เข้าสู่ระบบตอนที่ 9-1 : วันแรกในร่างใหม่
(เนื้อหา : วันรุ่งขึ้นต่อจากตอนที่ 7 )
6.00 น.
แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านผ้าม่านสีฟ้า อากาศยามเช้าที่เย็นสบายกำลังดี มะลิลืมตาตื่นขึ้นอย่างสบายอารมณ์ เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนที่จะมองไปรอบห้อง แต่ทุกอย่างในสายตาของเธอกลับพร่ามัวมองไม่ชัดราวกับมีม่านหมอกบังสายตา
มะลินั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“จริงสิ…”“เรายังไม่ได้ใส่แว่นนี่นา”
มือของเธอเอื้อมไปยังหัวเตียงตรงจุดที่วางแว่นตาเป็นประจำด้วยความเคยชิน — เธอหยิบแว่นขึ้นมาสวม ทันใดนั้นภาพทุกอย่างชัดเจนขึ้นทันที
มะลิชะงักครู่หนึ่ง
“เดี๋ยวนะ… ปกติเราไม่ใส่แว่นนี่นา”
มะลิรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ทันใดนั้นความทรงจำบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ…” อาการปวดศีรษะจากความทรงจำที่ทับซ้อนกันแล่นเข้ามา ทำให้มะลิตกใจจนร้องออกมา
“นั่นสินะ… มะลิลืมไป” อาการปวดหายไปเธอพูดกับตัวเองอย่างแผ่วเบา
มะลิลงจากเตียง แล้วเดินไปยังกระจกบานใหญ่ข้างเตียงอย่างช้า ๆ
ภาพในกระจกกลับไม่ได้สะท้อนภาพของมะลิอีกต่อไป แต่เป็นภาพของคนที่เธอรู้จักดี --- ‘พิกุล ศรีอาภรณ์’ คนที่เธอพยายามเอาชนะมาทั้งชีวิต
หญิงสาวผมยาว ใบหน้าคมหวาน สวมแว่นกรอบบางที่ช่วยขับความเป็นผู้ทรงปัญญา อีกทั้งกิริยาสุขุม เรียบร้อย และงดงามอย่างที่มะลิเคยอิจฉามาตลอด
มะลิถอนหายใจยาว ก่อนที่จะเอามือมาแตะหน้าตัวเองอย่างแผ่วเบา เธอหวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืน เหตุการณ์ที่เธอผสานวิญญาณกับพิกุล
เรื่องราวทั้งหมดมันช่างเหลือเกินจะเชื่อ --- แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความจริง
มะลิถอนหายใจยาว
“นั่นสินะ… ตอนนี้ฉันยึดร่างของพิกุลมาแล้ว”เธอมองตัวเองในกระจกอยู่นาน ทุกสิ่งทุกอย่างของคนที่มะลิไล่ตามมาตลอดชีวิต ทั้งร่างกาย สติปัญญา นิสัย ความสามารถ ตอนนี้ได้กลายเป็นของมะลิทั้งหมดแล้ว และที่สำคัญที่สุด... ร่างนี้คือกุญแจที่จะพาเธอเข้าใกล้พิมมาลาโดยไม่มีใครระแวงแม้แต่นิดเดียว
“ฉันชนะพิกุลแล้ว… ”
“ฉันควรจะดีใจมากกว่านี้… ไม่ใช่เหรอ”
“แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกอ้างว้างแบบนี้… มันคืออะไรกัน”
เธอเหลือบมองไปรอบห้อง
ตุ๊กตาหมีบนหัวเตียง โพสต์อิทสีพาสเทลเตือนความจำ ชั้นหนังสือตรงมุมห้องนอน ภายในบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความทรงจำของพิกุลอันอบอุ่นที่อัดแน่นไปทั่วทุกมุม — แต่ตอนนี้เธอคือเจ้าของทุกอย่างที่เคยเป็นของพิกุล
ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ เป็นความรู้สึกที่แม้แต่มะลิเองก็ไม่อาจอธิบายได้ — ราวกับว่าไม่ใช่ความรู้สึกของเธอเพียงคนเดียว
มะลิสูดหายใจลึก ก่อนดันแว่นเบา ๆ
“เอาล่ะ…”
“วันนี้คือวันแรกของการเป็นพิกุล… ”
“ไปอาบน้ำให้สดชื่นดีกว่า”
