karena jarak mereka yang sangat dekat.
Suara langkah kaki kasar dan suara pintu kamar yang dibuka paksa terdengar jelas.
“Dia pasti di sini!”
Dania menggigit bibir, ketakutan mulai menguasai dirinya. Ketika akhirnya pintu kamar mereka yang digedor, Dania hampir saja panik, namun pria itu tetap tenang.
Dengan satu gerakan cepat, pria itu membuka pintu kamar lebar-lebar, menatap dingin pada orang-orang yang mengejar Dania, mereka pun terkejut melihatnya.
“Kalian mau apa?” suaranya terdengar tajam, membuat para pria yang hendak menerobos masuk seketika membeku.
“T-Tuan Mark!” salah satu dari mereka tergagap, wajahnya langsung pucat.
Dania tertegun, jantungnya berdebar lebih kencang. Nama itu … Mark, pewaris V-One Group, salah satu perusahaan teknologi terbesar di Asia. Orang yang selama ini hanya dia dengar dalam berita dan rumor.
Mark menatap mereka dengan tatapan yang menusuk, seolah menantang mereka untuk berbuat lebih jauh. “Kalian mengganggu saya!” ancamnya dingin.
Para pengejar itu langsung mundur, kebingungan di wajah mereka jelas terlihat. Mereka saling berpandangan sebelum akhirnya berbalik dan pergi dari kamar milik Mark dengan cepat, meninggalkan Mark dan Dania dalam keheningan yang tegang.
Setelah yakin mereka benar-benar pergi, Mark melepaskan cengkeramannya pada Dania. “Ingat utangmu padaku,” katanya dengan nada tenang namun tegas.
Dania mengangguk, masih terkejut dengan apa yang baru saja terjadi. “T-terima kasih …,” ucapnya pelan, masih merasa tidak percaya dengan keberuntungannya.
“Jangan senang dulu,” kata Mark, mengenakan kembali dasinya. “Ini belum selesai.”
ความจริงที่เก็บเอาไว้(จบ)สัปดาห์ต่อมาวันนี้ทินกรได้พาพ่อและแม่ของเขา เดินทางไปที่บ้านพ่อและแม่ของพิพิม เพื่อที่จะได้ปรึกษาหารือกันเรื่องจัดงานแต่งของทั้งคู่ต่อจากนี้ เพราะตอนนี้พิพิมท้องก็เริ่มโตขึ้นมาเยอะแล้ว อาจจะเป็นเพราะท้องลูกแฝดด้วย เลยทำให้ท้องโตเร็วกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ“เอาเป็นว่า งานแต่งของเจ้าทีมกับหนูพิม จะจัดอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าต่อจากนี้เลยก็แล้วกันน่ะไอ้คิม เพราะอีกสามเดือนกูก็จะจัดงานแต่งของปั้นหยาลูกสาวกูต่ออีก” หมอโปรดพูดขึ้นมากับคิมหันต์ เมื่อได้ขอสรุปเรียบร้อยแล้วเรื่องจัดงานแต่งของทินกรและพิพิม เพราะหลังจากที่ลูกสาวกลับมาจากต่างจังหวัดในวันต่อมา นพดลก็เข้าไปสารภาพกับพวกเขาทุกอย่างว่า ได้ล่วงเกินลูกสาวของเขาไปแล้ว และกำลังคบหากันอยู่ และอยากจะแต่งงานกันทันที“อื้ม...เอาตามนั้นเลย เพราะตอนนี้ท้องก็เริ่มโตขึ้นเยอะแล้ว เดี๋ยวจะเดิน ลุกนั่งลำบากเอา” คิมหันต์พยักหน้ารับ พร้อมกับจ้องมองไปที่หน้าท้องนูนๆของพิพิม“หนูพิมจ๊ะ หนูมีอะไรที่อยากจะบอกหรืออธิบายให้ทุกคนฟังหรือเปล่า กับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดใน 5 ปีนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” เป็นปิ่นลดาเอง ที่พูดถึงประเด็นของเรื่องน
