LOGINไม้ต่อ แต่งงานกับ มาลิน ได้เพียงสองอาทิตย์เท่านั้นก็เกิดเหตุการร์ที่ทำเขาไม่สามารถมองภรรยาเหมือนเดิมได้อีกต่อไป กระทั่งติดสินใจจะแยกทางแต่เธอกลับกำลังตั้งท้องขึ้นมา สุดท้ายก็ต้องทนอยู่กันไปทั้งแบบนั้น ไม้ต่อเอาความรู้สึกผิดหวังทุกอย่างมาลงที่มาลินทั้งหมด เธอต้องทนอยู่กับผู้ชายที่เธอรักอย่างสุดหัวใจแต่จู่ ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปจนแทบมองไม่ออกว่าเคยรักกันมาก่อน "ฉันรู้ว่า…ไม่ได้รักฉัน แต่…ช่วยใจดีกับลูกหน่อยได้มั้ย" "ขอโทษที่ทำให้ไม่ได้ มันไม่ใช่ลูกฉันด้วยซ้ำ"
View Moreบทนำ
หนังสือเล่มหนึ่งเคยเขียนไว้ว่า เวลาที่เราทำอะไรแย่ ๆ ใส่คนอื่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับการตอกตะปูใส่ท่อนไม้ ต่อให้เราถอนตะปูออกแล้วแต่ไม้มันก็ยังเป็นรูอยู่ ต่อให้ขอโทษออกมาอย่างจริงใจแค่ไหนแต่มันก็สร้างแผลในใจให้คนฟังไปแล้ว...
.
.
"พี่ต่อ วันนี้อย่าลืมไปรับลูกด้วยนะคะ" เสียงหวานเอ่ยผ่านโทรศัพท์มือถือราคาแพงด้วยความร้อนรน
"รู้แล้วน่า จะย้ำอะไรนักหนา" แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากปลายสายมันไม่ได้ช่วยให้เธอเบาใจลงเลยแม้สักนิด
"ลินแค่มาเตือนพี่ค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะย้ำจนทำให้พี่รำคาญ" เธอรีบพูดอธิบายให้อีกคนฟังเพราะกลัวหากพูดคำไหนไปจนเขาไม่พอใจสิ่งที่ฝากฝังไว้มันจะไม่สำเร็จ "ขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่าวันนี้ลินติดงานจริง ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่รบกวนพี่"
"นี่เธอยังไม่จบอีกเหรอ จะพูดอะไรนักหนาฉันบอกแล้วไงว่าฉันรู้แล้ว บอกว่าไม่ลืมก็คือไม่ลืม อย่ามาทำให้ฉันอารมณ์เสียไปมากกว่านี้เลยมาลิน" เสียงทุ้มติดหงุดหงิดดังมาจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี หญิงสาวก็ทำอะไรไม่ถูกและเริ่มมีน้ำใสไหลคลอที่สองตาอย่างไม่ได้ตั้งตัว
"อึก! ลินขอโทษนะคะ งั้นลินไม่รบกวนพี่ต่อแล้วค่ะ" พูดไปเช่นนั้นไม่ทันได้ให้อีกคนอนุญาตอะไรก็ชิงเป็นฝ่ายวางสายไปเสียก่อนเพราะถ้าหากยังทำเขาอารมณ์เสียอีกตอนที่กลับบ้านไปเธอจะโดนอะไรบ้างก็คงไม่รู้ แต่อีกความคิดเธอก็ยังคงวางใจไม่ได้เลยที่ต้องฝากฝังเรื่องสำคัญขนาดนี้ให้สามีตัวเองได้ทำ
"ลิน มึงเป็นอะไรเนี่ย ร้องไห้ทำไมเกิดอะไรขึ้น" ในตอนที่หญิงสาวยังจมอยู่กับความคิดไม่ทันได้เช็ดน้ำตาที่ไหลมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้ตรงข้างแก้ม เธอสะดุ้งตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนร่วมงานควบตำแหน่งเพื่อนสนิทของตัวเองดังมาจากหน้าประตู
"มะ ไม่มีอะไร" มาลินรีบปฏิเสธและรีบยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาตัวเองลวก ๆ