—-------
เสื้อคลุมอาบน้ำลายหมีน้ำตาล หมวกคลุมผมลายเป็ดเหลือง และรองเท้าแตะลายหมูสีชมพู
มะลิมองตัวเอง แล้วหัวเราะเบา ๆ
ใครจะกล้าคิดว่าเลขาสาวผู้เย็นนิ่ง สุขุม ทำงานเก่งอย่างพิกุล กลับซ่อนความน่ารักราวกับเด็กสาววัยแรกรุ่น
“พิกุล… เธอนี่ก็แอบแบ๊วใช้ได้นะ”
มะลิยิ้มชอบใจ เธอไม่ได้รังเกียจความน่ารักแบบนี้ แถมยังชอบเสียอีก
โดยไม่ทันรู้ตัว มะลิก็หยิบแปรงสีฟันรูปหัวใจขึ้นมาแปรงฟัน ราวกับเป็นกิจวัตรที่ทำประจำทุกวัน
เมื่อแปรงฟันเสร็จ มะลิเปิดฝักบัว ปล่อยให้น้ำอุ่นไหลผ่านร่างกาย เธอมองไปยังขวดครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม ที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเกือบ 20 ขวด เธอค่อนข้างกังวลว่าถ้าใช้ครีมอาบน้ำผิดกลิ่น จะทำให้คนรอบข้างสงสัยได้ โดยเฉพาะพิมมาลาเป้าหมายของเธอทันใดนั้นมือของพิกุลก็หยิบขวดสีชมพูขึ้นมาอาบน้ำอย่างเคยชิน มะลิปล่อยให้ร่างนี้เคลื่อนไหวไปตามความทรงจำที่หลงเหลืออยู่
ร่างนี้จดจำได้ทุกอย่างเป็นอย่างดี แม้คนที่ควบคุมร่างจะไม่ใช่เจ้าของเดิมก็ตาม มะลิดูร่างกายนี้เคลื่อนไหวเงียบ ๆ ขณะที่ความทรงจำเกี่ยวกับครีมอาบน้ำที่ค่อย ๆ ไหลเข้ามาในหัวทีละน้อย
——-
หลังอาบน้ำเสร็จ มะลิหยิบผ้าเช็ดตัวลายแมวเหมียวมาเช็ดตัว จากนั้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่
เสื้อเชิ้ต กระโปรง เดรส และเสื้อคลุมถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้เจ้าของบ้านจะไม่ค่อยกลับมายังบ้านหลังนี้ แต่ทุกอย่างกลับสะอาดไร้ฝุ่น ราวกับถูกดูแลอยู่เสมอ
มะลิกำลังไล่ดูเสื้อผ้าอย่างเงียบ ๆ ระหว่างที่มะลิกำลังเลือกชุด เธอก็พูดกับตัวเองเบา ๆ
“วันนี้วันพฤหัส… พิมมักจะชอบใส่เดรส”
มือของเธอหยิบเดรสสีอ่อนตัวหนึ่งออกมาอย่างเคยชิน
มะลิชะงักครู่หนึ่ง
“เดี๋ยวนะ… เมื่อกี้เรารู้ได้ไงว่าพิมมาลาจะใส่เดรส”
มะลิขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ
“คงเป็นผลจากการผสานสินะ”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ลึกลงไปในใจกลับเริ่มรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก รายละเอียดเล็ก ๆ ที่พิกุลจดจำเกี่ยวกับพิมมาลา ทำให้มะลิเริ่มสัมผัสได้ว่า ทั้งสองคนคงผ่านช่วงเวลาพิเศษด้วยกันมานานมาก
มะลิแต่งตัว แต่งหน้าอย่างคล่องแคล่ว ทั้งที่สมองของเธอยังสับสนว่าเครื่องสำอางชิ้นไหนต้องใช้ก่อนหรือหลัง แต่ร่างกายกลับจดจำทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ
หญิงสาวในกระจกค่อย ๆ กลับมาเป็น “พิกุล” ที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง
“วันนี้ก็ดูดีอีกแล้วนะ” เธอยิ้มให้หญิงสาวในกระจกตรงหน้า ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
หน้าจอสว่างวาบ
ภาพพื้นหลังของโทรศัพท์เป็นรูปคู่ของพิกุลกับพิมมาลาในบรรยากาศริมทะเล พิมมาลายิ้มกว้างสดใส พิกุลยิ้มบางแต่อ่อนโยน
ความรู้สึกบางอย่างหลั่งไหลเข้ามา...