ปั้นหยา-นพดล NCส่วนทางด้านฝั่งของปั้นหยาและหมอหนุ่มอย่างนพดล ก็ออกเดินทางมาได้เกินครึ่งทางแล้ว ทามกลางถนนที่เริ่มเงียบสงัด และท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก“ฝนทำท่าจะตกเลยค่ะ เราแวะหาที่พักกันก่อนไหมค่ะหมอนพ” ปั้นหยาพูดขึ้นบอกกับร่างสูงที่ตั้งใจขับรถอยู่“ไม่เป็นไหร่หรอกคุณ ใกล้จะถึงกรุงเทพแล้ว” นพดลเอ่ยบอก พร้อมกับรีบเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นอีกระดับทันที“แต่มันอันตรายนะหมอ” ปั้นหยาพยายามเอ่ยบอกอีกที“ผมมีงานเช้าครับ...ขืนพักคงต้องไปไม่ทันแน่” นพดลเอ่ยบอกถึงเหตุผลที่ต้องรีบไปให้อย่างเร็วที่สุด“เดี๋ยวฉันโทรบอกให้คุณพ่อเข้าแทนก็ได้ค่ะ หมอนพก็รอเข้าบ่ายเอาก็แล้วกันนะ” ปั้นหยาพูดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับกำลังจะคว้าหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองในกระเป๋า“แต่ว่า...” นพดลกำลังจะหาคำเอ่ยมาพูดแย้ง“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นค่ะ หมอนพขับรถเร็วแบบนี้ฉันกลัวน่ะค่ะ อยากให้หยาหัวใจวายตายก่อนถึงกรุงเทพใช่ไหม” ปั้นหยาพูดระบายออกด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสั่นๆ เล็กน้อย พร้อมกับหลับตาลงแล้วกำหมัดไว้แน่นไปกล้ามองถนนตรงหน้า ที่หมอหนุ่มขับรถด้วยความเร็วสูงนพดลเห็นอาการและน้ำเสียงของหญิงสาวที่เปลี่ยนไป
คามิน-เหมือนฝัน (NCนิดหน่อย)หลังจากที่พาภรรยาสาวออกมาจากกลุ่มของคนตั้งมากมาย คามินก็มุ่งหน้าตรงพาภรรยาสาวออกไปหาแวะเข้าโรงแรมจริงๆ อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ และก็ทำตามที่ได้พูดเอาไว้จริงๆ“ตัว...โทรศัพท์ตัวดังขึ้นอีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยบอกขึ้นมา เมื่อโทรศัพท์มือถือของคามินดังขึ้นมาอีกรอบ เพราะตั้งแต่ที่เขาเริ่มมอบบทเพลงรักกับหญิงสาว โทรศัพท์มือถือของคามินก็ดังขึ้นมาตลอด“ช่างเถอะ...ต่อกันอีกหน่อยนะ อ่าห์” เสียงกระเส่าของคามินเอ่ยบอก อย่างไม่สนใจในคำพูดที่หญิงสาวบอกเลยแม้แต่น้อยตับ ตับ ตับร่างสูงไม่ได้สนใจที่ภรรยาสาวพูดเลย เอาแต่โหมแรงกระแทกใส่หญิงสาวแบบไม่ยับยั้ง อย่างหนักหน่วง แทบไม่ได้พักเลยตั้งแต่ที่เข้ามาถึงห้อง“ตัว...รับก่อนเถอะ เผื่อเขามีธุระ” หญิงสาวเอ่ยบอกอีกครั้ง พร้อมกับพยายามดันอกแกร่งของชายหนุ่มไว้ เพื่อให้หยุดการกระทำนั้นไว้เสียก่อน“ว่าไงว่ะ ขัดจังหวะชิป...อ่าห์...” ร่างสูงของคามิม จึงจำใจยอมกดรับสายคนที่โทรมารบกวน ด้วยนำเสียงที่เรียบนิ่ง พร้อมกับพยายามกักเก็บอารมณ์เอาไว้[ไอ้เพื่อนเวร...กูโทรเป็นสิบๆสาย นึกว่ามึงตายคาเตียงไปแล้ว พักยกก่อนแล้วมาเลี้ยงฉลองให้เมียกูด้วยกัน ไ
บทส่งท้าย(ตอนจบ)“แสดงความยินดีอีกครั้งนะครับ ภรรยาคนเก่งของพี่” เสียงนุ่มของทินกรเอ่ยบอกเมื่อเดินมาถึง พร้อมกับยืนตรงหน้าของหญิงสาว แล้วยื่นดอกไม้ที่ถือมาด้วย ให้แก่พิพิมทามกลางสายตาของคนตั้งมากมายที่มองมาทั้งคู่อย่างงุนงง“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณ พร้อมกับยื่นมือไปรับช่อดอกไม้กับร่างสูงตรงหน้าทันทีอ แล้วส่งยิ้มไปให้ด้วยความปราบปลื้ม“ภรรยา...นี้ พิม!” เพื่อนคนเดิมของพิพิมมองทั้งสองคนสลับไปมา อย่างตกใจที่ร่างสูงเรียกเพื่อนของเธอว่าภรรยา“อ้ายทีม...เพิ้นเป็นหมออยู่กรุงเทพ แล้วกะเป็นผัวของมู่เฮานำตอนนี้ กับพ่อของอาเธอร์นำ”(พี่ทีม...