"มึงก็รู้ว่าโกหกไม่เนียน มึงมีอะไรทำไมไม่บอกกูล่ะลิน กูเป็นห่วงมึงนะ" ชะเอมเพื่อนสนิทของมาลินเดินเข้ามาหาและรีบใช้สายตาสำรวจคนตรงหน้าอย่างร้อนรน เธอรู้สึกว่าเพื่อนตัวเองต้องมีเรื่องลำบากใจอยู่แน่นอนแต่ด้วยความที่เป็นคนชอบเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองเพราะไม่อยากให้คนรอบข้างกังวลไปกับเธอด้วย แน่นอนว่าต่อให้ลำบากแค่ไหนเธอก็จะไม่เอ่ยปากบอกกับใคร
"ไม่มีอะไรจริง ๆ มึงกูก็แค่คิดถึงลูกน่ะ แล้วก็เป็นห่วงด้วยวันนี้กลัวว่าพี่ต่อจะไปรับลูกช้า" ถือว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นมากอยู่พอสมควร เพราะชีวิตของมาลินผูกติดอยู่กับลูกสาวมาตลอด ตั้งแต่แต่งงานและตั้งท้องและหลังจากนั้นสองปีที่ไม้ต่อสามีของเธอต้องไปอยู่ต่างประเทศถึงสามปี โลกทั้งใบของมาลินก็มีเพียงแค่น้องอันปันมาโดยตลอด
"ถ้าไม่วางใจเดี๋ยวกูเรียกแกร็บให้ไปรับให้ไหมล่ะ" ชะเอมเสนอ
"มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะ ที่โรงเรียนนี้เขาไม่ให้คนที่ไม่ใช่ผู้ปกครองไปรับหรอก ไม่อย่างนั้นก็ต้องมีบัตรที่โรงเรียนทำเอาไว้ให้"
"นั่นสินะ เอายังไงดีล่ะ"
"กูย้ำกับพี่ต่อแล้วแหละ เดี๋ยวเขาก็ไปรับลูกกลับบ้าน เราไปทำงานกันต่อเถอะ" สุดท้ายมาลินก็เลือกที่จะเลี่ยงเรื่องกังวลใจนี้เพราะไม่อยากให้ชะเอมเครียดไปด้วย ถึงจะไม่ค่อยมั่นใจว่าสามีของเธอจะทำหน้าที่พ่อที่ดีแล้วไปรับลูกได้อย่างที่ปากพูดหรือเปล่าแต่เธอก็ยังมีความหวังเล็ก ๆ อยู่บ้าง ยังไงก็เป็นพ่อลูกกันคงไม่มีใครใจจืดใจดำขนาดนั้นหรอก
มาลินทำงานที่ตัวเองค้างคาเอาไว้ไม่สามารถปลีกตัวออกไปไหนได้แม้แต่จะกินข้าว กระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนดึกดื่นเธอก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองก็เห็นว่าเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว งานที่อยู่ตรงหน้าก็ดูจะไม่มีอะไรมากก็ถึงเวลาที่เธอจะได้กลับบ้านได้เสียที
"ชะเอมกูกลับบ้านก่อนนะ" เธอหันมาพูดกับเพื่อนที่นั่งหัวหมุนอยู่ข้าง ๆ
"อื้อ กลับดี ๆ นะเดี๋ยวกูขอทำตรงนี้ต่ออีกนิดก็จะกลับแล้วเหมือนกัน" เธอตอบกลับทั้งที่สายตายังไม่ละออกจากงานตรงหน้า
"อื้ม อย่าหักโหมแล้วกันยังไงมันต้องทันวันงานแน่ ๆ " หญิงสาวแตะเบา ๆ ที่ไหลของเพื่อนก่อนจะเดินหันหลังแล้วมุ่งไปยังบ้านตัวเองทันที
แต่แล้วเมื่อมาถึงบ้านสิ่งที่ผิดสังเกตนั้นทำให้ใจเธอแป้วเมื่อเห็นว่าไฟที่บ้านยังไม่ถูกเปิดใช้เลยสักดวง อีกทั้งโรงจอดรถก็ไร้เงาของสิ่งที่มันควรอยู่ หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวแรงยกเจ้ามือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาแล้วรีบต่อสายไปยังชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอ ไม่นานปลายสายก็กดรับเธอจึงรีบเตรียมกรอกคำถามที่อยู่ในหัวตอนนี้ไปให้อีกคน หากแต่เขาก็ไม่คิดจะรับฟังและชิงพูดตัดบทของเธอเสียก่อน