ทั้งความรัก ความห่วงใย ความสบายใจเวลามีอีกฝ่ายอยู่ข้าง ๆ รวมถึงความรู้สึกที่ต่างฝ่ายคอยค้ำจุนซึ่งกันและกันมาแสนนาน... มันช่างเปี่ยมด้วยพลัง
มะลิรู้ดีว่าความรู้สึกพวกนี้เกิดจากการผสาน แต่ถึงอย่างนั้น ความอบอุ่นในอกกลับชัดเจนเสียจนเธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
มะลิส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนพยายามดึงสติกลับมา ก่อนกดโทรออก
หนึ่งในความทรงจำที่มะลิได้รับ
พิกุลมีหน้าที่จัดอาหารเช้าให้พิมมาลา ในวันที่เธอพักกับพิมมาลา พิกุลจะทำอาหารเช้าให้เธอ แต่ในวันที่พิกุลกลับบ้าน เธอจะโทรถามพิมมาลาว่าเช้านี้อยากกินอะไร และโทรปลุกไปพร้อมกันเพราะถ้าปล่อยไว้ พิมมาลามักจะตื่นสาย แล้วจะไม่ได้กินข้าวเช้า — และในวันนั้นเจ้านายสาวของเธอจะมีสภาพเป็นซอมบี้งอแงไม่ยอมทำงาน
มะลิหลุดขำออกมาเล็กน้อย
“หึหึหึ… ดูแลกันเป็นแม่ลูกเลยรึไง…”
แม้ปากจะบ่นแบบนั้น แต่นิ้วของเธอกลับกดโทรออกไปแล้ว
ตรู๊ดดด… ตรู๊ดดด…
ปิ๊บ… เสียงรับสายดังขึ้น
“ฮาาาา โหลลลล… ซาหวาดดีค่าาา ใครคะ…” เสียงคนเพิ่งตื่นนอนดังมาจากปลายสาย
“พิม… มา… ลา…” พิกุลลากเสียงเรียบ ๆ
พร้อมสูดหายใจยาว“นี่เธอยังไม่ตื่นอีกเหรอ”
ตึงงงง! เสียงเหมือนอะไรบางอย่างกระแทกพื้น จากนั้นเสียงร้อง “โอ๊ยยย!” ดังตามมา
“ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขา เช้านี้ขอข้าวมันไก่เนื้อหนังไม่เอาเครื่องในห่อใหญ่พิเศษบิ๊กเบิ้มค่ะ” ปลายสายตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ไปอาบน้ำก่อนนะคะ… ไม่สายแน่นอนค่ะ… แล้วเจอกันค่ะ … ขอบคุณค่ะ!!!”