เขาหมออยู่กรุงเทพ แล้วก็เป็นสามีของเพื่อนเราอยู่ตอนนี้ กับพ่อของอาเธอร์ด้วย) เป็นอมีนาที่เดินเข้ามาอีกทาง และอธิบายบอกเพื่อนอีกกลุ่มของพิพิมฟัง“พิมนี้กะเก่งเนาะ...เรียนไปนำ เทิ้งเฮ็ดงาน เทิ้งเลี้ยงลูก แถมยังจบเทื่อเดียวได้ปริญญาตั้งสองใบ สุดยอดอีหลี แต่ตอนนี้เหลือใจแฮงแหม่ ได้ผัวหล่อคัก หล่อกะด้อกะเดี้ย...”(พิมนี้ก็เก่งน่ะ...เรียนไปด้วย ทั้งทำงาน ทั้งเลี้ยงลูก แถมยังจบที่เดียวได้ปริญญาตั้งสองใบ สุดยอดจริงๆ แต่ตอนนี้อิจฉา ได้สามีหล่อมาก หล่อเกินหน้าเกินต
ร่วมแสดงความยินดีหนึ่งสัปดาห์ต่อมาณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน)วันนี้เป็นวันที่พิพิมต้องกลับไปรับเกียรติบัตรใบจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่เธอศึกษาอยู่ และครั้งนี้ทินกรก็เป็นเดินทางไปด้วยอีกครั้ง“พี่ทีมชักจะอู้งานบ่อยไปแล้วน่ะค่ะ พิมบอกแล้วไงว่าพิมมาเองได้” พิพิมพูดใส่ทินกรขึ้นมา เมื่อกำลังแต่งตัวเตรียมที่จะเดินทางไปมหาวิทยาลัย เพราะทั้งคู่เดินทางมาถึงตั้งแต่เมื่อวาน จึงแวะเข้าพักที่โรงแรมใกล้ๆกับ มหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้สะดวกต่อการเดินทางมาของครอบครัวที่จะมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอในวันนี้ด้วย“เมียจ๋าท้องอยู่ใครจะยอมให้เดินทางมาคนเดียวครับ ส่วนเรื่องงานไม่ต้องห่วงหรอก มีหมอนพคอยจัดการแทนแล้ว” เสียงนุ่มของทินกรเอ่ยบอก พร้อมกับเดินเข้ามาสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง อยู่หน้ากระจก“อย่างว่าแหล่ะเนอะ เป็นถึงลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี้น่า จะทำอะไรก็ได้ใครจะกล้าว่า” พิพิมเอ่ยแซวขึ้นมา“รีบแต่งตัวกันเถอะครับ เพื่อนพิมน่าจะมารอกันแล้ว” ทินกรรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที แล้วรีบช่วยแต่งตัวให้หญิงสาว“พิมไปพร้อมเพื่อนไม่ได้เหรอค่ะ” หญิงสาวหันหน้ามาอ้อนวอน เอ่ยขอร่างสูงตรงหน้าขึ้นมา“ไม่ไ
คุณพ่อลูกสามรุ่งเช้าทินกรพาหญิงสาวไปจดทะเบียนสมรส และทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลของลูกชายให้เรียบร้อย แล้วพาทั้งสองแม่ลูกไปเดินห้างชอปปิ้งซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็ไม่ลืมที่จะทำตามสัญญาพาลูกชายไปทานไอศกรีมตามที่เคยให้สัญญาเอาไว้“ยื่นมือมาหน่อยครับ” เสียงนุ่มของทินกรพูดขึ้นมาเมื่อขึ้นมาบนรถ แล้วแบมือขอมือของพิพิม“ทำไมค่ะ” พิพิมท่าทางงุนงง แต่ก็ยอมยื่นมือออกไป ตามที่ทินกรบอก และก็ไม่รู้ว่าทินกรจะทำอะไร“ข้างโน้นครับ” ทินกรเอ่ยบอกอีกครั้ง เมื่อพิพิมยื่นข้างขวาไปให้พิพิมจึงต้องยอมยื่นมือข้างซ้ายไปให้แก่ร่างสูง ที่ยื่นมือมารอรับ ทินกรไม่พูดอะไร แต่กลับเอาแหวนออกมาสวมให้แก่หญิงสาวที่นิ้วนางข้างซ้ายอบ่างบรรจงเบามือ“พี่ทีม” หญิงสาวตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าทินกรทำอะไร“สวมวงนี้ไปก่อนน่ะ ไว้เรากลับมาจากต่างจังหวัด พี่จะเปลี่ยนวงใหม่ให้ แล้วเราค่อยมาจัดงานแต่งกันน่ะ” เสียงนุ่มเอ่ยบอก พร้อมกับจุมพิตลงไปที่แหวนบนนิ้ว“...” พิพิมไม่เอ่ยตอบอะไร เพราะมัวแต่เขินอายหน้าแดงอยู่อย่างทำตัวไม่ถูก“สวยไหมครับอาเธอร์” ทินกรยกมือของพิพิมที่สวมแหวนให้เมื่อสักครู่ หันไปให้ลูกชายดูแล้วถามขึ้นมา“ฉวยครั
Comments