"อย่าโทรมากวนได้ไหม ฉันติดธุระอยู่"
เพียงแค่นั้นก็วางสายไป แต่มีหรือที่มาลินจะยอมจบเธอจำต้องรับรู้เรื่องที่เธอต้องการเสียก่อนจึงเลือกกดโทรไปอีกครั้ง
-ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้-
เขาปิดเครื่องยิ่งทำให้มาลินร้อนรน เธอไม่คิดอะไรได้นานก็กลับไปที่รถของตัวเองแล้วมุ่งไปยังโรงเรียนของลูกทันที เธอหวังในใจลึก ๆ ว่าเรื่องที่เธอคิดมันจะไม่เกิดขึ้น เรื่องที่เธอกังวลมันจะไม่เป็นความจริง
ไมล์รถขึ้นกว่าร้อยสี่สิบก็ดูจะน้อยไปไม่ทันสำหรับหัวใจคนเป็นแม่ที่เป็นห่วงแค่เพียงลูก เธอไม่สนกระทั่งความปลอดภัยของตัวเองแม้ถนนจะไม่ได้โล่งมากขนาดนั้นพร้อมกับน้ำตาใสเริ่มเข้ามาบดบังทรรศนาการมองเห็นแต่ก็เลือกยกมือขึ้นมาปาดมันทิ้งไปอย่างลวก ๆ เธอเพียงแค่อยากไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด กระทั่งมาจนถึงสถานที่ที่ว่า
"อันปันอยู่ไหนลูก น้องอันคะ" เสียงหวานปนสะอื้น ใบหน้าหวานหันซ้ายขวามองไปทางไหนก็ไม่พบแม้แต่เงาของเจ้าของชื่อหัวใจของเธอก็ยิ่งบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก กระทั่ง...
"แม่ลินคะ น้องอันอยู่นี่..." หญิงสาวหันหน้าไปตามทิศทางของเสียงก่อนจะเห็นว่าลูกสาวของตัวเองกำลังนั่งกินขนมอยู่ที่ข้างป้อมยาม
"น้องอันปัน อึก! น้องอันของแม่ แม่ขอโทษนะคะแม่มารับช้า" เสียงสะอื้นดังต่อเนื่องด้วยความใจเสีย ถือว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้าย ถึงแม้ว่าผู้ชายใจร้ายคนนั้นจะไม่ได้มารับลูกสาวของเธอตามที่พูดแต่ก็ยังดีที่เด็กคนนี้ยังไม่ได้หายไปไหน
"น้องอันรออยู่ที่นี่นานแล้วครับ คุณครูของน้องอันบอกว่าติดต่อผู้ปกครองไม่ได้แล้วเพิ่งมาขอเข้าห้องน้ำเมื่อครู่เอง" ยามของที่นี่รีบพูดเรื่องนี้ให้คนที่กำลังร้องไห้ได้ฟัง เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่าแต่ดูจากท่าทางแล้วคงจะใจเสียไม่น้อยเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก
"ขอบคุณมากนะคะที่ดูแลน้องอันไว้ให้ ฝากขอบคุณคุณครูด้วยนะคะ" รปภ. ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้นและปล่อยให้สองแม่ลูกกอดปลอบกันต่อไป
"แม่ลินไม่ร้องนะคะ น้องอันอยู่นี่แล้ว น้องอันโอ๋ ๆ แม่ลินน้าา" เด็กน้อยพูดพร้อมลูบหลังคนเป็นแม่ไปด้วย ไม่ทันได้ให้มาลินไม่ตอบอะไรเด็กน้อยก็ชิงพูดเรื่องที่เจ้าตัวสงสัยขึ้นมาเสียก่อน
"พ่อต่อไปไหนเหรอคะ น้องอันรอพ่อต่อมารับนานมาก" คนฟังถึงกับใจสลาย ไม่รู้ว่าควรต้องบอกเด็กน้อยตัวกลมคนนี้ยังไงดี แต่ทางเลือกก็ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นสุดท้ายโกหกสีขาวคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