ปิ๊บ… สายถูกตัดทันที
มะลิอ้าปากค้าง เธอจะตกใจอะไรก่อนดี
เธอไม่รู้ว่าควรตกใจกับน้ำเสียงดุแบบพิกุลที่หลุดพูดออกไปเอง หรือพิมมาลาที่ตอบคำถามทั้งหมดก่อนที่พิกุลจะถาม หรือการที่แม่สาวขี้เซารู้ทันชิ่งตัดสายหนีก่อนพิกุลจะบ่นดี
“สองคนนี้นี่มันยังไงกัน…”
มะลิย่นคิ้ว ก่อนจะหลุดหัวเราะ แล้วหยิบกุญแจรถออกจากบ้านไป
——
คุยกันท้ายเล่ม ก่อนอื่นขอขอบคุณผู่อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนจบของเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับการเดินทางของพิมและพิกุล ซึ่งเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบ ในเรื่องสำนวนจึงอาจจะไม่นิ่งเท่าไรในจุดนี้ผู้เขียนต้องขออภัยครับ ส่วนที่อยากจะคุยจริง ๆ คอที่มาของชื่อตัวละครในเรื่อง ทุกคนมีที่มาที่ไปของชื่อ จึงอยากแชร์ในจุดนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นครับที่มาของชื่อ ผู้อ่านคงสังเกตเห็นว่าแกนเรื่องหลักจะเกิดขึ้นใน 2 บริษัท คือ บริษัท ศิลา เทกซ์ไทล์ เอ็กซ์พอร์ต บริษัท บุปผา แฟชั่น แอนด์ ดีไซน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของดอกไม้(บุปผา) และก้อนหิน(ศิลา) หรือความนุ่มนวลสู้กับความแข็งกร้าว ชื่อตัวละครฝ่ายหญิงมาจากชื่อตำรับยาสมุนไพรไทย เกสรทั้งห้า ซึ่งเป็นตำรับยาที่ประกอบด้วยดอกไม้ห้าชนิด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง พิมมาลา อุบลสาภี ชื่อ พิมมาลาเป็นชื่อที่เหมาะกับบริษัทบุปผา คำว่ามาลา ในที่นี้หมายถึงพวงมาลัยดอกไม้นั่นเอง ส่วนนามสกุล อุบลสารภี จะเป็น ชื่อดอกไม้ 2 ชนิด คือ อุบล แปลว่าบัว ในที่นี้
ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล18.00 น. “ชากุหลาบค่ะคุณพิม” พิกุลยื่นถ้วยชาอุ่น ๆ กลิ่นหอมละมุนให้พิมมาลา “ขอบคุณค่ะ” พิมรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นเธอกวักมือเรียกพิกุล “พิกุล… มานี่หน่อยสิ” “อะไรเหรอพิม” พิกุลโน้มตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “ท้าาาาดาาา ~” พิมมาลาหยิบชานมคุณภาพดีห่อใหญ่ขึ้นมายื่นให้พิกุล ดวงตาพิกุลเบิกกว้าง ก่อนจะเกิดเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา เธอและพิมดื่มแต่ชาใสมาตลอด ไม่มีใครดื่มชานมเลยสักคน ในห้องนี้จึงไม่มีชานมแม้แต่ซองเดียว แต่ช่วงนี้พิกุลมีพฤติกรรมดื่มชานมอยู่บ่อยครั้ง พิมมาลาจึงจัดชานมห่อใหญ่คุณภาพดีให้กับพิกุล การได้ชานมคุณภาพดีมาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพิกุลอย่างมาก “ขอบคุณนะพิม” พิกุลพูดเสียงเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง บรรยากาศเงียบไปเล็กน้อย พิกุลมองชานมในมือ ก่อนสูดหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พิม…พิกุลขอถามอะไรหน่อย” “ได้สิ” “ถ้าพิกุลไม่ใช่พิกุลคนเดิม…พิมจะยังรับพิกุลได้ไหม?” พิมมาลากะพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยังไม่ทันที่พิกุลจะได้
ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผลฉากจบที่ 1-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : การโต้กลับของเลขาสาว—----------------หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองคนนำปืนไปทิ้งลงทะเล ยามเช้าอันสดใส หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมา เช้านี้เธอตั้งใจทำภารกิจลับบางอย่าง เธอค่อย ๆ ย่องไปหน้าประตูห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ พร้อมเอาหูแนบบานประตูเหมือนดักฟังอะไรบางอย่าง ตึก… ตึก… ตึก… “มาแล้ว… มาแล้ว” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเริ่มนับถอยหลัง “5.. 4.. 3..” ตึก… ตึก… ตึก… เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้น “ 2..” ตึก… เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตู “1.. เอาล่ะ” หญิงสาวเลิกแนบหูแล้วเปิดประตูอย่างแรง ปังงงงง!! ภาพหน้าประตูคือหญิงสาวสวมแว่น ในชุดนอนสวมผ้ากันเปื้อน ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขาาาา” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่นบ้าน พิกุลกะพริบตาปริบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู “แปลกนะวันนี้พิมตื่นเช้า” ที่จริงแล้วพิกุลตั้งใจมาปลุกพิมมาลาเหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่เธอกลับต้องแปลกใจเมื่อสาวน้อยขี้เซาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลุก แถมยังแอบมาดักรอเปิดประตูแกล้งเธอเสียอีก “แหะ.. แหะ…
ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น18.00 น. เวลาเลิกงาน พิมกับพิกุลออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่มาถึง พิมมาลาก็เห็นรถตู้คันคุ้นเคยจอดรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าของหญิงสาวสดใสขึ้นในทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเจ้าของรถด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่เห็นผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน “มาวิน… ดีใจจังที่มาวินมารับพิม…” มาวินยิ้มก่อนยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ “งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” พิมมาลาเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาเศร้าสร้อย “พิมเหงา… พิกุลไม่กอดพิมเหมือนแต่ก่อนเลย พิกุลคุยกับพิมเหมือนคนไม่เคยสนิทกันมาก่อน” มาวินมองไปทางพิกุล หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง มาวินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าพิมมาลายังคงผูกพันกับพิกุลมากเพียงใด ตราบใดที่พิมมาลายังคงยึดติดกับพิกุล เธอก็ไม่มีวันหันมามอบหัวใจให้เขาอย่างสมบูรณ์ และสำหรับมาวินแล้ว… พิกุลกำลังกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่เขาต้องตัดออกไปจากชีวิตของพิมมาลาให้ได้ “พิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป“พิมรักผมไหม” “พิมรักมาวินที่สุดค่ะ” มาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้น พิมฟังผมให้ดี...” “จากนี้ไป
ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้นหลังจากพิกุลคุยกับพิมมาลาเสร็จแล้ว เธอก็ทำการอ่านอีเมลอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตรู้ดดด… แกร๊ก เสียงปลายทางรับสาย “หมิวจัดการได้เลย… เก็บคนลูกไว้” พิกุลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสั่งงานทั่วไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น “รับทราบค่ะ… ให้ใครผสานดีคะ” น้ำเสียงของหมิวฟังดูร่าเริงราวกับได้รับมอบหมายงานที่เธอรอคอยมานาน พิกุลเงียบไปครู่หนึ่ง “เป็นคนในบริษัท… เดี๋ยวส่งข้อมูลไปให้” “ให้เวลา… สามวัน” ปลายสายหัวเราะคิกคัก “รับทราบค่ะ” หมิวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังวางแผนทำเรื่องสนุก จากนั้นสายถูกตัดไปทันที…สามวันต่อมา เช้าวันนั้นพิกุลมาทำงานตามปกติ บนโต๊ะทำงานมีกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทึบสีน้ำตาลวางอยู่หนึ่งใบ บนกล่องไม่มีข้อความหรือเครื่องหมายใด ๆ แต่พิกุลรู้ดีว่ามันมาจากใคร เธอดันแว่นเล็กน้อยแล้วชายตาไปยังกล่องนั้น ก่อนที่จะเปิดอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในกล่องนั้นมีวัสดุสีเนื้อถูกพับไว้อย่างประณีต ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ พ
ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น ฉากจบที่ 2-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : จุดสิ้นสุดของคำสัญญา------------สองเดือนหลังจากมาวินแต่งงานกับพิมมาลา นับตั้งแต่วันที่แผนควบคุมพิมมาลาสำเร็จ มะลิก็ได้ย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเดิมของพิกุล เนื่องจากบ้านของพิมมาลาได้กลายเป็นเรือนหอของเธอกับมาวินไปแล้ว เลขาสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำ แต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้เธอสามารถใช้ร่างพิกุลได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวิญญาณยังมีพิกุลคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยวิเคราะห์ วางแผน ให้คำปรึกษา ราวกับผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มะลิกินข้าวเช้าและขับรถไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็มีพนักงานหลายคนเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร และเธอก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่พิกุลเคยทำ ภาพที่ทุกคนเห็นยังเป็นพิกุลคนเดิม แต่ภายในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่เดินผ่านสายตาของมะลิ ล้วนถูกประเมินคุณค่าอย่างรวดเร็ว ‘นายปรีชา บริหารงานเก่ง เหมาะสมที่จะเลื่อนขั้น’ ‘ใบเฟิร์น ต้องการชื่อเสียงและความก้าวหน้า ไว้เอาไปแทรกซึมคนในบริษัทคู่แข่ง’ ‘อารยา อายุงานมากแต่คว