"พ่อต่อติดงานค่ะลูก ยังฝากแม่มาขอโทษน้องอันด้วยเลยแถมยังบอกอีกนะว่าวันหลังจะพาไปเลี้ยงไอติมไถ่โทษ"
"จริงเหรอคะ เย้! น้องอันรักพ่อต่อกับแม่ลินที่สุด"
"พี่ต่อไปซื้ออันนี้ให้หน่อยสิ" มาลินยื่นหน้าจอมือถือให้คนข้าง ๆ ดู"ไข่มดแดงเหรอ แต่ว่านี่ไม่ใช่หน้าของมันนะลิน" ชายหนุ่มพูดออกไปแบบนั้นก็ทำให้อีกคนเบะปากจนแทบจะร้องไห้"แค่นี้พี่หาให้ลินไม่ได้เหรอคะ" พอพูดประโยคนี้ชายหนุ่มก็ใจอ่อนยวบ เขาเพิ่งได้รับอนุญาตจากอีกคนให้เข้ามานั่งเสนอหน้าในบ้านได้ตามสบายเมื่อไม่นานนี้เอง ถ้าคะแนนถูกลบอีกก็คงกู้ยากแล้ว"ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไปหาให้เดี๋ยวนี้เลยครับ" มือหนากดค้นหาเจ้าไข่มดแดงที่ว่ามันมีขายอยู่ที่ไหน แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อแถวนี้ไม่มีเลยมีอีกทีก็ต่างจังหวัดซึ่งเขาก็เลี่ยงไม่ได้ในเมื่อมาลินอยากกินเขาก็ต้องไปหามาให้เธอ"เดี๋ยวค่ะ แวะซื้อสายไหมอยุธยาให้ลินด้วยนะ" ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย คือไข่มดแดงกับสายไหมอยุธยาที่ว่ามันไม่ใช่ทางเดียวกันเลยด้วยซ้ำ แล้วจะเรียกว่าแวะซื้อได้ยังไงไม้ต่อเริ่มคิดแล้วว่ามาลินกำลังแกล้งเขาอยู่หรือเปล่า หรือว่าทดสอบอะไรกันอีก"คะ ครับ" ทำอะไรได้ที่ไหนคนมีความผิดไม่อาจลบล้างให้หมดได้แม้ง้อมาเป็นปีอย่างเขา มันก็ทำได้แค่นี้ ครับเมีย ไปจบ ๆ รักตัวเองต้องไม่คิดมีปัญหากับเมีย อันนี้ไม้ต้นสอนเขามาซึ่งมันได้ผลระยะทางไปกลับรวมวนอีกม
เสียงพลุดังขึ้นทุกมุมของหมู่บ้านที่เขาแจ้งกับลูกบ้านทุกคนเอาไว้ก่อนหน้าแล้วว่าจะมีการจุดให้มาร่วมฉลองด้วยกันและทุกคนต่างน่ารักพร้อมทั้งอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวของเขาด้วย พลุพันนัดที่เขาเตรียมไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วถูกนำมาใช้ในปีนี้จนได้ หวังว่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี"มา ดื่มมมม" งานเลี้ยงวันเกิดเด็กน้อยที่ไร้เงาของเด็กน้อยก็เพราะว่าได้เวลาพักผ่อนแล้วเจ้าตัวจึงขึ้นไปนอนกับคุณตาตั้งแต่หัวค่ำ"อื้ออ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" มาลินที่ดื่มหนักจากการที่เพื่อนตัวเองหลายคนชนบ่อย ๆ เธอไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานานมากก็เผลอกินจนเกินตัวรู้ตัวอีกทีก็เริ่มมึนแล้วหญิงสาวเดินไปตามทางเดินของบ้านเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำหวังล้างหน้าล้างตาให้ดีขึ้นเสียหน่อยจะได้กลับไปที่หน้าบ้านต่อ แต่ทว่ากำลังขาของเธอมันไม่เป็นใจ"ว๊ายย!!" หญิงสาวสะดุดขาตัวเองจนเกือบจะล้มและใช่ ครั้งนี้ก็มีคนมารับเธอได้ทันอีกเหมือนเดิม"อื้อ พี่ต่อ..." ถึงจะเมาแต่เธอก็จำได้ดีว่าคนคนนี้เป็นใคร ความจริงแล้วคนที่เธอจะอนุญาตให้เข้ามาใกล้ชิดได้เพียงนี้ก็คงมีแค่สามีตัวเองเท่านั้น คนอื่นเธอไม่คิดจะให้แม้แต่แตะเนื้อต้องตัวแน่นอน"เมาแล้วนะครับลิน เดี๋ยวพี่พาไปพ
"ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว!" เสียงจามของไม้ต่อที่อยู่บนโต๊ะอาหารทำให้คนทั้งโต๊ะหันไปมอง"ขอโทษครับ" ว่าเช่นนั้นก็เอากระดาษมาเช็ดนิดหน่อยพร้อมสูดน้ำมูกเข้าไปหนึ่งครั้ง"ไม่สบายหรือเปล่าต่อ" เป็นนพพลที่ถามลูกเขยคนเปรตเป็นคนแรก เพราะดูจากสีหน้าแล้วไม่ค่อยดีเท่าไร"ปวดหัวนิดหน่อยนะครับ" เขาตอบพ่อตาไปพร้อมหันไปมองหน้ามาลินนิดหน่อยว่าสนใจเขาอยู่หรือเปล่า"คุณพ่อน่าสงสารจังเลยค่ะ กินข้าวเสร็จกินยาแล้วก็นอนพักผ่อนนะคะ""แบบนี้น้องอันต้องไปอยู่ดูแลคุณพ่อแล้วหรือเปล่าครับ จะปล่อยให้พ่อนอนไม่สบายคนเดียวเหรอ" พูดไปก็มองหน้าภรรยาตัวเองไปราวกับไม่ได้สนใจจะคุยกับลูกจริง ๆ หรอก"น้องอันไม่อยากไปกับคุณพ่อค่ะ" คำตอบที่แสนจะชัดถ้อยชัดคำออกมาจากปากลูกสาวแบบอัตโนมัติไม่ต้องเว้นช่วงได้คิด มันยิ่งทำให้ตัวเขาเจ็บไปทั้งหัวใจขณะที่หญิงสาวผู้นั่งฟังเฉย ๆ ก็อดจะขำเบา ๆ ไม่ได้"เอ้า! น้องอัน เราทีมเดียวกันไม่ใช่เหรอ" ไม้ต่องอแง"ถ้าอย่างนั้น...ให้พ่อนอนที่นี่ด้วยได้ไหมครับ" มานพตักข้าวให้กับอันปันผู้เป็นหลานพร้อมทั้งรอฟังคำตอบจากลูกสาวอยู่ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ากว่าครึ่งปีที่ผ่านมามาลินใจอ่อนลงบ้างหรือยัง"พี่ต่อกินเส
"อึก! ลิน น้องอัน..." ชายหนุ่มที่เสียใจอย่างมากจนต้องหาของดื่มเพื่อดับควาทุกข์ในหัวใจ ชายหนุ่มที่คิดว่าตัวเองนั้นกำลังจะง้องอนภรรยาเพื่อให้กลับมาเป็นครอบครัวได้แต่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนที่เธอรังเกียจไปมากขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหนก็ยังไม่รู้ตัวน้ำเมาถูกเขากลืนลงคอซ้ำแล้วซ้ำเล่ากระทั่งว่ายืนก็ยังทรงตัวไม่อยู่ แต่ก็มีเงินมากพอจะซื้อน้ำสีอำพันหลายขวดและขึ้นรถแท็กซีเพื่อมาที่บ้านของคนรัก"นี่เงินครับ" เขาพูดพร้อมกับส่งใบสีเทาจำนวนสองถึงสามใบให้กับคนขับรถ"มันเยอะเกินไปแล้วครับไม่ถึงหรอก" เป็นคนขับแท็กซีที่พูดขึ้นมาเพราะนึกสงสารคนเมาไม่มีสติถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าเสียเงินไปเยอะเกรงว่าเมียจะได้ด่าเอา"ไม่เป็นไรครับ ผม อึก! รวย..." หากแต่ชายหนุ่มไม่คิดจะฟังและยังยัดเงินใส่มือของคนขับรถก่อนจะลงและเดินเข้าไปในตัวบ้านก๊อก ๆ ๆ"ลินครับ ลิน" คนเมาพูดไปเคาะประตูไปเรียกผู้ที่อยู่ด้านในให้ออกมาเปิดประตู แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนคนนั้นจะออกมาเลยสักนิด"พี่ขอโทษ..." เมื่อโลกรอบตัวมันหมุนมากเกินไปเขาทรงตัวไม่ได้จึงทรุดลงกับพื้นและนอนลงไปทั้งอย่างนั้น ใครเห็นก็เวทนาแต่ก็คงมีคนกลัวคิดว่าเป็นคนบ้าที่ไหนก็ได้ นั่นก